ฮิเมะซัง

ขอขอบคุณทุกการสนับสนุน ทั้ง เข้ามาอ่าน ไลค์ แชร์ คอมเมนท์ ให้ดาว ให้เหรียญ ให้กุญแจ ทุกๆ อย่างที่มอบให้ มันมีคุณค่ามากมายจริงๆ ค่ะ

ตอนที่2 ลอบสังหาร (3) จบภาคปฐมบท

ชื่อตอน : ตอนที่2 ลอบสังหาร (3) จบภาคปฐมบท

คำค้น : ชะตาลิขิตให้เราชิดกัน,ความรัก,ดราม่า,เวทมนตร์,อดีต,เกาหลี,แจ่มใส,สถาพร,ฮิเมะซัง

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 134

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ก.พ. 2561 16:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่2 ลอบสังหาร (3) จบภาคปฐมบท
แบบอักษร


องค์ชายกังยูใช้วิชาตัวเบาออกตามรอยม้าอย่างหัวเสีย เขากำลังเป็นกังวลกลัวจะช่วยท่านหญิงซูฮวาไม่ทัน ม้าของเขาเป็นม้ารับใช้ ถูกฝึกให้จงรักภักดีเพียงเจ้านาย หากใครคิดบังคับ มันก็จะพยศออกวิ่งให้ตายไปพร้อมกัน

เขาตามรอยม้าไปได้ครึ่งทางก็เห็นว่าม้าของตนนอนหมดสติอยู่กลางป่า เมื่อเข้าไปดูก็พบว่ามันวิ่งจนหมดแรงสลบไป

ถ้าม้าย้อนกลับมา แสดงว่าซูฮวาถูกปล่อยไว้ในป่าลึก

ลางสังหรณ์สั่งให้เขาเร่งฝีเท้าตามรอยม้าไป ด้วยความเป็นห่วง องค์ชายกังยูจึงเร่งฝีเท้าเป็นเท่าตัว ส่งผลให้มองวิสัยทัศน์รอบตัวไม่ถนัด เขาสะดุดรากไม้ใหญ่จนล้มคะมำ โชคดีที่ชุดเกราะซับแรงกระแทกไว้ พอตั้งหลังได้เขาก็ออกวิ่งอีก

เจ้ามันตัวปัญหาจริงๆ ซูฮวา

เขาก่นด่าในใจ โดยที่ไม่ลดละฝีเท้าลงแม้แต่น้อย

“กรี๊ดดดด!!”

และในที่สุดองค์ชายกังยูก็เข้าใกล้ซูฮวาในระยะได้ยินเสียง เขาได้ยินเสียงเธอกำลังกรีดร้องด้วยความหวาดกลัว

องค์ชายกังยูใช้วิชาตัวเบากระโดดขึ้นไปดูจุดที่ซูฮวาอยู่ ทว่าป่าทึบเกินไป เขาลงมาตั้งสติฟังเสียงรอบด้านว่าซูฮวาอยู่ทิศไหน

“...”

“...”

แต่นางเงียบไป

องค์ชายกังยูสังหรณ์ใจไม่ได้ จึงตัดสินใจเรียกหา

“ซูฮวา เจ้าอยู่ไหน!”

“...”

ไม่มีเสียงตอบกลับ

“ซูฮวา เจ้าอยู่ไหน!!” องค์ชายกังยูตะโกนจนสุดเสียง ทว่านางก็ไม่ตอบกลับมา องค์ชายกังยูเผยใบหน้าไม่สู้ดี นี่เป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่องค์ชายหนึ่งเผยสีหน้าอื่น เขาเป็นห่วงซูฮวาจากใจจริง แต่ไม่ใช่เชิงเสน่หา เขากลัวจะทำให้ท่านพ่อและเสนาบดีคิมผิดหวังเสียมากกว่า

“ซูฮวา หากเจ้ายังไม่ตายก็ขานรับมา อย่าโง่เงียบกลางป่าลึก ข้าตามหาเจ้าไม่เจอ!!”

“...”

“ได้โปรดเถอะซูฮวา ขานรับข้าสักที!!”

“ชะ ช่วยด้วยเพคะ!!”

องค์ชายกังยูหันขวับไปทางทิศตะวันตก เขาจับเสียงเธอได้จากทิศนี้

“ข้ากำลังไป!!”

เขาออกตัววิ่งไปอย่างรวดเร็ว!!

.

เมื่อมาถึงจุดหมาย องค์ชายกังยูก็ถึงกับหน้าถอดสี เขาไม่คิดว่าจะมาเจอหมีดำตัวใหญ่ยักษ์กำลังใช้จมูกดมตามกลิ่นซูฮวาที่ซ่อนอยู่ใต้โพรงต้นไม้

หมียักษ์ตัวนี้หากเทียบตามตำรา จะเห็นได้ว่ามีลักษณะตรงกับเทพเจ้าปกป้องภูเขาดัมยอน ที่มันปรากฏตัวมาทำร้ายคนเช่นนี้ หมายความว่าซูฮวาต้องส่งเสียงดังจนทำให้สัตว์น้อยใหญ่ในเขตป่าลึกตื่นตกใจ ซึ่งวิธีขอขมาเทพเจ้าหมียักษ์ คือการส่งมอบสุราชั้นเลิศ และรีบออกจากเขตป่าลึกให้ไว้ที่สุด

“ท่านผู้ปกปักป่า” องค์ชายกังยูเอ่ยเสียงเรียบ เรียกความสนใจจากหมีดำยักษ์ใหญ่

“กรร” มันหันมาแยกเขี้ยวใส่องค์ชายอย่างไม่เกรงกลัว

“ข้าต้องขออภัยแทนคนของข้าด้วย หากท่านไม่ว่าอะไร ข้าขอพาตัวนางออกจากเขตป่าลึกแห่งนี้จะได้หรือไม่”

“กรร!”

เจ้าหมียักษ์ไม่ฟังคำขอขององค์ชาย มันฟาดอุ้งมือขนาดใหญ่ใส่องค์ชายทันที!

ปัง!!

เสียงอุ้งมือกระทบพื้นดินดังสนั่นราวกับฟ้าผ่า องค์ชายกังยูรู้ว่าไม่ควรต่อกรกับเทพปกป้องภูเขาจึงรีบเข้าไปคว้าตัวซูฮวาแล้วใช้วิชาตัวเบาออกจากป่าไป

“กรร!!” เจ้าหมียักษ์ร้องคำรามอย่างไม่พอใจ

การกระทำขององค์ชายไม่ต่างกับการหยามเกียร์ติ แต่เขาตั้งใจว่าเสร็จภารกิจนี้แล้วจะกลับมาขอขมาให้ไวที่สุด

คนของโลกนี้ค่อนข้างเชื่อเรื่องเทพเจ้า ภูตผีปีศาจ เนื่องจากสามารถมองเห็นและจับต้องได้ การทำอะไรให้สิ่งลี้ลับเหล่านี้ไม่พอใจ ย่อมส่งผลเสียต่อตนในภายภาคหน้า เช่น หากองค์ชายไม่ยอมพามาขอขมา เขาก็จะไม่เป็นที่ต้อนรับของภูเขาดัมยอน

เมื่อองค์ชายพาซูฮวามาถึงจุดที่ม้านอนสลบก็ปล่อยนางลงอย่างไม่ค่อยใส่ใจเสียเท่าไหร่

ฝ่ายท่านหญิงที่ยังขวัญเสียไม่หายพอถูกกระตุ้นให้เจ็บตัวก็ปล่อยโฮออกมายกใหญ่ นางร้องห่มร้องไห้กลัวแทบขาดใจ ไม่คิดว่าตัวเองจะรอดจากหมียักษ์มาได้

“ฮือ~~ พ่อจ๋าแม่จ๋า หนูไม่อยากอยู่โลกนี้อีกแล้ว”

เธอร้องไห้แล้วพร่ำเพ้อไม่เป็นภาษา องค์ชายเห็นว่าอีกฝ่ายไม่มีทีท่าจะหยุดร้องก็เริ่มรู้สึกผิดที่ไปทำให้นางเจ็บ

“ขะ ข้า...”

เขาพยายามจะเข้าไปปลอบ แต่ก็ต้องยั้งมือไม่ให้ไปลูบศีรษะของเธอไว้ ที่ทำเช่นนั้นไม่ใช่ว่าไม่รู้สึกผิด แต่เป็นเพราะไม่รู้จะปลอบยังไง ถ้าลูบหัวแล้วต้องพูดว่าอะไร จะขอโทษนางแบบไหน เขาไปไม่ถูกจริงๆ

“โลกนี้มันพิสดารเกินไป ฮึก! หนูจะอยู่ต่อไปยังไง แค่วันนี้วันแรกหนูแทบเอาชีวิตไม่รอด ฮือออ~~”

“เอ่อ...” องค์ชายพยายามจะเอ่ยแทรก แต่เสียงร้องไห้โฮของนางก็กลบไปหมด

ท่านหญิงซูฮวาที่องค์ชายหนึ่งเคยรู้จัก ต่างไปจากที่เคยพบก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง หญิงสาวเรียบร้อย พูดจาอ่อนหวาน บัดนี้กลายเป็นนางขี้แย ร้องไห้ฟูมฟาย สั่งน้ำมูกใส่แขนเสื้อ แล้วก็ใช้ฝ่ามือเปื้อนดินปาดน้ำตาสะอึกสะอื้นอย่างไม่ห่วงภาพลักษณ์

มันเป็นภาพที่เขาไม่เคยเห็น

แม้จะอยากขำ ก็ไม่กล้าขำต่อหน้า ได้แต่กลั้นหัวเราะเอาไว้แล้วเข้าไปปลอบนางด้วยการลูบหลังให้

“เจ้าเวลาร้องไห้ดูแปลกไปนะ”

เขาไม่รู้จะหาคำปลอบแบบไหน เลยพูดสิ่งที่คิดในใจออกไปอย่างไม่รู้ตัว

“ใช่สิ ฉันมันคนแปลก แปลกที่สุดในโลกพิสดารนี่แล้ว ฮือออ!”

พอถูกนางเอ็ดใส่ องค์ชายก็ขำออกมา เขาไม่ได้ถือโทษโกรธนางเลยแม้แต่น้อย กลับกัน ยิ่งเห็นนางทำตัวไม่ห่วงภาพลักษณ์ เขายิ่งรู้สึกสนุกอย่างบอกไม่ถูก

“น้ำลายเจ้าไหลแล้ว”

องค์ชายกังยูชี้ปลายคางของซูฮวา แต่นางก็ไม่ได้สนใจ นางยังคงอ้าปากร้องไห้ฟูมฟายอย่างกับเด็กน้อยไม่หยุด

ซูฮวา เวลาเจ้าร้องไห้ฟูมฟาย รู้บ้างไหมว่าข้าแทบกลั้นขำไว้ไม่อยู่

องค์ชายกังยูเอาแต่จ้องมองนางร้องไห้ โดยที่ไม่รู้ตัวเลยว่าตนกำลังอมยิ้มอยู่

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น