หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เข้ามาสิ เข้ามา...มาร่วมสัมผัสประสบการณ์ตื่นเต้นสยองขวัญไปพร้อมกับเขาได้แล้ว!

ตอนที่ 11 ต่อตาย ตัดเป็น

ชื่อตอน : ตอนที่ 11 ต่อตาย ตัดเป็น

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 100

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ก.ย. 2562 12:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 11 ต่อตาย ตัดเป็น
แบบอักษร

“คุณรักงานของตัวเอง งานที่ต้องใช้ความรักและจิตสำนึกอย่างแรงกล้าในการทำมัน  คุณใช้กล้องบันทึกฉากที่เต็มไปด้วยกลิ่นคาวเลือดมากมายนับไม่ถ้วน เพื่อกระตุ้นมโนธรรมของคน ไม่ให้มันด้านชา แต่คุณเคยสนใจตัวคุณเองบ้างไหม? ว่าแท้ที่แล้วคุณกำลังหลบอยู่ภายใต้หน้ากากอันจอมปลอม หรือคุณเป็นนักสู้ตัวจริงกันแน่?

ในเวลานี้ สารพิษบางอย่างกำลังแพร่กระจายอยู่ในร่างกาย กำลังจะกลืนกินชีวิตของคุณไป หลังจากที่คุณตื่นขึ้น กระบวนการเผาผลาญจะเร่งความเร็วขึ้นตามลำดับ คุณมีเวลาอีก 40 นาทีโดยประมาณในการค้นหาทางออกที่มีเพียงทางเดียวเท่านั้น เรามาดูกันสิว่า มโนธรรมของคนที่หลบอยู่หลังกล้องมาตลอดจะสามารถช่วยให้เขากลับไปหาครอบครัวของเขาได้หรือไม่

อยู่หรือตาย คุณเลือกเอง”

ขณะที่เฟิงปู้เจวี๋ยฟังไปได้เพียงครึ่งหนึ่งเท่านั้น เขาก็ลุกขึ้นยืนและมองไปรอบๆ เขายังคงสวมใส่เสื้อเชิ้ตสีดำและกางเกงขายาวซึ่งเป็นชุดของผู้เล่นในเกม ตามลูกไม้ที่หนังเรื่องหนึ่งชอบเล่น เขาเลยตรวจดูกระเป๋ากางเกงของตัวเองเป็นพิเศษอีกด้วย แน่นอนว่านอกจากความว่างเปล่าแล้วมันไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง สัมภาระในกระเป๋าก็ยังคงเดิม ยังคงมีแค่เข็มฉีดยาอันเดียวเท่านั้น

 “เลือกป้าแกสิ!” เฟิงปู้เจวี๋ยสบถหลังจากที่ฟังเสียงบันทึกจบ ยังไงซะตอนนี้เขายังอยู่ในโหมดเล่นเดี่ยว ระบบไม่ได้ยับยั้งเขาที่เขาหยาบคาย หลังจากนั้นเขาก็ได้เข้าไปในเมนูเพื่อตรวจสอบคุณสมบัติของ Walkman :

 [ชื่อ: พร้อมเทปพกพาในตัวสามารถฟังได้ทุกที่ทุกเวลา]

 [ประเภท: เกี่ยวข้องกับเนื้อเรื่อง]

 [คุณภาพ: ชำรุดทรุดโทรม]

 [ฟังก์ชั่นการใช้งาน: เล่นเทปที่อยู่ในเครื่องบันทึกเสียง]

 [สามารถออกจากเรื่องราวได้หรือไม่: ไม่]

 [หมายเหตุ: ทางที่ดีที่สุดให้คุณเชื่อมั่นในเรื่องราวที่อยู่ในเทป]

คาดว่าน่าจะเป็นของในฉากที่ใช้ได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น ถึงแม้ว่าเฟิงปู้เจวี๋ยจะจดจำทุกคำพูดที่อยู่ในเครื่องบันทึกเสียงได้หมดแล้ว แต่เขาก็เปิดฟังซ้ำอีกหนึ่งรอบเพื่อเป็นการระวังไว้ก่อน และไม่คิดว่าเวลา 1-2 นาทีนั้นมันจะเสียเวลาสักเท่าไหร่

หลังจากที่ฟังรอบที่ 2 จบแล้ว เขาก็เอามันใส่ไว้ในกระเป๋าสัมภาระ เขาคิดว่าเรื่องราวในนี้คงไม่ได้มีเพียงแค่เทปม้วนนี้ม้วนเดียวแน่นอน พกติดตัวไว้น่าจะปลอดภัยกว่า

ห้องที่อยู่ตรงหน้านั้นมีพื้นที่กว้างขวางมาก เพด้านหลังคามีความสูงห่างจากพื้นดินถึง 12 เมตร ใกล้กับเพดานหลังคามีพัดลมระบายอากาศขนาดใหญ่ สามารถมองเห็นแสงอาทิตย์ที่สอดส่องเข้ามาภายในห้องได้ แต่บริเวณใกล้เคียงกลับไม่มีอุปกรณ์หรือสิ่งของที่สามารถปีนป่ายได้เลย หลังคาห้องเก็บของมีลักษณะโค้ง เมื่อเงยหน้ามองขึ้นไปจะเห็นคานระดับเดียวกับพื้นเป็นจำนวนมาก บนคานมีติดหลอดไฟไว้ ซึ่งมันกำลังส่องแสงสว่างอยู่ กำแพงแข็งแกร่งมาก ผิวด้านนอกเป็นแผ่นโลหะชั้นหนึ่ง แต่ด้านในอาจจะเป็นก้อนอิฐก็ได้ แต่ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็ตาม เฟิงปู้เจวี๋ยก็ไม่มีทางที่จะทลายมันลงและหนีออกไปได้อย่างแน่นอน

            ระบบไม่มีทางที่จะสร้างเรื่องราวที่จะจบภายใน 2-3 นาทีอย่างแน่นอน ต่อให้เฟิงปู้เจวี๋ยจะมี “หมัดระเบิดเทวะ” ที่ยังไม่ใช้ถึง 2 ใบ หรือแม้กระทั่งการต่อสู้ของเขาจะมีความเชี่ยวชาญในระดับ F แล้วก็ตาม ระบบก็จะทำการเปลี่ยนโหมดเรื่องราวซะหรือทำให้กำแพงของห้องเก็บของหนาขึ้นอีกสองเท่า ตามหลักทฤษฎีแล้วเฟิงปู้เจวี๋ยก็ยังมีโอกาสที่จะใช้สกิลหนีออกไป ถึงแม้ว่าจะมีอัตราการออกหมัดอยู่ที่ 20% เท่านั้น และก่อนที่เขาจะออกหมัดแรกออกไปนั้นเขาก็ไม่รู้เลยว่ากำแพงนั้นหนาเท่าไหร่ แต่ตามหลักมันมีความเป็นไปได้อยู่

            ขณะที่ระบบทำการสร้างเค้าโครงเรื่อง แน่นอนว่าจะต้องกำจัดความเป็นไปได้ในทุกรูปแบบ เช่น หวังทั่นจือที่อยู่ในขณะนี้ เขาจะไม่มีทางเจอเค้าเรื่องในลักษณะนี้อย่างแน่นอน สรุปแล้ว ไม่ว่าจะเข้าสู่ระบบเกมด้วยตัวละครในสถานการณ์ใดที่ง่ายต่อการผ่านด่าน ไม่ว่าจะมีอัตราของโอกาสสูงต่ำมากเพียงใด ระบบไม่มีทางปล่อยให้มันเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

            เฟิงปู้เจวี๋ยเดินหน้าต่อไป ในห้องเก็บของมีตู้คอนเทนเนอร์มากมาย ซึ่งสูงสุดมีมากถึงสามชั้น แต่ก็ยังคงมีระยะห่างจากหลังคาอีกมากนัก หัวและท้ายของตู้คอนเทนเนอร์นั้นเชื่อมต่อกัน การจัดวางเป็นไปอย่างรัดกุมและมิดชิด ซึ่งมันก่อเกิดเป็นเส้นทางเพียงช่องทางเดียวเท่านั้นที่อยู่ตรงหน้าของเฟิงปู้เจวี๋ย

“อืม......ลางสังหรณ์ไม่ดีเลยแฮะ” แน่นอนว่าความหมายของเฟิงปู้เจวี๋ยไม่ใช่ความกลัวอย่างแน่นอน เขาแค่รู้สึกว่าโครงเรื่องนี้มันยากที่จะได้รับรางวัล เขารู้สึกว่าโครงเรื่องแบบภาพยนตร์เรื่อง “ซอว์ เกมต่อตาย..ตัดเป็น” ที่ตัวเองสุ่มได้นั้นคงจะไม่ทำให้ค่าความสยองขวัญขยับเพิ่มขึ้นแน่

            กลไกการสร้างความน่ากลัวของภาพยนตร์เรื่องเกมต่อตายตัดเป็นนั้นคือ “เวลา” ในเกมประเภทนี้นั้น การถูกคุกคามมักจะพบเห็นได้ทั่วไป ความหวาดกลัวจะเพิ่มสูงขึ้นในขณะที่กำลังเข้าใกล้ความตาย ไม่มีเหตุการณ์กะทันหันใดที่จะทำให้ค่าความสยองขวัญพุ่งขึ้นสูงได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหนังเรื่องนี้ การหนีมักเป็นวิธีที่ผู้เล่น “ทำร้ายตัวเอง” มากที่สุด ความทรมานของร่างกายกับเวลามักสอดคล้องกัน จึงมักทำให้คนเพลี่ยงพล้ำจนเป็นฝ่ายพ่ายแพ้ในที่สุด แต่ผู้เล่นในสวนสนุกสยองขวัญนั้น อย่างมากจะได้รับรู้ถึงความรู้สึกเหมือนถูกค้อนทุบบนนิ้วมือเท่านั้น หรือ ต่อให้มีอาการเจ็บปวดอื่นเกิดขึ้นพร้อมกันไม่ว่าจะเกิดในบริเวณกระดูกที่ใด ก็ยังสามารถกัดฟันผ่านไปได้

            นอกจากนี้ ...... ใครก็ตามที่เคยตามดูซีรีย์ก็คงจะรู้ ว่าเป้าหมายของภาพยนตร์เรื่องเกมตัดเป็นต่อตายนั้นไม่ใช่การฆ่าคน แต่เป็นการ “ช่วยคน” เขาใช้ความเจ็บปวดช่วยเหลือผู้ที่ไม่เห็นคุณค่าชีวิตของตนเอง ทำให้พวกเขามองชีวิตในมุมมองใหม่ สัมผัสชีวิตที่มีค่ามากขึ้น เพียงแค่ทำตาม “ระเบียบข้อบังคับของเกม” ยอมลงมืออย่างโหดร้ายกับตัวเอง ก็จะอยู่รอด

            เมื่อพิจารณาจากปัจจัยเหล่านี้ เฟิงปู้เจวี๋ยจึงแน่ใจว่า ความยากของโครงเรื่องระดับ 8 ในเรื่องนี้อยู่ที่การ “ไขปริศนา”

            ระบบจะไม่ทำการสร้างตอนจบของเรื่องแบบที่ผู้เล่นจะต้องแพ้หรือตาย อย่างน้อยก็ไม่มีทางเกิดขึ้นในระดับความยากแบบธรรมดา โครงเรื่องระดับยากทั้งหมด จะถูกระบบคำนวณจากระดับความแข็งแกร่งของผู้เล่น ซึ่งจะเพิ่มได้จากการเป็นโหมดการเล่นหลายคนเท่านั้น

            ดังนั้น การที่ต้องเผชิญหน้ากับเฟิงปู้เจวี๋ยที่นอกจากสมรรถภาพภายนอกแล้ว ตัวละครมีความแข็งแกร่งไม่ต่างจากเลเวล 1 สักเท่าไรนั้น ระบบจึงทำได้แค่เพียงจัดโครงเรื่องในแนวนี้ให้ จากการประเมินสถานการณ์ของเขา การให้เขาไปต่อสู้คงเป็นไปไม่ได้ มอนสเตอร์หรือ BOSS นั้นเหมาะกับผู้เล่นที่มีระดับเลเวล 4 เขาเพียงคนเดียวคงไม่สามารถสู้ได้แน่ ดังนั้น วิธีการผ่านด่านนั้นง่ายและชัดเจนมาก ถ้าไม่ไขปริศนาให้ได้ ก็ต้องนำค่าพลังชีวิตของตนเข้าพุ่งชนเพื่อให้อยู่รอด เหมือนกับในภาพยนตร์ หากไม่ไหวก็จบเห่

            เวลาเหลือน้อยเต็มทีแล้ว เฟิงปู้เจวี๋ยเดินหน้าต่อไปตามทางของตู้คอนเทนเนอร์ เขาค่อยๆ เดินจนมาถึงด้านข้างของกำแพงแห่งหนึ่ง บนกำแพงมีภาพวาดหัวลูกศรชี้ไปที่ใบพัดขวางประตูตู้คอนเทนเนอร์เป็นแนวทแยงมุม ด้านหน้าประตูมีช่องว่างที่แคบมาก แต่ก็พอที่จะให้คนหนึ่งคนลอดผ่านไปได้

            เฟิงปู้เจวี๋ยดูค่าพลังชีวิตและค่าความแข็งแกร่งที่อยู่ในเมนู ซึ่งก็เต็มเกือบทั้งหมด ค่าพลังชีวิตน่าจะลดน้อยลงขึ้นอยู่กับการออกฤทธิ์ของ “สารพิษ” ส่วนค่าความแข็งแกร่งนั้นไม่ค่อยน่าห่วงเท่าไร

            เขารวบรวมสมาธิ และสูดลมหายใจเข้าออก เขาเข้าใจดี เมื่อเปิดประตูออก เขาก็จะเข้าสู่ “โหมดเกมจิ๊กซอว์” ทันที ดังนั้นเขาจะต้องรวบรวมสมาธิและสติตั้งแต่ตอนนี้

            เขาหันข้างแล้วขยับตัวสองสามก้าว เขาเปิดประตูออก เขาเข้าไปยังห้องใหม่อีกห้องหนึ่ง ขณะที่เขาเปิดประตูออก เขาได้ยินเสียงดัง “เอี๊ยดอ๊าด” เข้ามาในหู ชัดเจนว่าหลังประตูจะต้องมีอะไรถูกเสียดสีอยู่ เพียงไม่กี่วินาที ในห้องใหม่นี้ก็ปรากฎแสงสว่างขึ้น เฟิงปู้เจวี๋ยเข้าสู่ห้องที่ปิดผนึกอย่างสมบูรณ์ ประตูปิดลง โดยไม่รู้ได้เลยว่าเป็นเพราะกลไกหรือการทำงานของระบบ

            ในห้องมีเก้าไม้เล็กๆ ตัวหนึ่งวางอยู่กลางห้อง มีตุ๊กตาของเล่นที่สวมชุดสูทสีดำถือกระดาษแผ่นหนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ ตุ๊กตาของเล่นมีลักษณะท่าทางราวกับเด็กเล็ก ใบหน้าเรียวยาว มีผิวหน้าสีขาว เปลือกตาสีดำ มีเส้นเลือดฝาดของเด็ก โหนกแก้มทั้งสองด้านมีเกลียวสีแดง ริมฝีปากเล็กกว้างสีแดง

            ใบหน้าแบบนี้กลับปรากฎตัวขึ้นในเวลาตีสาม หรือมันอาจจะแค่มาทำให้ตกใจเล่นเท่านั้น แต่ในเวลานี้ นอกจากเจ้าตุ๊กตาตัวนี้จะกระโดดมากัดคอใคร ก็คงไม่มีอะไรที่สามารถทำให้กลัวได้อีกแล้ว

            “สวัสดี อาร์เธอร์ การที่คุณมาถึงที่นี่ได้นั้นหมายความว่าคุณไม่ได้เลือกที่จะนั่งรอความตาย ถ้าเช่นนั้นจงฟังกฎให้ดีๆ” เสียงเครื่องบันทึกในตุ๊กตาของเล่นดังขึ้น “คุณคงจะได้เห็นเครื่องจักรที่กำลังทำงานอยู่แล้วใช่ไหม ...... ”

            สายตาของเฟิงปู้เจวี๋ยถูกดึงดูดไปยังเครื่องจักรที่มีรูปร่างหน้าตาและขนาดที่ไม่ต่างจากเครื่องซักผ้า บนด้านบนของเครื่องมีวงกลมคล้ายจานอยู่  มันมีขนาดใหญ่พอที่จะยื่นหัวมนุษย์เข้าไป ซึ่งมันมีเสียงการทำงานของกลไกบางอย่างที่ออกมาจากโพรงนั้น เฟิงปู้เจวี๋ยเดินเข้าไปดูใกล้ๆ เขาเห็นฟันเฟื่องอยู่รอบในวงกลมนั้นซึ่งน่าจะมีขนาดราวครึ่งเมตรโดยประมาณ ตรงกลางค่อนข้างชิดสนิท จะเหลือก็เพียงรอยแยกหนึ่งเส้นเท่านั้น ซึ่งฟันเฟืองด้านข้างคอยทำงานเคลื่อนไหวขยับไปมา มันเคลื่อนไหวไปมาราวกับน้ำพุ ถึงแม้ว่าดูเหมือนจะไม่ได้เคลื่อนไหวเร็วมากแต่แรงบิดนั้นมีมาก ประสิทธิภาพของเครื่องจักรตัวนี้ หากจะบดขยี้ไม้หรือกระทั่งเหล็กก็ยังสามารถทำได้เหลือเฟือ             บนเครื่องจักรบริเวณปากวงกลม ยังมีเครื่องจับเวลา โดยตั้งเวลาไว้ที่ 5 นาที และมันกำลังเริ่มนับเวลาถอยหลังแล้ว ข้างๆ เครื่องจับเวลานั้นยังมีเครื่องชั่งน้ำหนักอีกหนึ่งเครื่อง โดยระบุหน่วยเป็น KG เข็มอยู่ตรงเลขศูนย์

            “เครื่องจักรเครื่องนี้สามารถทำลายวัตถุได้ และยังสามารถเปิดประตูห้องให้คุณได้อีกด้วย ภารกิจของคุณคือโยนของที่มีน้ำหนักลงไปในเครื่อง เมื่อวัตถุในเครื่องมีน้ำหนักถึง 15 กิโลกรัมเมื่อไหร่ ประตูก็จะเปิดออก หากใช้เล่ห์ในการตัดไฟปิดเครื่อง หรือ เครื่องจับเวลาสิ้นสุดการทำงาน เครื่องจักรเครื่องนี้ก็จะหยุดทำงานทันที ......”

            สายตาของเฟิงปู้เจวี๋ยหันเหความสนใจไปควานหาวัตถุสิ่งของที่เขาจะสามารถโยนมันลงไปได้ แน่นอนว่า นอกจากเก้าอี้ไม้และตุ๊กตาของเล่นตัวนั้น มันก็ยังมี ......

            “ในกรงเหล็กที่ถูกปิดตายนั้นมีลิงที่ถูกฉีดยาชานอนอยู่ มันมีน้ำหนักประมาณ 10 กิโลกรัม แน่นอนว่า สิ่งที่คุณต้องทำเป็นอย่างแรกคือการเอาเก้าอี้ไม้และตุ๊กตาของเล่นโยนลงไป แต่เสียใจด้วยนะ สองอย่างนี้รวมกันแล้วได้แค่เพียง 7.5 กิโลกรัม ......”

            เฟิงปู้เจวี๋ยหยิบกระดาษบนมือของตุ๊กตาของเล่นขึ้นมา โดยพาดหัวนิตยสารเขียนไว้ว่า “พวกมันไม่ใช่อาหารค่ำของคุณ!” ด้านล่างเป็นภาพลิงคลานอยู่ในกรงเหล็กด้วยสายตาร้องขอความช่วยเหลือ ผู้เขียนคอลัมน์นี้นั้นก็คือ อาร์เธอร์ ซีเกอร์ อย่างไม่ต้องสงสัย

            “คุณบอกว่าเหล่าพรานล่าสัตว์พวกนั้นเป็นสวะไร้ค่า และเรียกพวกผู้ซื้อผลิตภัณฑ์จากสัตว์ป่าเหล่านั้นว่าเป็นเพชรฆาต แต่ระหว่างการเดินทางไปสัมภาษณ์ของคุณ คุณกลับดื่มดำกับอาหารที่ทำมาจากสัตว์อนุรักษ์เหล่านั้น ตู้เสื้อผ้าของภรรยาของคุณก็เต็มไปด้วยเสื้อหนังหลายต่อหลายชิ้น คุณมองดูสัตว์เหล่านั้นถูกฆ่า อย่างเลือดเย็น

            ตอนนี้ คุณมีโอกาสสัมผัสความรู้สึกของการเป็นเพชรฆาตแล้ว ว่าคุณต้องการใช้ชีวิตของสัตว์มาแลกความอยู่รอดของตัวเองหรือไม่ เลือกสิ อาเธอร์”

            เสียงจากเครื่องเล่นเทปหยุดลง เฟิงปู้เจวี๋ยยังคงอ่านนิตยสารอยู่ นิสัยเสียเดิมๆ ของเขากำเริบอีกแล้ว เขาต้องการที่จะอ่านบทความที่ระบบทำขึ้นมานี้ให้จบ ......

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น