akikoneko17

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ภาค 3 : บทที่ 20

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 19.3k

ความคิดเห็น : 78

ปรับปรุงล่าสุด : 11 ก.พ. 2561 19:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ภาค 3 : บทที่ 20
แบบอักษร

20

            น้ำเดินเข้ามาในห้องพัก ทุกอย่างอยู่ในความเงียบ เขาได้ยินเสียงน้ำไหลกระทบพื้น เดาได้ทันทีว่าคนในห้องน้ำน่าจะเป็นวายุ

                แกร็ก

                แล้วการคาดเดาของน้ำก็เป็นจริง เมื่อเวลาผ่านไปครู่หนึ่ง ร่างสูงโปร่งของวายุก็เดินออกมาจากห้องน้ำ ในสภาพที่เปลี่ยนชุดเรียบร้อยแล้ว ที่คอมีผ้าขนหนูสำหรับเช็ดผมที่เปียก

                “โทษที รอนานหรือเปล่า”

                “ไม่นานครับ  ผมเพิ่งมาถึงไม่นานเอง”

                “งั้นก็รีบไปอาบน้ำเถอะ เดี๋ยวจะไม่สบาย”       

                ความห่วงใยส่งมา น้ำพยักหน้ารับคำของคนอายุมากกว่า เขาก้มลงไปหยิบเสื้อผ้าและอุปกรณ์อาบน้ำที่เตรียมไว้ แล้วเข้าไปอาบน้ำ แต่แค่ชั่วลมหายใจ ชายหนุ่มตัวสูงใหญ่ก็เดินเข้ามาในห้อง พร้อมกับถอดเสื้อ วายุหันไปมอง  พบว่าโทระกำลังหงุดหงิดเพราะอยากอาบน้ำ

                “นายจะไปไหนน่ะ”วายุถาม

                “จะอาบน้ำ”

                “แต่น้ำเพิ่งเข้าไปเมื่อกี้เอง  นายรออีกสักพักแล้วกัน”

                “ต้องรอด้วยเหรอ”

                สำหรับโทระ เขาไม่ได้คิดมากเรื่องอาบน้ำรวมกันอยู่แล้ว จึงเดินไปเคาะประตูห้องน้ำ

                “นี่! นายอาบเสร็จหรือยัง”

                คนที่กำลังจะถอดกางเกงมีอันต้องชะงัก เพราะเข้าเพิ่งเข้าห้องน้ำมายังไม่ถึงนาทีด้วยซ้ำ จะให้อาบเสร็จได้ยังไงกัน

                “เปิดประตู!”

                “โทระ นายจะทำอะไร”

                “เงียบเถอะน่า”

                เขาหันไปบอกวายุ  เขาไม่เห็นว่ามันจะเสียหายตรงไหน ถ้าเขาจะอาบน้ำพร้อมกับน้ำไปเลย

                “รุ่นพี่มีอะไรเหรอครับ”

                เสียงตะโกนจากด้านในดังขึ้น โทระเดินไปหยิบผ้าเช็ดตัว แล้วตะโกนบอกอีกฝ่าย

                “เปิดประตู!”

                น้ำลนลาน เพราะคิดว่ามีเรื่องสำคัญ  เจ้าตัวถึงได้ยอมเปิดประตู แต่ยังไม่ทันได้ถามอะไรทั้งนั้น โทระก็ผลักประตู แทรกตัวเข้าไปทันที

                ปัง!

                วายุยกมือกุมขมับ  ปวดหัวกับนิสัยของโทระ ไม่นานนัก ไทกะก็เดินเข้ามาในห้อง

                “เป็นอะไร”

                ท่าทางของวายุทำให้เขาสงสัย วายุถอนหายใจ

                “น้องชายนายนี่ดื้อ เอาแต่ใจตัวเองแบบนี้ตลอดเลยใช่ไหม”

                ไทกะไม่ตอบ แต่หันไปทางห้องน้ำ เพราะได้ยินเสียงดังลอดออกมา

                “เงียบเหอะน่า! ฉันจะอาบน้ำด้วยก็แค่นั้น จะตกใจทำไมเนี่ย!”

                พอได้ยินแบบนั้น ไทกะก็พอจะเดาสถานการณ์ออกว่าในห้องน้ำตอนนี้ มีใครอยู่บ้าง  ก่อนจะหันไปคุยกับวายุ

                “อย่าไปสนใจเลย”

                ไทกะเดินไปเปิดกระเป๋าเสื้อผ้าของตัวเอง เพื่อหยิบผ้าเช็ดตัวและชุด 

                “แล้วนายจะไปไหน”

                วายุจำต้องถาม เพื่อเห็นไทกะหยิบเสื้อผ้าเดินออกจากห้อง

                “ฉันไปขอห้องนู้นน่าจะได้เร็วกว่า”

                บอกแค่นั้นก็เดินออกไปเลย  ทิ้งให้วายุมีสีหน้าเจื่อนๆ เขาหันมองไปทางประตูห้องน้ำ ตัดสินใจหยิบโทรศัพท์ แล้วเลือกที่จะเดินออกจากห้องเพื่อลงไปนั่งที่บริเวณห้องนั่งเล่นแทน

                “ผมยังอาบน้ำไม่เสร็จเลยนะครับ ทำไมรุ่นพี่เข้ามา”

                คนตัวเล็กแย้งกลับทันที  โทระถอนหายใจแรง

                “ก็ฉันอยากอาบน้ำ หิวข้าวจะแย่แล้ว นายจะเรื่องมากทำไม ผู้ชายอาบน้ำด้วยกันมันแปลกตรงไหน”

                เพราะโดนตอกกลับแบบนี้ น้ำจึงเถียงกลับไม่ออก นอกจากพยักหน้ารับเท่านั้น

                “อึก”

                ได้แต่กลืนน้ำลายลงคอฝืดๆ เมื่อโทระถอดชุดของตัวเองออกจากหมด ไม่มีทีท่ากระดากอายเลยด้วยซ้ำ แต่น้ำกลับทำอะไรไม่ถูก

                “ยืนบื้อทำไม  ปกตินายอาบน้ำไม่ถอดเสื้อผ้าเหรอ”

                ท่าทางของน้ำทำให้โทระแปลกใจ  น้ำได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ แล้วรีบก้มไปถอดกางเกงออกด้วยความอาย เพราะสายตาของโทระจับจ้องที่เขาไม่ยอมละไปมองอย่างอื่น

                “มะ…มีอะไรหรือเปล่าครับ”

                ถามออกไปอย่างติดขัด ใบหน้าเห่อร้อน

                “เล็ก”

                แค่คำคำเดียว ก็ทำให้น้ำหน้าชาขึ้นมา แต่ดูเหมือนโทระจะไม่ได้ใส่ใจที่พูด เหมือนพูดไปตามที่เห็นเท่านั้นเอง  โทระเปิดน้ำให้แรงขึ้น กดสบู่เหลวมาฟอกไปตามตัว อย่างไม่ได้สนใจคนตัวเล็กสักเท่าไหร่นัก

                “ไม่อาบน้ำเหรอ”

                โทระหันมาถามเรียกสติของน้ำ เด็กน้อยลนลาน รีบกดสบู่เหลวมาถูตัวบ้าง ถ้อยคำของโทระยังวนเวียนอยู่ในหัว สายตาเขาก็ดันไปปะทะกับสิ่งที่ใหญ่โตกว่าของตัวเอง  อยากจะเถียงกลับใจแทบขาด แต่ก็คงสู้ไม่ได้ จึงได้แต่อาบน้ำต่อไปอย่างสังเวชตัวเองที่เกิดมาตัวเล็ก  แถมทุกอย่างก็ดันเล็กไปด้วยแบบนี้

-------+++++-------

                ท่าทางเหม่อลอยของน้ำ  ทำให้ภามอดไม่ได้ที่จะถามออกไปด้วยความเป็นห่วง เพราะตอนที่เล่นน้ำทะเล เจ้าตัวยังดูมีความสุขอยู่เลย

                “เป็นอะไรหรือเปล่า นายดูเครียดๆนะ”

                “ภาม…”

                น้ำเหลือบตามองเพื่อน  เขาไม่ได้สนใจอาหารบนโต๊ะ เหมือนสติของตัวเองยังไม่กลับมา

                “รู้วิธีเพิ่มขนาดไหม”

                “พรวด!!!”

                อาหารในปากของเพื่อนร่วมโต๊ะถึงกลับพ่นออกมา เพราะอยู่ๆ น้ำก็ถามเรื่องแบบนี้กลางโต๊ะอาหาร

                “นายพูดอะไรเนี่ย”

                ภามรีบยกมือปิดปากน้ำ น้ำแกะมือเพื่อนออก

                “ฉันหมายถึงขนาดตัวน่ะ”

                “อ๋อ”

                พอได้ยินแบบนั้น  ทุกคนก็ถึงกลับโล่งอก น้ำได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ รู้สึกผิดขึ้นมาที่ทำให้เพื่อนเข้าใจผิดมากขนาดนี้

                “นายกินเยอะๆ ออกกำลังกายมากๆ เดี๋ยวก็ตัวโตขึ้นเองล่ะ”ภามให้กำลังใจ

                “แต่เรื่องแบบนี้ พวกโครงสร้างร่างกายก็มีส่วนนะ”

                เพื่อนในกลุ่มเริ่มแสดงความคิดเห็น  ภามเองก็พยักหน้าเห็นด้วย แต่ก็คิดว่าถ้าหมั่นออกกำลังกาย ยังไงร่างกายก็ต้องเฟิร์มมากกว่านี้แน่นอน

                “ขอพี่นั่งด้วยได้ไหม”

                ทุกคนหันไปมอง  วายุยิ้มให้  ในมือมีจานข้าวอยู่  เด็กๆทุกคนพยักหน้าทันที

                “นั่งได้เลยค่ะพี่”

                “ขอบคุณครับ”

                กล่าวจบก็หย่อนกายนั่งลงข้างๆกับน้ำ  น้ำหันไปคุยกับวายุ

                “พี่วายุไม่ไปนั่งกับพี่ไทกะเหรอครับ”

                ว่าพลางหันไปมองยังโต๊ะที่เป็นส่วนของพวกกลุ่มรุ่นพี่ม.6 วายุส่ายหน้าไปมาช้าๆ

                “อยากมานั่งกับน้ำมากกว่า”

                ยิ้มสวยส่งมาให้  น้ำจึงอดไม่ได้ที่จะยิ้มตอบ  แล้วก้มหน้าทานอาหารตรงหน้าต่อ

                มื้อค่ำผ่านไปอย่างรวดเร็ว  น้ำและวายุเดินกลับไปที่บ้านพักก่อนไทกะและโทระ เนื่องจากรุ่นพี่ม.6 ยังต้องเตรียมงานก่อน แม้ตอนแรกวายุจะขออยู่ช่วย แต่ไทกะกลับไม่ยอม บอกให้เขาไปพักผ่อน

                “ที่จริง ผมเองก็อยากจะอยู่ช่วยพวกรุ่นพี่นะครับ”

                น้ำชวนคุย ระหว่างที่กำลังเดินกลับห้องพัก  วายุหันไปยิ้มอย่างเอ็นดู

                “กลับไปพักเถอะ  ยังเด็กอยู่ด้วย”

                วายุยกมือขยี้กลุ่มผมนิ่มของน้ำ เขารู้สึกเหมือนมีน้องชาย ถ้าเขามีน้องชาย เขาก็อยากให้น้องชายของเขาน่ารักแบบน้ำ

                “แล้วคืนนี้จะนอนกันยังไงเหรอครับ”

                ปัญหาที่ทิ้งไว้เมื่อเช้ากลับมาอีกครั้ง  วายุเองก็คิดไม่ออกเหมือนกันว่าจะทำอย่างไร

                “ถ้างั้นพี่นอนกับเราเลยดีไหมนะ”

                วายุอยากจะตัดปัญหา ว่านอนกับน้ำไปก่อนเลย ถ้าหลับไปแล้ว เวลาเจ้าพวกนั้นกลับมา พวกเขาจะได้ไม่ต้องคิด

                “แต่ถ้าพวกรุ่นพี่กลับมา จะไม่วุ่นวายเหรอครับ”

                คิดถึงตรงนี้แล้ว วายุและน้ำก็ปวดหัวขึ้นมาเลยทีเดียว

                “ให้ถึงเวลานั้น ค่อยคิดแล้วกัน”

                น้ำเองก็เห็นด้วยกับความคิดนี้  พอถึงเวลา คงจะเลือกที่นอนกันได้เอง สำหรับตัวเขานั้น ไม่ได้คิดมากอยู่แล้วว่าจะนอนเวลาไหน  พอถึงห้องพัก  วายุก็กดเปิดโทรทัศน์ดูข่างไปเรื่อยเปื่อย  น้ำเองก็เริ่มง่วงขึ้นมาแล้ว เพราะวันนี้เล่นน้ำจนหมดแรงเลยทีเดียว

                “ถ้าน้ำง่วง นอนไปก่อนเลยก็ได้”

                “ครับ”

                หลังจากตอบรับแล้ว คนตัวเล็กก็เอนกายนอนลงบนเตียง โดยมีวายุนั่งอยู่ข้างๆ เขายังไม่นอนง่ายๆ ในสมองยังคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย เพียงครู่ความรู้สึกประหลาดก็เกิดขึ้นกับตัวเขา

                วายุรู้สึกหนาวๆร้อนๆ เหมือนคนกำลังจะเป็นไข้ เขารีบลุกไปเปิดกระเป๋าเพื่อค้นยาออกมาทาน

                “หวังว่าคงไม่ได้เป็นอะไรนะ”

                เขาบอกกับตัวเองแบบนั้น  ก่อนจะเงยหน้ามองนาฬิกา ที่เวลาผ่านไปเกือบ ห้าทุ่มแล้ว แต่ไทกะกับโทระยังไม่กลับมา  ดูเหมือนว่าทั้งสองกำลังประชุมเรื่องค่ายที่จัดขึ้น เพื่อเตรียมสำหรับการจัดค่ายต่อในวันพรุ่งนี้

                เวลาผ่านไปเพียงครู่  ไทกะกับโทระก็เดินกลับเข้ามาในห้อง  ไทกะค่อนข้างประหลาดใจที่วายุยังไม่นอน

                                “นายยังไม่นอนอีกเหรอ”ไทกะถาม

                “ก็รอพวกนายกลับมานี่ล่ะ”

                “ดีจัง”โทระยิ้มกว้าง ก่อนจะยกมือปิดปากหาว

                “งั้นนอนละนะ”

                โทระเลือกที่จะเดินไปยังเตียงที่ว่างเปล่าแล้วเอนตัวนอน  พอเห็นไทกะเดินเข้ามา เขาก็เด้งตัวลุกนั่งทันที

                “นายจะทำอะไร”

                “ก็จะนอนด้วยไง”

                “ฉันบอกนายแล้วไม่ใช่เหรอ ว่าไม่ให้นายนอนกับฉันน่ะ  เดี๋ยวก็เบียดกันตายพอดี”

                “แล้วนายจะให้ฉันทำยังไง”ไทกะถามอย่างหมดความอดทน

                “นายก็นอนพื้นไปสิ”โทระแสยะยิ้ม

                ไทกะเหยียดยิ้ม  จ้องหน้าน้องชาย

                “ถ้าฉันนอนพื้น  นายก็ควรจะมานอนเป็นเพื่อนฉัน”

                “พอๆๆ พวกนายจะทะเลาะกันทำไมเนี่ยฮะ!”

                วายุเริ่มจะหมดความอดทน เขาเป็นคนที่อายุมากที่สุด และเหมือนว่าปัญหานี้จะจัดการไม่ได้สักที  ทั้งสองพี่น้องจ้องกันเหมือนจะฆ่ากันให้ได้

                “ฉันเองก็ยังคิดไม่ออกว่าจะจัดการปัญหานี้ได้ยังไงเหมือนกัน”ไทกะบอกอย่างหมดความอดทน              

                “งั้นให้นายเป็นคนตัดสินใจเลย แต่ขอบอกไว้ก่อนนะ ฉันไม่ยอมนอนเตียงเดียวกับไทกะแน่”

                “แล้วฉันก็ไม่ยอมให้โทระนอนกับนายแน่นอน”

                “งั้นนายก็อย่าไปนอนกับเจ้าแว่นแล้วกัน”โทระสวนทันทีอย่างหมั่นไส้

                “พอสักที! ทะเลาะกันเป็นเด็กไปได้”

                วายุตวาดกลับดังลั่นอย่างโมโห ทำให้คนที่นอนหลับอยู่มีอันต้องลืมตาขึ้นอย่างตกใจ  วายุเองก็รู้สึกผิดที่ทำให้น้ำตื่นแล้วหันไปมองสองแฝดอย่างไม่พอใจ

                “พวกนายให้ฉันตัดสินใจใช่ไหม…ได้!”

                .

                .

                .

                ดวงตาคมกริบตวัดมองเจ้าของร่างที่มีหน้าตาเหมือนกับตนแทบทุกอย่าง แล้วถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างเซ็งจัด

                “เพราะนายคนเดียวเลย”

                “หุบปากไปซะ…นายกำลังรบกวนคนอื่นๆอยู่”

                ไทกะต่อว่าเสียงไม่ดังมากนัก ท่ามกลางความมืด  โทระได้แต่หายใจแรง  รู้สึกปวดหลังไปหมด เพราะต้องทนมานอนที่พื้น แต่ไม่ใช่แค่เขาคนเดียวที่นอน  ไทกะก็ไม่ต่างกัน  ส่วนคนที่นอนบนเตียงทั้งสองก็คือวายุและน้ำที่นอนกันคนละเตียง  โทระเป็นฝ่ายที่นอนพื้นใกล้กับเตียงของน้ำ ส่วนไทกะนอนพื้นใกล้กับเตียงของวายุ

                “เอ่อ…แบบนี้จะดีเหรอครับ”

                น้ำเอ่ยขึ้นมาท่ามกลางความมืด เขารู้สึกไม่ดีเลยที่ต้องให้รุ่นพี่ทั้งสองนอนพื้นแบบนี้ ทั้งๆที่ในห้องก็มีเตียง

                “แน่นอนว่ามันไม่ดีน่ะ!”

                โทระแทบจะตะโกนกลับ แต่เสียงของวายุก็ดังขึ้นสยบทุกความเคลื่อนไหว

                “ถ้าพวกนายยังทำตัวน่ารำคาญอีก  ฉันจะไล่ให้ไปนอนนอกห้องให้หมด… เงียบ! แล้วนอนซะ!”

                โทระคำรามในลำคออย่างไม่ค่อยพอใจ แต่เขาก็ไม่พูดอะไรต่อ อย่างน้อย นอนในห้อง ก็น่าจะดีกว่านอนข้างนอก ไทกะเองก็ไม่ได้ต่อต้านใดๆ เขาเองก็ไม่ได้เรื่องมากตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แค่กันไม่ให้โทระไปนอนกับวายุได้ เขาก็พอใจแล้ว

                วายุขยับกายนอนตะแคงข้าง หันหลังให้กับทุกคน  เขาหลับตาลง พยายามข่มตาให้หลับ  แต่ถึงกระนั้น เขาก็รับรู้ได้ถึงความผิดปกติของร่างกาย เหมือนเลือดในกายกำลังเดือดพล่าน  แม้จะนอนอยู่ในห้องที่เย็นฉ่ำเพราะเครื่องปรับอากาศก็ตามที

-------+++++-------

                ยามเช้ามาเยือนอีกครั้ง แต่วันนี้ไทกะตื่นเร็วเป็นพิเศษ  เขาหันไปมองหาโทระ เพราะต้องการให้แฝดน้องไปช่วยเขาจัดเตรียมค่ายก่อนที่จะถึงเวลานัดพวกรุ่นน้องมา  แต่ดูเหมือนว่าน้องชายเขาจะหายไปแล้ว

                “ตื่นแล้วเหรอ…ไม่น่าเป็นไปได้”

                ถึงยังไง ไทกะก็ไม่คิดว่าโทระจะตื่นแล้ว  เพราะปกติ การจะปลุกให้โทระตื่นนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย  แต่เขาก็ไม่มีเวลามาคิด ดังนั้น ชายหนุ่มจึงยันกายลุกขึ้น แล้วก็พบว่าน้องชายเขาไม่ได้หายไปไหน แต่ดีดตัวจากพื้นไปนอนบนเตียงกับน้ำเรียบร้อยแล้ว

                “เหอะ”

                ไทกะได้แต่ร้องในคอด้วยความหมั่นไส้ที่เห็นเจ้าน้องชายตัวดีกำลังนอนโอบกอดรุ่นน้องบนเตียงเอาไว้ แถมยังนอนหลับตาพริ้มอย่างสบายอารมณ์  ในขณะที่เขานอนบนพื้นแข็งๆทั้งคืน

                “ตื่น”

                เข้าไปจับแขนของโทระอย่างไม่คิดจะออมแรง จนโทระต้องนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ

                “ฉันบอกให้ตื่น”

                ไทกะบอกเสียงเย็น เขาเพิ่มแรงให้มากขึ้น จนกระทั่งโทระลืมตาขึ้น ไทกะจึงปล่อยมือออก จนเห็นรอยยิ้มช้ำที่แขนของโทระ

                “อะไรของนาย”

                “ตื่น ไปอาบน้ำ แล้วเตรียมตัวไปช่วยฉัน”

                “ไม่อะ  จะนอน”

                โทระยังคงงัวเงีย เมื่อคืนก็กลับมาดึก แถมยังต้องมาตื่นเช้า ตั้งแต่พระอาทิตย์ยังไม่ขึ้น เรื่องอะไรเขาจะยอม แต่ไทกะไม่ยอมง่ายๆ เขาเลื่อนมือไปบีบคอของน้องชาย

                “อย่าทำให้ฉันโมโหไปมากกว่านี้!”

                “จะทำบ้าอะไรเนี่ย”

                เขารีบจับมือของแฝดพี่ เพราะแรงที่บีบลงมา  โทระพอจะเดาได้ว่าไทกะคงโกรธจริงๆ  ไทกะไม่คิดจะฆ่าน้องชาย เขาแค่อยากสั่งสอน ในเมื่อเขาเคารพกติกาไม่ไปนอนบนเตียง แต่เจ้าน้องชายตัวแสบกลับโดดขึ้นมานอนกอดเด็กน้ำอย่างสบายใจ  แล้วทำไมเขาถึงโดดขึ้นไปนอนกอดวายุไม่ได้

                “ลุก แล้วไปอาบน้ำ”

                “เออๆ รู้แล้ว”

                ในที่สุดก็ยอมลุกออกจากเตียงด้วยความเสียดาย ชายหนุ่มรีบเดินตรงไปที่ห้องน้ำด้วยความงัวเงีย 

                ไทกะละความสนใจจากโทระ เขาเปิดโคมไฟหัวเตียงของวายุ

                “วายุ!”

                ใบหน้าที่ซีดเซียวของร่างบนเตียงทำให้ไทกะตกใจอย่างมาก วายุนอนไม่ได้สติ แถมตัวยังเย็นเฉียบ

                “วายุ! วายุ!”

                เขาเขย่าร่างวายุเบาๆ ไม่นานวายุก็ลืมตาขึ้นมาช้าๆ เขากลืนน้ำลายลงคอฝืดๆ

                “ไทกะ…”

                “นายเป็นยังไงบ้าง”

                “ฉันปวดหัว…ปวด …หนาว”

                ไทกะลนลาน เขารีบหยิบผ้าห่มที่คลุมอยู่ที่เอวมาคลุมให้ถึงอก

                “เดี๋ยวฉันจะพานายไปหาหมอ  โอเคไหม”

                วายุส่ายหน้าไปมาช้าๆ มือที่อยู่ใต้ผ้าห่มกำเข้าหากันแน่น เขาเผลอกัดฟันเพราะรู้สึกเจ็บที่เล็บแหลมคมกำลังทิ่มเนื้อของเขา

                “ฉันไม่เป็นไร…เอายามาให้ฉันกินก็พอ”

                “แต่ฉันก็ยังไม่สบายใจอยู่ดี”

                “ไข้หวัดธรรมดาล่ะ  อย่าคิดมากไปเลย”วายุบอกเสียงแผ่ว

                “แน่ใจนะ”ไทกะถามย้ำ

                “อืม…ไม่เป็นไรจริงๆ”

                “งั้นเดี๋ยวฉันไปหายามาให้นาย… โอเคไหม”

                วายุพยักหน้ารับความหวังดี  เขาหลับตาลงช้าๆ ได้ยินเสียงคนตัวสูงเดินออกจากห้องไป  เปลือกตาบางจึงลืมขึ้น เขาดึงมือข้างซ้ายออกมาจากใต้ผ้าห่ม สิ่งที่เห็นเล็บของเขามันยาวขึ้นกว่าเมื่อวานมากเสียจนดูคล้ายกับกงเล็บของสัตว์ ดวงตาคู่สวยสั่นคลอน เขาหายใจแรงขึ้น แล้วรีบซุกมือข้างซ้ายเข้าไปใต้ผ้าห่มอย่างรวดเร็ว เมื่อได้ยินเสียงเปิดประตู


100%


ติดตามการอัพได้ที่เพจ Akikoneko17

หากท่านใดสนใจนิยายroyal tiger ภาค1 หรือ 2 สามารถสอบถามที่เพจได้เช่นกันค่ะ


ปล. นิยาย royal tiger  ภาค 3  น่าจะเปิดให้พรีประมาณ ปลายๆ เดือนนี้ค่ะ  รายละเอียดเพิ่มเติม จะมาแจ้งอีกทีนะคะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}