Maeonam

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทนำ ทักทายกันแบบโจโฉ

ชื่อตอน : บทนำ ทักทายกันแบบโจโฉ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.1k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 15 มี.ค. 2561 20:05 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทนำ ทักทายกันแบบโจโฉ
แบบอักษร

เด็กหลายคนคงจะเคยใฝ่ฝันว่าสักวันหนึ่งตัวเองจะโตมาเป็นคนผดุงความยุติธรรมตามการ์ตูนในวัยเด็ก แม้ความฝันนั่นจะไม่ง่ายต้องผ่านอุปสรรคมากมายนับไม่ถ้วนไม่ว่ากายหรือทางจิตใจ อย่างหน่วยงานที่ผมประจำการอยู่เป็นหน่วยงานสืบราชการลับที่ฝึกตำรวจเก่งๆ ให้ออกไปปฏิบัติการแฝงตัวเพื่อเอาข้อมูลสำคัญๆ จากผู้ทำผิดกฎหมาย ส่วนตัวผมเองก็ค่อนข้างชอบงานในแนวทางนี่อยู่แล้วเนื่องจากพ่อและแม่ของผมท่านเป็นทหารประจำการอยู่ในหน่วยสวาท ค่อนข้างอึดถึกทนพอสมควรเลยมีลูกชอบความรุนแรงไปด้วย (อันนี่ไม่เกี่ยว) ผมมีชื่อว่า 'ทีโอ' มาจากอักษรนำหน้าชื่อของพ่อและแม่ พ่อชื่อ โทมัส แม่ชื่อ โอลิเวีย ให้กำลังเนิดลูกชายชื่อทีโอ น่ารักไหมล่ะ ถ้ามีลูกผู้หญิงคงจะชื่อโอที ทำงานล่วงเวลากันเลยทีเดียว

ถึงแม้ว่าการที่ผมจะมาประจำในหน่วยงานตำรวจจะห่างไกลกับพ่อและแม่มากๆ แบบกอไก่ล้านตัว แต่เราก็ติดต่อกันเสมอนะไม่ได้หายตัวไปดื้อๆ ทิ้งลูกชายเพียงคนเดียวฝึกอย่างยากเย็นแสนเข็ญ ไม่ได้อยากจะอวดความเก่งกาจของตัวเองสักเท่าไหร่ ก็แค่จับแก๊งค้ายาเสพติดรายใหญ่ได้ เคยแฝงตัวไปอยู่ในตลาดมืดอยู่ปีกว่าจนสามารถจับเจ้าพ่อค้าอาวุธเถื่อนก็แค่เนี่ยผลงานที่ค่อยๆ สร้างมา ผมเข้ารับราชการตำรวจลับได้สองสามปีแล้วหลังจากฝึกจบ ทิ้งชีวิตมอปลายเพื่อวึกเลยนะเออ

มันเป็นยามเย็นในสวนสาธารณะแห่งนึงที่ผมมักมาออกกำลังกายสร้างความแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อตัวเอง หลังจากพักรับงานมาเดือนกว่า เดี๋ยวจะโดนคนยศเยอะกว่าเกลียดเอาถ้ามัวแต่ทำผลงานแซงนำเขาน่ะ ผมมีคู่หูอยู่คนหนึ่งซึ่งคาดว่าเจ้าตัวจะเสร็จงานแล้วมาวิ่งออกกำลังกายด้วยแต่มันยังไม่มานี่สิ หวังว่าคงจะไม่เบี้ยวนัดเลี้ยงข้าวผมหรอกนะ คนยิ่งหิวๆ อยู่

"อันยอง~ ทีโอขอโทษที่มาช้าพอดีต้องรับหน้าหัวหน้าขี้หงุดหงิด"

"ดีขงเบ้ง ไม่เป็นไรนี่ก็พึ่งออกกำลังกายเสร็จเหมือนกัน" คงคิดว่ามันแปลกสินะครับที่ทักทายด้วยภาษาเกาหลีแต่ชื่อดันจีนจ๋าซะขนาดนั้น ขงเบ้งพ่อมันเป็นจีนครับ แม่เป็นลูกครึ่งไทยเกาหลีแถมเจ้าตัวยังไปโตที่เกาหลีอีก ชื่อมันเลยจีนตามพ่อแต่สัญชาติตามแม่อย่างที่เห็น "หัวหน้าแกยังไม่เลิกขี้หงุดหงิดอีกเหรอ ตั้งแต่กูอยู่ยันย้ายที่ยังไม่เปลี่ยนนิสัยอีก"

"วัยทองก็งี้ ทีโอจะไปกินข้าวก่อนหรือว่าไปดวลความแม่นกันสักหน่อยก่อนดี"

"พูดให้อยากอีกแล้ว งั้นเราไปดวลกันสักหน่อยแล้วค่อยไปร้านอาหาร"

ดวลความแม่นที่ว่าไม่พ้นการดวลปืนเราทั้งคู่ต่างถูกฝึกมาด้วยกันจนเรียกได้ว่าเป็นเบอร์หนึ่งกับเบอร์สองของรุ่น ส่วนใครจะเบอร์หนึ่งเบอร์สองอันนี่ขึ้นอยู่กับว่าใครยิงได้แต้มสูงกว่ากัน ซึ่งมันก็แล้วแต่ปืนที่เราทั้งคู่ถนัดด้วย ขงเบ้งจะถัดไปทางพวกปืนซุ่มระยะไกลมากกว่า ส่วนตัวผมถนัดอะไรที่ใกล้ๆ อย่างปืนพกถ้าให้วัดกันผมเป็นสายบู๊ส่วนขงเบ้งก็ซัพพอร์ตอยู่ไกลๆ

เรานั่งรถมายังสนามยิงปืนแห่งหนึ่งที่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากสวนมากนัก มันเป็นสถานที่ฝึกยิงปืนสำหรับคนที่อยากมาลองอะไรใหม่ๆ ท้าทายตัวเองแอบเห็นไม่มากก็น้อยเป็นผู้หญิงด้วยล่ะ ผมค่อนข้างชอบผู้หญิงสายแข็งออกแนวบู๊ๆ หน่อยมันเร้าใจดีเวลาเธอถือปืนเล็งยิงด้วยความมั่นใจแต่ส่วนมากผู้หญิงที่เข้าหาก็เป็นพวกต้องการให้ผู้ชายปกป้องตลอด ทุกวันนี้ผมเลยโสดอยู่ในสถานะรอสาวในสเป็คอยู่เกรงว่ามันจะหายากเลยคาดว่าถ้าเกินอายุสามสิบจะใช้ชีวิตแบบชายโสดตลอดกาล

ปืนหนึ่งแม็กกับที่ปิดหูถูกหยิบยื่นจากมือขงเบ้งส่งให้ผมเพื่อเป็นการป้องกันเสียงที่ดังจนเกินไป ผมรับมันมาใส่เอาไว้พร้อมกับใส่แว่นตาเอาเท่เฉยๆ ปกติใส่ที่ไหน ถึงมันจะเป็นการยิงดวลกันเล่นๆ แต่มันก็เหมือนการดวลด้วยศักศรีดิ์อยู่ดี ฉะนั้นมันจึงแฝงไปด้วยความจริงจังบ้างนิดหน่อย เราทั้งสองยืนประจำที่กันเป็นที่เรียบร้อยก่อนจะเริ่มยิงไปยังเป้าหมายข้างหน้า

เสียงปืนดังต่อเนื่องเป็นเวลานานหลายนัดจนในที่สุดกระบอกปืนก็ดีดบ่งบอกว่ากระสุนทุกเม็ดในแม็กได้หมดลง กระดาษเป้าถูกเลื่อนมายังข้างหน้าเพื่อจะให้เราได้ดูฝีมือตัวเองได้ถนัด ของขงเบ้งค่อนข้างดีเลยทีเดียวส่วนของผมเองก็มีพลาดออกจากจุดตรงกลางบ้างนิดหน่อย อาจเป็นเพราะไม่ได้จับปืนนาน (อ้างอีกแล้ว) แต่สิ่งที่น่าแปลกกว่าการดูผลงานของเราทั้งสองคนคือผู้ชายที่ยืนยิงห่างจากผมไปอีกสองช่องต่างหาก

"ทีโอว่าผู้ชายคนนั้นเขาทำอาชีพอะไร"

ขงเบ้งถามผมด้วยความสงสัยเมื่อเห็นวิธีการยิงของเจ้าตัวที่เรียกได้ว่าแม่นพอๆ กับหน่วยรบพิเศษก็ว่าได้ เขาไม่ได้จับปืนสองข้างแล้วยิงอย่างที่พวกผมทำ แต่เขาใช้มือข้างเดียวในการยิงเป้า การใช้มือข้างเดียวยิงมันจะทำให้แขนต้องรับแรงถีบจากปืนมากกว่าปกติอาจทำให้พลาดเป้าได้ แต่กับเขามันไม่ใช่ถึงแรงถีบปืนจะแรงจนหัวกระบอกปืนเชิดขึ้นแต่กระสุนที่เล็งยิงออกไปกลับเป็นเส้นตรงเข้าจุดจุดเดียวเสมอ ถ้าจะให้บอกว่าคนใส่สูตรมายิงปืนนี่ทำอาชีพอะไรผมคงเดาว่าเป็นบอดี้การ์ดของมหาเศรษฐี

"ตำรวจล่ะมั่ง"

"จับสองมือยิงว่าก็ยากแล้วนะ ใช้มือเดียวแถมยังเข้าจุดๆ เดิม โคตรคูลเลย"

"อาจจะแค่ฟลุ๊คก็ได้ ใส่สูตรมายิงปืนเนี่ยกูว่าแม่งอวดชัดๆ ว่าตัวเองเก่ง"

"กูว่าไม่นะ เหมือนหน่วยรบพิเศษ ดูตอนเขาปลดแม็กกาซีนปืนดิกดร่วงใส่ปั๊ปยิงต่อได้ เหมือนอย่างที่เราเคยฝึกเลย เขาอาจจะเป็นหน่วยรบพิเศษอีกหน่วยที่เรายังไม่รู้จักก็ได้"

"เห็นใครเก่งหน่วยก็หน่วยรบพิเศษตลอด ให้เขาลองขว้างมีดดูเลยมั้ยล่ะ จะได้รู้ว่าถูกฝึกมารึเปล่า"

"ใครจะไปกล้า เห็นคนใส่สูตรดำข้างๆ เปล่า มายืนคุมชัดๆ ขืนเข้าไปสุ่มสี่สุ่มห้าได้โดนกระทืบดิ้" เจ้าตัวว่าขำๆ คนอย่างมันกลัวโดนกระทืบที่ไหนกันล่ะ

"เราน่าจะไปท้าดวลเขาสักหน่อย แข่งกันเองเบื่อแล้ว"

"ก็ลองดูสิ เสร็จแล้วจะได้ไปกินกัน"

ตกลงกันเรียบร้อยเราก็จะลองไปท้าชายแปลกหน้าผู้ยิงปืนแม่นดูสักครั้งเป็นการท้าทายชีวิตเล่นๆ ระหว่างเข้าไปโดนลูกน้องเขากลากไปกระทืบข้อหาก่อกวนกับได้ดวลความแม่นอันไหนมันจะเกิดขึ้นต่อจากนี้ไป ผมและขงเบ้งเดินไปยังจุดที่ชายแปลกหน้ายิงปืน เพียงเดินเข้าไปใกล้ชายสูตรดำก็เดินเข้ามากันท่าทันทีและด้วยสกิลการเจรจาอันเป็นเลิศของขงเบ้งและผมแล้ว มันคงไม่มีทางทำให้เราได้สัมผัสความเก่งของเขาได้อย่างแน่นอน

"ปล่อย ให้เข้ามา ก็ดีมีคนเล่นด้วยยิงคนเดียวจะไปสนุกอะไรจริงมั้ย"

แม้เจ้าตัวจะสวมใส่แว่นกันแดดปกปิดดวงตาก็ตามทีแต่ออร่าที่แผ่ออกมามันไม่ได้ทำให้คนรอบกายกลัวเขาน้อยลงเลย น้ำเสียงและคำพูดดูเป็นคนที่มีมารยาทผู้ดีอยู่พอสมควร อย่างน้อยก็มากกว่าผม สิ่งที่ผมวิเคราะห์ได้จากน้ำหนักเสียงส่วนสูงและอะไรต่อมิอะไรที่ฝึกมา ผมว่าเขาน่าจะอยู่ในวัยยี่สิบต้นๆ อายุไม่น่าจะเลยสามสิบและก็ไม่น่าจะถึงยี่สิบห้าด้วย ต้องเรียกน้องอ่ะสิ แต่ว่าอย่าพึ่งไปตัดสินอะไรเลยขืนเรียกน้องแล้วเกิดไม่ชอบขึ้นมา ผมก็ไม่อยากจะมีเรื่องต่อยตีจนขึ้นโรงพัก

"เล่นไงดี หมดแม็กหรือว่านัดเดียวแล้วดูผลเลย" ช่างเป็นคำท้าทายที่น่าหมั่นไส้ คิดว่าตัวเองยิงที่เดียวแล้วเข้าตรงกลางเลยว่างั้น โอ้อวดไปอีกไอ้น้อง ใบหน้าละอ่อนกระตุกยิ้มมุมปากน้อยๆ เป็นเชิงแหย่

"น้อ เอ๊ย คุณถนัดแบบไหนล่ะผมไม่เกี่ยงอยู่แล้ว"

"อือหือ ไม่เกี่ยง งั้นก็นัดเดียวพอ เวลามีไม่มาก"

"งั้นมาดวลทำไมล่ะถ้าเวลามีไม่มาก" ไอ้นี่เวลามีไม่มากแต่ดันอยากยิงปืนที่ต้องใช้สมาธิเนี่ยนะ

"เล่นคนเดียวมันน่าเบื่อ แต่เล่นกับเด็กมันน่าจะสนุกกว่า เอาล่ะเลิกพูดมากดีกว่า"

ปัง! เจ้าตัวยิงนัดแรกนัดเดียวออกไปโดนไม่ลังเล ไม่แม้ที่จะเล็งปืนก่อนเลยสักนิดมันไม่ใช่เพียงอย่างเดียวที่น่าตกใจแต่ลูกกระสุนนัดนั่นที่ออกจากกระบอกปืนแล่นตรงไปยังเป้าหมายตรงกลางพอดีเป๊ะ เขาหมุนตัวกลับไปนั่งไขว่ห้างรอที่โต๊ะด้านหลังอย่างใจเย็น ช่างเป็นผู้ชายที่หยิ่งผยองในตัวเองยิ่งนัก นึกว่าเจอกษัตริย์จากเมืองอันไกลโพ้นเสด็จมาเล่นกับสามัญชน เราจะต้องทำให้ความอวดดีนั่นหายไปให้ได้เอาให้แม่งหน้าแตก

สองตาจับจ้องไปยังเป้าหมายข้างหน้านิ้วชี้เหนี่ยวไกสูดหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเหนี่ยวนัดตัดสิน สิ้นเสียงปืนลงป้ายเป้าหมายกระดาษถูกเคลื่อนเข้าหาเพื่อให้เราได้ดูผลงาน มาดูกันสิว่าผมหรือคุณชายจะชนะ ขอให้ผมชนะเถอะเพี้ยง! หักหน้าคุณชายสักทีแม้จะรู้จักเพียงผิวๆ แบบเบาบางก็รู้สึกหมั่นไส้ได้ตลอดเวลา

"ดูเหมือนผมจะชนะนะ" ผมพูดพลางยื่นแผ่นกระดาษเป้าให้เจ้าตัวดู รอยยิ้มละอ่อนผุดขึ้นอีกครั้งพร้อมยื่นแผ่นของตัวเองให้ดูเช่นกัน

"อย่าพึ่งคิดว่าจะชนะหากยังไม่เห็นคะแนนของอีกฝ่าย คำนั่นผมควรเป็นคนพูด 'ดูเหมือนว่าผมจะเป็นคนชนะ' น่าผิดหวังจริงๆ นึกว่าจะสนุกกว่านี้"

"..." นิ่งอึ้งไปกับถ้อยคำที่เจ้าตัวพูดออกมา แม่งดูถูก ดูถูกผมชัดๆ

มือหนาตบลงบ่าเบาๆ ก่อนจะเดินผ่านหน้าไปด้วยรอยยิ้ม ไม่มีอะไรน่าหมั่นไส้เท่าสิ่งที่เขาทำอีกแล้ว ผมว่าผมก็ฝึกความอดทนอดกลั้นมาพอสมควรพอโดนดูถูกแบบนี้อารมณ์มันช่างพลุ่งพล่านอยากจะพุ่งตัว ด้วยความเป็นคนชอบเอาชนะผมจึงตะโกนไล่หลังท้าทายคุณชายอีกในรอบหน้าถ้าเกิดเราเจอกัน เจ้าตัวยกมือบายในอากาศแบบไม่หันหน้ามาแล

"หุ้ย~ เจ็บตรงเอาคำพูดมึงตอกหน้ามึง ดูเหมือนว่าผมจะชนะนะ เจ็บๆ " ขงเบ้งดัดเสียงพูดย้ำผมอีกครั้งกับความพ่ายแพ้

"ไม่ต้องย้ำสักวันเราต้องได้เจอกันอีก และกูต้องชนะมันแน่"

"จะเจอเหรอ ไปหาไรกินกันกูหิวแล้ว"

บทเรียนของการแหย่เพื่อนให้หัวร้อนก็คือต้องจ่ายทุกอย่างที่ผมกินเข้าไป หมดตัวแน่มึงขงเบ้งสัญญาว่าจะเลี้ยงข้าวแล้วต้องเลี้ยงให้สุด ยิ่งโมโหยิ่งยัดเข้าท้องได้เยอะถึงมันจะไม่ดีต่อสุขภาพเท่าไหร่เดี๋ยวค่อยไปเอาออกก็ได้ ผลาญตังค์เพื่อนให้ถึงที่สุดแล้วหยุดที่ลู่วิ่งสิบกิโล ขณะนี้เรามาต่อกันร้านที่สองเป็นร้านเนื้อย่างที่ขงเบ้งมันชอบพามากินเป็นประจำไม่ว่าจะอยู่ในช่วงวาระโอกาสใดก็ตามแต่ ปีใหม่ วันเกิด วันคริสต์มาส แม่งก็พามาแต่ร้านเนื้อย่าง ผมก็ตามใจมันแหละคนจ่ายตังค์

ครืน! ครืน! แรงสั่นสะเทือนจากโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงทำให้ผมต้องหยิบมันขึ้นมาดูขณะกำลังกลับเนื้อบนเตา หน้าจอแสดงชื่อ หัวหน้าอันเป็นที่เคารพนับถือ

"สวัสดีครับหัวหน้า มีอะไรรึเปล่าครับ" หูก็ฟังไปมือก็ตีตะเกียบขงเบ้งที่หมายจะแย่งเนื้อที่อุส่าย่างตั้งนาน

" (ว่างรึเปล่าทีโอ พรุ่งนี้อยากจะให้เข้ามาฟังงานสำคัญ ผมรู้ว่ามันอยู่ในช่วงพักของคุณแต่นอกจากคุณแล้วผมคิดว่าไม่มีใครเหมาะสมกับงานนี้อีกแล้ว) "

"ได้ครับ พรุ่งนี้ผมจะเข้าไป" ถ้าหัวหน้าพูดอย่างงี้ล่ะก็ ทีโอก็จะทำให้ครับ อิอิ

" (โอเค ไว้เจอกันพรุ่งนี้) "

"งานเข้าอะดิ ยิ้มหน้าบานเชียว ดีวะได้ทำงานอีกล่ะ ดูกูวันๆ อยู่แต่กับกองเอกสารไม่แน่ใจว่าตัวเองเป็นตำรวจหรือว่าเป็นพนักงานบริษัท" บ่นไปแต่อย่ามาแย่งเนื้อกู เอาตะเกียบตีแม่งแล้วเอาเนื้อกลับเข้าปาก อย่าหวังว่าจะแย่งมันจากกูไปได้ขงเบ้งเรื่องกินเรื่องใหญ่

"เปลี่ยนหัวหน้าจบ แดกไม่ต้องพูดเรื่องงาน"

ในวันร้ายๆ มันก็จะมีอะไรดีๆ มาให้ชื่นใจจะได้กลับไปทำงานสักทีถึงจะพักมาไม่ค่อยเท่าไหร่ เลือดในกายมันร้อนระอุอยากจะไปออกรบเต็มทน ไม่รู้งานจะเป็นแบบไหนอาจจะไปแฝงตัวในแหล่งค้ายาจับหัวหน้าใหญ่ หรืออาจจะได้เป็นกำลังเสริมของหน่วยไหนสักหน่วย อยากจะให้ถึงพรุ่งนี้ไวไว ผมนั่งกินกันต่ออีกสักพักก่อนจะแยกย้ายกลับบ้านกลับช่อง ก่อนนอนก็ไม่ลืมออกกำลังกายฟิตหุ่นเพื่อจะได้ตื่นมาไม่มีพุง

บรรยากาศตึงเครียดภายในห้องทำงานของหัวหน้าซึ่งไม่ได้มีเพียงคนเดียวไม่รู้ว่าหน่วยงานอื่นมาจากไหนเยอะแยะยังกับเรียกมาโดนสอบสวน เอกสารสามสี่แฟ้มกองอยู่บนโต๊ะค่อยๆ ถูกกางออกมันเป็นข้อมูลของคนที่ผมต้องไปแฝงตัวทำงานด้วยซึ่งมีถึงสามคนด้วยกัน หัวหน้าคงไม่คิดให้ผมแยกร่างไปแฝงตัวหรอกนะถึงผมจะเก่งแค่ไหนก็ไม่อาจแฝงตัวได้สามที่

"ทั้งสามคนเป็นข้อมูลที่เราได้มาจากสายต่างประเทศ พวกเขาทั้งหมดเป็นลูกชายของมาเฟียชื่อดังที่แต่ก่อนเคยขึ้นชื่อเรื่องมหาอำนาจทางการค้า"

"..." มาเฟียแฮะตื่นเต้นๆ

"สิ่งที่เราอยากให้คุณเข้าไปแฝงตัวเพื่อสืบก็คือ เรื่องกิจการผิดกฎหมายทั้งหมด ไม่ว่าจะเรื่องอะไรทั้งสิ้นคุณต้องไปรวบรวมมาให้เราเพื่อเอาผิดเขาให้ได้"

"หัวหน้าจะให้ผมแฝงตัวไปทำงานกับสามคนเหรอครับ? "

"เปล่า ผมจะให้คุณแฝงตัวไปทำงานกับคนนี้" นิ้วชี้จิ้มตรงไปยังชายหนุ่มคนกลางผู้มีใบหน้าเยาว์วัยแต่เมื่อลองดูประวัติแล้ว เขากลับมีอายุที่มากกว่าผมถึงสองปี "ลูกชายคนรอง ชื่อ โจโฉ เขาน่าจะเป็นคนที่เข้าถึงได้ง่ายกว่าอีกสองคนที่เหลือ"

"แล้วคนนี้ ผมว่าน่าจะมีอะไรให้ล้วงข้อมูลมากกว่านะครับ" ผมชี้ไปยังผู้ชายที่มีใบหน้าดุหน่อยๆ

"การล้วงข้อมูลจากบุตรชายคนโต คุณคิดว่ามันง่ายเหรอ? ด้วยความเป็นพี่ใหญ่แล้วเขาน่าจะมีพิษร้ายมากกว่าน้องๆ จริงมั้ย"

"แล้วคนนี้ล่ะครับ" ชี้ไปยังคนสุดท้ายผู้ค่อนข้างเหมือนเพลย์บอย

"น้องเล็ก แทบจะไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับกิจการภายในครอบครัวเลย ผมว่าคุณแฝงตัวไปทำงานกับโจโฉน่ะดีสุดแล้ว เราจะส่งข้อมูลของคุณไปสมัครเป็นบอดี้การ์ดเพื่อจะได้ใกล้ชิดเจ้าตัว คุณก็อาศัยจังหวะค่อยๆ ล้วงเอาข้อมูลมาทีละนิดๆ "

"ก็ได้ครับ ผมจะทำตามที่หัวหน้าบอก ผมขอแฟ้มข้อมูลไปศึกษานะครับ"

"เอาไปสิ"

กลับมานอนเปิดแฟ้มประวัติดูหลายตลบมันก็ไม่เห็นมีจุดไหนที่เจ้าตัวจะทำสิ่งผิดกฎหมายเลย ประวัติก็ดี๊ดีไม่ว่าจะเรียนจบจากโรงเรียนอินเตอร์ไปต่อนอกได้ปริญญาโทอีก เป็นคนฉลาดแบบสุดๆ เลยก็ว่าได้อันนี่คือเข้าถึงง่ายของหัวหน้าแล้วชะ ให้ไปประกบคนหัวฉลาดเนี่ย น้ำหนักส่วนสูงก็อยู่ในเกณฑ์ดี หน้าเด็กอีกต่างหาก ต้องอิจฉาความฉลาดไม่พอต้องอิจฉาความหน้าเด็ก เป็นผู้ชายที่เพอร์เฟคจนไม่คิดว่าจะมีบนโลกได้ลองค้นข่าวพิมพ์ชื่อโจโฉลงในโซเชียลก็ขึ้นแต่บทความแสดงความเก่งกาจเจ้าตัว อีกไม่ช้าเราจะได้พิสูจน์กันว่าไอ้ใบปริญญาที่ได้มามันจะสมกับที่ผมคิดไว้หรือเปล่าหรือมันอาจจะเป็นแค่การซื้อมาประดับประวัติตัวเอง

อาทิตย์ต่อมาหลังจากที่ต้องเตรียมตัวอะไรหลายๆ อย่างปรับลุคตัวเองให้สมเป็นบอดี้การ์ด วันนี่จะเป็นวันที่ผมเข้ามาสัมภาษณ์งานกับเขาเป็นครั้งแรกเพราะถ้ามีครั้งต่อไปแสดงว่าผมไม่ผ่าน ผมยืนมองหน้าตึกบริษัทนำเข้ารถยนต์ยักษ์ใหญ่ที่ตั้งเป็นจุดเด่นกว่าตึกใดๆ ในละแวกนี่ ถ้าเป็นสิ่งที่ได้มาจากน้ำพักน้ำแรงตัวเองก็คงเป็นคนที่เก่งมากๆ สามารถประสบความสำเร็จได้แต่อายุยังน้อยๆ แต่ถ้าไม่ใช่เขาก็เก่งอยู่ดี ผมก้าวเข้ามาข้างในติดต่อกับประชาสัมพันธ์เรื่องข้อมูลที่ส่งมาสมัคร หญิงสาวต่อสายตรงไปหายังประธานบอกให้ผมนั่งรอสักครู่ถึงจะได้เข้าพบ

สักครู่ของเขาคือประมาณครึ่งชั่วโมงไม่รู้ประธานแม่งทำอะไรอยู่ คำถามผมจะได้คำตอบอีกไม่ช้าเมื่อเปิดประตูเข้ามาเจอกับสภาพห้องที่มีเด็กชายสองคน คนนึงวิ่งเล่นไปมาอีกคนยังเป็นเด็กทารกนอนอยู่บนโซฟา ในประวัติไม่ได้มีบอกว่าเจ้าตัวมีลูกนี่หว่าหรือว่าข้อมูลของทางเรามันเก่าไป โจโฉผายมือเชิญผมนั่งลงตรงเก้าอี้ตรงข้ามโต๊ะทำงาน

"ลูกคุณน่ารักดีนะครับ"

"ขอบคุณ เชิญนั่งเดินเบาๆ หน่อยมีเด็กนอนอยู่"

"อะ..ครับ ไม่น่าเชื่อว่าคุณจะมีลูกสองแล้ว ชื่อะไรมั่งเหรอครับ" หน้านิ่งๆ แม่งทำผมเกร็งถามๆ ไปก่อนสร้างความสนิทสนมไว้

"ก่อนจะถามชื่อลูกๆ ผม ผมว่าคุณควรแนะนำตัวเองก่อนนะ งั้นผมจะแนะนำตัวเองให้ดูก่อน สวัสดีผมชื่อโจโฉ เป็นประธานบริษัทและเป็นผู้สัมภาษณ์รับคุณเข้าทำงาน"

"เอ่อครับ ผมชื่อ ทีโอครับ"

"ผมจะตอบสิ่งที่คุณถาม คนที่วิ่งผ่านคุณไปเมื่อกี้ชื่อแคนน่อนเป็นคนโต ส่วนคนน้องที่นอนชื่อบิวเรต แคนน่อนมานี่สิ สัมภาษณ์แทนที พ่อโฉจะป้อนนมน้อง"

"ได้ฮะ น้าชื่ออะไรฮะ ชอบดูการ์ตูนมั้ย แล้วน้าอายุเท่าไหร่ แคนน่อนสองขวบกว่าแล้วฮะ มีน้องชื่อบิวเรตอยู่กับพ่อและแม่...." เด็กชายพูดรัวคำถามใส่ผมยับ เอาเด็กมาสัมภาษณ์รับคนเข้าทำงานได้เหรอวะ สมองปกติดีป่ะเนี่ย

"เดี๋ยวๆ ให้น้าตอบก่อน น้าชื่อทีโอ น้าชอบเล่นเกมมากกว่าดูการ์ตูน น้าอายุยี่สิบแปดครับ"

"แล้วคิดว่าเข้ามาบริษัทนี่อยากจะทำอะไรหน้าที่ไหน? "

"บอดี้การ์ดครับ"

"งั้นลองเลี้ยงเด็กให้ผมดูหน่อย แล้วผมจะรับพิจารณาเข้าทำงาน"

แล้วเด็กทารกก็ถูกส่งมาอยู่ในอ้อมกอดผมพร้อมกับขวดนมในมือ เดี๋ยวนะกฎเกณฑ์การรับสมัครคนเข้าทำงานมันแปลกประหลาดเกินไปล่ะเลี้ยงเด็กพิสูจน์ความเป็นบอดี้การ์ดเหรอพ่อคุณ และเมื่อเด็กน้อยไม่คุ้นมือขึ้นมาจึงส่งเสียงร้องลั่นห้องผมเลยต้องหันไปหาวิธีแก้ไขด้วยการถามโจโฉ

"คุณๆ บิวเรตร้องทำไง"

"ถ้าแค่เลี้ยงเด็กยังทำไม่ได้ คุณคงไม่เหมาะเป็นบอดี้การ์ดผมหรอกนะ" กวนตีนกูป่ะเนี่ยถามจริง ไขว่ห้างคุณชายไปอีกอยากจะเห็นหน้าเมียมีสามีผยองอย่างงี้ไม่ปวดหัวแย่

"เชี้ยเอ้ย บอดี้การ์ดบ้านไหนต้องมานั่งเลี้ยงเด็กอ่อนวะ"

"สู้เข้าล่ะ บอดี้การ์ดฝึกหัด จะว่าไปตำแหน่งนี่ก็เต็มแล้วซะด้วยสิ"

"..." อ้าว...หลอกกูมาเลี้ยงลูกฟรีนี่หว่า

"แต่ตำแหน่งพี่เลี้ยงเด็กยังว่างนะ สนใจทำมั้ยล่ะ? ได้อยู่ใกล้ตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมงเลยนะ~" โจโฉโพล่งขึ้นเหมือนนึกขึ้นได้แต่แววตากับรอยยิ้มมุมปากมันไม่ได้เหมือนคนพึ่งนึกขึ้นได้เลยสักนิด

"รับครับ! "

เอาวะเป็นไงเป็นกันรับหมดอ่ะตำแหน่งไหนก็ได้ที่อยู่ใกล้ชิดเจ้าตัว ทำไมมันดูล่อแปลกๆ วะ สมัครมาเป็นบอดี้การ์ดแต่ดันได้เป็นพี่เลี้ยงเด็ก ชีวิตทีโอจะดำเนินไปอย่างไรจะสามารถล้วงข้อมูลได้มั้ยหรือว่าจะได้ล้วงผ้าอ้อมเด็กแทนกัน หัวหน้านะหัวหน้าทำไมไม่ใส่ลงในประวัติว่าเจ้าตัวมีลูกแล้ว ผมจะได้ไปฝึกวิธีรับมือเด็กทารกมาด้วย เป็นสายลับต้องทำได้ทุกอย่างไม่ว่าจะแฝงตัว บู๊ และเลี้ยงเด็ก...ปล่อยให้น้ำตาไหลรินไปกับดวง


+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

ทักทายกันเบาๆโจโฉบอก จะสงสัยทีโอก็สงสารจะขำทีโอก็จะขำ เขาให้แฝงมาเป็นบอดี้การ์ดแต่ดันได้เป็นพี่เลี้ยงเด็กแทน มันก็ค่อยๆออกมานิดๆความร้ายของโจโฉ ใครว่าเฮียเป็นคนดี...คงไม่ใช่สำหรับทีโอแน่นอน

ปล,อาจมีคำผิดต้องของอภัยรีบลงให้อ่านกัน คอมเม้นต์ให้กำลังใจติชมกันได้น้า~ ธัญซีมาพรุ่งนี้เด้อค่า

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}