นักดองนิยาย

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 12 การกลับบ้านสุดแสน dangerous (2)

ชื่อตอน : ตอนที่ 12 การกลับบ้านสุดแสน dangerous (2)

คำค้น : รีบอร์น สึนะ ฮิบาริ โกคุเดะระ มุคุโร่ โคลม เคียวโกะ ยูกิ วองโกเล่ เอ็นมะ ฮาเร็ม โอโตเมะ

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.1k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ก.ค. 2562 03:12 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 12 การกลับบ้านสุดแสน dangerous (2)
แบบอักษร

 

ตอนที่ 12 การกลับบ้านสุดแสน dangerous (2) 

​“ตัดสินใจได้แล้ว!” เอมิพูดพร้อมกับลุกขึ้นยืน จากนั้นเธอจึงหันตัวกลับไปอีกทาง 

“จะไปไหนเหรอครับ” มุคุโร่ถาม 

“ย้อนกลับไปอีกทาง ฉันไม่อยากนั่งกินยุงไปจนเช้าหรอกนะ” พูดแล้วเอมิก็รีบสาวเท้าไปอย่างรวดเร็ว แต่ทว่า... 

“เฮ้ย!! ทำอะไรของนายเนี่ย!” ไม่ทันที่เอมิจะเดินไปได้ไกล มุคุโร่ก็ฉุดเธอขึ้นมาอุ้มในท่าเจ้าหญิงเสียก่อน 

“หัดขอความช่วยเหลือบ้างสิครับ ^ ^” 

“ไม่! ฉันไม่ขอความช่วยเหลือจากนาย ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ!” เอมิพูดพร้อมกับดิ้นสุดแรง แต่ก็ไม่ได้ทำให้มุคุโร่สะทกสะท้านเลย 

“ถ้าคุณไม่ยอมให้ผมช่วย ผมคงต้องเอาคุณไปส่งให้คนพวกนั้น เอาไงดีล่ะครับ ” จากการสังเกตพฤติกรรมของเอมิที่แม้มันจะดูตลกๆแต่มันก็ทำให้เขารู้ว่า เธอเป็นคนฉลาดที่จะไม่เอาตัวเองเข้าไปเสี่ยงกับเรื่องที่เกินกำลัง อีกอย่างที่เขาประทับใจ คือ เธอไม่ขอความช่วยเหลือจากเขา มันแสดงให้เห็นว่าแม้เธอจะดูบอบบาง แต่ก็มีจิตใจที่เข้มแข็ง 

ส่วนเอมิตอนนี้ยอมรับว่าเธอดวงซวยเองที่มาเจอมุคุโร่ รู้แบบนี้เธอยอมให้คุซาคาเบะเดินมาส่งยังดีซะกว่า จึงได้แต่เงียบยอมรับผลอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ 

“งั้นก็ช่วยหลับตาแล้วก็กลั้นหายใจจนกว่าผมจะเดินผ่านคนพวกนั้นไปด้วยนะครับ” 

“ถ้าทำแบบนั้นฉันจะรู้ได้ไงว่านายจะไม่พาฉันไปที่อื่น” มุคุโร่ลอบยิ้มในใจอีกครั้ง เธอเป็นคนฉลาดอย่างที่เขาคิด แต่ตอนนี้เธอไม่ได้อยู่ในสถานะที่จะมาต่อรองอะไรได้ 

“ผมไม่ทำแบบนั้นหรอกครับ เชื่อใจผมแล้วทำตามที่บอกเถอะ” แม้เอมิจะลังเลแต่การลองเสี่ยงเชื่อใจมุคุโร่สักครั้งคงดีกว่าโดนเอาไปส่งให้พวกนักเลงนั่น ซึ่งผลก็พอจะรู้อยู่แล้วว่าเป็นยังไง เอมิจึงยอมทำตามแต่โดยดี 

“พอถึงจุดปลอดภัย ผมจะบอกนะครับ” ว่าแล้วเอมิก็สูดหายใจอมลมเข้าเต็มปอดจนแก้มป่องพร้อมกับหลับตาสภาพเธอดูเหมือนปลาปักเป้าตัวน้อยยังไงอย่างงั้น 

“อื้อ!” เอมิทุบอกมุคุโร่เพราะว่าตอนนี้เธอจะหมดลมแล้ว ส่วนมุคุโร่ก็พลางมองหน้าเธอไปยิ้มไปตอนนี้เขาเดินห่างจากพวกนักเลงนั่นมาไกลแล้วแต่ไม่บอกเอมิเพราะอยากแกล้งต่อ ยิ่งมองเธอนานๆก็ยิ่งดูน่ารัก 

“ทนอีกหน่อยนะครับ” มุคุโร่ยังคงแกล้งต่อไป 

“อื้อๆๆ” เอมิครางในลำคอและทุบอกมุคุโร่อีกหลายครั้ง เป็นสัญญาณว่าเธอจะไม่ไหวแล้ว และในที่สุด 

“เฮือก!” เอมิลืมตาและสูดหายใจเสียงดัง พลางมองใบหน้ายิ้มแย้มของคนตรงหน้า ทำให้เธอรู้ว่าเธอโดนแกล้งเสียแล้ว 

“นี่นายแกล้งฉันเหรอ!” เธอมองรอบตัวนี่ก็ผ่านมาไกลมากแล้ว ร่างสูงมองคนตัวเล็กในอ้อมแขนที่ทำสีหน้าขึงขังใส่ 

“นี่ถ้าฉันกลั้นหายใจตาย นายจะว่าไงฮะ!” เอมิโมโหพลางดิ้น เอามือทุบอกมุคุโร่หลายครั้ง 

“คุฟุฟุฟุฟุฟุฟุฟุ ไม่มีใครกลั้นหายใจตายได้หรอกครับ” มุคุโรขำในท่าทางและคำพูดของเธอ แถมกำปั้นเล็กที่ทุบอกเขานั้นก็ไม่ได้สร้างความเจ็บปวดอะไรให้เขาเลยแม้แต่น้อย เขาเลยปล่อยให้เธอทุบต่อไป 

“ปล่อยเดี๋ยวนี้นะ ปล่อย!” ร่างเล็กยังคงพยายามดิ้นต่อไป 

“ผมปล่อยคุณไม่ได้หรอกครับ เพราะถ้าปล่อยคุณก็เดินหนีผมอีก อุ้มแบบนี้เหนื่อยน้อยกว่าเยอะเลย” มุคุโร่ยิ้มเจ้าเล่ห์ให้เอมิ 

“แล้วก็ช่วยเลิกดิ้นได้มั้ยครับ ไม่งั้นผมคงต้องใช้วิธีทำให้คุณหยุดดิ้น” ว่าแล้วมุคุโร่ก็กระชับอ้อมแขนพร้อมโน้มหน้าเข้าไปใกล้เอมิจนสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่นๆของกันและกัน ทำเอาคนตัวเล็กหัวใจเต้นตึกตัก แม้จะไม่ได้คิดอะไรแต่ระยะห่างแค่นี้มันก็ใกล้พอที่จะทำให้รู้สึกแปลกๆได้ 

“>< โอเคๆๆ” เอมิพูดพร้อมกับผลักหน้ามุคุโร่ออกไปจนแก้มและปากเบี้ยวไปกองรวมกันอีกทาง 

“คุฟุฟุฟุฟุ นี่สินะครับจุดอ่อนของคุณ” มุคุโร่หัวเราะชอบใจเมื่อเห็นหน้าคนในอ้อมกอดที่ตอนนี้แดงเป็นมะเขือเทศ 

“ตกลงจะบอกผมได้รึยังครับ ว่าคุณชื่ออะไร” มุคุโร่ถามชื่อเธออีกครั้ง 

“นัตสึเมะ ยูกิ” เอมิที่รู้ตัวว่าตอนนี้ขัดขืนอะไรไปก็คงโดนเหมือนเมื่อกี้แน่ จึงได้แต่ตอบออกไปอย่างเหนื่อยหน่าย อีกใจก็รู้สึกว่าหัวใจมันเต้นแรงถึงแม้จะเคยโดนโกคุเดะระอุ้มแล้วแต่ตอนนั้นมันก็แค่แป๊บเดียว พอต้องมาอยู่ในอ้อมกอดผู้ชายนานๆแบบนี้มันจึงทำให้เธอรู้ว่าฟีโรโมนผู้ชายมันแรงจริงๆ 

“ยูกิจังเหรอ เข้ากับคุณมากเลยนะครับ ^ ^” มุคุโร่ยังคงชวนคุยต่อสบายๆ ผิดกับเอมิตอนนี้ที่กระอักกระอ่วนเต็มทน 

“ต้องการอะไร” เอมิเลือกที่จะถามตรงๆ เธอเริ่มไม่ไหวกับพฤติกรรมของคนตรงหน้าที่ขึ้นชื่อว่าเป็นบุคคลที่ไม่ควรสุงสิงด้วยในโลกรีบอร์น แต่ตอนนี้กลับกลายเป็นเกินคำว่าสุงสิงไปแล้ว เพราะเธอกำลังโดนอุ้มโดยที่หนีไปไหนไม่ได้ 

“คุฟุฟุฟุฟุฟุ ตรงดีนะครับ คุณนี่ทำให้ผมสนใจขึ้นมาอีกแล้ว” คำพูดของมุคุโร่ทำให้เอมิคิดว่า ‘หมอนี่เกินเยียวยาขั้นสูงสุดจริงๆ’ 

“งั้นผมก็จะขอถามตรงๆนะครับ....” 

“ คุณมีพลังมองเห็นภาพจริงในภาพมายาสินะครับ” 

“............” คำถามของมุคุโร่ทำให้เอมิถึงกับหันไปสบตาเขา 

“ฮ่าๆๆๆๆๆๆๆๆ” คำถามนั้นมันทำให้เธอหัวเราะ และเอมิยังคงหัวเราะต่อไปไม่หยุด ความรู้สึกกระอักกระอ่วนเมื่อครู่กลับถูกแทนที่ตัวความรู้สึกตลกจนทนไม่ไหว เธอก็พอรู้อยู่บ้างว่ามุคุโร่ในอนิเมะออกจะมีนิสัยรั่วๆนิดหน่อย แต่ไม่คิดว่าจะถึงขั้นนี้ นี่เขามาเดินตามเธอเพราะคิดว่าเธอมีพลังอะไรแปลกๆนั่นเหรอ 

“ฮ่าๆๆๆ ฉันจะไปมีไอ้พลังแบบนั้นได้ไงเล่า! ฮ่าๆๆๆๆๆ” เอมิพูดไปขำไปพร้อมเอามือปาดน้ำตาที่เล็ดออกมาจากการหัวเราะมากไป ไม่มีทางที่เธอจะมีพลังแบบนั้นอยู่แล้วก็เธอเป็นแค่ตัวประกอบหนิ 

“เมื่อวานผมใช้ภาพมายาว่างเปล่าที่ผมฝึกฝนสร้างขึ้นด้วยตัวเอง จนมันแข็งแกร่งพอที่จะกั้นไม่ให้ใครเห็นตัวตนผมได้แม้แต่ผู้ใช้มายาด้วยกันก็ไม่สามารถจับได้กระทั่งความรู้สึก อีกทั้งมันยังแข็งแกร่งพอที่จะกั้นไม่ให้จิตสังหารของผมเล็ดลอดออกไป ทว่าคุณกลับมองเห็นผม มันไม่แปลกไปหน่อยเหรอครับ” มุคุโรพูดต่อ เอมิเงียบฟังและคิดตาม 

“อ๋อ เพราะแบบนี้นี่เอง! โคลมจัง เคียวโกะจัง ฮารุจัง ถึงมองไม่เห็นนาย” คำพูดของมุคุโร่ก็ไขข้อกระจ่างให้เธอ 

“แต่...ฉันก็ไม่รู้หรอกนะว่าทำไมถึงมองเห็นนาย” จากที่เขาเฝ้าสังเกตพฤติกรรมของเอมิทำให้พอจะดูรู้ว่าเธอไม่ได้โกหก เธอไม่รู้เรื่องพลังนั่นเลยจริงๆ หากมองผิวเผินเธอก็แค่เด็กผู้หญิงธรรมดาคนหนึ่งเท่านั้น ส่วนเอมิเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงมองเห็นเขา มันทำให้เธอคิดได้อยู่อย่างเดียว 

“บางทีอาจจะเป็นเซอร์วิสพิเศษก็ได้ ^ ^ ” เธอคิดว่าอาจจะเป็นเซอร์วิสพิเศษจากสวรรค์ เพื่อให้ได้เจอตัวละครหลักครบทุกคนก่อนไปเกิด เพราะงั้นเธอจึงเห็นมุคุโร่ 

“เซอร์วิส?” ร่างบางตอบบางอย่างที่มุคุโร่ไม่เข้าใจ แต่ถึงอย่างไรรอยยิ้มนั้นของเธอก็ให้คำตอบแทนหมดแล้ว มุคุโร่ไม่คิดจะถามอะไรเธอต่อ แต่ก็ยังมีบางอย่างที่สงสัย 

“คุณดูไม่ตกใจเลยนะครับที่รู้ว่าผมเป็นผู้ใช้มายา” เพราะเธอรู้อยู่แล้วจากการดูอนิเมะและอ่านมังงะเธอจึงลืมตกใจ หากเป็นในฐานะคนทั่วไปของโลกนี้ที่ไม่ใช่มาเฟีย มันก็ถือเป็นเรื่องแปลกประหลาดที่อยู่ๆมีคนใช้มายาได้ ยูกิจึงต้องหาข้อแก้ตัวโดยด่วน 

“ต..ตกใจสิ! ทำไมจะไม่ตกใจล่ะ ตกใจมากด้วย! แต่ฉันเป็นคนเก็บสีหน้าเก่งต่างหากล่ะ” เอมิตอบตะกุกตะกักพร้อมเฉไฉไปมองอย่างอื่น 

“เหรอครับ แต่ผมว่าคุณเก็บสีหน้าไม่เก่งเลยนะ” 

“นี่!” 

“คุฟุฟุฟุฟุฟุ”  แม้จะเป็นเวลาเพียงสั้นๆที่เขาได้อยู่ใกล้เธอ แต่มันก็นานพอที่จะทำให้เขารู้ว่าเธอเก็บสีหน้าไม่เก่งเอาเสียเลย เธอดูออกง่ายเกินไปแล้ว ถึงจะไม่รู้พลังที่แท้จริงของเธอและยังมีเรื่องน่าสงสัยอีกมาก แต่ก็พอดูออกว่าเธอไม่ใช่คนมีพิษภัยอะไร มุคุโร่จึงไม่คิดคาดคั้นอะไรเอมิไปมากกว่านี้ ถึงอย่างไรเอมิกับเขาก็ต้องได้เจอกันอีกหลายหน เพราะคนอย่างมุคุโร่เมื่อสนใจอะไรแล้ว ไม่มีทางปล่อยไปง่ายๆ 

มุคุโร่ยังคงชวนเอมิคุยเรื่องจิปาถะต่อไป ส่วนเอมิก็ตอบบ้างไม่ตอบบ้าง พลางก็ยอมให้โดนอุ้มอย่างสบาย โดยตัวเองก็แค่สั่งให้มุคุโร่เลี้ยวซ้าย เลี้ยวขวาก็เท่านั้น ความกดดันระหว่างสองคนตอนนี้มันลดลงไปแล้ว และมันก็เป็นเหมือนเช่นที่เธอเป็นกับคนอื่นๆ เพราะรู้จักนิสัยตัวละครอยู่แล้วมันเลยทำให้เข้ากับทุกคนง่ายโดยใช้เวลาไม่นาน แต่สำหรับเอมิแล้วความสัมพันธ์นี้มันยาวนานพอๆกับอายุเธอในโลกก่อน ถึงกระนั้นเธอก็ไม่รู้ตัวเลยว่าเธอเป็นคนที่ดึงดูดตัวละครทุกตัวแค่ไหน ด้วยสิ่งที่เรียกว่า ‘สายใยความผูกพัน’ 

“ถ้าหนักก็ปล่อยก็ได้นะ ฉันไม่ล้อหรอก” เอมิพูดหลังจากที่เห็นมุคุโร่อุ้มเธอเดินมานานมากแล้ว ความจริงบ้านของเธอไม่ได้อยู่ไกลขนาดนั้น แต่เพราะมุคุโร่มัวเดินช้า เธอเลยคิดว่าบางทีมุคุโร่อาจจะเหนื่อยแต่กำลังเก๊กอยู่ ความจริงแล้วมุคุโร่ไม่ได้เหนื่อยแต่เขากำลังถ่วงเวลาต่างหาก 

“ไม่หนักหรอกครับ คุณออกจะตัวเบาขนาดนี้ ให้อุ้มมือเดียวก็สบาย” ว่าแล้วมุคุโร่ก็แกล้งยกเอมิอุ้มด้วยมือข้างเดียว เอมิที่ไม่ทันระวังตัว ทำให้เซจน... 

0×0 จุ๊บ!  เธอเซจนเอนไปจุ๊บแก้มใกล้ๆมุมปากของมุคุโร่ 

“..........” 

“ฉวยโอกาสจังนะครับ ^ ^”  มุคุโร่ยิ้มพร้อมกับใช้มืออีกข้างลูบมุมปากตัวเองเบาๆ ส่วนเอมิตอนนี้กำลังช๊อกเกินกว่าจะพูดคำใดๆออกไป 

“ อ..อะ..อ๊ากกก!!!!!” เมื่อเธอได้สติก็ดิ้นหลุดจากวงแขนของมุคุโร่ เพราะเขาใช้แขนเพียงข้างเดียวในการอุ้มทำให้เธอดิ้นหลุดมาได้ง่ายๆ 

“ไม่ได้อยากจะจุ๊บสักหน่อย!!” เอมิพูดพร้อมกับเอามือเช็ดปากตัวเอง หน้าแดงแปร๊ดอย่างรวดเร็วราวกับมีสวิชต์เปิดปิดได้ 

“คุฟุฟุฟุฟุฟุ ไม่เห็นต้องเขินเลยหนิครับ ถ้าขอกันดีๆผมก็อนุญาตอยู่แล้ว ^ ^” มุคุโร่ยังคงทำเป็นไม่รู้สึกรู้สาทั้งที่เขาเป็นคนแกล้งให้ตัวเอมิเซมาที่ตัวเองแท้ๆ 

“ไม่ใช่! ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อย!” เอมิพยายามแย้ง แต่เธอก็รู้ดีว่าโดนแกล้ง แม้จะอยากโต้กลับไปแค่ไหนก็พูดอะไรไม่ออก ได้แต่ทำปากพะงาบๆ ด้วยความแค้นใจ 

“โว้ย! ไม่คุยด้วยแล้ว! ไอ้โรคจิต!!” เอมิตะโกนคำว่าไอ้โรคจิตใส่หน้ามุคุโร่อย่างแรง ก่อนจะวิ่งหนีไป 

“คุฟุฟุฟุฟุฟุ ผมชักจะสนใจคุณมากขึ้นเรื่อยๆแล้วสิ ยูกิจังผู้แสนน่ารักของผม” 

ไม่ทันที่มุคุโร่จะละสายตาจากเอมิ ก็เห็นสิ่งส่องประกายแวววาวที่ตกอยู่ที่พื้นถนน นั่นคือที่หนีบเข็มขัดลายเกล็ดหิมะ เขาคิดว่าต้องเป็นของยูกิแน่ คงจะหล่นตอนที่เธอดิ้นสุดแรงเมื่อครู่ 

มุคุโร่หายตัวตามยูกิที่กำลังเปิดประตูเข้าบ้านมาติดๆ แต่ทว่า... 

ปึง! เมื่อมุคุโร่จะเดินเข้าภายในรั้วบ้านก็ถูกพลังงานบางอย่างทำให้เด้งกลับออกมาอย่างรุนแรง 

ปึง! ปึง! ไม่ว่าจะลองกี่ครั้งผลก็ยังเหมือนเดิม อีกทั้งมันยังทำให้มุคุโร่สูญเสียพลังไปมากจนสร้างภาพมายาไม่ได้ไปชั่วขณะ 

“คุฟุฟุฟุฟุ บ้านที่ผมเข้าไม่ได้เหรอครับ น่าสนใจจริงๆ” 

แม้จะพูดว่าน่าสนใจแต่สีหน้ากลับเข้มทะมึนขึ้นอย่างเห็นได้ชัด เพราะตระหนักรู้ว่าเจ้าสิ่งนี้เป็นอันตรายต่อตัวเขาเองไม่น้อย 

ด้วยผลของพลังนั้นทำให้มุคุโร่หายตัวไม่ได้ จึงต้องยอมรับสภาพ เดินกลับโกคุโยแลนด์อย่างน่าอนาถ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}