หอหมื่นอักษร
facebook-icon Instagram-icon

เชิญคุณเข้ามาสัมผัสกับความหลอนแห่งสวนสนุกสยองขวัญ นิยายจีนแนวเกมส์ออนไลน์ที่มาแรงที่สุดในช่วงนี้!!!

ตอนที่ 7 แจกแจง

ชื่อตอน : ตอนที่ 7 แจกแจง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.2k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ก.พ. 2561 15:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 7 แจกแจง
แบบอักษร

สภาพของห้องที่สองแปลกประหลาดกว่าห้องแรก ผนังทั้งสี่ด้าน พื้น เพดาน ล้วนมีรูปหน้าคนวาดไว้อยู่ ภายในห้องโล่งๆ ใบหน้าบนผนังกลับเป็นใบหน้าถี่ยิบ แต่บนพื้นตรงกลางห้องว่างนี้มีตู้นิรภัยตู้หนึ่งวางไว้อย่างเดียวดาย

“ปริศนานี้แสดงความชัดเจนออกมาแล้ว” เฟิงปู้เจวี๋ยเดินตรงไปที่หน้าตู้นิรภัยนั่น แล้วนั่งยองๆ ลงไปตรวจสอบอย่างละเอียด “อืม... ถึงอย่างไรก็เป็นโหมดฝึกซ้อม คงจะพิจารณาถึงปัจจัยที่ผู้เล่นกลัวจนไม่สามารถไตร่ตรองได้อย่างใจเย็นแล้ว” คำพูดของเขาดูเหมือนจะหมายถึงในกรณีที่ระดับความยากต่ำมากๆ...

หวังทั่นจือก็เข้ามาด้วย ตอนนี้เขารู้สึกแค่ว่าใบหน้าที่วาดอยู่บนผนังเหล่านี้ดูราวกับว่ามีชีวิต ถึงขั้นหาใบหน้าที่เหมือนกันไม่เจอ เหมือนกับสายตาเกินร้อยคู่ในห้องนี้กำลังจ้องมองมาที่ตนเองอย่างนั้น น่าขนพองสยองเกล้า

“พี่เจวี๋ย พวกเราย้ายตู้เซฟออกไปก่อนแล้วค่อยตรวจดูเป็นยังไง” หวังทั่นจือพูด

“นานสุดสามนาทีก็เสร็จแล้ว” เฟิงปู้เจวี๋ยลุกขึ้นอย่างรวดเร็วอีกครั้ง หยิบภาพร่างใบหน้าคนหกแผ่นนั้นออกมา ยกขึ้นไปข้างหน้าใกล้ๆ เริ่มมองดูใบหน้าที่อยู่พวกผนังเหล่านั้น “ตอนดูตู้เซฟนั่นใกล้ๆ ก็มีระบบแจ้งเตือนขึ้นมา ให้ฉันใส่รหัสผ่านตัวเลขหกหลักเพื่อเปิดตู้” สายตาของเขาไม่นานก็หยุดลง “อืม...ตรงนั้น” เข้าเดินไปที่ผนังด้านหนึ่ง เอียงหัวไปทางด้านซ้าย “ใบหน้าคนที่วาดอยู่เยอะแยะในห้องนี้ แค่เพื่อให้สายตาของผู้เล่นสับสน” เขาชี้ไปที่ผนัง “ดูสิ ใบหน้าที่เรียงแถวกันหกหน้า เอียงเป็นแถวเดียวกัน แล้วยังเป็นรูปถาพร่างหกแผ่นนั่นพอดี เหมือนกันเป๊ะ” เขาเปรียบเทียบใบหน้าน่ากลัวที่เพ่งมองยากเหล่านั้นแบบแผ่นต่อแผ่น จากซ้ายไปขวา จากบนลงล่าง อ้างอิงจากลำดับของหกใบหน้านั้นบนกำแพง เทียบกับตัวเลขที่มุมกระดาษภาพร่าง อ่านเบาๆ “สี่ หนึ่ง หก สาม ห้า สอง”

เฟิงปู้เจวี๋ยกลับไปที่ตู้นิรภัย เริ่มใส่รหัสผ่าน “ถ้าการสำรวจห้องแรกทำแค่เปิดประตูเข้าไปดูคร่าวๆ และไม่ได้เข้าไปค้นหาอย่างละเอียดแล้วละก็ คงจะไม่พบเบาะแสที่เป็นภาพเสก็ตซ์ ถ้างั้นตอนเปิดประตูห้องที่สอง ยิ่งไม่มีทางถอดรหัสผ่านของตู้เซฟได้” เขาหันหัวมองหกใบหน้านั่นอีกแวบหนึ่ง “จริงๆ แล้วคำตอบก็วางอยู่ที่พื้นที่ที่สว่างที่สุดตอนเปิดประตู แต่ไม่มีคำเตือนของภาพสเก็ตซ์ ถึงแม้รู้ว่ารหัสผ่านหกหลักต้องค้นหาในห้องนี้ก็หาเลขเหล่านั้นไม่เจอ”

ขณะนี้ ตู้นิรภัยเปิดออกมาจริงๆ ข้างในวางของไว้สองชิ้น กุญแจหนึ่งดอก และบัตรหนึ่งใบ

“คำนวณผิดแฮะ” เฟิงปู้เจวี๋ยพูดขึ้นทันทีหลังจากอ่านคุณสมบัติของสองชิ้นนี้เสร็จ

“เกิดอะไรขึ้น” หวังทั่นจือดูเหมือนจะได้รับผลกระทบจากความสงบของเขา ตอนนี้ดูเหมือนจะใจเย็นลงไปเยอะ ค่าความสยองขวัญกลับไปอยู่ที่ประมาณ 3% แล้ว

“กุญแจอีกสักพักก็คงได้ใช้ แต่ว่านี่...” เฟิงปู้เจวี๋ยหยิบบัตรส่งให้หวังทั่นจือ

ชื่อสกุล : หมัดระเบิดเทวะ

ทักษะคุณสมบัติบัตร : ทักษะเชิงรุก จะหายไปหลังจากใช้งานสองครั้ง

ประเภททักษะ : ต่อสู้

ประสิทธิภาพ : ระเบิดหลังจากโจมตีเป้าหมาย ทำให้เกิดคุณสมบัติไฟไหม้

จ่าย : ค่าความแข็งแกร่ง 50

เงื่อนไขการเรียนรู้ : เชี่ยวชาญการต่อสู้ F

หมายเหตุ : BOOM!

“ตอนแรกฉันคิดว่ารางวัลคือไอเทมแต่ผลที่ได้คือทักษะ” เฟิงปู้เจวี๋ยบอก

“เอ่อ... อย่าเพิ่งพูดถึงไอเทมหรือทักษะเลย พี่เจวี๋ย พี่รู้ได้ยังไงว่าจะมีรางวัล” หวังทั่นจือเอ่ยถาม

“ชัดอยู่แล้วไม่ใช่หรือ แม้ว่ารูปแบบนี้นอกจากค่าประสบการณ์แล้วรางวัลอะไรก็ไม่ให้ แต่เพื่อรับประกันคุณภาพของเกม ภารกิจยังคงบริหารให้ผู้เล่นมีทางผ่านด่านสองทาง” เฟิงปู้เจวี๋ยอธิบาย “ตอนนี้พวกเรากำลังเดินอยู่บนเส้นทางการแก้ปริศนา อีกทั้งยังไม่บังคับให้ต้องเร่งรีบ” เขานำกุญแจมาถือไว้ในมือ พาหวังทั่นจือออกมาจากห้องที่สอง

“ผู้เล่นที่เดินบนเส้นทางไม่แก้ปริศนา แค่ต้องเอาชนะความกลัว ปะทะศัตรูอย่างใจเย็น ต่อสู้อย่างมีประสิทธิภาพระดับความชำนาญก็จะเพิ่มขึ้นตามทักษะหรือทิศทางการต่อสู้ พวกเขาสามารถได้รับค่าทักษะในระหว่างการต่อสู้

แต่แนวทางเกมของพวกเรา จะเน้นไปที่การเพิ่มขึ้นของประสิทธิภาพเกมทั้งหมด อีกทั้งยังเพิ่มประสิทธิภาพการต่อสู้ได้ ผ่านการแก้ปัญหาสามารถลดระดับความยากในการผ่านด่าน ลดความรุนแรงของการต่อสู้ เข้าใจเหตุการณ์ของภารกิจมากขึ้น แต่คนที่เป็นแบบนี้ระดับความชำนาญจะล้าหลังอยู่บ้าง แต่ระบบจะมีการชดเชยในด้านอื่นให้ ถ้าว่ากันตามปกติแล้วก็คงเป็นค่าทักษะที่มากขึ้น”

 หวังทั่นจือได้ยินก็เข้าใจ แล้วพูดต่อ “แต่โหมดฝึกซ้อมไม่มีค่าทักษะให้... ดังนั้นผู้เล่นที่เลือกแก้ปริศนา จะได้รับสิ่งของจากในภารกิจโดยตรงเป็นการทดแทน”

“ถูกต้อง” เฟิงปู้เจวี๋ยลองเปิดประตูห้องที่สามดู ก็เป็นเหมือนกับที่เขาคาดไว้ ประตูนั้นล็อคอยู่ เขาจึงใช้กุญแจที่อยู่ในมือไปเปิดทันที ลงล็อคดังคาด หลังจากประตูเปิดกุญแจก็หายไป

ภายในห้องที่สามนั้นสะอาดมาก ตรงที่ติดผนังมีโต๊ะเขียนหนังสือตั้งอยู่ บนโต๊ะมีสมุดโน้ตวางไว้อยู่หนึ่งเล่ม

“ใช่แล้ว ระดับความชำนาญของนายปลดล็อคออกกี่ช่อง” เฟิงปู้เจวี๋ยถามขึ้นขณะที่หยิบสมุดโน๊ตขึ้นมา

“ช่องใช้งานทั่วไปและต่อสู้ของฉันล้วนเป็น F แล้วของพี่เจวี๋ยล่ะ”

“ของฉันปลดล็อคแค่ช่องใช้งานทั่วไป” เฟิงปู้เจวี๋ยพลิกสมุดเปิดออกดู “ความชำนาญการต่อสู้ของนายปลดล็อคออกตอนไหน”

“ในกระบวนการสอนผู้เล่นฉันถูกอะไรสักอย่างคล้ายๆ ลิงโจมตี หลังจากฆ่าพวกมันได้ ระบบก็แจ้งเตือนว่ามีความชำนาญการต่อสู้ระดับ F ” หวังทั่นจือตอบกลับ “แต่ว่า ระดับความชำนาญของ ‘การใช้งานทั่วไป’ ปรากฏขึ้นหลังจากจบกระบวนการสอนผู้เล่น”

“ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้ ดูแล้วต้องหาโอกาสปลดล็อคความชำนาญทั้งหกให้ได้ก่อนแล้วค่อยว่ากัน” เฟิงปู้เจวี๋ยพึมพำ

เขาหันไปบอกกับหวังทั่นจือว่า “ตอนที่ได้ทักษะ ช่องทักษะที่เมนูของนายก็ปรากฏออกมาแล้วล่ะสิ ตรงกับเงื่อนไขพอดี นายรีบใส่บัตรทักษะที่เพิ่งได้มาเมื่อกี้เถอะ ไม่แน่ว่าอีกสักพักคงมีประโยชน์”

เมื่อสักครู่เฟิงปู้เจวี๋ยเองตอนที่หยิบบัตรทักษะอ่านดูคุณสมบัติครั้งแรก ระบบก็แจ้งเตือนว่าช่องทักษะของเขาได้ปลดล็อคแล้ว

ช่องทักษะของสวนสนุกสยองขวัญมีทั้งหมดยี่สิบช่อง สามารถปรับทักษะได้ก่อนที่จะเริ่มภารกิจเท่านั้น แม้ว่าหลังจากนี้ตัวละครจะมีทักษะเท่าไหร่ ในขณะที่เข้าทำภารกิจ สามารถบรรจุทักษะได้มาที่สุดยี่สิบทักษะ อีกทั้งบัตรทักษะที่เคยถูกบรรจุแล้ว แม้ว่าจะเคยหรือไม่เคยใช้ ล้วนจะถูกผูกมัดไว้กับตัวละคร ไม่สามารถแลกเปลี่ยนได้ ดังนั้นหากผู้เล่นได้บัตรทักษะ ต้องการจะไปขายทิ้ง ต้องใส่ไว้ในกระเป๋าสัมภาระ ไม่สามารถใส่ไว้ที่ช่องทักษะเด็ดขาด ทุกๆ การสวมใส่ บัตรก็จะหายไป ทักษะจะถูกเปลี่ยนเป็นข้อมูลกลุ่มหนึ่งที่อยู่ในเมนูผู้เล่น

อีกอย่างหนึ่งก็คือ บัตรทักษะขณะที่ยังเป็นไอเทม สามารถนำออกจากภารกิจได้ แต่นำเข้าไม่ได้ เพื่อป้องกันบางคนที่ใส่ทักษะทั้งยี่สิบทักษะแล้ว ในกระเป๋ายังพกบัตรสำหรับเตรียมไว้ใช้เข้าไปอีก

แต่ว่าก็ยกเว้นบางสถานการณ์ เช่นผู้เล่นได้รับบัตรทักษะใหม่ระหว่างอยู่ในภารกิจ และตรงกับเงื่อนไขการเรียนทักษะ แต่ช่องทักษะของเขาเต็มแล้ว ตอนนี้ สามารถใช้บัตรทักษะใหม่ที่เก็บได้แทนที่ทักษะที่จะใส่ช่องนั้น แต่ทักษะที่ถูกแทนที่นั้นจำเป็นต้องกลับไปที่พื้นที่เข้าเล่นเกมก่อนถึงจะใส่เข้าไปใหม่ได้ แล้วยังมีบัตรทักษะที่พิเศษบางจำพวก ที่ตัวมันติดอยู่กับไอเทม เช่น ศิลาจารึก กล่องสมบัติทำนองนั้น สิ่งเหล่านี้จะสามารถนำเข้าออกจากภารกิจได้

“เรื่องปรากฏน่ะปรากฏออกมาแล้ว แต่ทักษะนี้ทำไมบอกว่าหายไปหลังจากใช้สองครั้งล่ะ” หวังทั่นจือพูดอย่างไม่เข้าใจ

ถามถึงปัญหานี้ แสดงว่าไม่ได้อ่านคู่มือเกม

เฟิงปู้เจวี๋ยเปิดอ่านสมุดโน้ตอย่างสนใจไปด้วย พลางพูดไปด้วย “คุณสมบัติของทักษะคือกุญแจสำคัญ... ทักษะแบ่งออกเป็นเชิงรุกและเชิงรับ แบบเชิงรุกมี ‘ใช้ถาวร’ ‘ใช้จำกัดเวลา’ ‘ใช้ตามจำนวนครั้ง’ สามรูปแบบ แบบเชิงรับมีแค่ ‘ใช้ถาวร’ ‘ใช้จำกัดเวลา’ สองแบบ” เขาคิดสักพัก “คุณสมบัติบัตรนั้นของนายคือ ‘ใช้ตามจำนวนครั้ง’ ใช้สองครั้งก็หมด ทักษะก็ไม่มีแล้ว”

“รู้สึกเหมือนโดนหลอกเอามากๆ ...” หวังทั่นจือแม้จะพูดอย่างนี้ แต่กลับใส่ทักษะตามคำพูดของเฟิงปู้เจวี๋ย

“ไม่ นี่มันสมเหตุสมผลมาก” เฟิงปู้เจวี๋ยพูด “ใช้ค่าความแข็งแกร่งของนายในตอนนี้ เต็มทีก็คงต่อยได้สองหมัด ค่อยใช้ในตอนที่มีโอกาสหรือตกอยู่ภายใต้สถานการณ์ที่มีเงื่อนไข อย่างน้อยในภารกิจนี้คงไม่ให้นายต่อยหมัดที่สามหรอก หรือแม้แต่หมัดเดียวก็ไม่จำเป็น” เขาหยุดไปสักพัก “พูดอีกอย่าง ถ้าเป็นบัตรถาวรหรือบัตรจำกัดเวลา เงื่อนไขการเรียนรู้และค่าพลังที่ใช้งานเกรงว่าจะไม่ต่ำขนาดนี้ น่าจะต้องใช้ระดับความชำนาญการต่อสู้ที่สูงกว่านี้และค่าใช้จ่ายความแข็งแกร่งที่มากกว่านี้ ไม่อย่างนั้นช่อง ‘ทักษะ’ นี้ก็คงราคาถูกมากๆ เทียบกับผู้เล่นที่มีความชำนาญการยิงระดับห้าสิบใส่ทักษะการต่อยถาวรที่ถ้าทักษะการต่อสู้ F ก็สามารถใช้ได้ตามใจชอบ แค่เสียค่าความแข็งแกร่ง 50 ถ้าอย่างนั้นกระสุนร้อยนัดของเขาอยากจะใช้เมื่อไหร่ก็ใช้ มันจะไปได้ได้ยังไง”

หวังทั่นจือฟังก็คิดว่ามีเหตุผล “อืม... ก็จริง ถ้าหากตอนนั้นให้ความชำนาญการต่อสู้ F กับฉันก็สามารถเรียนทักษะได้ แต่ค่าความแข็งแกร่งที่ต้องใช้กลับเป็น 101 อย่างแบบนี้ก็แสดงว่าระบบของเกมนี้มีปัญหาแล้ว”

“อ้อ ฉันเตือนนายไว้ก่อน ความชำนาญระดับ F โอกาสที่จะใช้ทักษะนี้แล้วสำเร็จจะมีประมาณ 20% ดังนั้นบอกได้ว่า... ตัวละครที่ได้รับทักษะระดับต่ำ จะใช้ทักษะได้ไม่ได้นั้นต้องดูหน้าก่อน” เฟิงปู้เจวี๋ยบอก

“นี่มันไม่ใช่หลอกลวงกันเรอะ!”

“ดังนั้นฉันเลยรอให้หาไอเทมให้เจอก่อนไง ฉันเคยไปอ่านในเว็บ ทดสอบระบบช่วงบ่ายถึงจะเริ่ม แผนการตอนบ่ายออกมาแล้ว ในเว็บบอร์ดมีพวกที่ระดับสิบกว่าบอกว่าเกมนี้ตอนที่ยังระดับต่ำตัวละครจะมีโอกาสได้รับไอเทมมากที่สุด แต่ไอเทมระดับต่ำที่คุณภาพ ‘ยอดเยี่ยม’ ขึ้นไปจะหายากที่สุด” เฟิงปู้เจวี๋ยทำทั้งสองอย่างในเวลาเดียวกัน คุยไปพลาง แล้วก็อ่านสมุดโน้ตเล่มนั้นจบอย่างรวดเร็ว “จากที่เดาก็เพราะว่าเล่นเกมนี้ผ่านไปแปบเดียวก็เลื่อนระดับไปถึงระดับสิบขึ้นไปแล้ว อีกทั้งตอนที่ระดับต่ำถ้าผู้เล่นมีไอเทมคอยช่วย ต่อให้ไม่ต้องแก้ปริศนาก็ผ่านด่านได้แล้ว ดังนั้นเกมจึงไม่ให้ไอเทมระดับต่ำที่ค่อนข้างดีแบบนั้นแก่ผู้เล่น” เขาปิดสมุดโน้ต “ยังมีอีกเรื่องก็คือ หลังจากระดับสิบแล้ว ไอเทมยอดเยี่ยมที่ระดับต่ำจะกลายเป็นของที่ไม่ได้แย่จนเกินไปนัก ตอนนี้ระบบแลกเปลี่ยนยังไม่เปิด เก็บไว้ก็คงกินที่กระเป๋าแค่นั้นแหละ”

เฟิงปู้เจวี๋ยพูดไปพูดมาจู่ๆ ก็พูดขึ้น “ให้ตายสิ! คำนวณผิดแล้ว...”

“เกิดอะไรขึ้น” หวังทั่นจือตกใจ ถือมีดปอกผลไม้หันหัวไปมองทางเดินที่อยู่ตรงปากประตู แต่นอกจากรอยมือเปื้อนเลือดบนกำแพงตรงฝั่งข้ามแล้ว ก็ไม่เห็นอะไรผิดปกติ

“อยู่ๆ ก็นึกขึ้นมาได้... หลังจากนี้ถ้ามีเรื่องอย่างพวกต้องเปิดกล่องพวกนี้ คงต้องให้นายไปเปิด ฉันทำได้แค่บอกรหัสผ่านหรือไม่ก็วิธีการก็พอแล้ว” เฟิงปู้เจวี๋ยบอก

“ถุย~ ฉันก็นึกว่าพี่จะพูดอะไร” หวังทั่นจือบอก

“มนุษย์เราน่ะไม่ต้องไปเคร่งเครียดอะไรกับมันมากนัก มันเป็นแค่ตัวเลขสถิติเท่านั้น”

“ฉันอยากจะเดินไปหยิบก้อนหินที่ทางเดินข้างนอกมาขว้างพี่ให้ตายไปเลย”

“เอาเถอะ... ฉันผิดไปแล้ว”

เฟิงปู้เจวี๋ยหยิบสมุดโน้ตใส่กระเป๋า แล้วพูดว่า “ไปกันเถอะ เดินไปด้วยฉันจะบอกนายไปด้วยว่าภารกิจนี้แท้จริงแล้วมันคือเรื่องอะไรกันแน่...”

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น