เต้าหู้ไข่

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 7 การกลับมาของคนตาย

ชื่อตอน : ตอนที่ 7 การกลับมาของคนตาย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.9k

ความคิดเห็น : 14

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ก.พ. 2561 02:41 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 7 การกลับมาของคนตาย
แบบอักษร

 ตอนที่ 7

การกลับมาของคนตาย

วันว่างๆ อย่างวันนี้ ผมกำลังนั่งเล่นกับไอรอนแมนอยู่ที่ชั้นล่างของหอ มองดูเท็นที่กำลังปรนนิบัติตัวเงินตัวทองประดุจมันเป็นลูกรักคนใหม่ ผมเพิ่งรู้วันนี้เองว่าที่จริงเขาแก่กว่าผมปีหนึ่ง ใจผมกำลังสับสนว่าควรเรียกเขาว่าพี่ดีไหม

"อยู่เฉยๆ สิ เดี๋ยวป๋าทายาให้ นั่นแหละดีมาก โอ๋ๆ เด็กดี เจ็บนิดหนึ่งนะ"

คนแบบนี้ต้องเรียกพี่ไหมนะ

"ฮัดเช้ย!" ผมหันไปมองพี่ซีที่เดินออกมาจากห้องพร้อมเสียงจาม เป็นหวัดจริงจัง จามจนจมูกแดงไปหมดแล้ว เขาเดินเข้าไปในครัวหยิบน้ำออกมาขวดหนึ่งแล้วกลับออกมานั่งลงข้างๆ ผม หันมองไปที่เท็นแล้วส่ายหัวอย่างเอือมระอา  

"ไอ้เท็นประสาทแดกไปแล้ว"

"ไอรอนแมนกลายเป็นแมวหัวเน่าเลย"

พี่ซีหัวเราะนิดๆ แล้วหยิบแมวไปจากตักผม เขาเกาพุงให้มันอย่างที่เคยทำ

"พี่ยังไม่หายหวัดอีกเหรอ"

"อือ หงุดหงิดชิบ" ผมว่าพลางสูดน้ำมูก ผมเข้าใจดีเลยว่ามันน่ารำคาญแค่ไหน เป็นไปได้ก็พยายามที่จะไม่ป่วยดีกว่า

"พี่ว่างยัง"

"ว่างอยู่"

"ไปข้างนอกกับผมหน่อยได้ไหม"

เขาพยักหน้ารับอย่างไม่ลังเลโดยไม่ได้ถามว่าที่ไหน ผมยิ้มให้นิดๆ อย่างดีใจตอนที่เขาตกลง พี่ซีวางแมวลงกับพื้นแล้วลุกออกมากับผม เท็นที่กำลังวุ่นวายกับสัตว์เลี้ยงตัวใหม่จนไม่ได้สนใจพวกเรา

 "เฮีย พี่น่าน จะไปไหนอะ" ผมกับพี่ซีกำลังจะก้าวขาออกจากหอ แต่เสียงของไคโรก็หยุดเราเอาไว้ก่อน ไคโรที่เดินลงมาพร้อมกับน้ำขิงมองหน้าผมอย่างรอคำตอบ

"พาพี่ซีไปหาหมอ" ผมตอบแทน  

"ฮะ?"

ทันทีที่คำพูดนั้นหลุดออกไป น้ำขิงและไคโรสามัคคีกันร้องลั่นด้วยความตกใจ แม้แต่เท็นเองก็ละออกมาจากสัตว์เลี้ยงแล้วหันมาให้ความสนใจกับพวกเรา

"เฮียไม่สบายเหรอ"

"เป็นอะไรอะ ตับแข็งเหรอ?"

"มะเร็งปอด?"

"หรือซิฟิลิส?"

"ไอ้ห่าพวกนี้!" พี่ซียกมือทำท่าจะเขกกบาลพวกเขาด้วยความเดือดจัดหลังจากโดนวินิจฉัยโรคร้ายพวกนั้น แต่ละโรคนี่บ่งบอกไลฟ์สไตล์ของเฮียแกมาก

"กูแค่เป็นหวัด"

"ใครจะไปรู้ล่ะพี่ ร้อยวันพันปีเคยป่วยที่ไหน แล้วนี่เป็นหนักเลยเหรอถึงต้องไปหาหมอ"

"หนักดิ เนี่ยขี้มูกไหลจนโพรงจมูกจะพังอยู่ละ ปล่อยไว้นานกว่านี้ระยะสุดท้ายแน่ๆ" ผมบอกอย่างนั้น พวกที่เหลือก็ได้แต่พยักหน้ารับ ผมว่าพวกเขาไม่ได้แปลกใจที่พี่ซีป่วย แต่น่าจะแปลกใจที่ผมออกไปกับพี่ซีมากกว่า จึงได้ยินเสียงสนทนาแว่วๆ ตามหลังมา

"สองคนนั้นมันไปสนิทกันตอนไหนวะ"

"เออ นั่นดิ"

ผมก็ไม่รู้ว่าตัวเองไปสนิทกับพี่ซีตอนไหน แต่พักนี้เราก็คุยกันบ่อย พี่ซีไม่ใช่คนแปลกหน้า กระทั่งตอนนี้ผมก็พาเขามาที่โรงพยาบาลอย่างที่บอก แต่เมื่อถึงหน้าโรงพยาบาลคนข้างๆ ก็หันมาโวยลั่น

"เฮ้ย! พามาที่นี่ทำไม"

"ก็พี่ป่วยอ่ะ ก็ต้องหาหมอดิ"

"จะบ้าเหรอ แค่เป็นหวัดเนี่ย ไม่เอา ไหนบอกจะไปหาเพื่อนมึงที่ตายไง"

"ใครบอก"

"มึงบอกให้ออกมาข้างนอกกับมึง"

"ผมหมายถึงที่นี่แหละ พี่ไม่สบายอะ" ผมไม่รู้ว่าเขาเข้าใจว่าไง แต่จริงๆ ผมก็ตั้งใจจะพาเขามาที่นี่ตั้งแต่แรกแล้ว ก็พี่ซีไม่สบายเพราะผม เลยรู้สึกผิดอย่างห้ามไม่ได้ ผมไม่อยากให้เขาทรมานกับอาการหวัดที่ตัวเขาเองก็ดูหงุดหงิดเลยพามาหาหมอซะเลย  

"ไปเร็วครับ"

"ไม่ไปเว้ย"

"เฮ้ยพี่ ทำไมดื้อวะ?"

"ก็กูไม่ได้เป็นอะไร"

"ก็เป็นหวัดเนี่ย"

"เดี๋ยวมันก็หายเอง ทำไมต้องมาโรงพยาบาลด้วย"

"ก็โรงพยาบาลมันมีหมอ"

"แต่มันก็มีผีด้วยไง!"

"..."

"เยอะด้วย"

ประโยคหลังเขาเสียงเบาลงไป ผมเงียบไปครู่หนึ่งแล้วพยักหน้าอย่างเข้าใจว่าโรงพยาบาลคงเป็นสถานที่น่ากลัวสำหรับเขา

"ไม่อยากเข้าไปใช่ไหม"

"อือ"

"โอเค ไม่บังคับก็ได้"

พี่ซีพยักหน้ายิ้มๆ ผมเองก็ไม่อยากให้เขาต้องกลัวจึงตั้งใจจะพากันกลับ แต่ในจังหวะที่กำลังหันกลับ ผมหันไปเห็นมอเตอร์ไซค์คันหนึ่งขับมาทางเราเลยดึงมือพี่ซีให้หลบ และในตอนที่จับมือเขาอยู่ก็รู้สึกร้อนวูบขึ้นมาเพราะอุณหภูมิจากร่างกายเขา

"พี่ซี พี่ตัวโคตรร้อนเลยอะ"

"ก็ปกติเปล่า"

ผมส่ายหน้ายิกเลื่อนมือไปสัมผัสหน้าผากเขาแล้วเลิกคิ้วขึ้นอย่างตกใจ

"ไม่พี่ นี่มันโคตรร้อนเลย เฮ้ยนี่ไม่สนุกแล้วนะ เกิดมันเป็นไข้หวัดใหญ่ หรือไข้เลือดออก ลามไปเป็นมะเร็งตับขึ้นมาจะทำยังไง"

"มึงก็เวอร์!"

"ไปหาหมอเถอะพี่ ไหนๆ ก็มาแล้ว"

ผมรู้สำหรับเขาโรงพยาบาลมันน่ากลัว แต่ความเจ็บป่วยมันก็อันตรายเช่นกัน เกิดเป็นอะไรหนักขึ้นมากว่านี้ก็ไม่รู้จะเป็นยังไง ผมเดินนำเข้าตึกโรงพยาบาล แต่พี่ซีทำท่าอิดออดไม่ยอมตามมา

"มาเถอะครับ"

"แต่มัน..."

"เดี๋ยวให้จับมือตลอดทางเลยเอ้า!"

เขาถอนหายใจเฮือกหนึ่งแล้วยื่นมือมาจับมือผม ก่อนผมจะจูงมือเขาเข้าไป กลายเป็นเราสองคนเดินจับมือกันเข้าโรงพยาบาล เรียกว่าเดินจับมือกันก็ไม่ถูกซะทีเดียว ก็พี่ซีเอาแต่ก้มหน้างุด ส่วนผมก็แทบจะลากเขาเข้ามา สภาพเหมือนเด็กจูงหมาโกลเดนท์ตัวใหญ่ๆ แล้วหมาดื้ออะ หมาไม่ยอมเดินตามเลยต้องฉุดๆ เข้ามา ลำบากอะ

"กึก!"

ผมหยุดเดินไปด้วยหลังจากที่พี่ซีหยุดเดินกะทันหัน เดาได้ไม่ยากว่าเขาคงเห็นอะไรเข้าอีกแล้ว พี่ซียิ้มแห้งๆ แล้วหลบทางให้อะไรบางอย่าง

"อยู่ตรงนี้เหรอพี่"

เขาพยักหน้านิดๆ

"ไปแล้ว"

แล้วก็เป็นอย่างนั้นตลอดทาง เชื่อแล้วว่าที่นี่เป็นแหล่งรวมสิ่งไม่มีชีวิตเหล่านั้นจริงๆ พี่ซีสะดุ้งเป็นรอบที่หลายสิบจนกระทั่งหาหมอเสร็จ เขาแทบจะวิ่งสี่คูนร้อยออกมาจากที่นั่น

"ไม่มาโรงพยาบาลแล้วนะ ต่อให้เจ็บป่วยปางตายก็ไม่ต้องพามา" เขาพูดด้วยเสียงหงุดหงิดเล็กๆ ผมแอบหัวเราะเบาๆ กับท่าทางเหมือนเด็กงอแงของเขา

"นี่ถ้าไปตึกอุบัติเหตุพี่ต้องหัวใจวายตายแน่ๆ" ผมพูดแซว เพราะตึกนั่นน่าจะอุดมไปด้วยบรรดาผีที่ตายแบบไม่ปกติ แข้งขาหัก หัวขาดแขนหลุดอะไรทำนองนี้น่าจะเยอะ

"แค่นี้กูก็หายใจไม่ทันละ"

"เหงื่อเต็มมือเลยเนี่ย" ผมว่าแล้วแกล้งเอามือไปเช็ดกับเสื้อของเขา ตลอดเวลาเขาไม่ยอมปล่อยมือออกจนเหงื่อท่วมมือผมไปหมด เขาเองเลื่อนสายตามามองหน้าผมแต่ไม่พูดอะไร

"อะไร?"

"เปล่า"

"ก็พี่มองอะไรขนาดนั้น"

"มึงเหมือนเครื่องรางไล่ผีเลย"

อ้าว เห็นกูเป็นอะไร ยันต์กันผีหรือกระจกแปดทิศงี้?

"ถ้าเปลี่ยนกันได้ก็ดี มึงอยากเห็นผีแต่ไม่ได้เห็น กูไม่เคยอยากเห็นแต่ต้องเจอทุกวัน"

"ถ้าผมเจอแบบพี่ ผมก็กลัวแบบพี่แหละ"

พี่ซียิ้มให้หน่อยๆ

"เคยเจอหนักสุดแบบไหนเหรอ หัวขาดงี้ไหม หรือคลานออกมาจากทีวีนี่มีป่ะ"

"น่ากลัวสุดที่เคยเจอ ก็ผีกระโดดตึกตายอะ หน้ายุบไปครึ่ง กระดูกหักทั้งตัว มันไม่มีหน้าแต่พูดได้อะ หลอนโคตรๆ" เขาพูดพลางทำท่าขนลุกขนพอง ผมยังแอบสยองไปด้วย

"พี่ไม่เคยบอกใครเรื่องที่ตัวเองเห็นผีได้เลยเหรอ"

"บอกไปใครจะเชื่อวะ มีแต่คนโง่กับคนบ้าเท่านั้นแหละที่จะเชื่อ"

อ้าว!

"เฮ้ย ไม่ได้ว่ามึง"

"แต่มันเข้านี่เต็มๆ ไง แต่ก็ไม่เถียงหรอก ผมมันทั้งบ้าทั้งโง่ แต่ทำไงได้ละ"

"ถามอะไรหน่อยดิ"

"ครับ?"

"ทำไมถึงยังเชื่อว่ามันยังอยู่อะ"

ผมเงียบ มันอาจจะไม่มีเหตุผลแต่ผมแค่เชื่อว่าเขายังอยู่ ผมแค่รู้สึกว่าเขายังอยู่ ทั้งๆ เขาไม่มีตัวตน แต่ผมยังคงฝันถึง หลายครั้งก็รู้สึกไปเองว่าเขาอยู่ใกล้ๆ พี่ซีเคยบอกว่าคนที่ยังมีเรื่องค้างคาอยู่ต่อให้ตายก็จะไปไหนไม่ได้ ผมเชื่อว่าเขาเป็นหนึ่งในคนพวกนั้น คนที่ยังวนเวียนอยู่

"เฮ้ย ทำไมต้องหน้าเครียดด้วยวะ ไม่อยากตอบก็ไม่ต้องตอบก็ได้"

ผมส่ายหน้ายิ้มๆ  

"กลับหอกันดีกว่าครับ"

"ไปดิ อยู่ที่นี่นานๆ ก็ไม่ชอบนักหรอก วันนี้เจอมาเยอะแล้วไม่อยากเห็นอะไร เหี้ย!"

พี่ซีร้องลั่นพร้อมกับกับหยุดกึก ผมหันไปมองสีหน้าของเขาซึ่งอาการคล้ายกับคราวก่อนที่หอแปดชั้น เดาว่าตรงหน้าเขาจะต้องมีอะไรที่สยองนองเลือดอยู่ตรงนั้นแน่ๆ จึงหลับตาแน่นพูดพึมพำคนเดียว

"กูไม่เห็น...กูไม่เห็น..."

แต่กูว่าเห็นนะพี่

ผมยิ้มออกมานิดหน่อยแล้วยื่นมือไปจับมือเขาเอาไว้ อีกคนลืมตาขึ้นมองมือของเราที่จับกันอยู่

"ไม่ต้องกลัวนะครับ"

มุมปากของพี่ซีขยับเป็นรอยยิ้ม แล้วเดินตามผมที่จูงมือเขาออกมา

"กึก!"

            เขาหยุดเดินกะทันหันจนมือที่จับกันอยู่เกือบจะหลุดออกจากกัน เขาหันมามองผมด้วยใบหน้านิ่งๆ

"เมื่อกี้พูดอะไรนะ"

"ครับ?"

"เมื่อกี้หนูพูดอะไร"

"ยังไม่ได้พูดอะไรเลย"

พี่ซีกระพริบตาสองสามที แล้วหันมองซ้ายมองขวา แล้วหยุดมองตรงสบตากับผม

"เมื่อกี้ได้ยินจริงๆ นะ"  

"ผีพูดมั้ง"

ผมกะแซวเล่น แต่พี่ซีไม่ตลก เขาไม่ได้พูดอะไรต่อ นอกจากหันมองบางอย่างก่อนมาหยุดนิ่งอยู่กับที่ หลับตาลงแล้วขมวดคิ้วเข้าหากัน เป็นกิริยาที่เป็นแบบนี้ทุกครั้งตอนที่เขาเห็นผี เขาพ่นลมหายใจเบาๆ แล้วลืมตาขึ้นมองสิ่งตรงหน้าที่ผมไม่เห็น

"เมื่อกี้พูดว่าอะไรนะ"

เขาไม่ได้พูดกับผม ในสายตาผมมันก็คือการพูดคนเดียว แต่ในความเชื่อของผม ผมรู้ตรงนั้นยังมีใครอีกคน

"รออยู่เหมือนกัน"

"..."

"คิดถึงมากเหมือนกัน"

ผมเบิกตาขึ้นเพราะประโยคที่พี่ซีพูดขึ้นมา ประโยคที่พี่ซีอาจไม่เข้าใจ แต่ผมรู้ชัดเจนดี แค่นั้นผมก็รู้เลยว่ามันออกมาจากปากของใคร ผมพยายามจะบอกกับพี่ซีถึงคนที่เขากำลังคุยอยู่ เพราะความตกตะลึงทำให้เอ่ยมันออกมาอย่างติดขัด

"พี่ซี...นั่น...นั่นเพื่อนผม"

"เนี่ยเหรอคิท" พี่ซีพูด ไม่ใช่กับผม แต่กับบางสิ่งที่อยู่ทางด้านซ้ายของผม ดวงตาของพี่ซีเลื่อนจากพื้นถนนขึ้นไปจรดที่กลางอากาศ ผมเบิกตากว้างด้วยความตกใจ รู้สึกชาไปทั้งหน้า ปากที่อยากจะพูดอะไรบางอย่างแต่กลับขยับไม่ออก

"อ้าว" พี่ซีร้องออกมาเบาๆ แล้วหันซ้ายหันขวา

"พี่ซี"

"มันไปแล้ว"

"คิท"

ผมเอ่ยชื่อหนึ่งที่ค้างอยู่ในใจผมตลอดมา นั่นเป็นเขา ครั้งนี้เป็นเขาจริงๆ

"คิทยังอยู่"

พี่ซีพยักหน้ารับ

"มันอยู่ที่นี่เหรอ มันยังอยู่ตรงนี้ใช่ไหม"

"ตรงนี้ไม่อยู่แล้ว"

"พี่ซี! เรียกมันกลับมาได้ไหม! เรียกมันกลับมาก่อนได้ไหม!"

พี่ซีหันมองซ้ายมองขวาก่อนจะส่ายหน้าเบาๆ  

"คิท! มึงอยู่ที่นี่ใช่ไหม ออกมาเลยนะเว้ย! พี่เขามองเห็นมึงได้ มึงออกมาเลยนะ!" ผมตะโกนลั่นวิ่งไปทั่วเพื่อต้องการให้เขาออกมา

"น่าน"

"ไอ้คิท! มึงออกมาสิวะ!"

"น่าน! มันไปแล้ว!"

"มันต้องอยู่ดิพี่ มันยังอยู่ที่นี่"

"ถ้าอยู่พี่ก็ต้องเห็นดิวะ! แต่นี่ไม่มีเว้ย!"

เสียงตะโกนของพี่ซีทำให้ผมหยุดการกระทำของตัวเอง ผมเป็นคนบ้า ยิ่งเหมือนคนบ้า ผมงมงายกับสิ่งเหล่านี้มานาน ผมอาจโหยหาและไร้ที่พึ่งพาจึงลุ่มหลงเชื่อเรื่องพวกนี้ แต่ตอนนี้ผมรู้และเชื่อสนิทใจว่านั่นคือคิท นั่นคือคิทจริงๆ

ผมทรุดตัวลงนั่งไปกับพื้น ไม่เคยอยากร้องไห้ แต่ทุกครั้งน้ำตามันก็ไหลออกมาเอง  ผมเชื่อมาตลอดว่าคิทมันไม่ไปไหน และไม่รู้ว่าคิดไปเองหรือเกิดขึ้นจริง ไม่รู้ว่าจริงหรือฝัน แต่หลายครั้งก็รู้สึกว่าคิทมันยังอยู่ตรงนี้ อยู่ใกล้ๆ กันมาตลอด

พี่ซีนั่งลงข้างๆ ผมแต่ไม่ได้พูดอะไร ให้ความเงียบปล่อยให้เรานั่งอยู่ด้วยกันพักหนึ่ง ก่อนพี่ซีจะพูดขึ้นมาก่อนเพื่อปลอบประโลมผม

"ไม่เป็นไรนะ"

"ครับ"

"อย่างน้อยก็ได้รู้ว่าเขายังอยู่ไง"

ผมพยักหน้ารับคำพูดของพี่ซี

"พี่จำหน้าเขาได้แล้ว ถ้าเจอคราวหลังจะรีบบอกทันทีเลย"

ผมพยักหน้าอีกที

"แต่บอกเพื่อนนะว่ามาทีหลังมาแบบปกติก็ได้ มาสยองอย่างนั้นพี่หัวใจจะวายว่ะ" ผมยิ้มนิดๆ ออกมาได้เพราะคำพูดของเขา พี่ซีที่นั่งอยู่ตรงหน้าเลื่อนสายตามามองหน้าผม มือหนึ่งยกเท้าคางตัวเอง อีกมือยื่นมาจับหน้าผมให้เงยขึ้น แล้วบีบเข้ามาที่แก้มเบาๆ   

"ยิ้มดิ"

"..."

"มึงยิ้มแล้วเหมือนหนู"

"พี่ซี"

เขาหลุดหัวเราะแล้วยกเช็ดน้ำตาที่เลอะหน้าของผม

"ก็อยากจะให้ยืมผ้าเช็ดหน้านะ แต่เลอะขี้มูกว่ะ เอาป่ะ"

"พี่เก็บไว้เหอะ"

"โอ๋ๆ ไม่ร้องนะ เดี๋ยวพี่ซื้อเมล็ดทานตะวันให้กิน"

เขาว่าแล้วยื่นมือมาเคาะหัวผมเบาๆ ผมยิ้มออกมาเพราะเขาที่พยายามจะปลอบใจ แม้ผมจะไม่ได้อยากเป็นหนูแฮมเตอร์แต่ก็รู้สึกขอบคุณ และผมเชื่อพี่ซีหมดหัวใจโดยไม่มีเงื่อนไขอะไรเลย

To be continued.

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น