เต้าหู้ไข่

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 6 เป็นเพราะกลัว

ชื่อตอน : ตอนที่ 6 เป็นเพราะกลัว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.3k

ความคิดเห็น : 38

ปรับปรุงล่าสุด : 12 ก.พ. 2561 00:47 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 6 เป็นเพราะกลัว
แบบอักษร

ตอนที่ 6

เป็นเพราะกลัว


หลังจากพี่ซีดีขึ้น ไม่รู้ว่าเขาหายกลัวหรือไม่อย่างไร แต่ผมก็ส่งเขาเข้าห้องนอนเรียบร้อย ส่วนตัวเองก็กลับเข้าห้อง ด้วยสภาพเสื้อผ้าที่เปียกชื้น ผมเดินขึ้นมาที่ห้องล้วงกระเป๋าหากุญแจห้อง แต่ต้องชะงัก คิ้วขมวดเข้าหากันทีละน้อยจนแทบชนกันเมื่อล้วงหากุญแจห้องไม่เจอ ทั้งกระเป๋าซ้าย กระเป๋าขวา กระเป๋าหลัง กระเป๋าเสื้อ

ผมหยุดนิ่งเพื่อนึกไปถึงครั้งสุดท้ายที่เห็นมัน แต่ก็คิดไม่ออก ไม่รู้หายไปไหน ก่อนคิดขึ้นมาได้ว่าป้าทิพย์จะต้องมีกุญแจสำรองแน่นอน เลยก้าวเท้าลงบันไดตั้งใจจะมาหาป้าทิพย์ แล้วก็ต้องชะงักไปอีกเมื่อคิดขึ้นมาได้ว่าป้าทิพย์ไม่ได้นอนที่นี่ซะหน่อย ผมทรุดลงนั่งที่ขั้นบันไดแล้วเอาหัวโขกราวบันไดเบาๆ สองทีเพื่อลงโทษความเฟอะฟะของตัวเอง

เคาะสมองเพื่อให้มันประมวลผลอยู่ครู่หนึ่งก็นึกขึ้นมาได้ว่าพี่ซีที่เป็นเจ้าของหอจะต้องมีกุญแจสำรองแน่นอนเลยพาตัวเองมายืนอยู่หน้าห้องเขา ห้องหมายเลข 111 คือห้องของพี่ซีที่ใครๆ ในหอก็บอกว่าอยากอยู่ห้องนี้เพราะมันไม่ต้องขึ้นบันได แต่เจ้าของห้องซึ่งเป็นเจ้าของทุกพื้นที่ในหอนี้ไม่มีวันยกห้องตัวเองให้แน่นอน เอาจริงพี่ซีแก่แล้วอะ อย่าทรมานพี่เขาให้ตะเกียกตะกายขึ้นบันไดเลยเหอะ

"ก็อกๆๆ"

ผมเคาะประตูสองสามที กลัวว่าพี่ซีจะไม่ได้ยินหรือเปล่าจึงเรียกซ้ำไปอีกที 

"พี่ซี"

"ก็อกๆ!"

"พี่ซี!"

"แป๊บนึงโว้ย!" เขาตะโกนออกมา ครู่หนึ่งก็ออกมาเปิดประตู ด้วยสภาพเปลือยท่อนบนที่เหมือนพุ่งออกมาจากห้องน้ำ ผมเผลอเลื่อนมองร่างกายของคนตรงหน้า

โคตรขาวเลย

เรือนร่างที่ขาวสะอาดมีเพียงสร้อยพระสีทองคล้องอยู่ที่คอของเขา พี่ซีน่าจะเป็นฝรั่งสายพุทธแหละ

"มีอะไรเปล่า"

"อ้อ เออ กุญแจห้องผมหายอะ พี่มีกุญแจสำรองไหม?"

เขาทำหน้านึก มองไปทางซ้าย แล้วก็มองไปทางขวา

"ทำไมคิดนานอะ"

"นึกไม่ออกว่ะ มันมีแหละ แต่ไม่รู้อยู่ที่ไหน"

"อ้าว! เป็นเจ้าของหอประสาอะไรเนี่ย"

"ร้อยวันพันปีเคยมีคนทำกุญแจหายที่ไหนล่ะ มึงคนแรกเลยเนี่ย รอแป๊บ" เขาเดินกลับไปหยิบมือถือขึ้นมากดสองสามทีแล้วยกขึ้นแนบหู

"ป้าทิพย์ปิดเครื่องว่ะ"

ผมก็ได้แต่ยืนนิ่งอย่างไม่รู้จะทำยังไง เขาเองก็เช่นกัน เราสบตากันอยู่ครู่หนึ่งก่อนพี่ซีจะแทรกความเงียบด้วยการเรียกให้ผมเข้าไปในห้อง  

"เข้ามา"

"ฮะ?"

"เข้ามาดิ!"

ผมเดินตามเขาเข้าไปอย่างงงๆ พี่ซีเดินไปหยิบผ้าขนหนูกับเสื้อผ้าชุดหนึ่งในตู้ ออกมาโยนให้ผม  

"ไปอาบน้ำดิ"

"ฮะ?"

"หนูจะงงอะไรของหนู บอกให้ไปอาบน้ำ"

"ที่นี่? ที่ห้องพี่?"

"แล้วจะห้องไหนได้อีก ห้องตัวเองก็เข้าไม่ได้ ไม่เอาห้องนี้ก็เลือกมาเลยห้องไอ้เท็น ห้องไอ้ไค หรือห้องน้ำขิงดี"

"ห้องว่างๆ ชั้นอื่นไม่ได้เหรอฮะ"

"ไม่มีกุญแจ"

คำตอบสั้นๆ ทำให้ผมถึงกับถอนหายใจแรง ผมไม่มีทางเลือกและต้องโทษตัวเองด้วยที่โง่ทำกุญแจหายเอง ก็เลยต้องทำตามที่เขาบอก  

"แล้วพี่อาบหรือยัง"

"กำลังจะอาบมึงก็มาเรียกพอดีไง มึงอาบก่อนเลย เดี๋ยวเป็นหวัด"

"งั้นพี่อาบก่อนก็ได้ครับ พี่ก็เป็นหวัดได้เหมือนกันนะ"

"อาบพร้อมกันเลยไหมล่ะ?"

"ขอสิบนาที!" ผมว่าแล้วหยิบกองผ้าที่เขาโยนให้ตรงเข้าห้องน้ำ ก่อนผมจะใช้เวลาไม่นานในห้องน้ำ เสร็จแล้วจึงเดินออกมาแต่พี่ซีไม่อยู่ในห้องแล้ว ผมกวาดสายตามองรอบๆ ห้องของเขา ห้องนี้เล็กกว่าห้องที่ผมอยู่นิดหน่อย แต่มีเฟอร์นิเจอร์เหมือนกันหมดทุกชิ้น ผ้าปูที่นอนของพี่ซีที่เป็นสีเทาอ่อนๆ ปลอกหมอนเป็นสีดำ อีกใบเป็นสีขาว มีข้าวของเยอะแต่ไม่ได้รกเกะกะ ดูสะอาดตาดี ที่มุมห้องมีโต๊ะวาดภาพขนาดใหญ่ กองอุปกรณ์วาดภาพ เฟรมหลายขนาดและกองภาพวาดที่วางเอาไว้ เดาว่าบรรดารูปภาพที่ตกแต่งอยู่ที่ผนังห้องโถงก็คงเป็นฝีมือเขาแน่ๆ ผมหันไปมองหนังสือสวดมนต์และพระพุทธรูปที่หัวเตียง อดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ ผมไม่เคยเห็นฝรั่งสวดมนต์ไง เลื่อนสายตาจากหัวเตียงก็ไปเจอกับชั้นวางหนังสือที่แน่นไปด้วยหนังสือการ์ตูน ใกล้ๆ กันก็มีโมเดลฟิกเกอร์ตัวการ์ตูนที่ผมเองก็ไม่รู้จัก ผมถือวิสาหยิบโมเดลบางตัวตรงนั้นออกมาดู

"หนู ซนอะไร"

"อุย!" ผมสะดุ้งนิดหนึ่งแล้ววางโมเดลนั่นกลับไปที่เดิม

"ไม่ได้ซนซะหน่อย พี่ไปไหนมาเหรอ"

"อาบน้ำห้องไอ้เท็น"

ผมพยักหน้ารับ เพิ่งสังเกตเห็นว่าเขาเองก็เปลี่ยนชุดไปแล้วเหมือนกัน

"ไปหากุญแจมาให้แต่ไม่เจอว่ะ คืนนี้นอนที่นี่ละกัน"

"ฮะ?"

"จะตกใจอะไรนักหนา แค่คืนเดียวอย่าเรื่องมากเลย เดี๋ยวพรุ่งนี้ป้าทิพย์มาจะเอากุญแจให้ ไปล่ะ" เขาพูดยาวก่อนจะเดินไปที่ประตู

"พี่ไปไหนอะ?"

"นอนข้างนอก"

"เฮ้ยพี่ พี่นอนในนี้เหอะ เดี๋ยวผมนอนข้างนอกเอง"

"ไม่เป็นไร ตอนเมาก็นอนตรงนี้แหละ หน้าหอยังนอนได้เลย"

"แต่..."

"อยู่กับพี่อย่ามีแต่ รำคาญ"

ผมพยักหน้าเบาๆ ตอนที่พี่ซีเดินออกไป ไม่ลืมที่จะกดล็อกประตูให้ด้วย ผมนึกขึ้นมาได้ว่าทำไมไม่บอกให้เขานอนในนี้ด้วยกัน แต่ก็ไม่อยากกวนใจอะไรกับเขามากนัก 

ที่จริงพี่ซีโคตรใจดีเลย ไม่ใช่แค่กับผม แต่กับทุกคนเลย ถึงผมจะเพิ่งเข้ามาอยู่ที่นี่แต่ผมเชื่อว่าคนที่นี่รักเขามาก เขาเหมือนเป็นพี่ของพวกเราจริงๆ แล้วเขาก็ดูแลคนอื่นมากกว่าตัวเองตลอดเลย  

...

"เท็น! ไอ้เท็น!"

ผมลืมตาขึ้นเพราะเสียงโวยวายของใครสักคนข้างนอก วันนี้วันหยุดแท้ๆ อยากจะนอนสักครึ่งวัน ใครมันมาแหกปากอะไรแต่เช้าวะ ผมดีดตัวขึ้นจากที่นอนอย่างหงุดหงิด หงุดหงิดตั้งแต่เสียงดังๆ หงุดหงิดเพราะห้องพี่ซีไม่มีผ้าม่านที่ประตูกระจก แสงสว่างจ้าจากดวงอาทิตย์ตอนเช้าสาดเข้ามาทางนั้นพอดีจึงพาให้นอนต่อไม่ได้ ผมยกมือขยี้ตาสองสามทีแล้วเดินออกจากห้อง เสียงโวยวายจากคนข้างนอกก็ยังไม่หยุด

"ไอ้เท็น! มึงลงมานี่เดี๋ยวนี้เลย!"

เจ้าของหอคือเจ้าของเสียงแหกปากนั่น ไม่รู้ว่าเพราะอะไรถึงได้เรียกหาเท็นแต่เช้าตรู่ ถึงอย่างนั้นเท็นเองก็รีบวิ่งเปลือยท่อนบนลงมาจากบันไดอย่างหน้าตาตื่น

"มีอะไรเฮีย โวยวายอะไร"

"ของมึงใช่ไหม!" พี่ซีว่าแล้วชี้ไปยังตู้ปลาแต่ข้างในบรรจุสิ่งมีชีวิตขนาดย่อมอยู่ตัวหนึ่ง ผมก้มลงมองชัดๆ เพื่อให้เห็นว่ามันเป็นตัวอะไร...

"เหี้ย!"

ผมร้องลั่นเมื่อมองเห็นไอ้ตัวเงินตัวทองในตู้นั้น เหี้ย จริงๆ ด้วย ตัวเป็นๆ เลยว่ะ

"ขามันเจ็บ สงสัยโดนรถทับมา"

"แล้วมึงเอาเข้ามาที่นี่ทำไม!"

"ก็มันเจ็บอะ ผมกับเพื่อนเจอมันแล้วไม่รู้จะเอาไปไว้ที่ไหน"

"มึงก็เลยเอามาไว้ที่นี่เหรอไอ้บ้า"

"แล้วเฮียจะให้ผมเอามันไปไว้ที่ไหน"

"หอกูไม่ใช่โรงพยาบาลสัตว์นะโว้ย! มึงพาสัตว์เข้ามาจนหอกูจะกลายเป็นซาฟารีเวิลด์อยู่แล้ว เอาออกไปเลย คราวนี้กูไม่อนุญาต"

"โธ่เฮีย สงสารมันออก" เท็นว่าแล้วยื่นมือไปสัมผัสผิวสัตว์ชนิดนั้น ผมขนลุกตั้งแต่หัวจรดปลายนิ้วโป้งตีน เผลอแขยงจนตัวสั่น

"มึงจะมีเมตตาธรรมค้ำจุนสัตว์โลกอะไรก็เรื่องของมึง แต่เอาไปไว้ที่อื่นโว้ย เกิดมันหลุดออกมาแล้วมาวิ่งเพ่นพ่านในหอทำไง ใครจะกล้าจับ นี่ไม่ใช่ไอรอนแมนนะเว้ย"

"จับได้ ไม่ได้มีพิษ เนี่ย!" เท็นว่าแล้วหยิบมันชูขึ้นมา ทั้งผมและพี่ซีโดดหลบไปคนละทาง

"ก็สิ่งมีชีวิตเหมือนกันอะ ทำไมต้องรังเกียจกันด้วย เนอะ กัปตันอเมริกา"

ทำไมกัปตันกลายเป็นไอ้ตัวนี้ล่ะโว้ย!  

"ประสาทแดกตั้งชื่อให้ตัวเหี้ย คราวก่อนไอ้แมวนั่นก็ไอรอนแมน นี่มึงจะพามาทั้งอเวนเจอร์เลยไหม"

"โห่เฮีย น่ารักออก"

"น่ารักที่แม่มึงสิ!"

"งั้นเอาไว้หลังหอได้มะ"

"ที่ไหนก็ได้ที่ไม่ใช่ตรงนี้โว้ย"

"เออๆ ก็ได้ เดี๋ยวเอาไปไว้ข้างหลัง มันขาเจ็บหรอกน่า เดี๋ยวขาหายก็ปล่อยคืนสู่ป่าแล้ว" เท็นว่าแล้วแบกตู้นั่นออกไปประตูหลัง พี่ซีส่ายหน้าเบาๆ แล้วทิ้งตัวลงบนโซฟา

"คนอะไรเลี้ยงเหี้ยอะ"

"เออ พาเข้ามาอย่างกับหอกูเป็นป่าอะเมซอน เคยมีครั้งหนึ่งมันเคยพาไก่เข้ามาด้วยนะ ตอนเช้านี่ขันจนตื่นกันทั้งซอย"

ผมหลุดหัวเราะเบาๆ ตอนที่พี่ซีบ่นอย่างดูโมโห    

"เท็นดูท่าทางไม่น่ารักสัตว์เลย"

"มันเรียนสัตวแพทย์อะ"

ผมสะดุดกับคำพูดของพี่ซี มนุษย์ชีเปลือยผู้ไม่มีเสื้อใส่คนนั้น วันๆ ผมไม่เห็นทำอะไรนอกจากเดินตัวล่อนจ้อนไปๆ มาๆ ในหอกับแบกแมวไปเดินเล่น นั่นคือนักศึกษาสัตวแพทย์  

"เออหนู ป้าทิพย์มาแล้วนะ ไปเอากุญแจได้เลย"

"อ๋อครับ เมื่อคืนขอบคุณนะฮะ"

"ไม่เห็นต้องขอบคุณ"

"แต่ซักผ้าปูที่นอนบ้างก็ดีนะพี่"

"อะไร! ซักบ่อยเว้ย!"

"ล้อเล่นน่า ว่าแต่พี่ซี ทำไมพี่หน้าแดงๆ อะ" ผมมองหน้าเขาที่เปลี่ยนเป็นสีชมพูระเรื่อดูผิดปกติ ยิ่งตรงปลายจมูกแดงเป็นลูกเชอร์รี่เลย

"เขินมั้ง"

"เขินอะไรวะพี่"

"เขินมึงไง ใส่ชุดนอนมายั่วแต่เช้า" เพราะเสื้อตัวที่เขาให้ยืมมันใหญ่กว่าตัวผมเยอะไปหน่อย แถมคอเสื้อยังกว้างจนตกมาถึงไหล่ พี่ซีอมยิ้มนิดๆ แล้วจับคอเสื้อให้กลับมาปิดไหล่ให้ 

"เห็นแล้วใจไม่ดี"

"ตลกละพี่! งั้นเดี๋ยวซักคืนให้นะชุดนี้"

ผมพูดกับเขาแค่นั้น แล้วเดินไปหาป้าทิพย์เพื่อเอากุญแจขึ้นห้อง หลังจากอาบน้ำเสร็จก็เดินลงมาข้างล่าง ตั้งใจจะลงมาหาพี่ซี เพราะมีบางเรื่องอยากคุยกับเขา

"ป้าทิพย์ครับ เห็นพี่ซีมั๊ยฮะ" ผมถามป้าทิพย์ที่กำลังถูพื้นอยู่อีกทาง

"เห็นว่าไม่ค่อยสบายนะคะ คงนอนอยู่ในห้องแหละค่ะ"

"ไม่สบายเหรอครับ?"

"ค่ะ สงสัยเมื่อคืนตากฝน"

ผมพยักหน้ารับแล้วเดินไปที่หน้าห้องของเขา ผมตั้งใจจะเคาะประตู แต่เห็นว่ามันเปิดอยู่แล้ว จึงค่อยๆ ผลักประตูเข้าไป เขาไม่ได้อยู่บนที่นอน แต่กำลังนั่งวาดรูปอยู่ที่อีกมุม เอากระดาษทิชชูยัดจมูกเอาไว้บ่งบอกว่าเขาเป็นหวัดอยู่แน่ๆ

"พี่ซี"

"เฮ้ย! ตกใจหมด! ทำไมไม่เคาะประตูวะ! ไอ้หนูไร้มารยาท!"

ผมสลดไปเลยตอนโดนด่ารัว จึงถอยหลังกลับมาแล้วเคาะประตูสองสามครั้งทั้งๆ ที่เขาก็มองอยู่แล้ว คนข้างในหลุดหัวเราะแล้วกวักมือเรียกผมเข้าไป

"ขอโทษครับ เมื่อกี้เห็นประตูห้องมันเปิดอยู่เลยเข้ามาเลย"

"เออ ก็จะต้องสลดอะไรเบอร์นั้น"

"ก็พี่ดุอะ"

"เออ ขอโทษ แล้วมีอะไรถึงต้องเข้ามาหาถึงห้อง ติดใจห้องนี้เหรอ" เขาพูดติดตลก แต่ผมหันมองเคืองอีกคนจึงหยุดหัวเราะไป 

"พี่ไม่สบายเหรอ"

"แค่เป็นหวัดเอง"

"เพราะผมป่ะเนี่ย?"

"ทำไมอะ มึงเป็นเชื้อโรคที่มาแพร่เชื้อไวรัสในระบบทางเดินหายใจกูหรือไง"

"ทำไมกวนตีน"

"อ้าว ไอ้นี่"

"เออ ก็เมื่อคืนพี่ตากฝนเพราะไปหาผมไง แถมผมยังให้พี่นอนนอกห้องอีก รู้สึกผิดเลยอะ"

"โห่ คิดไปได้ กูเป็นลูกคุณหนูอะ อ่อนแอง่าย"

"ลูกคุณหนู?"

"เออ รูปหล่อพ่อรวย"

กูวิ่งไปอ้วกได้ไหม? บอกว่าเป็นกรรมกรหน้าตาฝรั่งยังเชื่อกว่าอีก แต่ถึงอย่างนั้นผมก็หลุดหัวเราะออกมาเบาๆ พร้อมกับเขา ก่อนผมเลื่อนสายตามองไปยังรูปวาดในเฟรมนั่น ผมไม่เข้าใจรูปภาพนามธรรมและศิลปะลึกล้ำแบบนั้น ไม่รู้ว่าความสวยดูกันจากตรงไหน แต่พอรู้ว่าภาพนั้นเป็นฝีมือของพี่ซี ก็กลับชื่นชมขึ้นมาซะอย่างนั้น

"อีกนานป่ะพี่?"

"ทำไมอะ งานศิลปะใครเขาจะกำหนดได้วะว่ามันจะเสร็จตอนไหน มันเป็นจิตวิญญาณของศิลปิน เข้าใจป่ะ"

"รีบๆ วาดได้ป่ะ มีเรื่องจะคุยด้วย"

"มีอะไรอะ พูดมาเลยดิ"

"เรื่องที่ผมขอให้ช่วย..."

"อือ...ทำไมอะ"

"ไม่ต้องแล้วก็ได้นะพี่"

เขาชะงักพู่กันในมือแล้วหันมามองผม

"ไม่ต้องช่วยผมแล้วก็ได้นะ"

"ทำไมพูดยังงี้อะ? มีอะไรป่ะเนี่ย"

"ผมไม่รู้ว่าจะพี่กลัวขนาดนั้น"

"..."

"ถ้าพี่กลัวอะ ไม่ต้องช่วยผมแล้วก็ได้ ผมไม่อยากให้พี่กลัว พี่คงรู้สึกแย่มากที่ต้องมองเห็นสิ่งที่ไม่อยากเห็น"

เขาพยักหน้าเบาๆ ก่อนวางพู่กันลงแล้วเลื่อนสายตามามองหน้าผม

"ก็จริงที่กูกลัว แต่บอกแล้วว่าจะช่วย ก็ต้องช่วย"

"แต่มันน่ากลัวสำหรับพี่..."

"น่านก็อยู่นี่"

"..."

"ไม่มีอะไรต้องกลัวไม่ใช่เหรอ"

คำพูดที่หน้าตึกแปดชั้นผุดขึ้นมาในหัว ตอนที่ผมบอกเขาว่าไม่ต้องกลัวเพราะมีผมอยู่ตรงนี้ และท่ามกลางความเงียบนั้นเขายื่นมือที่เลอะสีมาจับมือผมเอาไว้อย่างเมื่อคืน  

"คราวหน้าถ้าพี่กลัว..."

"..."

"จับมือพี่ไว้ด้วยนะ"

...


To be continued.


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น