หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

เข้ามาสิ เข้ามา...มาร่วมสัมผัสประสบการณ์ตื่นเต้นสยองขวัญไปพร้อมกับเขาได้แล้ว!

ตอนที่ 5 โหมดผู้เล่น

ชื่อตอน : ตอนที่ 5 โหมดผู้เล่น

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 366

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ก.ย. 2562 12:08 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5 โหมดผู้เล่น
แบบอักษร

เฟิงปู้เจวี๋ยนอนลงไปในเครื่องเล่นเกม ยังคงใช้โหมดตื่นนอนเข้าเล่นเกม (การเข้าไปเล่นในโหมดตื่นนอนและโหมดนอนหลับนั้นใช้คนละเซิร์ฟเวอร์ ทั้งสองโหมดจะแต่ไม่สามารถติดต่อกันได้)

                หลังจากมาถึงพื้นที่เข้าเล่นเกม กดเลือกเกม ครั้งนี้ไม่มีแจ้งเตือนใดๆ เด้งขึ้นมา บนหน้าจอแสดงเพียงเมนูเกมที่สามารถเลือกได้ เช่นตัวเลือกทางสังคม รายชื่อเพื่อนสนิทและบัญชีดำ ยังมีคำแนะนำของเกมที่มากขึ้น ถ้าหากไม่เคยอ่านในเว็บก็สามารถเรียกดูในพื้นที่นี้ได้ หากคำนึงถึงความแตกต่างของเวลาแล้ว จะประหยัดเวลาไปได้เท่าหนึ่ง

                เฟิงปู้เจวี๋ยค้นหาชื่อในเกมของหวังทั่นจือ นำเพิ่มเข้าไปในรายชื่อเพื่อนของเขา จากนั้นก็ส่งคำชวนเข้าร่วมกลุ่มไป

                หลังจากหวังทั่นจือเข้าร่วมกลุ่ม หน้าจอข้างๆ เฟิงปู้เจวี๋ยก็มีรายชื่อกลุ่มเด้งขึ้นมา บนหน้าจอแสดงรายชื่อและระดับผู้เล่นในกลุ่มสองคน

เฟิงปุ้เจวี๋ย ระดับ 2

หวั่งทั่นจือ ระดับ 1

กรุณาเลือกรูปแบบเกมที่ต้องการให้กลุ่มเข้าไป

                มีสามตัวเลือกปรากฏขึ้นมาบนหน้าจอ แบ่งเป็น : โหมดฝึกซ้อมคนเดียว, โหมดฝึกซ้อมหลายคน และโหมดเล่นเดี่ยว (ธรรมดา) เนื่องด้วยพวกเขาสองคนมาเป็นกลุ่ม ดังนั้นโหมดที่เล่นเดี่ยวสองทั้งตัวเลือกนั้นจึงเป็นไอคอนสีเทาที่ไม่สามารถเลือกได้

                “พี่เจวี๋ย พวกเราคงเข้าเล่นได้แค่ ‘ฝึกซ้อมหลายคน’ แล้วล่ะ” หวังทั่นจือที่ตอนนี้สามารถสื่อสารกับเฟิงปู้เจวี๋ยผ่านหน้าจอสนทนาพูดขึ้น ที่พื้นที่เข้าเล่นเกมของเขาก็สามารถมองเห็นข้อความที่อยู่บนหน้าจอนี้เหมือนกัน แต่ว่าอำนาจในการกดเลือกตัวเลือกจะอยู่ในมือของหัวหน้ากลุ่ม

                “อืม...เข้าไปก่อนแล้วค่อยว่ากันใหม่” เฟิงปู้เจวี๋ยพูดพลางกดเลือกตัวเลือก

                โหมดที่ท่านเลือกคือโหมดฝึกซ้อมหลายคน กรุณายืนยัน

ยืนยันเรียบร้อย กำลังปรับการเชื่อมต่อคลื่นสมอง กำลังสร้างฉาก...

เริ่มต้นโอนย้าย กรุณารอสักครู่

            ลิฟต์ที่เฟิงปู้เจวี๋ยอยู่ก็เริ่มขยับอีกครั้งแล้ว รู้สึกว่ากำลังหล่นลงเหมือนเดิม

                เป็นเวลาเดียวกันกับที่ข้อความสั้นๆ ปรากฏขึ้นมาตรงหน้าของเขา พร้อมๆ กับเสียงแจ้งเตือนจากระบบ ท่านสามารถนำผู้เล่นท่านอื่นเข้ามาในฉากเดียวกันได้ ก่อนที่จะเพิ่มผู้เล่นเข้ามาในครั้งแรก กรุณาทำความเข้าใจเนื้อหาด้านล่างนี้ให้ถี่ถ้วน

            A.ภายใต้รูปแบบห้ามต่อสู้ การโจมตี ‘ผู้เล่นท่านอื่น’ ด้วยรูปแบบใดก็ตามจะถูกระบบจำกัดขอบเขตเอาไว้ เจตนาของท่านจะไม่เปลี่ยนไปเป็นการกระทำจริงของตัวละคร ภายใต้ฉากหรือรูปแบบต่อสู้ที่ผู้เล่นอาจจะทำให้เกิดขึ้น การโจมตี ‘สมาชิกในทีม’ ด้วยรูปแบบใดก็ตามจะถูกระบบจำกัดขอบเขตเอาไว้ เจตนาของท่านจะไม่เปลี่ยนไปเป็นการกระทำจริงของตัวละคร

B.ถ้อยคำใดๆ ที่ถูกระบบตัดสินว่าเป็นกลุ่มคำที่มีความละเอียดอ่อนจะถูกจำกัดเสียงไว้ ยกตัวอย่างเช่นชื่อของนักการเมือง คำหยาบ และชื่อของสัตว์ พืช หรือสิ่งของที่มีความหมายเฉพาะเจาะจง เป็นต้น

C.การตั้งใจใช้วิธีการใดๆ ที่เป็นการกระทำเพื่อโจมตีด้วยถ้อยคำแก่ผู้เล่น ไม่ว่าจะเป็นการทำปากช้าๆ ใช้สัญญาณมือ ใช้ตัวอักษร หรือวาดรูปเป็นต้น จะถูกระบบจำกัดขอบเขต เจตนาของผู้เล่นจะไม่เปลี่ยนไปเป็นการกระทำจริงของตัวละคร

D. การกระทำใดๆ ที่ถูกระบบตัดสินว่าเป็นการล่วงละเมิดทางเพศโดยไม่จำกัดเพศ รวมไปถึงจุดประสงค์ที่พยายามจะก่อให้เกิดเจตนาไปในทิศทางข้อ B หรือ C ล้วนจะถูกระบบจำกัดขอบเขตเอาไว้ เจตนาของผู้เล่นจะไม่เปลี่ยนไปเป็นการกระทำจริงของตัวละคร หากมีการพยายามลองทำซ้ำแล้วซ้ำเล่าจะถูกระบบบังคับให้ตัดการเชื่อมต่อ อีกทั้ง ID ผู้ใช้งานของผู้เล่นจะถูกระบบนำเข้าบัญชีดำอย่างถาวร กลายเป็นเป้าหมายที่ต้องให้ความระมัดระวังค่อนข้างสูง

E.การกระทำใดๆ ที่ถูกระบบตัดสินว่าเป็นการดูถูกเหยียดหยามจะถูกดำเนินการเช่นเดียวกับข้อ D หากผู้เล่นฝ่าฝืนกระทำผิดซ้ำในข้อ D และ E ชื่อผู้ใช้จะถูกลบอย่างถาวร และจะถูกระงับอำนาจในการใช้งานสินค้าของบริษัทเราผ่าน ID ผู้ใช้นั้นๆ ผู้ที่มีพฤติกรรมรุนแรง การกระทำภายในเกมจะถูกระบบบันทึกและส่งไปให้แผนกรักษาความสงบจัดการ กรุณาตรวจสอบรายละเอียดเกี่ยวกับข้อบังคับที่ได้รับและกฎหมายความปลอดภัยเครือข่ายอินเตอร์เน็ตสาธารณะ

ตรงนี้ต้องอธิบายสักหน่อย เฟิงปู้เจวี๋ยอาศัยอยู่ในปี 2055 ที่จักรวาลคู่ขนานแห่งหนึ่ง โลกที่เขาอาศัยอยู่ การล่วงละเมิดทางเพศและการดูถูกเหยียดหยามต่างๆ (ความพิกลพิการ ชนชาติเผ่าพันธุ์ โรคที่มีมาแต่เกิด เป็นต้น) จะถูกจับกุมในข้อหาที่ร้ายแรงพอๆ กัน อย่างหลังไม่ถึงกับตัดสินลงอาญา แต่ ID ผู้ใช้ของผู้กระทำผิดจะถูกเพิ่มเข้าไปในบัญชีดำขององค์กรและธุรกิจต่างๆ ส่วนอย่างแรกนั้นสามารถตัดสินลงอาญาได้แบบสบายๆ

เฟิงปู้เจวี๋ยเมื่อก่อนเคยเข้าไปเล่นเกมมาหลายเกม เกมรูปแบบที่ต้องเชื่อมต่อระบบประสาทที่ต้องสวมหมวกเล่นก็เคย โดยพื้นฐานล้วนจะเห็นข้อกำหนดที่คล้ายๆ กัน ประกอบกับการที่คลื่นสมองพัฒนาไปอย่างไม่หยุดยั้ง ปัญหาที่เหล่าผู้เล่นพบนับวันยิ่งน้อยลงเรื่อยๆ บอกได้เลยว่าการนำข้อห้ามสองรูปแบบนี้มาใช้เป็นการตัดไฟตั้งแต่ต้นลม

การโอนย้ายสำเร็จ ขณะนี้ท่านกำลังดำเนินกาโหมดฝึกซ้อมหลายคน

ภายใต้โหมดนี้ ไม่สนับสนุนการบรรยายฉาก ภารกิจ และเนื้อเรื่อง

เมื่อเสร็จสิ้นรูปแบบนี้จะได้รับเพียงแค่ค่าประสบการณ์ ไม่มีค่าทักษะ และเหรียญเกม

รูปแบบนี้จะไม่มีรางวัลสำเร็จภารกิจและรางวัลพิเศษจากการประเมินค่าความสยองขวัญ

เกมเริ่มขึ้นแล้ว

เมื่อฟังการแจ้งเตือนเสร็จ ประตูลิฟต์ก็เปิดออก เกือบจะเป็นเวลาเดียวกันกับ เสียงแปลกๆ ที่ทำให้รู้สึกหวาดกลัวดังขึ้นที่ข้างหูอีกครั้ง ครั้งนี้เป็นเสียงแหลมสูงของผู้ชาย “ยินดีต้อนรับเข้าสู่สวนสนุกสยองขวัญ” พูดเสร็จก็มีเสียงแสยะยิ้มที่น่าหวาดเสียวดังออกมาต่อ

ภาพภายนอกประตูลิฟต์เป็นทางเดินเส้นหนึ่งอีกแล้ว แต่ทางเดินเส้นนี้ดูแล้วกว้างมากๆ พื้นเป็นกระเบื้อง ผนังสองข้างล้วนทาด้วยสีขาว ที่ตรงกลางด้านหนึ่งมีประตูอยู่สามบานซึ่งตอนนี้ล้วนปิดหมด อุปกรณ์ให้ความสว่างบนเพดานก็ทำงานอย่างปกติ แสงไฟสว่างจ้า บรรยากาศภายในห้องตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นของน้ำยาฆ่าเชื้อ บวกกับโครงสร้างของสิ่งก่อสร้างนี้ มองดูก็รู้แล้วเป็นโรงพยาบาล

เฟิงปู้เจวี๋ยเดินออกจากลิฟต์ในทันที ประตูลิฟต์ด้านหลังเขาก็ปิดลงในเวลาไม่นาน จากนั้น ภาพลิฟต์ก็ค่อยๆ บิดเบี้ยวเลือนหายไปจนเปลี่ยนไปเป็นผนังในที่สุด เมื่อหันหัวกลับไป เขาเห็นที่ด้านหลังยังมีประตูลิฟต์อีกบาน คล้ายบานเดียวกันกับที่เขาเพิ่งจะเดินออกมาเมื่อสักครู่

เฟิงปู้เจวี๋ยเดินมาหน้าประตูบานนั้น ชะโงกหัวเข้าไปดูด้านใน ก็ได้ยินเสียง “อ๊า...” กรีดร้องออกมาก

“แกบ้าหรือไง?” เฟิงปู้เจวี๋ยถาม

หวังทั่นจือถอนหายใจ “เมื่อกี้ฉันตัดสินใจจะเดินออกไป จู่ๆ หัวของพี่ก็ยื่นออกมา ทำฉันตกใจหมดเลย”

“ฉันถามหน่อยได้ไหม เมื่อกี้ที่นายตกใจเพราะฉัน ค่าความสยองขวัญเท่าไหร่” เฟิงปู้เจวี๋ยแปลกมากจริงๆ

หวังทั่นจือได้ยินดังนั้นก็ไปเปิดดูเมนู ท่าทางของเขาที่เฟิงปู้เจวี๋ยมองเห็นเป็นแค่สายตาทั้งสองข้างไม่ได้เจาะจงไปที่ไหนเลย ผ่านไปไม่กี่วินาทีก็กลับมาเป็นเหมือนเดิมแล้ว

“ตอนนี้ฉันสงบลงแล้ว ค่าความสยองขวัญขยับขึ้นประมาณ 3%” หวังทั่นจือตอบ “แต่ว่าเมื่อกี้เพิ่มขึ้นสูงเท่าไหร่ ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน”

“อืม... จากช่วงเวลาการเพิ่มขึ้นของระดับค่าความสยองขวัญ แล้วก็ลดลงมาใช่ไหม...” เฟิงปู้เจวี๋ยพึมพำไปมา “ใช่แล้ว ช่องที่ค่าความสยองขวัญแสดงออกมาคือสีอะไร”

“โอ้... แสงสีแดง”

“อ๋อ ที่แท้ก็เป็นอย่างนี้”

“พี่เจวี๋ย โรคนั่นของพี่... หรือว่าตั้งแต่ต้นจนจบยังคงค่าความสยองขวัญไว้ที่ 0% หรือ” แน่นอนว่าหวังทั่นจือรู้เรื่องอาการป่วยของเฟิงปู้เจวี๋ย แต่ว่าเขาเป็นแค่นักศึกษาแพทย์ฝึกงานที่เพิ่งจะสำเร็จการศึกษาคนหนึ่ง โดยปกติแล้วไม่มีความสามารถเพียงพอต่อโรคนี้ เพราะว่าเขาคือนักศึกษาแพทย์จึงเข้าใจดีว่า โรคความกลัวของเฟิงปู้เจวี๋ยนั้นต้องดูกันที่โรคจริงๆ ถ้าโชคดีผ่านไปสามสิบปีก็อาจจะไม่เป็นอะไรเลย หากโชคไม่ดี จะจบเห่กันหมดภายในสามนาทีก็ไม่น่าแปลกใจ

“ใช่” เฟิงปู้เจวี๋ยตอบอย่างใจเย็น

“งั้นฉันคงต้องพึ่งพี่แล้ว... ถ้ามีเรื่องอะไรขึ้นมาพี่ต้องปกป้องฉัน” หวังทั่นจือบอก

เฟิงปู้เจวี๋ยไม่ได้ตอบอะไร เพียงแค่พูดว่า “เวลาเตรียมตัวก่อนที่จะเริ่มต้นภารกิจมีแค่สามนาที ถ้านายยังไม่ออกมาอีกจะถูกระบบบังคับให้ออกมาจากลิฟต์”

หวังทั่นจือได้ยินดังนั้นก็รีบก้าวเท้าเดินออกมา

ขณะที่ลิฟต์ยังหายไปไม่หมด เฟิงปู้เจวี๋ยก็หยิบก้อนหินออกมาจากกระเป๋าสัมภาระ แล้วส่งให้หวังทันจือ “ถือไว้ให้ดี แล้วเดินนำไปข้างหน้า”

หวังทั่นจือรับก้อนหิน เมื่ออ่านคุณสมบัติเสร็จ ปากก็กระตุกขึ้น “พี่เจวี๋ย...ถึงพี่จะเคยหยิบเจ้านี่มาใช้ในกระบวนการสอนผู้เล่นใหม่ แต่คงไม่ถึงกับเสียดายจนถึงกับต้องเก็บกลับมาที่พื้นที่เข้าเล่นเกมใช่ไหม...”

“นายอิจฉาเหรอ” เฟิงปู้เจวี๋ยถามกลับอย่างไม่อาย

หวังทั่นจือไม่พูดอะไร โยนก้อนหินทิ้ง แล้วถือโอกาสหยิบมีดปอกผลไม้ที่มีความยาวประมาณห้านิ้วออกมาจากกระเป๋า “อันนี้ของฉันคุณสมบัติค่อนข้างดี”

“ทำไมนายถึงมีอาวุธล่ะ!” เฟิงปู้เจวี๋ยตะโกนถาม ก่อนหน้านี้หวังทั่นจือโทรมาบอกว่าการประเมินผลค่าความสยองขวัญในกระบวนสอนการผู้เล่นใหม่ของเขาคือขวัญหนีดีฝ่อ หากอ้างอิงตามคำอธิบายในเว็บ ระดับนี้ไม่มีรางวัลพิเศษ

“ฉันเก็บได้ในภารกิจ” หวังทั่นจือบอก

เฟิงปู้เจวี๋ยพูด “ให้ฉันดูก่อน”

หวังทั่นจือยักไหล่ แล้วส่งมีดให้

ชื่อสกุล : มีดปอกผลไม้

ประเภท : อาวุธ

คุณภาพ : ชำรุดทรุดโทรม

พลังโจมตี : ค่อนข้างน้อย

คุณสมบัติพิเศษ : ไม่มี

ประสิทธิภาพพิเศษ : ไม่มี

สามารถนำออกจากภารกิจนี้ได้หรือไม่ : ได้

หมายเหตุ : อย่างน้อยๆ ก็เป็นของมีคม

เฟิงปู้เจวี๋ยคืนมีดให้หวังทั่นจือ พลางโอดครวญ “ดีจริงๆ ของที่ฉันเก็บได้ในภารกิจนั้นเอาออกมาไม่ได้ทั้งหมดเลย”

“แล้วหินก้อนนั้นคือ...”

“รางวัลที่ได้หลังจากการสรุปผล” เฟิงปู้เจวี๋ยพูด “กลัวแล้วล่ะสิ”

“อือ...”

“นำทาง!”

หวังทั่นจือไม่มีทางเลือก จึงได้แต่ถือมีดไว้แล้วเดินไปข้างหน้า

ตั้งแต่เริ่มเข้ามาเล่นเกมนี้ เขาก็รู้สึกกลัวอยู่ภายในใจ เขาเป็นแค่ ‘คนธรรมดา’ คนธรรมดาที่แม้ว่าทุกๆ วันจะโอ้อวดกับคนอื่นว่าตนเองมีความกล้ามากขนาดไหน ขณะที่เล่นเกมแนวสยองขวัญ ไม่มีสักคนเลยที่ไม่กลัว ความกลัวนั้นเป็นปฏิกิริยาปกติ ยิ่งเกมจิงส่งเล่อหยวนนั้นยังเป็นเกมที่เชื่อมต่อกับระบบประสาทด้วยแล้ว ความรู้สึกหวาดกลัวที่เกิดขึ้นอย่างใกล้ชิดยิ่งสมจริง

ด้านหน้าของพวกเขายี่สิบกว่าเมตรมีทางเลี้ยว ตลอดทางมีประตูห้องทั้งหมดสามบาน ทั้งหมดล้วนอยู่ด้านขวามือ ด้านซ้ายมือเป็นผนังไม่มีอะไรเลย บนผนังนั่นโล่งหมด พวกข่าวสารทางการแพทย์ แผนที่ชั้น หรืออย่างน้อยก็ต้องมีข้อมูลความรู้สุขภาพดีที่โรงพยาบาลปกติจะติดไว้ แต่นี่ไม่มีเลยสักแผ่น

ทั้งสองคนเดินไปได้ห้าหกเมตรยังไม่ผ่านประตูบานแรก ทันใดนั้นก็ได้ยินเสียงหัวเราะแปลกประหลาดคล้ายกับเสียงของเด็กผู้หญิงดังขึ้น ต่อมาที่บนผนังสีขาวด้านซ้ายของพวกเขา ก็ปรากฏรอยฝ่ามือเปื้อนเลือดขึ้นนับไม่ถ้วน แปะไว้อยู่เกือบจะทั้งผนัง ลามตรงไปถึงปลายสุดทางเดิน

เป็นเวลาเดียวกับที่สองคนเห็นเงาดำวูบวาบอยู่ตรงที่ไกลๆ แล้วหายเข้าไปในทางเลี้ยวนั่น


ความคิดเห็น