Finland (ช้อย)

กราบขอบพระคุณสำหรับการสนับสนุนและเป็นกำลังใจด้วยดีมาโดยตลอด ขอบพระคุณจากใจค่ะ/ finland (ช้อย)

Chapter 34 : เกิดเรื่องใหญ่แล้ว...!! ทราย-ขนมปัง

ชื่อตอน : Chapter 34 : เกิดเรื่องใหญ่แล้ว...!! ทราย-ขนมปัง

คำค้น : finland,yaoi,ช้อย,ดอกหญ้าที่ปลายฟ้า,เด็กแว้นที่รัก,คนคุก,ไอ้พี่เขยจอมหื่น,รักร้าย ๆ สไตล์ลูกทุ่ง,เด็กขายน้ำกับชายขี้เหงา,ทหารเกณฑ์ฉ่ำรัก,ร้อนรักไฟอารมณ์,เมียผมมันร้าย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 32.4k

ความคิดเห็น : 163

ปรับปรุงล่าสุด : 10 ก.พ. 2561 16:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 1,100
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 34 : เกิดเรื่องใหญ่แล้ว...!! ทราย-ขนมปัง
แบบอักษร


 ณ บ้านชั้นเดียวแถวชานเมืองหลวงที่ล้อมรอบไปด้วยต้นไม้ดอกไม้ซึ่งเจ้าของบ้านได้ปลูกเอาไว้แลดูร่มรื่น

“ทรายเอ็งอยู่บ้านกับคุณหนูดี ๆ นะเดี๋ยวแม่ออกไปซื้อกับข้าวก่อน ห้ามออกไปข้างนอกได้ยินมั้ย...?”  หญิงวัยกลางคนได้กำชับบอกกับลูกชายคนเล็กไปเพราะเมื่อคืนเจ้าหนูขนมปังนอนค้างที่นี่  และตอนนี้ที่บ้านก็มีแต่เด็กๆเท่านั้น ดินพี่ชายคนโตออกไปเรียนหนังสือตั้งแต่เช้า

“ค้าบ”  เจ้าหนูตัวน้อยยิ้มแป้นตอบกลับผู้เป็นแม่ไป  หลังจากที่แม่เดินออกจากบ้านไปแล้ว

“ขนมปังเรามีอะไรจะให้นายด้วยแหล่ะ”   เจ้าหนูทรายฉีกยิ้มกว้างบอกกับเพื่อนรักไป ขนมปังได้แต่ทำหน้างง ๆ  ไม่นานนักเจ้าหนูทรายก็เปิดตู้เสื้อผ้าแล้วหยิบเอาอะไรบางอย่างออกมา

“กระต่ายน้อย”   เจ้าหนูขนมปังเบิกตากว้างเมื่อเห็นตุ๊กตารูปกระต่ายน้อยสีขาวสะอาดสะอ้าน ขนปุกปุยน่ากอด

“เราให้นายนะ”  ทรายได้ยื่นตุ๊กตากระต่ายดังกล่าวให้กับเพื่อนรักไป

“นายให้เราจริง ๆ เหรอ....?”  เด็กน้อยขนมปังเอ่ยย้ำถามกลับไปอีกครั้ง

“อื่อ”  เจ้าหนูทรายยิ้มตาหยีแล้วพยักหน้ากลับ

“ขอบใจนะ”  เจ้าหนูขนมปังรีบรับเอาตุ๊กตามากอดไว้แนบอก        

“นายชอบมั้ย...?”  ทรายเด็กน้อยถามกับเพื่อนรักไป

“ชอบมากเพราะนายให้เรามา”  เจ้าหนูขนมปังคลี่ยิ้มกว้างตอบ

“โตขึ้นเราจะเป็นแม่แล้วนายเป็นพ่อส่วนกระต่ายน้อยก็เป็นลูก”  เจ้าหนูขนมปังยิ้มตาหยีบอกกับทรายไป

“อื่อ”   ทั้งสองต่างหัวเราะชอบใจกันยกใหญ่ ในความไร้เดียงสาของเด็กน้อยทั้งสองไม่รู้หรอกว่าได้พูดอะไรออกไป เพียงแค่พูดออกมาตามความรู้สึกเท่านั้น หนทางข้างหน้ายังอีกยาวไกล เด็กน้อยต้องเติบโตไปเป็นผู้ใหญ่ ได้เจอกับอะไรอีกมากมายที่ผ่านเข้ามาในชีวิต ถึงเวลานั้นคำพูดที่เคยพูดกันเอาไว้ยังคงจะเหมือนเดิมหรือเปลี่ยนแปลงไปหรือเปล่า ต่างก็ไม่มีใครรู้

เด็กน้อยทั้งสองเล่นอยู่ในบ้านกันตามลำพัง ไม่นานนัก

“ทรายเราอยากกินขนม”   เจ้าหนูขนมปังเอ่ยบอกกับเพื่อนรักไป

“เดี๋ยวเราไปเอามาให้นะ”  ทรายรีบวิ่งออกไปดูขนมในครัวให้ แต่แล้ว

“ขนมมันหมดแล้วล่ะขนมปัง”  เจ้าหนูทรายกลับมาบอกกับเด็กน้อยไป  พอขนมปังได้ยินก็ทำหน้าสลดลง ทรายรู้ดีว่าเพื่อนรักคงอยากจะกินขนมมาก ตัวเองก็ไม่อยากจะทำให้เพื่อนรักต้องผิดหวัง

“เราออกไปซื้อขนมข้างนอกกันมั้ย...? อยู่ตรงปากซอยนี่เอง”  แล้วเจ้าหนูทรายก็เอ่ยถามกับเพื่อนรักไป พอขนมปังได้ยินก็คลี่ยิ้มกว้างรีบพยักหน้าตอบรับทันที

“เดี๋ยวเราไปเอาตังค์ก่อนนะ”  เจ้าหนูทรายจำได้ว่าไม่กี่วันมานี้ดินพี่ชายเพิ่งจะให้เงินเพื่อเอาไว้หยอดกระปุกออมสิน ตัวเองมัวแต่เล่นเลยลืมหยอดกระปุก พอได้เงินกันแล้ว เด็กน้อยก็ชวนกันออกไปซื้อขนม

ก่อนไปเจ้าหนูทรายก็ไม่ลืมที่จะปิดประตูบ้านให้เรียบร้อยซะก่อน 

“​ป่ะ เราไปกันเถอะ”​  เจ้าหนูทรายจับมือขนมปังเพื่อนรักเอาไว้แน่น แล้วเด็กน้อยทั้งสองต่างก็จูงมือพากันเดินออกจากบ้านมาด้วยใบหน้าที่มีแต่รอยยิ้ม

“นายเดินอยู่ข้างในนะ อย่าออกมาข้างนอกเดี๋ยวรถจะชนเอาได้”  เจ้าหนูทรายบอกกับเพื่อนรักไป  หนูน้อยขนมปังยิ้มพยักหน้ารับตอบ แล้วทั้งสองก็เดินฉับ ๆ จับมือพากันออกไปซื้อขนมที่หน้าปากซอย พอมาถึงร้านค้าหน้าปากซอย

“ป้าค้าบผมจะซื้อขนมอันนี้ค้าบ”  เจ้าหนูทรายบอกกับเจ้าของร้านพร้อมกับชี้ไปที่ถุงขนม

“ไอ้หนูเอ็งมากับใครเนี่ย...?”  ป้าเจ้าของร้านเอ่ยถามเพราะหันไปมองก็ไม่เห็นมีผู้ใหญ่มาด้วยซักคน

“ผมมากับขนมปังค้าบ”  เจ้าหนูทรายยิ้มบอกกับป้าเจ้าของร้านไป

“อะไรกันเด็กตัวแค่เนี๊ยะออกมาเดินข้างนอกได้ยังไง พ่อแม่ทำไมไม่ดูแลลูกเต้าให้ดีวะ....?”  แล้วป้าเจ้าของร้านก็พูดขึ้น

“แม่ไม่อยู่ค้าบ พี่ไปโรงเรียน ซื้อขนมเสร็จผมก็จะกลับแล้วค้าบ”  เจ้าหนูทรายรีบบอกกับป้าเจ้าของร้านไป

“ขนมปังนายอยากกินอะไร...?”  แล้วเจ้าหนูทรายก็หันไปถามกับเพื่อนรัก  หนูน้อยขนมปังได้ยินก็เข้าไปเลือกหยิบของที่ตัวเองอยากกิน  พอจ่ายเงินเสร็จ

“รีบกลับบ้านได้แล้วไอ้หนู แล้วอย่าเถลไถลไปไหนอีกล่ะ”  ก่อนออกจากร้านป้าเจ้าของร้านยังคงย้ำบอกกับเด็กน้อยทั้งสองไปอีกครั้ง

“ค้าบ”  เจ้าหนูทรายตอบกลับไป แล้วรีบจูงมือพาขนมปังเดินกลับบ้าน พอเดินออกมาจากร้านขายของชำได้ไม่นาน ก็มีรถเก๋งคันเก่า ๆ ขับเข้ามาใกล้ ๆ

“ไอ้หนูเอ็งจะไปไหนกัน เดี๋ยวน้าไปส่งให้เอามั้ย....?”  แล้วก็มีเสียงจากคนขับรถดังขึ้น

“ไม่ไปค้าบ ผมไปเองได้”  เจ้าหนูทรายตอบกลับไปอย่างไม่สนใจแล้วรีบจูงมือเพื่อนรักพาเดินกลับบ้าน  แต่รถเก๋งคันดังกล่าวก็ยังขับตีคู่ขึ้นมาใกล้ ๆ

“นี่บ้านน้ามีขนมเยอะแยะเลย ไปกินกันมั้ย...?”  ชายคนขับรถยังไม่ละความพยายาม

“ไม่เอาค้าบ แม่บอกไม่ให้กินของคนแปลกหน้า”  เจ้าหนูทรายรีบตอบกลับไปอย่างไม่สนใจอีกครั้ง

“แล้วแกก็จะไปคุยอะไรกับมันนักหนาล่ะ ลากแม่งขึ้นรถมาเลย”  แล้วเสียงผู้หญิงที่นั่งอยู่ข้าง ๆ ก็ดังขึ้น 

“ขนมปังรีบวิ่งเร็ว....!!”  พอเจ้าหนูทรายได้ยินก็รีบจับมือเพื่อนรักวิ่งหนีสุดชีวิตทันที  แต่แล้วชายหญิงดังกล่าวก็รีบเปิดประตูรถแล้ววิ่งตามเด็กน้อยทั้งสองไปติด ๆ

“ขนมปัง...!!”  แต่แล้วหนูน้อยขนมปังก็หกล้ม ทรายไม่คิดจะทิ้งเพื่อนรักเลยรีบพยุงตัวขนมปังให้ลุกขึ้น ทำให้ชายหญิงคนดังกล่าวเข้ามาคว้าตัวเอาไว้ได้ทัน

“จะไปไหนแสบนักนักมึง”  ชายหญิงวัยกลางคนรีบอุ้มเด็กน้อยทั้งสองคนพาขึ้นรถแล้วขับออกไปทันที

“ปล่อยเรานะ....!! จะพาพวกเราไปไหน....?”  เด็กน้อยทั้งสองต่างก็ขัดขืนอยู่ภายในรถ

“บอกให้ปล่อย”  โอ้ย...!! เจ้าหนูทรายกัดเข้าที่แขนของชายคนดังกล่าว

“แกจะปล่อยให้พวกมันแหกปากทำไมห๊ะ...? ไม่หาอะไรมาปิดปากมันไว้ซะล่ะ แม่งโง่จริง”  หญิงคนขับรถหันไปตะคอกบอกกับสามี

“อยากตายหรือไงห๊ะไอ้เด็กบ้า...? เงียบเลยนะมึง....!!”   ชายวัยกลางคนรูปร่างผอมแห้งตะคอกบอกกับเด็กน้อยไป

“ฮือออออออ เราอยากกลับบ้าน”  ขนมปังร้องไห้ออกมาเพราะความกลัว

“เงียบ กูบอกให้เงียบ...!!”  ชายวัยกลางคนคงหมดความอดทนเต็มทีตะคอกใส่เด็กน้อยไปอีกครั้ง

“ขนมปังไม่ต้องร้องนะเราอยู่นี่แล้ว”  เจ้าหนูทรายรีบเข้าไปกอดเพื่อนรักเอาไว้

“เออ พูดให้มันรู้เรื่องซะบ้าง ไม่งั้นเดี๋ยวมึงเจอ”  ว่าแล้วชายคนดังกล่าวก็ล้วงมีดพกออกมาแล้วขู่กับเด็กน้อยไป

“อึก อึก เรากลัว”  หนูน้อยขนมปังสะอื้นบอกกับเพื่อนรักเบา ๆ ในขณะซบอยู่ที่อกของทราย

ในนาทีแบบนี้เป็นใครก็ต้องรู้สึกหวาดกลัวทั้งนั้น ไม่เว้นแม้กระทั่งทราย แต่ที่เจ้าหนูทรายไม่ร้องไห้ก็เพราะไม่อยากให้ขนมปังเพื่อนรักกลัวไปมากกว่านี้ ตัวเองมีหน้าที่ปกป้องขนมปัง เจ้าหนูทรายได้แต่บอกกับตัวเองและข่มฝืนความกลัวเอาไว้

“เราอยากกลับบ้าน”  หนูน้อยขนมปังบอกกับทรายด้วยน้ำเสียงที่หวาดหวั่น ทรายเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไรได้แต่กอดปลอบใจเพื่อนรักเอาไว้ 

“​นายเจ็บมากมั้ย...?”​  เจ้าหนูทรายเหลือบไปเห็นแผลที่หัวเข่าของเพื่อนรัก คงจะถลอกตอนที่หกล้มเมื่อกี้นี้  หนูน้อยขนมปังพยักหน้าน้ำตาคลอบอก

“​เราเป่าให้นะ ไม่เป็นไรเดี๋ยวก็หายแล้ว”​  เจ้าหนูทรายก้มหน้าพ่นลมอุ่น ๆ เป่าเข้าที่แผลถลอกของเพื่อนรักครั้งแล้วครั้งเล่า

รถเก๋งคันเก่าขับพาพวกเด็ก ๆ มาได้ซักพักก็มาจอดที่หน้าบ้านไม้สองชั้นซอมซ่อหลังหนึ่ง ซึ่งจะพังแหล่ไม่พังแหล่อยู่แล้ว สังกะสีที่ใช้มุงก็เก่าแล้วเก่าอีก มันตั้งอยู่ภายในชุมชนแออัด มีบ้านเรือนปลูกติดกันอยู่หลายหลัง มีคลองตัดผ่านซึ่งน้ำในคลองก็ดำสนิทแถมเหม็นอีกต่างหากเพราะมีแต่พวกขยะลอยอยู่เกลื่อน สิ่งแวดล้อมไม่ดีเอาซะเลย

“ไป ลงรถ”  แล้วเสียงผู้หญิงวัยกลางคนที่เป็นคนขับก็บอกกับพวกเด็ก ๆ  ทรายกับขนมปังไม่ขยับไปไหนได้แต่กอดกันเอาไว้แน่น

“กูบอกให้ลง...!! ไอ้เด็กบ้านี่”   หญิงวัยกลางคนมีอารมณ์ขึ้นมาตวาดเสียงดังลั่น

“ฮืออออออออ ทรายเรากลัว”   หนูน้อยขนมปังร้องไห้ขึ้นมาอีกครั้งด้วยความหวาดกลัว ยิ่งทำให้หญิงชายดังกล่าวโกรธมากขึ้นไปอีก

“อยากตายหรือไงห๊ะ...? เดี๋ยวพ่อกะซวกไส้แตก....!!”  แล้วชายที่เป็นสามีรูปร่างผอมกะหร่องไม่บอกก็รู้ว่าเป็นพวกติดยาก็ตวัดมีดพกขู่เด็กน้อยทั้งสองไป

“อย่าทำอะไรพวกผมเลยนะค้าบ ผมลงแล้วค้าบ”   ทรายบอกไปแล้วรีบพาขนมปังลงจากรถ

“ไปหาไอ้เด็กพวกนี้มาจากไหนอีกล่ะแม่...?”   แล้วก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น  ทรายกับขนมปังหันไปมอง

“วันนี้โชคดีจริง ๆ ว่ะ ขับรถตระเวนแป๊บเดียวก็เห็นไอ้เด็กสองคนนี่พากันเดินอยู่ข้างถนนตามลำพัง”  ผู้เป็นแม่บอกกับลูกชายไป  เด็กชายวัยสิบกว่าร่างกายซูบผอมไม่สมส่วนกับอายุ เสื้อก็ไม่ใส่เห็นซี่โครงเป็นซี่ ๆ ได้อย่างชัดเจน ทำตาปรือในมือถือถุงกาว

“มึงเอาพวกมันไปขังไว้ในห้องทีซิ แล้วก็อย่าให้มันแหกปากนะโว้ย”  ผู้เป็นแม่บอกกับลูกชายไป

“หน้าตาดีผิวพรรณก็ดีคงจะขายได้หลายตังค์ข้าว่านะ”  ชายวันกลายคนผู้เป็นพ่อยิ้มกระหยิ่มเอ่ยขึ้น

“พวกมึงมานี่เลย”   แล้วเด็กชายก็ลากเด็กน้อยทั้งสองพาไปยังหลังบ้าน

“ปล่อยผมนะ บอกให้ปล่อย”  เด็กน้อยทั้งสองต่างก็ขัดขืน

“หุบปากไปเลยนะมึง ถ้าไม่อยากเจ็บตัว.....!!”   เด็กชายตวาดบอกกับเด็กน้อยทั้งสอง จนเด็กน้อยทั้งสองต่างก็เงียบกริบ แล้วเด็กชายก็พาทรายกับขนมปังเอาไปขังไว้ในห้องหลังบ้าน

“อยู่นี่นะมึง อย่าแหกปากไม่งั้นกูจะมาจัดการพวกมึงแน่”  เด็กชายขู่กับเด็กน้อยทั้งสองอีกครั้ง  ทรายได้แต่พยักหน้ารับเพราะกลัวจะเป็นอันตราย หลังจากนั้นเด็กชายเจ้าของบ้านก็ปิดประตูล็อคกุญแจไว้อย่างหนาแน่น แล้วก็เดินออกไป  ทรายก็รีบมองผ่านจากช่องรูไม้ที่มันผุพัง

“มึงเฝ้าไอ้เด็กสองตัวนั่นไว้ให้ดีนะไอ้แขก อย่าให้มันหนีไปได้ล่ะ ไม่งั้นกูจะแพ่นกบาลมึง”  หญิงวัยกลางคนบอกกับลูกชาย

“แล้วนี่แม่กับพ่อจะไปไหนอีกล่ะ...?”  ลูกชายเอ่ยถามไป

“กูจะไปบ้านยายจันทร์ซักหน่อย คันไม้คันมือเต็มที”   ผู้เป็นแม่บอกกับลูกชาย

“ไปเล่นไพ่เล่นไฮโลอีกตามเคย”  ลูกชายพูดขึ้นพร้อมกับเบะปาก

หลังจากที่ชายหญิงเจ้าของบ้านออกไปกันแล้ว ก็เหลือแต่ลูกชายที่อยู่เฝ้าเด็กน้อยทั้งสองเอาไว้

“ไปสวรรค์ต่อดีกว่า”  ว่าแล้วเด็กชายก็ล้มตัวลงนอนบนแคร่ที่อยู่หน้าห้องพร้อมกับดมถุงกาวในมือ ทรายหันมองไปรอบ ๆ ห้อง เห็นเป็นห้องสี่เหลี่ยมทำด้วยไม้อย่างลวก ๆ  ในห้องแทบจะไม่มีอะไรเลย ฝาผนังห้องก็เป็นไม้เก่า ๆ ผุพังไปตามกาลเวลา

“เราอยากกลับบ้าน อึก อึก”   ขนมปังน้ำคลอบอกกับทราย

“ไม่เป็นไรนะ เราอยู่นี่แล้ว”  ทรายรีบเข้าไปกอดขนมปังเอาไว้

“นายหิวมั้ย...? กินอะไรก่อนนะ”   ว่าแล้วทรายก็หยิบเอาขนมในถุงที่ซื้อจากร้านหน้าปากซอยก่อนที่จะถูกจับตัวมา  เด็กน้อยแกะถุงขนมแล้วยื่นให้กับเพื่อนรัก

“เราคิดถึงพ่อ”  ขนมปังน้ำตานองหน้าบอกกับทราย  ทรายค่อย ๆ ใช้มือปาดน้ำตาของขนมปังออก

“เดี๋ยวพ่อนายกับพี่ดินก็มาช่วยแล้ว ไม่ต้องกลัวนะ”  ทรายปลอบกับเพื่อนรักไป

“จริงนะ”  หนูน้อยเอ่ยถามกับทรายอีกครั้ง

“อื่อ กินซะก่อน”  ทรายพยักหน้ารับพร้อมกับค่อย ๆ ป้อนขนมให้ ถึงแม้ว่าทรายจะดูเหมือนกับเข้มแข็งแต่เด็กก็คือเด็กวันยังค่ำ ลึก ๆ แล้วทรายก็รู้สึกหวาดกลัวอยู่ไม่น้อยเหมือนกัน แต่ที่ไม่แสดงออกมาก็เพราะไม่อยากให้ขนมปังหวาดกลัวไปมากกว่านี้ ทรายยังคงจำคำที่แม่สอนไว้เสมอว่าต้องดูแลและปกป้องขนมปังให้ดีที่สุด

ขนมปังยังคงหวาดกลัวอยู่ตลอดเวลาถึงแม้จะมีทรายเพื่อนรักคอยกอดอยู่ไม่ห่างก็ตาม เด็กน้อยผู้ที่ถูกเลี้ยงดูราวกับคุณหนูไม่เคยออกจากบ้านไปไหนไกล ยกเว้นโรงเรียนกับบ้านของทราย และไม่เคยห่างหูห่างตาจากผู้ใหญ่เลย ต้องมาตกระกำลำบากแบบนี้ เด็กน้อยเลยรู้สึกสับสนหวาดกลัว

แต่สำหรับทรายนั้นเป็นเด็กที่ฉลาดมีไหวพริบดี พ่อแม่สอนให้เอาตัวรอดช่วยเหลือตัวเองอยู่เสมอ เพราะทางบ้านยากจนเช้าก็ต้องออกไปเป็นกรรมกร กลับเข้าบ้านก็ค่ำมืดดึกดื่น ทรายเลยเป็นเด็กที่มีจิตใจแกร่ง  เด็กน้อยใช้ความคิดอยู่ตลอดเวลาว่าจะหาหนทางหลบหนีออกจากที่นี่ไปได้ยังไง



…………………………………………........................

To be continue....................

....................................................................


เด็กฉลาดอย่างทรายจะเอาตัวรอดในครั้งนี้ได้หรือไม่ ถ้าคุณเมฆกับครอบครัวดินรู้เรื่องขึ้นมาจะทำอย่างไร เด็กน้อยทั้งสองจะทำยังไงเพื่อที่จะดิ้นรนหนีเอาชีวิตรอด โปรดคอยติดตามตอนต่อไปได้ในวันพรุ่งนี้นะคะ

กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงที่กรุณาหยอดดาวใสกระปุกออมสินให้กับเจ้าหนูทราย

ขอบพระคุณทุกท่านที่กรุณาติดตามและคอยสนับสนุนด้วยดีมาโดยตลอด

1 เม้น = 1 กำลังใจ

ขอบพระคุณค่า


finland (ช้อย)


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}