only_offgun

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : OS: A cigarette or Me ?

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.2k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 24 มี.ค. 2561 22:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
OS: A cigarette or Me ?
แบบอักษร

เสียงพูดคุยหยอกล้อดังทั่วออฟฟิศชั้นสามสิบอย่างที่เป็นอยู่ทุกวัน การได้อยู่ท่ามกลางคนกลุ่มใหญ่ที่มักจะสรรหามุขตลกหรือเรื่องเล่าสนุกๆมาพูดคุยกัน คือสิ่งที่อรรถพันธ์ชอบ แต่ก็ยังชอบน้อยกว่าการได้นั่งหัวเราะขบขันอยู่บนตักของคนที่กำลังโอบเอวเขาไว้หลวมๆอย่างตอนนี้



“แล้วคู่นี้มันยังไงห้ะ เก้าอี้มีเยอะแยะไม่รู้จักนั่ง ต้องมานั่งซ้อนนั่งทับกัน แม่รับไม่ได้”



ความสนใจทั้งหมดกลับมาที่เขาสองคนทันทีที่ก็อตจิ หรือ แม่ก็อตจิ เอ่ยแซวแกมหยอกล้อ ตามด้วยเสียงโห่แซวของคนอื่นๆจากทั่วทิศทาง



คนบนตักยิ้มเขิน แต่ก็ยังพยามเถียงเพื่อแก้ตัวกับคำพูดหยอกล้อนั้น ขณะที่อีกคนทำเพียงยกยิ้มมุมปาก แล้วเพิ่มแรงโอบกระชับรอบเอวคอดให้แนบชิดขึ้นอีก



“นี่ก็กอดไม่ปล่อยเลยเว้ย”



“ก็เดี๋ยวน้องมันตก”



“หรอออฟหรออ”



ไม่มีคำตอบใดๆต่อบทสนทนานั้น กันหันมองคนด้านหลังแล้วส่ายหน้าน้อยๆ เชิงว่าเขานั้นแก้ตัวไม่ได้เรื่องเอาซะเลย



เสียงโห่ฮาดึงความสนใจจากทั้งคู่ได้อีกครั้ง



...แต่ไม่หรอก



เราแค่แกล้งทำเป็นสนใจต่างหากล่ะ



“แล้ววันนั้นอีบอยฮามากมึง แม่งเมาแล้วจะปีนขึ้นโต๊ะให้ได้”



เสียงใสหัวเราะผสมโรงกับพี่ๆ แต่ร่างกายกลับกำลังโฟกัสอยู่กับฝ่ามือร้อนๆที่มุดหายเข้ามาภายในเสื้อยืดตัวโคร่ง และขยับลูบไล้หน้าท้องพอให้วาบหวิวเล่น



มือเล็กพยายามคว้าจับฝ่ามือซุกซนของอีกคน แล้วสุดท้ายก็ได้มันมากุมไว้ในที่สุด



ปากอิ่มยกยิ้มเมื่อฝ่ามือใหญ่เข้าสอดประสานเติมเต็มช่องว่างระหว่างนิ้วมือของตน และเลือกที่จะกระชับมันไว้อย่างนั้น



การกระทำที่ปราศจากบทสนทนาระหว่างกัน แต่กลับทำให้หัวใจสองดวงเต้นแรง



จนเผลอคิดไปว่า



...เราได้ความรักนี้มาครอบครองแล้วอย่างสมบูรณ์



แต่ไม่ใช่เลย...



“ออฟ”



เสียงหญิงสาวที่ผ่าขึ้นกลางวงทำให้บทสนทนาทั้งหมดหยุดลง



...รวมถึงความอุ่นจากฝ่ามือที่หายไปพร้อมกัน



ใจหายเมื่อความว่างเปล่าเข้าปะทะฝ่ามือ ความวูบโหว่งในใจผลักดันให้ต้องลุกออกจากตักของอีกคน เพื่อพาตัวเองออกไปจากสถานการณ์ชวนอึดอัดนี้เสียที



“เย็นนี้ไปกินข้าวที่บ้านนะ แม่อยากเจออ่ะ”



ไม่อยากรอฟังคำตอบ จึงเลือกที่จะหันหลังเดินออกไป แต่กลับต้องหยุดอยู่ที่เดิมเมื่อฝ่ามืออุ่นเข้าสอดประสานอีกครั้ง ต่างกันที่ครั้งนี้มีสายตากว่าสิบคู่เห็นมัน และหนึ่งในนั้นคือคนที่ไม่ควรเห็นมันมากที่สุด



“โทษทีว่ะ เราคงไปไม่ได้อ่ะ”



“ไม่ว่างหรอ จริงๆไปพรุ่งนี้ก็ได้นะ”



ความเงียบเข้าปกคลุมในชั่วระยะหนึ่ง ก่อนที่เสียงถอนหายใจหนักๆของคนโดนถามจะทำลายมัน ใบหน้าหงุดหงิดฉายชัดจนกันต้องหันไปลูบแขนเบาๆหวังให้อีกคนอารมเย็นลงหน่อย



“เปล่า เราว่าง”



“อ้าว งั้นก็ไปด้ะ...”



“แต่เราแค่ไม่อยากไง จบนะ”



กันเผลอสูดลมหายใจเข้าแรงๆกับคำตอบชวนให้หน้าชานั้น ก่อนจะโดนมือที่ยังคงกอบกุมอยู่กระชากให้เดินออกไปด้วยกัน จึงทำได้เพียงหันมาผงกหัวสองสามครั้งเพื่อลาและขอโทษทุกคน



...โดยเฉพาะเธอคนนั้น


.


.


.



ควันสีขาวถูกพ่นออกจากปากแรงๆตามอารมที่ยังคงคุกกรุ่น นิโคตินแท่งสั้นจะถูกอัดเข้าปอดเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่อีกคนจะใช้ปลายเท้าขยี้มัน



“เครียดหรอ”



“เปล่า แค่หงุดหงิด”



ตอบพลางคาบมวนใหม่แล้วยกไฟแช็คขึ้นจุด กันมองภาพนั้นนิ่ง ก่อนจะขยับตัวไปคว้ามันมาคาบไว้เสียเอง



Mevius option คือกลิ่นที่เขาชอบ เม็ดบีสเล็กๆตรงส่วนปลายถูกบีบแตก ออกแรงดูดเพื่อรับเอากลิ่นหอมมินต์และความเย็นให้แผ่ซ่านทั่วโพรงปาก หลับตาเพื่อปล่อยอารมให้ผ่อนคลายไปกับกลิ่นหอมอ่อนๆนั้น พลางขยับตัวพิงผนังซอกตึกที่เปรียบเสมือนเป็นสถานที่ลับของเขาสองคน พลางปล่อยให้กลุ่มควันล่องลอยออกไปพร้อมจังหวะลมหายใจออก



“ปกติดูดแบบร้อนไม่ใช่หรอ”



“ก็เปลี่ยนแล้วไง”



“ติดใจแบบเย็นรึไง”



“ตอนแรกก็คิดงั้นเลยซื้อมาลอง...” ตอบพลางขยับกายเข้าแนบชิด แขนข้างหนึ่งยันผนังเพื่อกักบริเวณอีกคนไว้ในอ้อมแขน โน้มใบหน้าลงชิดริมฝีปากอิ่มตึงพลางกระซิบตอบ



“ถึงได้รู้ว่ากูติดใจรสชาติของมัน...ในปากมึงมากกว่า”



เผลอยกยิ้มหลังได้รับคำตอบนั้น นิ้วชี้ถูกส่งไปแนบริมฝีปากคนตรงหน้าเชิงห้ามปรามเมื่ออีกคนทำท้าจะโน้มลงมาจูบ แววตาสับสนสบเข้ากับตาแววใสที่จ้องมองกลับมาอย่างท้าทาย



ก่อนจะถูกเฉลยเมื่อคนตัวเล็กยกมวนบุหรี่ขึ้นสูดเข้าปอดแรงๆอีกครั้ง แล้วทิ้งไปอย่างไม่ใยดี ก่อนจะคว้าคออีกคนลงมาแล้วประกบริมฝีปากลงไป



จูบรสมินต์ดำเนินไปอย่างเชื่องช้า ควันสีขาวลอยออกมาทุกครั้งที่ปลายลิ้นถูกป้อนเข้าปากกันและกัน นิโคตินที่ไหลวนอยู่ในกระแสเลือดบวกกับรสสัมผัสจากคนครงหน้ายิ่งทำให้รสจูบเต็มไปด้วยความรู้สึกมัวเมาและลุ่มหลง


ความเย็นจากโพรงปาก ตัดกับปลายลิ้นร้อนที่เกี่ยวกระหวัดกันไปมา ยิ่งทำให้อารมพลุ่งพล่านเกินจะควบคุม จึงไม่น่าแปลกใจเท่าใดนักหากเสียงของความดูดดื่มครั้งนี้จะดังไปทั่วบริเวณ



“อื้อ..อืมมม..แฮ่ก...พอก่อน”



ฝ่ามือทาบทับลงตรงอกพี่ ออกแรงดันเบาๆให้อีกคนยอดปล่อยลมหายใจตนให้เป็นอิสระ กลิ่นหอมเย็นๆยังชัดเจนในความรู้สึก อาจเป็นเพราะลมหายใจร้อนๆของอีกคนยังคงรดรินอยู่ใกล้ๆไม่ยอมห่าง



บุหรี่ถูกละความสนใจไปแล้ว อาจเพราะความขุ่นมัวในใจจางหายไปพร้อมกับควันขาวๆเหล่านั้น ออฟรู้ดีว่ามันไม่ได้เป็นเพราะสิ่งที่เขาพึ่งสูดอัดเข้าปอดไปแต่อย่างใด แต่มันเป็นเพราะความนุ่มหยุ่นที่เขากำลังดูดเม้มอยู่ตอนนี้ต่างหาก



“โอเคขึ้นรึยัง”



“เรื่องอะไร”



“เรื่องเค้าไง”



ออฟส่ายหน้าพลางกดจูบหนักๆที่ปากอูมๆนั้นอย่างหมันเขี้ยวจนเกิดเสียงดังให้ได้ยิน



“กูไม่เคยคิดเรื่องเค้าเวลาอยู่กับมึง”



“งั้นแปลว่าป่าปี๊จะคิดเรื่องเค้าถ้าไม่ได้อยู่กับกัน”



“ทำไม ไม่อยากให้กูคิดถึงเค้ารึไง”



เลิกคิ้วถามกวนๆพลางลดมือลงมาโอบเอวเล็กอย่างทำชอบทำเป็นประจำ



“อืม” ตอบพลางใช้ปลายนิ้วขยับไล้แผ่นอกก่อนจะยกขึ้นมาโอบรอบลำคอแกร่งไว้หลวมๆ



“ชักอย่างได้ขึ้นมาจริงๆแล้วสิ ทำไงดีล่ะ”



ออฟหลุดหัวเราะในลำคอให้กับคำพูดเอาแต่ใจนั้น เด็กคนนี้มันร้ายแค่ไหนเขาคือคนที่รู้ดีที่สุด ตาใสช้อนมองมาอย่างไร้เดียงสา ขัดกับคำตอบร้ายๆนั้นเสียเหลือเกิน



กันเป็นเด็กที่น่าค้นหา ยอมรับว่าตอนแรกแค่นึกสนุกด้วยไม่เคยเจอใครร้ายตาใสได้ขนาดนี้ ยอมลดระยะห่าง จนเผลอเดินเข้าสู่วังวนที่อีกคนสร้าง ยิ่งค้นหายิ่งมัวเมาและลุ่มหลง ยอมปล่อยให้ตัวเองติดอยู่ในวังวนเพียงเพื่อให้ได้เสพย์สมร่างกายนี้แต่เพียงผู้เดียว



“กูก็เป็นของมึงอยู่แล้ว ให้ยืนยันตอนนี้ยังได้”



พูดพลางไล้ปลายจมูกลงบนลำคอขาว ขณะที่อีกคนเอียงคอรับเปิดทางให้เป็นอย่างดี



“ไม่ใช่แค่ตรงนี้สิ” มือเล็กขยับลงสัมผัสส่วนกลางกายแรงๆก่อนจะนวดคลึงเบาๆจนอีกคนร้องซี๊ดออกมา ก่อนจะยกมือกลับขึ้นมากดชี้ลงตรงกลางอก “กันอยากได้ตรงนี้ด้วย”



คำพูดเอาแต่ใจที่ตนใช้กับอีกคนอยู่เสมอถูกส่งออกไปอย่างเช่นทุกครั้ง ออฟยกยิ้มให้กับการกระทำที่แสนเอาแต่ใจนั้น



...หลงรักเด็กร้ายกาจคนนี้เข้าเต็มๆเลยว่ะ



“ให้ไปแล้ว”



“โกหก”



“ทำไมถึงคิดว่ากูโกหก”



“...”



“เพราะกูยังคบกับเค้าหรอ”



คนถามไม่รอคำตอบ กลับยกมือขึ้นเชยคางคนตรงหน้าให้แหงนขึ้นรับจูบหวานล้ำอย่างที่ไม่เคยทำให้ใครมาก่อน แม้แต่กับคนตรงหน้า



นี่คือครั้งแรก



และเขาเลือกใช้มันเพื่อแทนความรู้สึกทั้งหมดที่มี



ออฟถอนจูบออกมาอย่างอ้อยอิง แต่ก็ยังไล่ขบเม้มคลอเคลียกลิ่นหอมจางๆของอีกคนอยู่ไม่ห่าง เสียงรอบตัวเงียบสงัดจนได้ยินเสียงหอบหายใจของคนในอ้อมแขนดังชัดเจนในความรู้สึก



“ขอเวลาอีกหน่อย”



“อีกซักกี่ปีดีล่ะ”



“อย่าประชดกูหน่ากัน”



“หึ”



บรรยากาศแสนหวานถูกทำลายลง ออฟผละตัวออกมาพิงกำแพงอีกฝั่ง จ้องมองคนตรงหน้านิ่งๆ ก่อนที่กลุ่มควันสีขาวลอยล่องออกจากปากคนตัวสูงอีกครั้ง



“จะให้กูทำไง”



“ไปเลิกกับเค้าซะสิ”



“ถ้ามันง่ายขนาดนั้นกูทำไปนานแล้วกัน”



“แล้วอะไรที่มันยากนักวะ!”



เผลอขึ้นเสียงใส่คนตรงหน้า แต่สิ่งที่ได้กลับมากลับเป็นสายตานิ่งงันพอให้สันหลังเย็นวาบ



ร่างเล็กขยับตัวเบียดชิดกำแพงเมื่ออีกคนย่างสามขุมเข้ามา เวลานี้เขามองเห็นเพียงปลายบุหรี่ที่ขึ้นสีแดงจัดจากการเผาไหม้เมื่ออีกคนออกแรงดูดมันเข้าปอดแรงๆ ก่อนสองนิ้วจะคีบมวนบุหรี่นั้นออกมาแล้วปามันทิ้งลงบนพื้นอย่างไม่ใยดี



...แน่ล่ะ เพราะดูเหมือนว่าความสนใจทั้งหมดจะพุ่งมารวมอยู่ที่เขาทั้งหมดแล้วในเวลานี้



มือหนาบีบปลายคางอีกคนจนเผลอหลุดเสียงร้องซี๊ด ก่อนใบหน้าหวานจะถูกเชิดขึ้นเพื่อรองรับรสจูบรุนแรงต่างจากคราแรกลิบลับ แขนเล็กพยายามผลักใส แต่สองมือกลับถูกรวบขึ้นกดไว้กับกำแพง



...ไร้ซึ่งหนทางหนี



ตากลมจึงปิดลงรับจูบแสนจาบจ้วงนั่น ไม่มีประโยชน์อะไรที่จะต่อต้านคนใจร้อนในเวลานี้ ลิ้นเล็กเกี่ยวพันอย่างเอาใจ หยาดน้ำใสไหลออกจากมุมปากและแน่นอนว่าไม่มีใครสนใจที่จะเช็ดมันออก เอียงคอรับริมฝีปากอุ่นร้อน สัมผัสชื้นๆเรียกเสียงครางผะแผ่ว เมื่อลิ้นร้อนไล้เลียตามความยาว สลับกับดูดเม้มแรงๆในแบบที่ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าตอนนี้ลำคอขาวเต็มไปด้วยรอยจ้ำกระจายไปทั่ว แม้อยากเอ่ยห้ามแค่ไหน แต่ก็ทำได้แค่หลับตารับสัมผัสวาบหวามจากคนเอาแต่ใจตรงหน้าเท่านั้น



“อื้อ ปะ ปล่อยมือกันได้รึยัง กันเจ็บนะ”



กระซิบออดอ้อนคนที่กำลังซุกไซร้ลำคอของตน ตาเรียวเงยมองเด็กตรงหน้านิ่ง ตรึงสายตาของร่างเล็กไว้ ด้วยไม่รู้เลยว่าคนตรงหน้ากำลังคิดจะทำอะไร



“ได้สิ”



ปากว่าอย่างนั้น แต่มือข้างเดิมก็ยังคงกำรอบข้อมือทั้งสองข้างของเขาเอาไว้แน่น ขณะที่มืออีกข้างขยับลงปลดสายเข็มขัดกางเกงของตัวเอง และของคนตัวเล็กตรงหน้า นั่นทำให้กันเริ่มขัดขืนอีกครั้ง



“ไม่เอานะป่าปี๊ ที่นี่ไม่ได้”



“หรอ”



คีมเหล็กคลายออก สองมือน้อยถูกปล่อยเป็นอิสระ ข้อมือแดงปื้นบ่งบอกให้รู้ถึงแรงบีบรัดก่อนหน้านี้ แต่นั่นไม่ใช่สิ่งที่กันต้องสนใจในเวลานี้ เพราะร่างกายของตนกำลังถูกพลิกเข้าหากำแพงเย็นชืด พร้อมกับอาภรณ์ช่วงล่างที่หลุดออกไปพร้อมกันทั้งหมด



“ป่าปี๊ เดี๋ยวมีคนได้ยิน” พยายามหันหลังกลับไปห้ามคนเอาแต่ใจด้านหลัง แต่สิ่งที่เห็นคือสายตาวาววับที่กำลังจ้องมองช่องทางที่ยังไม่ปิดสนิทของตน บอกให้รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนั้นร้อนแรงแค่ไหน



“มึงก็ร้องเบาๆแล้วกัน”



สิ้นคำนั้น กายสูงขยับเข้าแนบชิด ส่วนแข็งขืนจ่อเข้ากับช่องทางสีหวาน ฝ่ามือบางค้ำยันผนังปูนก่อนจะจิกเล็บลงไปเมื่อความอึดอัดค่อยๆขยับแทรกเข้ามาภายในกายอย่างช้าๆ แผ่นหลังแอ่นลงเมื่อความเสียวซ่านแล่นไปทั่วสรรพางค์กาย เสียงสูดปากยาวดังขึ้นจากคนทั้งคู่เมื่อความแข็งขืนกระแทกเข้าไปครั้งเดียวจนสุดความยาว



“อ๊า ป่าปี๊ อื้อ อย่าพึ่งขยับ” แขนเล็กข้างหนึ่งพยายามส่งไปค้ำยันเอวสอบที่กำลังขยับเข้าออกโดยไม่ปล่อยให้ตนได้สีเวลาปรับตัวเลยแม้แต่น้อย แต่มือข้างนั้นกลับโดนอีกคนดึงยึดไว้ เพื่อเพิ่มแรงส่งในการกระแทกเข้าออกในจังหวะหนักแน่นและรุนแรงขึ้นอีก ความเสียวกระสันในท้องน้อยทำเอาขาเรียวสั่นระริก อยากจะโกรธคนเอาแต่ใจคนนั้น แต่ทำได้เพียงซุกใบหน้าลงกับแขนตัวเอง แล้วปล่อยเสียงครางออกมาอย่างยอมจำนนท์



เมื่อเห็นอีกคนไร้ท่าทีต่อต้าน มือใหญ่ปล่อยแขนเรียวให้เป็นอิสระอีกครั้ง บุหรี่มวนที่สามถูกจุด ปากหนาคาบปลายด้านหนึ่งไว้ สูดลึกเข้าเต็มปอด ก่อนจะปล่อยควันสีขาวกลุ่มใหญ่ออกไปในอากาศ สะโพกสอบยังคงทำหน้าที่ของมันได้ดีอยู่อย่างนั้น



เสียงครางหวานช่างเข้ากันดีกับกลิ่นมินต์เย็นๆในโพรงปาก แรงบีบรัดภายในมอมเมาเขาได้ดียิ่งกว่านิโคตินที่ไหลวนอยู่ในร่างกายเป็นไหนๆ เสียงเนื้อกระทบกันดังไปทั่วเคล้าคลอกับเสียงลมหายใจหอบกระเส่าของคนทั้งคู่ สองนิ้วคีบเอาแท่งนิโคตินออกจากปาก พร้อมใช้สองมือขยับแยกบั้นท้ายโค้งงอนออกจากกัน เพียงเพราะอยางมองภาพที่ช่องทางนั้นกลืนกินแท่งร้อนของตน



“อึก..อะ..อ๊ะ จูบหน่อย...ออฟ...จูบ”



เสียงเรียกหานั้นทำให้ร่างสูงยอมโน้มตัวลงมอบจูบดูดดื่มให้อีกคนตามที่ขอ ขยับกระแทกแรงๆสองสามครั้งก่อนจะถอดถอนแก่นกายออกมาแล้วพลิกกายเล็กเข้าหาตัว ช้อนกายบางขึ้นอุ้ม สองขาเกี่ยวรอบเอวสอบ พลางก้มหน้าลงรับจูบร้อนแรงนั้นอีกครั้ง



“อื้มม ป่าปี๊ ใส่เข้ามาสิ”



“ใส่เองดิ ทำเอง”



ตาหวานฉ่ำมองค้อนคนขี้แกล้ง ก่อนจะยอมละมือข้างหนึ่งจากลำคอหนา ลงไปจับเอาความแข็งขืนสอดใส่เข้าภายในกายของตน ปากอิ่มขบเม้มเข้าหากันเมื่อความเสียวกระสันแทรกสอดเข้ามาอีกครั้ง และแน่นอนว่าทุกการกระทำตกอยู่ในสายตาของอีกคนทั้งสิ้น



“มึงเป็นของกู จำไว้นะกัน”



“อ๊าา”



เสียงหวีดครางดังออกมาเมื่ออีกคนดันแท่งร้อนเข้าจนสุดโดยไม่ทันได้ตั้งตัว ก่อนที่จังหวะกระแทกหนักๆจะกลับมาอีกครั้ง ใบหน้าหวานซุกซบลงบนบ่ากว้าง ด้วยหวังว่ามันจะช่วยเก็บเสียงครางของตนไว้ได้บ้าง ความเย็นชื้นของผนังกระทบแผ่นหลังเปลือยเปล่าที่ไม่รู้เลยว่าเสื้อผ้าของตนหลุดออกจากร่างไปตั้งแต่ตอนไหน สองแขนโอบรัดกายแกร่งไว้แน่น ปล่อยกายไปกับความเสียวกระสันที่อีกคนมอบให้ มองดูกลุ่มควันที่อีกคนปล่อยออกมา ล้อมรอบกาย สูดเอากลิ่นหอมเย็นๆที่ตนชอบ



ราวกับกำลังล่องลอยไปกับมัน...



“อืออ...แรงๆ...ออฟ อื้ออ...จะเสร็จ”



เสียงหวานครวญครางบอกคนตรงหน้า รับรู้ว่าร่างกายถูกวางลงอีกครั้ง ก่อนจะถูกพลิกให้หันหลัง รองรับจังหวะหนักหน่วงในช่วงสุดท้ายของอารม



ควันร้อนๆถูกสูดอัดเข้าปอดเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะถูกโยนทิ้งลงพื้นไปอย่างไม่ใยดี สองมือยึดสะโพกอวบไว้ก่อนจะออกแรงกระแทกรัวเร็วจนอีกคนครวญครางไม่เป็นภาษา ขาเรียวแยกออกกว้างพร้อมกับสะโพกที่แอ่นขึ้นรับความเสียวซ่านที่อีกคนกำลังมอบให้ มือหนาส่งไปขยับรูดรั้งส่วนกลางกายของคนรัก ให้เป็นจังหวะเดียวกับแรงกระแทกของตน เหงื่อกาฬไหลออกมาผสมปนเปกันจนแยกไม่ออก ลมหายใจหอบถี่ช่องทางร้อนบีบรัดระรัวจนอีกคนเผลอคำรามในลำคอ



...ไม่ไหว...ไม่ไหวแล้ว...



“ป่าปี๊ กันจะ...อ๊าาา”



ของเหลวฉีดพุ่งออกมาพร้อมกับกายเล็กที่กระตุกเกร็ง ขณะที่ช่องทางภายในก็บีบรัดเพื่อรับเอาความอุ่นวาบที่ฉีดเข้ามาภายในกายพร้อมกัน



เสียงหอบหายใจดังสะท้อนกันไปมา ร่างเล็กยันตัวขึ้นพิงอกคนเอาแต่ใจด้านหลัง มือข้างหนึ่งยกขึ้นสอดขยุ้มกลุ่มผมของคนพี่ เพื่อรั้งใบหน้าของอีกคนลงมา แล้วเอียงหน้ารับจูบที่อีกคนมอบให้ ก่อนจะปล่อยให้อีกคนซุกไซร้ซอกคอได้ตามใจ ทั้งที่ร่างกายยังคงเชื่อมกันอยู่อย่างนั้น



“อารมดีขึ้นรึยัง”



“หึ ถ้าบอกว่ายังจะยอมกูอีกรอบมั้ยล่ะ”



ถามพลางถอนกายออก ปล่อยให้ความชื่นแฉะไหลย้อนลงตามโคนขาขาว



“ถามเหมือนถ้ากูไม่ยอมแล้วมึงจะไม่เอากูอ่ะป่าปี๊”



รอยยิ้มมุมปากถูกจุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา ไม่มีคำพูดใดๆหลุดออกมา ออฟทำเพียงแค่เดินเข้าไปช่วยอีกคนแต่งตัวเท่านั้น



ความเงียบเข้าปกคลุมคนทั้งคู่ ต่างคนต่างช่วยกันแต่งตัวให้กัน และใช้โอกาสนี้เพื่อปล่อยให้ตัวเองได้ใช้ความคิดกับสิ่งที่เกิดขึ้น



“รอกูอีกหน่อยได้มั้ยกัน”



“อย่าพูด เหมือนจะไปจากกูอีก”



รั้งกายเล็กเข้าสวมกอดอย่างที่ใจอยาก ซุกหน้าลงบนกลุ่มผมนุ่มนิ่มของอีกคน สูดเอากลิ่นหอมที่คุ้นเคย ราวกับต้องการยืนยันว่าเด็กน้อยของเขายังคงอยู่ตรงนี้



“พูดเหมือนกันไปไหนได้อย่างงั้นแหละ”



“ถ้าไม่รัก คงไม่ทนให้มึงเอาเฉยๆแบบนี้มาสองสามปีหรอกนะป่าปี๊”



พวงแก้มใสถูกอีกคนสูดความหอมไปฟอดใหญ่ ราวกับกำลังขอบคุณกับคำตอบนั้น สองแขนโอบรอบลำคอหนาอย่างที่ชอบทำ พลางเขย่งตัวขึ้นจูบปลายคางคนรักเบาๆ



...แค่อยากอ้อน อยากอ้อนคนนี้แค่คนเดียว



“เดินไหวมั้ย”



“ถ้าไม่ไหวจะอุ้มขึ้นตึกรึไง”



“เปล่าครับ จะอุ้มขึ้นรถ”



“กลับเลยหรอ”



“ยังอ่ะ ขอเอาบนรถรอบนึง”



“ไอ้ป่าปี๊!!!”











แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น