พฤษภา (Pruesapha)

ขอบคุณสำหรับการติดตามน้า #ด้วยรัก #พฤษภา <3

[ธรรม x กรีน] : มนุษย์ร่ม(ทุกข์)

ชื่อตอน : [ธรรม x กรีน] : มนุษย์ร่ม(ทุกข์)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.7k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ก.ค. 2561 13:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
[ธรรม x กรีน] : มนุษย์ร่ม(ทุกข์)
แบบอักษร

[ธรรม x กรีน]

มนุษย์ร่ม(ทุกข์)

He looks kidda dodgy to me.

PART กรีน

‘กรีนอยู่กับธรรมก่อนนะ เดี๋ยวเราไปซื้อยาแป๊บนึง’  


ไม่ทันจะได้ทักท้วงว่าเดี๋ยวจะเป็นคนอาสาไปให้เอง กันต์ก็วิ่งหายไปหลังอาคารแล้ว ทิ้งให้ผมอยู่กับพ่อนักกีฬาตัวยักษ์อวดเก่งที่นั่งนิ่วหน้าเพราะว่าขาแพลงจากการเตะฟุตบอล อยากจะสมน้ำหน้าอยู่หรอก บ้าพลังเล่นแรงขนาดนั้น ไม่แปลกเลยที่จะต้องตกอยู่ในสภาพกึ่งพิการแบบนี้ นี่ถ้ากันต์ไม่บอกให้ผมอยู่นะ อย่าหวังเลยว่าผมจะยอมนั่งแหมะอยู่ตรงนี้


ถุงน้ำแข็งที่เริ่มละลายไปบ้างซึ่งเพื่อนอีกคนวางตั้งเอาไว้ ทำให้ผมฉุกคิดขึ้นได้ว่าอย่างน้อยก็มีเรื่องบางอย่างที่ผมควรจะทำในฐานะเพื่อนมนุษย์คนหนึ่ง ย้ำว่าเพื่อนมนุษย์คนหนึ่ง ต้องทิ้งอคติและความไม่ชอบขี้หน้าส่วนตัวเอาไว้เบื้องหลัง


“ยังเจ็บอยู่หรือเปล่า” ผมถามคนตัวสูงที่นั่งเหยียดขาอยู่บนอัฒจรรย์ข้างสนามกีฬากลางด้วยน้ำเสียงที่พยายามปรับให้เป็นปกติแบบที่คนทั่วไปคุยกัน ทั้งๆที่เราสองคนต่างรู้ดีกว่าปกติไม่อาจพูดจาดีๆกันได้ด้วยซ้ำ


“ไม่”


“งั้นไม่ต้องประคบแล้วนะ” เมื่ออีกฝ่ายตอบมาตรงๆแบบนั้นก็ไม่จำเป็นที่ผมจะต้องนั่งเอาถุงน้ำแข็งคอยประคบที่ข้อเท้าคนไม่เจ็บเหมือนที่กันต์นั่งทำตั้งหลายนาที


“ไม่เจ็บแต่ปวด”


“กวนประสาทให้มันน้อยๆ หน่อย” ผมหันขวับไปมอง นายนี่ชอบทำให้ผมรู้สึกหัวร้อนอยู่ตลอดเวลา ไม่ชอบเอามากๆกับคำพูดที่ดูกวนโอ้ยทำให้คนฟังเขารู้สึกหงุดหงิด


“ไม่ได้กวน ก็มันปวดแต่ไม่ได้เจ็บ” ร่างสูงว่าพลางทำลอยหน้าลอยตา 


“ต่างกันตรงไหน”


“ต่างดิ ปวดใจกับเจ็บใจยังไม่เหมือนกันเลย”


“เอาที่นายสบายใจเลย จะปวดหรือจะเจ็บก็ตามใจ” ผมบอกคนที่นั่งยิ้มอารมณ์ดีเกินเหตุ ก่อนจะกดถุงน้ำแข็งลงตรงตาตุ่มอย่างแรงข้อเท้าอย่างแรง จะได้รู้กันไปว่าตกลงเจ็บหรือไม่เจ็บ 


“เจ็บ”


“ไหนบอกว่าไม่เจ็บ” ผมแอบกลั้นขำในระหว่างพูดเพราะเห็นคนที่อวดเก่งว่าไม่เจ็บร้องอุทานเสียงดังลั่น ซึ่งการที่ผมแสดงออกมาแบบนั้นดูเหมือนจะทำให้เจ้าตัวไม่ค่อยสบอารมณ์เท่าไหร่ถึงได้ส่งสายตาดุใส่ผม


“..................”


แล้วใครจะสนกันเล่า ไม่ใช่เรื่องที่ผมต้องมาสนใจว่าหมอนี่จะพอใจหรือไม่พอใจ


หลายนาทีแล้วนะเนี่ย ทำไมกันต์ไปซื้อยานานจัง ผมหันมองซ้าย ขวา หน้า หลัง ก็ยังไม่เห็นวี่แววเพื่อนอีกคน นี่จะทิ้งให้ผมอยู่กับเจ้ายักษ์กวนประสาทอีกนานแค่ไหนกัน แค่นาทีเดียวก็อึดอัดจะแย่อยู่แล้ว


“เขียว”


“เขียว”


“หยุดเรียกเราว่าเขียวเสียที เราชื่อกรีน” ผมลุกขึ้นยืนเท้าสะเอวและมองหน้าไอคนที่นั่งอยู่ด้วยดวงตาที่ฉายแววไม่โอเคกับสรรพนามที่ใช้เรียกแทนชื่อของผมซึ่งไม่เหมือนคนอื่นๆ ทว่าอีกฝ่ายกลับตอบสนองแค่ยิ้มมุมปากแล้วยักคิ้วให้หนึ่งครั้ง แล้วจะไม่ให้ผมคิดว่าหมอนี่ชอบกวนประสาทได้ยังไงกัน เห็นหน้านิ่งๆ ดูภายนอกไม่มีพิษภัย แต่ถ้าใครได้รู้จักจะต้องร้องยี้กันทุกคน 


“ก็กรีนแปลว่าเขียว”


“ไม่ต้องแปล” 


“ไม่แปลก็ไม่แปล นี่หยิบน้ำให้หน่อย” 


“หยิบเอง” ผมเหลือบมองสิ่งที่อีกคนต้องการ แต่ก็ปฏิเสธที่จะให้ความช่วยเหลือ ลำพังไปไม่แสดงความก้าวร้าวด้วยการเตะขวดน้ำให้ปลิวไปตกที่กลางสนามก็บุญเท่าไหร่แล้ว


“เอื้อมไม่ถึง” ร่างสูงทำท่าทางพยายามจะคว้าขวดน้ำซึ่งแน่นอนว่าเอื้อมให้ตายก็ไม่ถึงเพราะมันตั้งอยู่ห่างเกือบหนึ่งช่วงตัว ตอนแรกผมก็ยืนกรานทำเป็นนิ่งไม่สนใจ แต่พอเห็นนายนั่นขยับตัวเพื่อจะหยิบขวดน้ำให้ได้ซึ่งก็เสี่ยงต่อการจะหน้าคว่ำลงไปนอนกองกับพื้นจนขาได้พลิกอีกข้างก็อดที่จะเข้าไปให้ความช่วยเหลือไม่ได้ ผมพรูลมหายใจยาวด้วยความเหนื่อยหน่าย ก่อนจะก้มหยิบขวดน้ำและส่งให้อีกคนโดยไม่คิดจะมองหน้า


“ขอบใจ”


"อืม"





ห้านาทีต่อมา ห้วงเวลาที่ผมรอคอยก็มาถึง เพราะกันต์เดินกลับมาพร้อมถุงยาในมือ


“ไม่ใช้ครีมนวดเหรอ” ผมถามกันต์ด้วยความสงสัยเมื่อเห็นอีกฝ่ายหยิบผ้ายืดๆ มาพันที่ข้อเท้าของมนุษย์ร่มทุกข์ โดยไม่ทาครีมนวดคลายกล้ามเนื้อ


“ครีมนวดอาจกระตุ้นให้บวมมากขึ้น ใช้ผ้าพันก็พอ”


“อ่อๆ” ผมพยักหน้ารับรู้


“หัดรู้ซะบ้าง” 


“ใครเขาพูดกับนาย”


ไม่พูดก็ไม่มีใครหาว่าเป็นใบ้หรอก เหอะ!


“สองคนนี้นี่นะ ทะเลาะกันได้ทุกที” กันต์เงยหน้าขึ้นมองผมสลับกับอีกคน ก่อนจะก้มลงปฐมพยาบาลด้วยความชำนาญ ส่วนผมกับนายนั่นไม่ต้องพูดถึงส่งสายตาฟาดฟันจนจะประหัตประหารกันอยู่แล้ว


--

“พยุงนายนี่เนี่ยนะ” ผมทำหน้าไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่กันต์พูด ให้ผมหิ้วปีกนายร่มทุกข์?


“ใช่ๆ ธรรมเดินไม่ไหวหรอก” กันต์พูดด้วยน้ำเสียงเรียบปกติ แถมยังมองมาที่ผมด้วยความสงสัยว่ามีอะไรผิดปกติเกิดขึ้นหรือเปล่า  มันผิดปกติมาก นายก็น่าจะรู้นี่ว่าผมกับไอคนตัวใหญ่นี่ไม่ค่อยจะถูกโรคกัน 


‘เดินไม่ไหว ก็คลานไปสิ’ 

ผมแอบคิดในใจและหวังจะให้มันเป็นเช่นนั้นด้วย ทว่าสุดท้ายสิ่งที่ทำออกไปก็ได้แค่พยักหน้าและขยับเข้าไปช่วยกันต์แบบไม่ค่อยจะเต็มใจนัก


ท่อนแขนยักษ์ด้านซ้ายของนายร่มทุกข์วางบนลาดไหล่ของผม ส่วนอีกด้านวางบนไหล่ของกันต์ ด้วยข้อเท้าขวาเป็นข้างที่ได้รับบาดเจ็บ นายนี่เลยลงน้ำหนักที่ข้างนั้นได้ไม่มาก เลยกลายเป็นว่าน้ำหนักมากกว่าครึ่งของร่างกำยำทิ้งมาทางด้านซ้าย ซึ่งเป็นด้านที่ผมกำลังรับภาระอยู่ในตอนนี้


จะเอนตัวอะไรนักหนา...คนช่วยพยุงจะล้มอยู่แล้วเนี่ย ผมบ่นอุบอิบอยู่ในใจซ้ำไปซ้ำมา


ตัวก็หนักอย่างกับช้าง เหอๆ


กว่าผมและกันต์จะหิ้วปีกนายร่มทุกข์มาถึงที่ลานจอดรถด้านหลังสนามกีฬา ก็ทำเอาทุลักทุเลพอสมควรและใช้เวลานานมากด้วย 


"รถธรรมคันไหน" กันต์ถามคนเจ็บ ซึ่งนายนั่นก็บุ้ยปากไปยังรถคันหรูที่จอดโดดเด่นท่ามกลางรถคนอื่นๆ ผมมองตามก็พอจะสรุปในใจได้ว่านายนี่บ้านรวย รวยแต่เงิน ส่วนอย่างอื่นน่ะจนและแห้งแล้วมาก โดยเฉพาะเรื่องมารยาทและมนุษยสัมพันธ์ในการเข้าสังคม


"แล้วจะขับไหวเหรอ"


"ไม่น่าจะไหว" เจ้าของรถส่ายหน้า ก้มมองข้อเท้าตัวเองด้วยสีหน้าไม่ค่อยสู้ดี 


"เอาไงดี เราขับรถไม่เป็นซะด้วย" กันต์ทำท่าครุ่นคิด และหันมาที่ผมเหมือนจะถามความคิดเห็น


"บ้านอยู่ไกลหรือเปล่า?" ผมเลยหันไปถามนายร่มทุกข์ที่ยืนเกาะอยู่ข้างรถ


"สิบนาทีถึง"


"โอเค"


--

บรื้นนน~

"ไม่คิดว่ากรีนจะขับรถเป็น" กันต์ซึ่งนั่งอยู่เบาะหลังชะโงกหน้ามาถามผมด้วยแววตาตื่นเต้น ส่วนเจ้าของรถที่กลายเป็นคนนั่งข้างได้แต่นั่งเล่นเกมโทรศัพท์โดยไม่สนใจอะไรทั้งนั้น แม้แต่สภาพขาเดี้ยงของตัวเองก็คงไม่ลืมไปแล้วมั้งว่าเจ็บจนต้องเป็นภาระคนอื่นเขไปทั่ว


"เพิ่งสอบใบขับขี่ผ่านอาทิตย์ที่แล้วนี่เอง" ผมยิ้มแห้งๆ พลางเกาหัวด้วยความขัดเขินเล็กน้อย เอาจริงๆ ไม่ค่อยมั่นใจเท่าไหร่หรอกที่ขับอยู่เนี่ย แต่ถ้าพิจารณาจากทั้งสามคน ก็คิดว่าตัวเองน่าจะพร้อมที่สุด เพราะจะให้นายร่มทุกข์ขับในสภาพแบบนี้ก็คงไปไม่ถึงไหน ส่วนกันต์ยิ่งแล้วใหญ่ไม่เคยแตะพวงมาลัยรถเลยมั้ง 


"งั้นขับ 40 ก็พอมั้ง" กันต์ที่ดูเหมือนไม่มั่นใจในความปลอดภัยแอบกระซิบข้างหูผม ผมที่ได้ยินก็อดที่จะขำไม่ได้ 


เมื่อมาถึงคอนโดของนายตัวยักษ์

ผมหิ้วปีกนายมนุษย์ร่มทุกข์เข้ามาในลิฟต์แค่เพียงลำพัง เพราะกันต์มีสายเข้าจากหมอติณแฟนหนุ่มก็เลยขอตัวรออยู่ที่ล็อบบี้


"ชั้นไหน" ผมถามคนตัวสูงด้านข้างที่เปลี่ยนจุดยึดเกาะจากไหล่ผมเป็นผนังลิฟต์แทน


"เก้า"

ผมกดปุ่มตามที่อีกคนว่า ก่อนจะหันไปมองแว๊บนึงเพื่อดูว่าคนเจ็บยังไม่ล้มลงไปกองกับพื้น อีกฝ่ายเลิกคิ้วใส่ผมเหมือนสงสัยว่าผมมองอะไนนักหนา คือไม่ได้อยากมองเท่าไหร่หรอก แต่กันต์ฝากมาไงว่าให้ดูแลให้ดี เกิดล้มขาพลิกซ้ำขึ้นมาอาการจะหนักกว่าเก่า เมื่อลิฟต์เลื่อนขึ้นมาถึงชั้นเก้าผมก็พยุงคนตัวใหญ่มาที่หน้าห้องพัก


909 เลขสวยหนิ


ทันทีที่เปิดประตูห้องเข้าไป ผมก็ต้องอึ้งและทึ่งกับสภาพด้านในที่ปรากฏต่อสายตา


"นี่ห้องพักหรือหลุมเก็บขยะ"


ให้ตายเถอะ ทำไมถึงรกได้ขนาดนี้ ใครมันจะกล้าเข้าไปเหยียบกันเล่า เกิดงูเลื้อยเข้ามาฉกหรือหนูวิ่งไต่ขึ้นขาใครจะรับผิดชอบ


"อย่าเยอะ" มนุษย์ร่มทุกข์พูดเสียงระอา ก่อนจะใช้มือที่ยังใช้งานได้ดีผลักเข้าที่หน้าผากของผม 


"น้อยไปเถอะ" ผมแยกเขี้ยวใส่คนที่แตะเนื้อต้องตัวคนอื่นโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนจะพยุงร่างสูงมานั่งตรงโซฟาซึ่งมีเสื้อผ้าวางพาดอยู่เป็นจำนวนมาก


นี่มันโซฟา หรือ ราวตากผ้า


"อยู่ได้ยังไงกัน" 


"พูดมาก"


"เรื่องของเรา" 


"กลับละ" ผมบอกเจ้าของห้องที่ยกขาข้างที่เจ็บพาดวางบนโต๊ะด้วยน้ำเสียงเรียบๆ ก่อนจะหมุนตัวเพื่อออกจากห้อง ทว่า


"ช่วยพยุงเข้าห้องหน่อย"


"คลานไปเองสิ" 


"เร็วๆ เขียว"


"กรีน" ผมย้ำชื่อที่ถูกต้อง


"กรีนก็กรีน ช่วยพยุงหน่อย"

ผมถอนหายใจรอบที่ร้อยในวันนี้ตั้งแต่เจอกับนายร่มทุกข์ ก่อนจะเข้าไปหิ้วปีกและพาเข้าไปในห้อง สภาพข้างในไม่ต่างกับข้างนอก รกพอกัน


"ขอบใจ"


"อืม" ผมพยักหน้าก่อนจะก้าวเดินออกจากห้องของนายนี่อย่างรวดเร็วเท่าที่จะทำได้


PART ธรรม

ผมมองตามร่างบอบบางของคุณหนูลูกท่านรัฐมนตรีแล้วก็ต้องส่ายหน้าเบาๆ กับท่าท่างปั้นปึ่งและบ่นนู่นบ่นนี่ตลอดเวลา ไม่รู้จักเหน็ดจักเหนื่อย


"หนวกหูชะมัด"


END PART


TBC.

+++++++++++++++

\

​#อะไรกันสองคนนี้ หืม???


สวัสดีวันหยุดนะคะรีดเดอร์ทุกคน สำหรับตอนนี้เป็นตอนพิเศษของคู่รอง (ธรรม-กรีน)

อย่างที่เคยบอกเอาไว้ว่าจะไม่รวมในตอนของคู่หลัก เพราะไม่อยากให้จำนวนตอนมันพุ่งเกินไป


ด้วยรัก #พฤษภา


ช่องทางการติดต่อไรท์

twitter : @nat_audy@nat_audy

FB Fanpage : พฤษภา Pruesaphaพฤษภา Pruesapha

CUT Scene : Pruesapha.wordpress.comPruesapha's blog

** ไม่ต้องจุดธูปนะคะ**


ขอบคุณภาพจาก

dyuntp & greenkungz ig

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น