แป้งเปียก.

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ไอสูรย์ตัวร้าย #41 พ่อคนหนึ่ง... [THE END] (RW)

ชื่อตอน : ไอสูรย์ตัวร้าย #41 พ่อคนหนึ่ง... [THE END] (RW)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 57.6k

ความคิดเห็น : 91

ปรับปรุงล่าสุด : 27 มี.ค. 2559 12:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
ไอสูรย์ตัวร้าย #41 พ่อคนหนึ่ง... [THE END] (RW)
แบบอักษร

http://cdn-tunwalai.obapi.io/files/member/4866/1955066413-member.jpg 

ไอสูรย์ตัวร้าย #41 พ่อคนหนึ่ง

 

 

สองอาทิตย์ต่อมา

ในที่สุดพี่ไอสูรย์ก็หายป่วยครับแต่ไอ้ที่แย่ไปกว่านั้นก็คือพ่อกับแม่ไม่ยอมให้ผมเข้าใกล้ไออุ่นเลยทั้งๆ ที่หายป่วยแล้วแท้ๆ โดยมีเหตุผลที่ว่ารอให้พี่ไอสูรย์หายดีซะก่อนถึงจะยอมเพราะตลอดเวลาผมก็เป็นคนดูแลเขา พวกท่านคงกลัวว่าไออุ่นจะติดไข้แน่ๆ เลย

ตอนนี้เจ้าตัวเล็กของบ้านเริ่มหัดคลานแล้วครับทำเอาคนอื่นวุ่นกันไปหมดเลยเพราะต้องตามจับแถมยังพลอยกลัวว่าจะได้แผลมาอีกแต่ถึงจะระวังมากแค่ไหนทีเผลอเมื่อไหร่ไออุ่นก็เจ็บตัวตลอดครับ

“แม่ครับน้องดื้อ” เจไดที่นั่งอยู่ข้างๆ ผมแถมยังคอยช่วยเลี้ยงไออุ่นเอ่ยออกมาเมื่อเห็นว่าเจ้าตัวเล็กเอาแต่คลานเข้าไปหาโต๊ะแจกัน

วันนี้พ่อกับแม่ออกไปช็อปปิ้งแก้เครียดกันครับแถมท่าทางของพวกท่านสองคนยังเข้ากันได้ดีกว่าเดิมอีกต่างหาก ส่วนพี่ไอสูรย์หลังจากที่เริ่มหายป่วยก็ออกไปทำงานทันทีแถมยังมีงานกองรออยู่เพียบเพราะพี่โรมิโอทิ้งไว้ให้

“ดื้อเหมือนใครกันนะ”

“ก็เหมือนอ๋องน้อยไงครับ” น้ำเสียงอ่อนโยนเอ่ยแทรกขึ้นมาทำให้ผมกับเจไดต้องมองหน้ากันแล้วหันไปมองที่หน้าประตูบ้านเห็นพี่โรมิโอกำลังยืนอยู่เลยครับ นี่ขนาดผมเพิ่งบ่นถึงไปแท้ๆ นะครับ

“กลับมาแล้วเหรอครับคนนิสัยไม่ดี”

“ว้าแย่จังพอมาถึงสนามบินก็รีบมาหาเลยนะเนี่ย?” พี่โรมิโอพูดออกมาท่าทางมีความสุขก่อนจะเดินเข้ามาหาผมเรื่อยๆ ส่วนคุณโจวก็เดินตามเข้ามาติดๆ พร้อมทั้งข้าวของในมือเต็มไปหมด

“ขี้โกงนี่ครับแอบหนีไปเที่ยวมาเหรอ?” ผมต่อว่าพี่โรมิโอแบบหยอกล้อเพราะรู้ว่าพี่เขาไม่คิดอะไรหรอกครับ

“เจ้าตัวเล็กขอลุงอุ้มหน่อยสิครับจุ๊บ”

“อิอิ” พี่โรมิโออุ้มไออุ่นขึ้นมาพร้อมทั้งหอมแก้มซะฟอดใหญ่ ท่าทางไออุ่นจะจั๊กกะจี้นะครับถึงได้หัวเราะซะยกใหญ่เลยทีเดียว

“คนนี้ของผมนะครับ” เจไดตะโกนขึ้นมาทำเอาผมกับพี่โรมิโอแล้วก็คุณโจวต้องมองหน้ากันเลยทีเดียวครับ แถมยังนึกขำในตัวของเจไดอีกต่างหาก

“ครับๆ ขี้หวงเหมือนพ่อไม่มีผิดเลยนะ”

“ห้ามหอมแก้มอีกนะครับคุณลุง”

“ฮาๆ หวงขนาดนี้ใครจะไปกล้าแตะต้องล่ะครับ” พี่โรมิโอว่าก่อนจะอุ้มไออุ่นมาส่งให้กับผมแล้วนั่งลงข้างๆ แต่เจไดกลับเอื้อมมือมารับตัวไออุ่นไปนั่งที่ตักแทนและดูเหมือนว่าเจ้าตัวเล็กจะติดเจไดมากๆ ถึงยอมให้กอดเอวอยู่แบบนี้

“ซื้ออะไรมาเยอะแยะครับ”

“เสื้อผ้าเจ้าตัวเล็กแล้วก็ของฝากเจ้าตัวแสบ” พี่โรมิโอยิ้มให้ผมก่อนจะเอียงหน้าไปมองเจไดกับไออุ่น “รับรองเงินทองบ้านนี้ไม่หนีไปไหน?”

“พูดแบบนี้หมายความว่ายังไงครับ”

“เวลาผ่านไปเดี๋ยวก็รู้ครับ” ใช่ว่าผมจะไม่รู้ว่าพี่โรมิโอหมายความว่ายังไง ถามไปแบบนั้นแหละครับแต่อะไรก็ไม่แน่นอนเพราะวันเวลามันผ่านไปเร็วเหลือเกิน

“ห้ามคิดนะครับ”

“ห้ามได้ที่ไหน? จริงไหมเจได”

“ฮะ!” ผมควรจะเรียนรู้ได้แล้วว่าผู้ชายตระกูลนี้ร้ายกาจแค่ไหน เลือดไม่เคยจางไปพร้อมกับสายน้ำเลยจริงๆ ครับ

“กลับมาก็ดีแล้วครับอาทิตย์หน้าพ่อฝากบอกให้พี่มาทานข้าวที่บ้านตอนเย็นนะครับ”

“วันอะไรครับ”

“ไม่ทราบครับ ท่านแค่สั่งไว้ว่าพี่ห้ามปฏิเสธไม่งั้นก็ไม่ต้องกลับมาเหยียบที่บ้านหลังนี้อีก” ผมพูดขู่เพราะเปอร์เซ็นปฏิเสธของพี่โรมิโอมีมากมายเชียว

“ครับๆ พี่จะรีบมาให้เร็วที่สุดเลย”

“ขอบคุณครับ”

ผมกับพี่โรมิโอนั่งคุยกันอยู่พักใหญ่ไออุ่นก็งอแงจะนอนกลางวันผมเลยต้องพาลูกไปนอนส่วนเขาก็ขอตัวกลับไปเคลียร์งานกองโตให้ทันก่อนอาทิตย์หน้าที่กำลังจะมาถึง

ผมเลยพาเจ้าตัวแสบทั้งสองคนขึ้นมานอนที่ห้องสรุปแล้วหลับทั้งคู่ครับทั้งๆ ที่เจไดเพิ่งบอกกับผมเองว่าจะช่วยดูน้องแล้วให้ผมหลับแต่ที่ไหนได้เขาดันหลับไปพร้อมๆ กับไออุ่นซะงั้น

ตอนนี้สำหรับผมเรื่องยุ่งๆ ก็หายไปจนหมดแล้วมีแต่เรื่องที่ต้องคิดว่าหากลูกโตขึ้นเขาจะนิสัยเหมือนใคร ถ้าเหมือนพี่ไอสูรย์ผมคงต้องร้องไห้แน่ๆ แต่ถ้าเหมือนผมแล้วไออุ่นจะท้องได้อย่างผมหรือเปล่าเนี่ย ยิ่งคิดก็ยิ่งปวดหัวครับเอาเป็นว่าปล่อยให้มันเป็นเรื่องของอนาคตน่าจะดีกว่าเพราะไม่ว่ายังไงเขาก็คือลูกของผมกับพี่ไอสูรย์

จุ๊บ

“คิดอะไรอยู่ครับ” ผมไม่รู้ว่าตัวเองคิดเพลินขนาดไหนแต่ที่แน่ๆ พี่ไอสูรย์กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่ผมยังไม่ได้ยินเสียงรถเลยครับ

“กลับมาแล้วครับ” เจ้าตัวพูดต่อก่อนจะเดินอ้อมไปจูบหน้าผากไออุ่นกับเจไดที่นอนอยู่

“ยินดีต้อนรับกลับบ้านนะครับ เหนื่อยไหม”

“กลับมาเจอหน้าลูกกับเมียก็หายเหนื่อยแล้วครับ” พี่ไอสูรย์ปากหวานเสมอและนั่นก็ทำให้ผมลืมเรื่องแย่ๆ ที่เขาเคยทำเอาไว้จนหมด นิสัยของเขาเปลี่ยนไปจากเดิมที่ผมเคยเจอมากเลย

“ร้อยล้านที่เสียไปคุ้มไหมครับ” พี่ไอสูรย์มองหน้าผมดวงตาทอประกายก่อนที่รอยยิ้มจะผุดขึ้นมาบนใบหน้าหล่อ เมื่อก่อนผมร้องไห้เสมอกับคำว่าร้อยล้านแต่เดี๋ยวนี้ไม่ใช่แล้วครับ

“คุ้มซะยิ่งกว่าคุ้มได้ทั้งลูกและเมียแถมยังได้หัวใจคืนมาอีก” เขาพูดเหมือนเมื่อก่อนตัวเองไม่มีหัวใจเลยครับ แต่มันก็คงเป็นเรื่องจริงเพราะเมื่อก่อนที่ไอสูรย์เลือดเย็นที่สุด

“ผมดีใจนะครับที่วันนั้นเป็นพี่”

“พี่ก็ดีใจที่วันนั้นตัดสินใจทุ้มเงินมากมายขนาดนั้นพี่ยังคิดไม่ออกเลยว่าถ้าไม่ได้มาจะไปแย่งยังไงดี” พี่ไอสูรย์เดินกลับมาหาผมก่อนที่จะกดจูบเบาๆ ที่หน้าผากเหมือนที่เขาทำกับลูก

“ถ้าเป็นเมื่อก่อนพี่สามารถแย่งได้สบายครับ”

“แต่ปัจจุบันพี่ก็แย่งได้นะครับ เคยได้ยินไหม? เมียไอสูรย์ใครอย่าแตะอ่อลูกด้วย”

“พี่เปลี่ยนไปเยอะเลยนะครับ”

“ก็เพราะพี่มีคนที่เข้ามาเปลี่ยนชีวิตยังไงละ”

“ผมดีใจนะครับที่เป็นคนๆ นั้นของพี่”

“สำหรับอ๋องน้อยและไออุ่น พี่ยกให้ทั้งหมดเลย” น้ำตาแห่งความสุขและความดีใจไหลออกมา ผมไม่อายที่จะร้องไห้และพูดบอกใครต่อใครว่าวันนี้ผมสามารถสร้างครอบครัวของตัวเองได้และมันสมบูรณ์แบบอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนด้วยครับ

ผมมีสามีที่ดี มีลูกที่น่ารักและมีพ่อกับแม่ที่รักผมไม่ว่าจะเป็นพ่อพี่ไอสูรย์หรือแม่ของผมก็ตาม

 

สำหรับผมในทุกๆ วันมันเดินไปอย่างรวดเร็วและพัดพาความสุขเข้ามาหาผมทุกๆ วันผมเคยคิดว่าตัวเองโชคร้ายแต่วันนี้ผมกลับโชคดีที่มีแม่ที่รักผมมากๆ และก็มีพ่อที่รักทั้งผมและก็แม่ของผมมากที่สุด

อย่างเช่นวันนี้ที่ผมได้รับรู้ว่าพ่อผมคือใคร

“นี่คือพ่อของลูก”

ทุกคนอาจจะงงอย่างที่ผมกำลังสับสนอยู่ แต่หลังจากวันนั้นที่คุยกับแม่เรื่องพ่อท่านก็เงียบไปแต่เมื่อวานหลังจากที่ไปช็อปปิ้งกับพ่อแล้วกลับมาจู่ๆ ท่านก็บอกผมว่าพร้อมจะพาผมไปหาพ่อแล้ว ตอนนั้นผมทั้งดีใจและก็ตกใจแถมสีหน้าแม่ยังไม่เศร้าอย่างทุกครั้งที่พูดถึงพ่ออีกต่างหาก

ไม่ว่าแม่จะเคยพูดบอกลูกว่าอย่างไรเกี่ยวกับพ่อ แต่แม่อยากให้อ๋องจำไว้เสมอว่าเขาคือคนดีและดีสำหรับพวกเราสองคนที่สุด

คำพูดประโยคนี้ของแม่ที่ผมยังจำได้ขึ้นใจ พ่อผมได้จากโลกนี้ไปแล้วและสถานที่ที่ผมยืนอยู่ตอนนี้ก็คือสุสานที่มีร่างไร้วิญญาณของพ่ออยู่

“ขอบคุณนะครับแม่” ชื่อของท่านรอยยิ้มของท่านคือสิ่งเดียวที่ผมจะย้ำเตือนในความทรงจำตลอดไปว่าผมก็มีพ่ออย่างคนอื่นเขา

“เขาคือพ่อคนหนึ่งพ่อที่ยอมเสียสละทุกอย่างเพื่อพวกเรา” ผมไม่รู้หรอกครับว่าอะไรที่ทำให้ท่านจากพวกเราไป แต่อย่างน้อยๆ ผมก็ได้รู้แล้วว่าท่านรักพวกเรามากแค่ไหน

“แม่รักพ่อไหมครับ”

“รักสิ รักมาก” แม่ร้องไห้แล้วโผล่เข้ากอดผม

“แม่รู้ไหมว่าตอนนี้ผมดีใจมากแค่ไหน? ผมได้เป็นแม่คนมันคือเรื่องมหัศจรรย์ที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นด้วยซ้ำแต่มันเกิดกับผมขอบคุณนะครับที่พ่อกับแม่สร้างผมขึ้นมา”

“แม่รักลูกนะอ๋อง”

“อ๋องก็รักแม่ครับ”

“ชื่อเล่นของลูกแม่ตั้งใจตั้งให้เป็นชื่อเดียวกับพ่อเขาเพราะแม่ทำใจไม่ได้ตอนที่รู้ว่าเขาจากพวกเราไปแล้ว”

“ครับ”

ผมกับแม่ยืนกอดกันอยู่ครู่หนึ่งผมก็นั่งลงก่อนที่จะกราบรูปของพ่อ ผมรู้ได้ในทันทีว่าพวกเราสองคนเหมือนคนๆ เดียวกัน ผมหน้าเหมือนท่านมากเลยครับแถมดวงตาของท่านยังทำให้ผมรู้สึกอบอุ่นราวกับว่าพ่อกำลังมองพวกเราอยู่จากที่ไหนสักแห่งของโลกอีกใบ

“อ๋องมาหาพ่อแล้วนะครับ ตอนนี้อ๋องกับแม่มีความสุขมากๆ พ่อมีหลานแล้วนะแถมเจ้าตัวเล็กยังแสบมากๆ ด้วยไว้ไออุ่นโตกว่านี้อีกหน่อยผมจะพาเขามาหาพ่อนะครับ” ที่จริงวันนี้ผมก็พามาด้วยนั่นแหละครับแต่เพราะพ่อบอกว่าอยากให้ผมกับแม่ได้มีเวลาสำหรับเรื่องทุกๆ อย่างกันสองคน ท่านและพี่ไอสูรย์ไออุ่นเจไดจึงรออยู่ที่รถแทน

“เราไปกันเถอะลูกเดี๋ยวทุกคนจะรอนาน”

“ครับ”

ผมรู้แล้วว่าพ่ออยู่ที่ไหนท่านอยู่ไม่ไกลจากพวกเราและไม่เคยหายไปจากหัวใจของแม่เลย

“แล้วผมจะมาหาพ่ออีกนะครับ”

ผมกอดเอวแม่เอาไว้ก่อนจะเดินกลับไปที่รถ สายลมอ่อนๆ ที่พัดผ่านทำให้ผมรู้สึกว่าพ่อตอบรับพวกเราสองคน

ผมกับแม่รักพ่อนะครับ

“โธ่ยายแก่ของฉันร้องไห้ตาแดงหมดแล้ว” ผมไม่สงสัยหรอกครับว่าแท้ที่จริงแล้วพ่อพี่ไอสูรย์กับแม่ของผมท่านไปรู้จักกันได้ยังไง แต่ที่แน่ๆ ตอนนี้พวกท่านคงยอมใจตรงกันแล้ว

“พอเลย”

“ถ้าตอนนั้นยอมมั่นคงแล้วรอฉันคิดได้สักนิดก็คงจะดี...” ผมว่าพ่อกำลังเข้าข้างตัวเองอีกแล้วครับ

“หึกล้าพูดนะถ้าตอนนั้นฉันยอมตอนนี้ไอ้แก่บางคนก็คงไม่ได้มานั่งกอดและเช็ดน้ำตาให้ฉันอยู่หรอก ฮือๆ” ไม่รู้จะขำหรือคิดว่ายังไงดีแต่แม่ผมท่านปรับเปลี่ยนอารมณ์ได้อย่างรวดเร็วมากๆ เลยทีเดียว

“โอ๋ๆ ไม่ร้องไห้นะคนดี”

“ฮือๆ”

“ฉันอยู่ตรงนี้ทั้งคน”

“พ่อผมจะอ้วกครับ” ผมตีแขนพี่ไอสูรย์ทันทีที่เขาพูดแหย่พ่อออกไปแบบนั้น แต่มันก็จริงอย่างที่เขาพูดพ่อกับแม่ทำเหมือนตัวเองเป็นเด็กๆ เลยครับ

“แกเงียบปากไปเลยคนแก่ๆ เขาจะรักกัน”

“งั้นช่วยอายลูกๆ หลานๆ หน่อยสิครับ” พี่ไอสูรย์ยังไม่ยอมหยุดพูดเลยครับ

“แกนี่มันมารขัดขวางจริงๆ เลย”

“ก็ผมจะอ้วกอุ๊บ!

“อ้วกอะไรของแกอีกฉันหยุดพูดจาชวนอ้วกไปตั้งแต่ที่เถียงกับแกแล้ว”

“จะอ้วก อุ๊บ

“เฮ้ยไอ้เหนือจอดรถไอ้ลูกชายฉันจะอ้วก” พอรถจอดสนิทพี่ไอสูรย์ก็วิ่งลงจากรถทันทีเลยครับส่วนผมก็รีบส่งไออุ่นให้แม่อุ้มก่อนที่จะลงไปดูเขา

อะอ้วกก

พี่ไอสูรย์อ้วกออกมาจนผมรู้สึกเป็นห่วงมากๆ เลยครับ จะว่าเมารถก็ไม่น่าใช่เพราะตอนแรกที่มาเขาไม่เห็นมีอาการอะไรเลย

แค่กๆ

อะอ้วกกก

“ไหวไหมครับ”

“ไม่พี่อยากกินอะไรเปรี้ยวๆ” พี่ไอสูรย์ส่ายหัวไปมาพร้อมกับบอกว่าอยากกินอะไรเปรี้ยวๆ ผมหันไปมองทุกคนในรถก่อนที่พ่อจะเป็นคนพูดเรื่องความคิดของทุกคนขึ้นมา

“เดี๋ยวๆ นี่แกท้องเหรอ?”

“จะบ้าเหรอตาแก่ไอสูรย์จะไปท้องได้ยังไง คนที่ท้องมันอ๋องน้อยต่างหาก” แม่พูดแก้ต่างถึงเรื่องตลกของพ่อแต่ผมกลับยืนเขินซะงั้น ไม่ใช่ไม่รู้ว่าตัวเองท้องแต่ยังไม่แน่ใจเท่านั้นส่วนเรื่องนี้ผมก็ปรึกษาแค่แม่คนเดียวกะว่าให้มั่นใจสักหน่อยค่อยบอกทุกคนแต่พี่ไอสูรย์ดันมีอาการขึ้นมาซะก่อน

“วะว่าไงนะ”

“เลิกติดอ่างซะตาแก่ ฉันบอกว่าอ๋องน้อยท้อง”

“เรากำลังจะมีหลาน”

“ใช่”

“เย้ๆ อย่างนี้ต้องฉลอง ฮาๆ เอาๆ ไอสูรย์อ๋องน้อยขึ้นรถพ่อจะพาไปฉลอง”

“พ่อ!” พี่ไอสูรย์ที่ดูท่าทางอ่อนแรงเพราะอ้วกถึงกับต้องจ้องหน้าผมใหญ่เลย “ทำไมต้องเป็นพี่อีกแล้ว” น้ำเสียงเหมือนอยากร้องไห้เลยครับ

“ก็พี่เป็นพ่อของลูก”

“แต่พี่ไม่ใช่คนท้อง ถ้าแพ้ท้องแบบนี้พี่ก็เข้าใกล้อ๋องน้อยไม่ได้นะสิ” นี่ละมั้งจุดประสงค์ของเขาเพราะครั้งก่อนที่ผมท้องเขาก็แพ้ท้องแทนผมแทบแย่กว่าจะหายทำเอาผอมไปเลยทีเดียว

“พี่อยากไม่ป้องกันทำไม”

“พี่อยากมีลูกเพิ่มนี่ แต่ไม่คิดว่าต้องมาแพ้ท้องแทนแบบนี้” คนเจ้าเล่ห์ยอมรับกับผมหน้ารวยรินเชียวครับ

“คริคริ”

ครอบครัวแสนสุขสันต์จริงๆ เลยครับ ถึงพวกเราทุกคนจะขาดบางสิ่งบางอย่างไปแต่พอมาต่อเติมจนรวบรวมเข้าด้วยกันก็สามารถเรียกสิ่งเล็กๆ นี้ว่าครอบครัวได้เช่นกัน

“แม่กำลังจะมีน้องเหรอฮะ” เจไดที่นั่งมองผมกับพี่ไอสูรย์อยู่ข้างๆ ถามขึ้นมา ดวงตากลมโตขี้สงสัยของเด็กกำลังจ้องผมเพื่อรอคำตอบเลยละครับ

“ใช่ครับ”

“น้องแบบไออุ่นเหรอฮะ” อดขำกับคำถามของเด็กแสบไม่ได้ แถมเจ้าตัวยังละสายตาจากพวกผมก่อนจะชะโงกหน้าไปมองไออุ่นที่แม่อุ้มอยู่ตอนนี้ด้วย

“ครับ”

“งั้นไออุ่นเจไดขอนะฮะ” เจไดขอกันง่ายๆ แบบนี้เลยเหรอครับ

“หืม!” คนแพ้ท้องข้างๆ ผมอุทานออกมาทันทีที่เจไดพูดแบบนี้ ผมว่าเจไดคงไม่คิดอะไรหรอกครับแต่พี่ไอสูรย์นี่สิ

“ไม่ให้” นั่นไงพ่อขี้หวงขึ้นมาทันทีเลย

“จะเอาไออุ่นของผม”

“น้อยๆ หน่อยไอ้แสบรอน้องโตก่อนแล้วค่อยมาขอน่าจะดีกว่านะ” ไม่ใช่ทั้งผมและก็พี่ไอสูรย์แต่กลับเป็นพ่อที่พูดขึ้นมา คำพูดของท่านเหมือนกำลังสลับสนุนเจไดอยู่เลยครับ

“ถ้าผมโตแล้วขอได้ใช่ไหมครับปู่”

“ใช่”

“พ่อทำไมสอนเจไดแบบนั้นครับ” พี่ไอสูรย์ทำเป็นพ่อหวงลูกไปได้ ผมไม่อยากจะคิดเลยถ้าเจไดโตขึ้นมาและรู้อะไรมากกว่านี้เขายังจะพูดแบบนี้อยู่อีกไหม

“ขนาดแกฉันไม่เคยสอนยังเอาได้เลยแล้วทำไมเจไดจะทำไม่ได้”

“มันเกี่ยวกันไหมพ่อ” พี่ไอสูรย์กับพ่อเถียงกันใหญ่เลยครับ “นี่มันอ๋องน้อยส่วนนั่นไออุ่น”

“นั่นก็เจไดส่วนนี่ก็ไออุ่น เนอะ” พ่อย้อนกลับพี่ไอสูรย์ก่อนจะหันไปคุยกับไออุ่นท่าทางเหมือนกำลังหยอกล้อเด็กจนเจ้าตัวยิ้มและหัวเราะออกมาคงคิดว่าพ่อกำลังชวนตัวเองเล่นแน่นอนครับ

“คริคริ” เด็กน้อยหัวเราะชอบใจใหญ่เลยครับ

“ถ้างั้นเราคงต้องแย่งกันสักตั้ง!” พี่ไอสูรย์เลิกสนใจพ่อก่อนจะหันกลับมาคุยกับเจไดต่อแต่ผมว่าเขาหันกลับมาทะเลาะกับเจ้าตัวแสบซะมากกว่าครับ

“ผมจะแย่ง!

“ก็ลองดู” ผมจะไม่เถียงว่าเจไดนิสัยเหมือนใครเพราะท่าทางพี่ไอสูรย์ก็ทำให้เขาดูอยู่เสมอ

“ถ้าผมจับน้องทำเมียได้ก่อนป๊าก็ทำอะไรผมไม่ได้แล้ว”

“แกว่าไงนะไอ้แสบ” พี่ไอสูรย์

” ผม

” พ่อกับแม่

จะว่าไปก็ทุกคนในรถนี่แหละครับยกเว้นก็แต่ไออุ่น “คริคริ ดะไดๆ”

หืม!

เหมือนเจ้าตัวจะหัวเราะและเรียกชื่อเจไดผมว่าพี่ไอสูรย์พลาดแล้วละครับที่สอนให้เด็กแสบเรียนรู้อะไรผิดๆ แบบนี้

ความรักไม่ได้ขึ้นอยู่ที่ระยะเวลาแต่มันขึ้นอยู่ที่จังหวะหัวใจของแต่ละคน หากวันนี้เรามีสิทธิ์ที่จะได้เรียนรู้ซึ่งกันและกันก็ควรรู้จักที่จะเรียนรู้มันต่อไปเรื่อยๆ และไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นขอให้พวกเรานึกถึงวันแรกที่รักกันและลืมวันที่แย่ที่สุดไปซะ สุดท้ายวันแห่งความสุขก็จะไม่จางหายไปจากใจเราแน่นอนเหมือนอย่างที่ผมรู้สึกได้ในวันนี้

“ขอบคุณนะครับ” เสียงผมคงทำให้พี่ไอสูรย์งงนิดๆ แต่นั่นก็ทำให้เขาเลิกทะเลาะกับเจไดก่อนจะหันมามองหน้าผม “ขอบคุณทุกอย่างที่ทำให้ผมมีวันนี้”

“พี่รักอ๋องน้อยนะขอบคุณสำหรับหัวใจที่ยิ่งใหญ่”

“ผมก็รักแม่ รักน้องด้วยฮะ” เจไดโผล่เข้ากอดผมทันทีส่วนพี่ไอสูรย์ก็จ้องตาเขม็งเลย

“ตกลงแกจะเอาคนไหน” พี่ไอสูรย์ตั้งคำถามจริงจังมากครับ

“แล้วตกลงป๊าจะยกคนไหนให้ผม” ในอนาคตผมคงฝากไออุ่นไว้กับเจไดได้แน่นอนเพราะยิ่งนานวันเจ้าตัวยิ่งเหมือนพี่ไอสูรย์เข้าไปทุกที

“ไม่ให้สักคน”

“พอแล้วครับ” ถ้าผมไม่ห้ามมีหวังได้เวียนหัวจนอ้วกแตกแน่นอน “พี่ก็อย่าไปคิดแทนลูก ส่วนเจไดรอน้องโตก่อนแล้วค่อยถามความสมัครใจดีกว่าพอถึงตอนนั้นเจไดอาจจะเปลี่ยนใจก็ได้”

“ตระกูลเสือรักเดียวใจเดียวครับ ใช่ไหมฮะป๊า ปู่” ช่างเปรียบตัวเองเป็นเสือกันจริงๆ เลย

“ใช่!

ยอมครับพอทีเวลาแบบนี้แล้วเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ยเชียวนะแต่พอเวลาหวงก็แย่งกันจริงๆ เลย

“แถมเสือยังขี้หวง ปล่อยได้แล้วไอ้แสบ” พี่ไอสูรย์พูดพร้อมกลับรั้งผมเข้าไปกอดเอาไว้ส่วนเจไดก็ถูกเขาผลักจนไปติดกับประตูรถแทน

“รอของผมโตก่อนเหอะจะกอดไม่ปล่อยเลย”

“หนอย!

“พี่”

“ก็ไอ้แสบมัน

“เจไดเหมือนพี่ถึงห้ามไปก็เท่านั้นเพราะเสือก็คือเสือ” ผมบอกตามที่ตัวเองคิดต่อให้ห้ามยังไงก็ไม่มีทางสำเร็จหรอกครับขนาดเขาเองยังไม่เคยฟังใครเลยอยากได้อะไรก็ต้องได้ ทีแบบนี้จะมาห้ามเจไดผมว่าคงต้องรอให้ไออุ่นโตก่อนค่อยมาตัดสินใจอีกทีดีกว่าว่าใครกันแน่ที่จะเป็นเสือ

ลูกผมก็ย่อมต้องเป็นเสือเช่นกัน!

 

 

 

THE END

แป้งเปียก

22.02.2016

ขอบคุณค่ะ ^^

 

 *รายละเอียดอื่นๆ หน้าเพจเลยค่ะ

ขอบคุณที่เข้ามาติดตามและอ่านกัน ขอบคุณที่เป็นส่วนหนึ่งของนิยายเรื่องนี้

ยอมรับว่าไม่ได้ดีอะไรเลย ภาษาก็บ้านๆ ติดขัดก็เยอะ คำผิดยิ่งเยอะแต่ทุกคนก็ยังตามอ่านและให้กำลังใจมาจนถึงวันนี้ ขอบคุณนะคะ...

 

ขอบคุณนะคะ...

ขอบคุณทุกคนที่รอและตามอ่านมาจนถึงตอนนี้

ตอนอ่านซ้ำตอนนี้มีอยู่ช่วงนึงน้ำตาจะไหลเลย ช่วงที่แม่พาอ๋องไปหาพ่อนั่นแหละ

ฮาาาาาา สงสัยจะอิน ทั้งๆ ที่แต่งเองแท้ๆ

 

ดีใจที่วันนี้มาถึง ขอบคุณที่ก้าวเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของกันและกันนะคะ

ขอบคุณค่ะ ^^

2016-03-27

 

 

ความคิดเห็น