กัลย์ดิษฐ์(fah-sai)

ห้ามคัดลอกดัดแปลงนิยายแม้เพียงแต่น้อยนิดใครทำขอให้ชีวิตพังพินาศย่อยยับพบหาความสุขไม่เจอทำอะไรก็ไม่มีวันเจริญ! ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านนิยายของไรท์นะคะ ถ้าชอบก็ช่วยกดไลค์+เม้นเป็นกำลังใจให้กันด้วยน๊าา รักกก❤❤❤

บทที่25 ยื้อหรือหยุด

ชื่อตอน : บทที่25 ยื้อหรือหยุด

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 20.4k

ความคิดเห็น : 122

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ก.พ. 2561 17:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่25 ยื้อหรือหยุด
แบบอักษร

โรงพยาบาล 

“คุณดากลับบ้านไปพักก่อนมั้ยครับ หมอคงใช้เวลาผ่าตัดอีกนาน” เรย์เอ่ยขึ้นเมื่อหมอเพิ่งเข็นเตียงเจเร็ดเข้าไปยังห้องฉุกเฉิน

“ไม่ฮึก…ดาจะรอ จะรอจนกว่าเฮียจะปลอดภัยฮึก…” หญิงสาวบอกด้วยน้ำเสียงสะอึกสะอื้นพลางกอดลูกน้อยไว้แน่น 

“หนูดา” เสียงของจัสตินเอ่ยเรียกพร้อมๆกับรีบเดินเข้ามานั่งข้างๆแล้วกอดปลอบเธอเอาไว้ 

“คุณพ่อ ฮึก…เพราะดาเอง เพราะดาเฮียเจย์ถึงต้องเจ็บแบบนี้ ฮึก…”  

“ไม่ใช่ความผิดใครทั้งนั้นแหละลูก หยุดร้องเถอะนะ” จัสตินลูบหัวเธออย่างต้องการปลอบโยน 

“น้องดาส่งตาหนูมาให้พี่นะ เดี๋ยวพี่ช่วยดูแลให้ในรถมีกระเป๋านมของน้องนิคอยู่พาไปกินนมสักหน่อยดีกว่าคงหิวแย่แล้ว” นานะเอื้อมมือไปอุ้มโจนาธานเอาไว้ แม้จะดูอ่อนเพลียแต่หนูน้อยก็ไม่ร้องไห้งอแงสักแอะราวกับว่ากำลังรับรู้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น 

“ดาฝากดูตาหนูหน่อยนะคะ” เธอหันไปยิ้มบางๆให้ พลางยกมือลูบหัวลูกน้อยเบาๆ 

“ไอ้เจย์เป็นยังไงบ้าง” วินเนอร์ที่เดินเข้ามาพร้อมกับมีนาเอ่ยถามแม็กเวลที่ยืนอยู่ 

“หมอยังไม่ออกมาเลย” แม็กเวลหันไปบอกวินเนอร์ด้วยสีหน้าเป็นกังวล 

“พี่เจย์ต้องปลอดภัยค่ะ” มีนายกมือขึ้นลูบแขนของสามีเบาๆ รู้ดีว่าพวกเขารักและเป็นห่วงกันมากแค่ไหนมิตรภาพที่แสนดีของพวกเขาที่ใครๆก็ต่างพากันอิจฉา

“ลูกผมเป็นอย่างไรบ้างครับหมอ” จัสตินเอ่ยถามขึ้นเมื่อหมอเดินออกมาหลังจากผ่านไปหลายชั่วโมง 

“ก่อนมาที่นี่คนไข้ได้หยุดหายใจไปชั่วขณะ ทางหมอได้ทำการช่วยสุดความสามารถจนคนไข้กลับมามีชีพจรอีกครั้ง ตอนนี้หมอยังให้รายละเอียดอะไรไม่ได้มากเพราะอาการคนไข้ต้องคอยติดตามอยู่ตลอดเวลา จุดที่คนไข้โดนยิงนั้นถูกยิงเข้ากลางหลังหนึ่งจุด และสีข้างหนึ่งจุดซึ่งถือเป็นจุดอันตรายมาก ตอนนี้หมอทำได้แต่เฝ้าติดตามประคับประคองอาการไปเท่านั้น แต่หมออยากให้ญาติคนไข้เพื่อใจเอาไว้นะครับเพราะตอนนี้คนไข้ยังอยู่ได้เพราะเครื่องช่วยหายใจเท่านั้น ยังไงหมอจะพยายามสุดความสามารถนะครับ” คุณหมอแจงรายละเอียดทั้งหมดก่อนจะเดินกลีบเข้าไปด้านในอีกครั้ง ทุกคนที่ได้ฟังต่างพากันนิ่งงันไปหมด ร่างบางที่ยืนฟังทรุดฮวบลงไปนั่งร้องไห้กับพื้น ทุกคนที่มองมาต่างพากันสงสารจับใจ 

“ดาผิดเองคุณพ่อ ถ้าเฮียไม่เอาตัวบังดากับลูกไว้เฮียก็คง…ฮึกฮืออ..”  

“ไม่เอาลูกอย่าคิดแบบนั้น เจย์เป็นคนเข้มแข็ง เจย์จะต้องปลอดภัยหนูดาเชื่อพ่อนะ” จัสตินเข้าไปประคองเธอให้ลุกขึ้น 

“กลับบ้านกันก่อนนะ ยังไงวันนี้หมอก็ยังไม่ให้เยี่ยมไว้พรุ่งนี้เรามากันแต่เช้านะ” จัสตินยังคงพยายามพูดปลอบเมื่อหญิงสาวเอาแต่ยืนมองเข้าไปในห้องไอซียูที่มีร่างของเจเร็ดนอนแน่นิ่งอยู่บนเตียงพร้อมสายอะไรต่อมิอะไรที่ระโยงระยางเต็มไปหมด 

“.................” เธอไม่ได้ตอบอะไรเพียงแต่พยักหน้ารับเบาๆก่อนที่ทั้งหมดจะพากันเดินออกไปเพื่อแยกย้ายกันกลับบ้านของแต่ละคนด้วยอาการโศกเศร้าไม่แพ้กัน 

คฤหาสน์เกร็กสัน

“ม่ะม้าขอโทษนะคนดี ที่ตอนแรกม่ะม้าเลือกที่สละตัวเองไปพร้อมๆหนู ไม่ใชม่ะม้าไม่รักหนูนะ แต่ม่ะม้าเลือกที่จะทำอย่างนั้นเพื่อช่วยป่ะป๊ากับพี่ชายของหนูไว้ ถ้าพวกเขาเป็นอะไรก็ต้องไปอย่างโดดเดี่ยวแต่หนูยังมีม่ะม้าไปด้วย” หญิงสาวที่นั่งอยู่บนเตียงเอ่ยขึ้นพลางยกมือเรียวขึ้นลูบท้องตัวเองเบาๆ วันนี้เธอได้รู้ว่ามีอีกหนึ่งชีวิตน้อยๆอยู่ในตัวของเธออยากที่จะบอกข่าวดีแก่ชายหนุ่มที่เธอเฝ้ารอแต่ก็ดันเกิดเรื่องราวมากมายขึ้นเสียก่อน 

“แต่ตอนนี้ ฮึก…ป่ะป๊าสละตัวเองเพื่อปกป้องพวกเรา หนูต้องช่วยให้ป่ะป๊าหายนะลูก ช่วยป่ะป๊าให้กลับมาอยู่กับพวกเรานะฮึก...” เธอยกมือเรียวขึ้นปาดน้ำตาที่ไหลรินก่อนจะค่อยๆเอนตัวลงนอนข้างๆโจนาธานที่กำลังนอนหลับตาพริ้ม 

“ม่ะม้ารักลูกนะ หนูด้วยนะลูกตัวน้อยของม่ะม้า” เธอจูบลงที่กระหม่อมบางของลูกชายเบาๆก่อนจะลูบที่ท้องของตัวเองด้วยเช่นกัน 

“พวกเราจะสู้ไปด้วยกันนะ สู้ไปพร้อมๆกับป่ะป๊าเพื่อครอบครัวของเรา” เธอพึมพำเบาๆก่อนจะค่อยๆหลับตาลงและเข้าสู่ห้วงนิทราไปด้วยความอ่อนเพลีย 

เช้าวันต่อมา

“คุณหนู” เสียงของหยวนเอ่ยขึ้นพร้อมๆกับเดินเข้ามาในห้องนอนของเธอ 

“หยวน! ฮึก…เฮียเจย์…” เธอตรงเข้าไปสวมกอดชายหนุ่มไว้ทันที 

“ไม่ร้องนะครับคุณหนู ผมเชื่อว่าคุณเจย์จะปลอดภัย คุณหนูต้องเข้มแข็งนะ เข้มแข็งเพื่อที่จะคอยเป็นกำลังใจให้คุณเจย์ เข้มแข็งเพื่อที่จะคอยดูแลตาหนู” เขายกมือขึ้นลูบแผ่นหลังบางอย่างต้องการปลอบประโลม 

“ฮึก…ดาจะเข้มแข็งนะ…” เธอพยักหน้ารับเบาๆแต่น้ำตาก็ยังคงไหลรินออกมา 

“คุณริคฝากความห่วงใยมาด้วยนะ อยากจะมาหาคุณหนูมากแต่คุณพลอยท้องเริ่มใหญ่แล้วคุณริคเลยค่อนข้างจะเป็นห่วง”  

“ฝากบอกพี่ริคว่าไม่เป็นไรนะ แค่นี้ดาก็ขอบคุณมากแล้ว แล้วหยวนมายังไง” เธอผละออกจากอ้อมกอดของเขาแล้วเอ่ยถามขึ้น 

“พอรู้เรื่องเมื่อคืนก็รีบจองตั๋วมาเลย คุณแม่ก็อยู่ข้างล่างนะคุยกับคุณจัสตินอยู่”  

“คุณหนูไม่เป็นอะไรใช่มั้ย ผมเป็นห่วงแทบแย่เลย ขอโทษนะครับที่ไม่ได้อยู่ปกป้องคุณหนูในเวลาที่ควรจะอยู่ที่สุด” เขาเอ่ยขึ้นอย่างรู้สึกผิดทั้งๆที่ตลอดมาเขาเป็นคนที่คอยดูแลปกป้องคุณหนูของเขามาตลอดแต่พอถึงเวลาจริงๆเขากลับช่วยอะไรไม่ได้เลย 

“ดาไม่เป็นอะไร หยวนอย่าโทษตัวเองเลยนะ หยวนก็มีหน้าที่รับผิดชอบของหยวนดาเข้าใจดี” เธอคลี่ยิ้มบางๆให้เขา 

“ให้ผมกลับมาอยู่ที่นี่นะ ให้ผมกลับมาดูแลคุณหนู”  

“ไม่เอาน่าหยวน ตอนนี้หยวนไม่ใช่บอดี้การ์ดของดาอีกต่อไปแล้วนะ หยวนเป็นลูกชายของตระกูลปิแอร์ หยวนต้องรับผิดชอบหน้าที่มากมายของตระกูลพอๆกับพี่ริค ไหนจะเรื่องวีนัสอีกล่ะ ถ้าหยวนมานี่แล้ววีนัสจะทำยังไง”  

“แต่ผมเป็นห่วงคุณหนู”  

“ไม่ต้องห่วงดาหรอกนะ ทางนี้มีคนของเฮียเจย์ และก็คนของคุณพ่อ อีกอย่างพี่เฌอรีนก็ตายไปแล้วส่วนเฮียซันก็เข้าไปอยู่ในคุกเรียบร้อยคุณพ่อตั้งข้อหาหนักเฮียซันคงใช้ชวิตที่เหลืออยู่ในนั้นส่วนเรื่องบ้านและคาสิโนก็ยังคงเป็นของดาเหมือนเดิม”  

“แต่…”  

“ไม่มีแต่แล้วหยวน ดารู้ว่าหยวนรักและเป็นห่วงดา แต่ดาอยากให้หยวนใช้ชีวิตของตัวเองเหมือนกัน คิดว่าทำเพื่อน้องสาวคนนี้ได้มั้ย…เฮียหยวน” เธอบอกพลางส่งยิ้มหวานให้เขา 

“คุณหนู…”  

“ไม่เอาๆ ต่อไปนี้ไม่มีคุณหนูอีกแล้ว จะมีแค่น้องดาของเฮียหยวนเท่านั้น โอเคมั้ย”  

“ครับน้องดา” เขาพยักหน้ารับก่อนจะเข้าไปกอดเธอเอาไว้ 

“นี่ตกลงจะมาปลอบดาหรือให้ดาปลอบกันแน่เนี่ยหื้มม” เธอกระเซ้าแหย่เมื่อเขาคลายอ้อมกอดออก 

“ก็ผมดีใจ ในที่สุดน้องดาก็ยอมเรียกผมว่าเฮียสักที” เขาพูดกลั้วหัวเราะอย่างอารมณ์ดีโดยที่ไม่รู้เลยว่าคนที่ยืนฟังอยู่ข้างนอกช่างรู้สึกต่างกับเขาโดยสิ้นเชิง 

เวลาต่อมา

“อ้าวเฮียหยวนไม่เห็นบอกดาเลยว่าวีนัสมาด้วย” โซดาเอ่ยขึ้นเมื่อเดินลงมายังห้องรับแขกด้านล่างแล้วพบวีนัสนั่งอยู่กับมีร่า 

“เอ่อเฮียลืมบอกหรอกเหรอ” หยวนยิ้มเก้อๆเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเขาลืมวีนัสไปเสียสนิทเพราะมัวแต่กังวลเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับโซดาอยู่ 

“ค่ะวีมาด้วยทราบข่าวแล้วเป็นห่วงดาเลยขอคุณแม่มาด้วย” วีนัสมองเลยชายหนุ่มไปก่อนจะส่งยิ้มหวานให้หญิงสาวที่ยืนอยู่ข้างๆเขา 

“ขอบคุณมากนะคะ ดาขอโทษทุกคนนะคะที่ไม่ได้อยู่ด้วยดาจะขอไปหาเฮียเจย์ก่อน ดาฝากตาหนูด้วยนะคะคุณแม่” โซดาหันไปส่งยิ้มหวานให้ทุกคนในห้องก่อนจะหันไปบอกประโยคสุดท้ายกับนายองแล้วจึงรีบเดินออกไปขึ้นรถทันที 

โรงพยาบาล 

“เจ็บมากมั้ยคะคนดีของหนู” ร่างบางที่ยืนอยู่ข้างเตียงผู้ป่วยในห้องICUเอ่ยขึ้น เมื่อหมออนุญาตให้เข้ามาเยี่ยมได้เธอก็รีบเปลี่ยนเป็นชุดปลอดเชื้อแล้วเข้ามาหาเขาทันที แม้จะพยายามบอกตัวเองให้เข้มแข็ง อย่าร้องไห้ แต่มันก็อดไม่ได้เมื่อเห็นชายหนุ่มที่รักนอนไร้สติอยู่แบบนี้ ทั้งสายยางสายน้ำเกลือสายเครื่องช่วยหายใจและอะไรต่อมิอะไรอีกมากมายไปหมดอีกทั้งเสียง ติ๊ด...ติ๊ด...ติ๊ด…ของเครื่องจับชีพจรที่ดูจะเต้นอ่อนลงทุกที 

“รีบตื่นมาหาหนูดานะคะ ตื่นมาหาตาหนู แล้วก็หนูน้อยอีกคนในนี้นะคะ” เธอจับมือเขาขึ้นมาแตะที่ท้องของเธอเบาๆ 

“ลูกรอป่ะป๊าอยู่นะคะ รีบกลับมานะ” เธอเอ่ยเสียงสั่นเครือ หวังเหลือเกินว่าเขาจะตื่นขึ้นมาหาเธอกับลูกภายในเร็ววัน

---------------------------------------

“หลับนานไปแล้วนะคะ ตื่นมาได้แล้ว หนูดาอยากมองตาหวานๆของเฮียนะ”

“หนูดากับลูกคิดถึงเฮียนะคะ”

“วันนี้หมอบอกว่าเฮียดื้อเหรอคะ ปฏิเสธอาหารทำไม มันไม่อร่อยใช่มั้ยล่ะ งั้นรีบๆตื่นมานะคะหนูดาจะทำของอร่อยให้เฮียทาน”

“วันนี้หนูดารู้เพศลูกแล้วนะ ได้ลูกผู้หญิงเหมือนที่เฮียต้องการไง เฮียดีใจใช่มั้ยคะ”

“ทำไมขี้เซาจังคนดี ตื่นมาได้แล้วค่ะหนูดาคิดถึงเหลือเกิน”

“วันนี้เหนื่อยใช่มั้ย อดทนไว้นะคนดี อดทนเพื่อหนูดาและลูกนะคะ”

“หนูดารักเฮียค่ะ…”

---------------------------------------​

ถ้อยคำต่างๆล้วนแล้วแต่เป็นถ้อยคำที่หญิงสาวพร่ำบอกเมื่อมาเยี่ยมเขาทุกครั้ง จากหนึ่งวัน สองวัน เป็นสัปดาห์ จนกระทั่งล่วงเลยเป็นเดือน ชายหนุ่มก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะมีอาการตอบสนองเลยสักนิดเดียว วันนี้ก็เช่นกันเป็นอีกวันที่เธอมาเยี่ยมเขาเหมือนเช่นทุกครั้ง 

“วันนี้อาการเป็นยังไงบ้างคะคุณหมอ” หญิงสาวเอ่ยถามคุณหมอเจ้าของไข้ 

“เมื่อคืนอาการทรุดลงมาครับ ชีพจรเต้นอ่อนมากและหยุดไปสักพักนึงแต่เราปั๊มหัวใจขึ้นมาใหม่ได้อีกครั้ง” คุณหมออธิบายให้เธอฟัง หญิงสาวเองไม่ได้พูดอะไรออกมาเพียงแต่พยักหน้ารับเบาๆ แม้ที่ผ่านมาคุณหมอจะบอกเธอด้วยประโยคแบบนี้มาหลายต่อหลายครั้งแต่เธอก็ยังทำใจไม่ได้เลยสักที

“หนูเข้าไปเยี่ยมได้ใช่มั้ยคะ” เธอเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ 

“ได้ครับ”  

“ขอบคุณค่ะ” เธอส่งยิ้มบางๆให้ก่อนที่จะเข้าไปห้องICUเพื่อไปเยี่ยมชายหนุ่มเหมือนเช่นเคย 

“ว่าไงคะคนเก่งของหนูดา” เธอนั่งลงข้างๆเตียงพลางยกมือเรียวขึ้นกุมมือเขาเอาไว้ 

“หนูดารู้ว่าเฮียพยายามสู้อยู่ หนูดาดีใจนะคะที่ไม่ว่าเฮียจะเจ็บขนาดไหนเฮียก็ยังทำเพื่อหนูดาทำเพื่อลูก”  

“ฮึก…หนูดาขอโทษนะคะ ขอโทษที่อ่อนแอ ร้องไห้ต่อหน้าเฮียฮึก…” เธอก้มหน้าฟุ้บลงกับเตียงก่อนจะปล่อยให้น้ำตาไหลรินออกมาอย่างห้ามไม่ได้ 

“หนูดาขอโทษนะคะ ที่หนูดาเห็นแก่ตัวยื้อเฮียเอาไว้ทั้งๆที่รู้ว่าเฮียเจ็บขนาดไหน” เธอสูดหายใจเข้าลึกๆยกสองมือเรียวขึ้นปาดน้ำตาก่อนจะเอื้อนเอ่ยคำพูดออกมาอีกครั้ง  

“เฮียเหนื่อยมามากแล้ว ถ้าไม่ไหวก็หยุดเถอะนะคะ ดาไม่อยากให้เฮียเจ็บอีกต่อไปแล้วฮึก…”  

“หนูดาจะเข้มแข็ง หนูดาจะเป็นคนดูแลครอบครัวของเราเองฮึก…หนูดาจะอยู่ให้ได้แม้มันจะทรมานแค่ไหนหนูดาก็จะอดทน อดทนให้ได้เหมือนที่เฮียทำเพื่อหนูดาและลูกฮึก…”  

“หนูดารักเฮียนะคะ รักมาก…เฮียเป็นรักแรกและรักเดียวของหนูดา เฮียจะอยู่ตรงนี้อยู่ในใจของหนูดาเสมอ” เธอบอกพลางยกมือเขาขึ้นมาแนบอกข้างซ้ายของเธอไว้ 

“พักนะคะคนดี สุดที่รักของหนูดา” พูดจบก็จูบลงที่หน้าผากของเขาเบาๆจูบสุดท้ายที่จะมอบให้เขาได้

“ขอโทษนะคะหมดเวลาเยี่ยมแล้วค่ะ” พยาบาลสาวเดินมาแจ้งกับเธอ หญิงสาวหันมาพยักหน้ารับแล้วหันกลับไปมองหน้าผู้ชายที่เธอรักสุดหัวใจอีกครั้งก่อนจะเดินออกมา 

“คุณพ่อฮึก…” หญิงสาวโผเข้ากอดจัสตินที่ยืนรออยู่หน้าห้องทันที จัสตินไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาทั้งนั้นเพราะรู้ดีว่าตอนนี้เธอรู้สึกแย่แค่ไหนเพราะเขาเองก็รู้สึกเช่นเดียวกันที่จะต้องยอมปล่อยให้ลูกชายอันเป็นที่รักจากไปอย่างสงบ 

“กลับไปรอที่บ้านเถอะนะทางนี้พ่อจะจัดการเอง” จัสตินบอกเมื่อคลายอ้อมกอดออกจากเธอ เขายังมีเรื่องต้องทำอีกมากมายโดยเฉพาะเรื่องเอกสารที่จะยินยอมให้หมอถอดเครื่องช่วยหายใจออกจากลูกชายของเขาเอง 

“คิดดีแล้วใช่มั้ยน้องดา” นานะเอ่ยขึ้นเมื่อเดินพาเธอมาขึ้นรถที่แม็กเวลจอดรออยู่ด้านหน้าโรงพยาบาล 

“ฮึก…ค่ะ…ดาสงสารเฮีย ทั่วทั้งตัวเฮียมีแต่รอยเข็มรอยแผลที่เกิดจากการช่วยชีวิต ดาไม่อยากเห็นแก่ตัวยื้อเฮียเอาไว้ให้เฮียต้องเจ็บอีกต่อไปแล้วฮึก…” เธอตอบออกมาสะอึกสะอื้น นานะก็ได้แต่พยักหน้ารับแล้วเข้าไปกอดปลอบเธอไว้ เพราะนี้ล้วนแล้วแต่เป็นการตัดสินใจที่เจ็บปวดที่สุดของทุกๆคน 

“น้องดา!น้องดา!!!” นานะรีบประคองตัวเธอเอาไว้เมื่อจู่ๆหญิงสาวก็หมดสติไปในอ้อมกอดของเธอ 

“น้องดา!” แม็กเวลที่รีบวิ่งลงมาจากรถตรงเข้าไปอุ้มร่างของเธอไว้ทันที 

“พาไปหาหมอเลยค่ะ” นานะบอกกับสามีก่อนที่ทั้งคู่จะรีบพาหญิงสาวเข้าไปด้านใน นึกเป็นห่วงและสงสารจับใจที่เธอกำลังเผชิญอยู่กับสิ่งที่ผู้หญิงตัวเล็กๆจะรับไหวจริงๆ


*******************************************

งืออออ ตอนนี้ในส่วนของเฮียเจย์กับหนูดาไรท์ไม่รู้จะพูดอะไร เพียงแต่อยากบอกว่าได้โปรดอย่าเกลียดไรท์ พลีสสส😢😢😢 ส่วนในส่วนของหยวนนั้นคิดว่างานคงงอกเพราะหนูวีงอนเข้าให้แล้ว ยังไงมาตามเอาใจช่วยหนูดากันต่อไปด้วยน๊าาา❤❤❤

ปล.เรื่องการแพทย์ต่างๆไรท์ไม่ได้มีความรู้ลึกซึ้งถ้าผิดพลาดประการใดต้องขออภัยไว้ ณ ทีนี้ด้วยนะคะ


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น