เขียน'สือ

ยินดีต้อนรับ 'ซือซือ' ที่น่ารักของเราทุกคน #ขอบคุณสำหรับการสนับสนุนทุกรูปแบบนะคะ #ด้วยรัก

เขยช่างไฟสะใภ้ช่างยนต์ #28

ชื่อตอน : เขยช่างไฟสะใภ้ช่างยนต์ #28

คำค้น : พอร์ชโซ่ วายเด็กช่าง เขียนสือ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 23.3k

ความคิดเห็น : 34

ปรับปรุงล่าสุด : 09 ก.พ. 2561 20:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เขยช่างไฟสะใภ้ช่างยนต์ #28
แบบอักษร

​ 

เขยช่างไฟสะใภ้ช่างยนต์

{28}




            “เอารถไปส่งกูให้หน่อยสิ” เสี่ยใหญ่พูดบอกพร้อมกับส่งคลิปบอร์ดสีดำสนิทที่มีเอกสารส่งมอบรถอยู่สามสีแผ่นส่งให้กับลูกชายคนเล็กที่นั่งเล่นเกมในโทรศัพท์มือถืออยู่ข้างกับลูกสะใภ้อย่างโซ่ที่กำลังวุ่นอยู่กับการจัดเรียงเอกให้กับคุณนายปลื้มจิตผู้เป็นภรรยา


            “อ้าว…ไหนเมื่อวานบอกว่าอาทิตย์นี้จะให้ผมหยุดไงป๋า” ก็ไม่ได้อยากจะโวยวายหรอกนะ ที่ถามเนี่ยก็แค่คล่องใจเฉยๆ เพราะเมื่อวานเสี่ยใหญ่ผู้เป็นพ่อบอกกับเขาด้วยตนเองแท้ว่าจะให้หยุดทำงานหนึ่งวัน เพราะเห็นว่าเขาเหน็ดเหนื่อยจากการแข่งขันกีฬาสีมาทั้งสัปดาห์แล้ว


            “เออ…เอาไปส่งให้หน่อย เดี๋ยวกูให้พิเศษ เอาเจ้าโซ่ไปเป็นเพื่อนด้วย วันนี้ไอ้น้อยมันลา เมียมันจะคลอดลูก…ลูกค้าแมร่งก็เร่ง ทั้งที่เพิ่งจะออเดอร์เข้ามาเมื่อวานตอนเย็น มันคิดว่ากูเป็นซุปเปอร์แมนมั้ง จะเอาเดี๋ยวนั้นเดี๋ยวนี้ กูไม่ด่ากลับให้ก็บุญหัวแล้ว…ห่า” เขาพูดบ่นออกมาอย่างหัวเสียด้วยท่าทางหงุดหงิดอย่างถึงที่สุด เพราะเพิ่งจะวางสายจากลูกค้ารายนี้ไปเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว ลำพังแค่สั่งของมาตามระเบียบการซื้อขายแล้ว เขาจะไม่อะไรเลย แต่นี้เพิ่งจะสั่งซื้อเข้ามาเมื่อเย็นวานตอนที่ร้านจะปิดอยู่แล้ว กลับมาบอกว่าจะเอาของวันนี้เพราะทางนั้นเองก็ถูกลูกค้าคนใหญ่คนโตจี้เร่งมาอีกที แต่จะไม่ส่งให้ก็ไม่ได้ เพราะตัวแทนย่อยรายนี้เป็นลูกค้าที่ทำการซื้อขายกันมานานหลายปี เพราะนอกจากจะขายรถจักยานยนต์แล้ว เสี่ยใหญ่พ่อของพอร์ชยังเป็นตัวแทนหลักของบริษัทกระจายสินค้าให้กับผู้ค้ารายย่อยในโซนภาคเหนือตอนล่างอีกด้วย


            “ให้ลูกขับไปเองหรอคุณ” แม่พอร์ชเอ่ยถามสามีที่กำลังนั่งทำหน้ายุ่งอยู่บนโต๊ะทำงานฝั่งตรงข้าม ซึ่งเป็นที่ประจำของเจ้าตัวด้วยท่าทางเป็นกังวล เพราะปกติแล้วพอร์ชจะไปกับคนขับรถอีกคนหนึ่ง


            “อือ แค่นี้เองให้มันไปเถอะ มีอะไรเดี๋ยวเคลียร์เอง…มึงก็อย่าประมาทล่ะ ตายห่าไปไม่คุ้ม แถมยังเดือดร้อนชาวบ้านเขาอีก” บอกกับภรรยาก่อนที่จะหันไปพูดกับลูกชายในประโยคสุดท้ายด้วยน้ำเสียงที่แตกต่างออกไป ฟังดูแล้วอาจจะขัดหูไปบ้าง แต่ทุกคำที่เขาพูดออกมานั้นก็เต็มไปด้วยความห่วงใยที่มีต่อลูกชาย และที่ยอมปล่อยให้พอร์ชไปกับโซ่สองคนแบบนี้ก็เพื่อจะทดสอบความสามารถและความรับผิดชอบของทั้งสองคน ก่อนที่ตนจะตัดสินใจทำอะไรลงไป

..

..

..

            “กูเพิ่งจะรู้ว่ามึงมีบ้านอีกหลัง” โซ่เอ่ยขึ้นในขณะที่ทั้งสองคนขับรถออกจากตัวเมืองพิจิตรมาแล้ว หลังจากที่พอร์ชพาโซ่ไปเปลี่ยนรถที่บ้านใหญ่หรืออีกนัยหนึ่งก็คือโกดังเก็บรถจักรยานยนต์หลากหลายรุ่นแต่ยี่ห้อเดียวกัน ล้วนแล้วแต่เป็นสินค้าของที่ร้านทั้งสิ้น


            “เอาไว้สต๊อกของกับให้คนงานในร้านอยู่เท่านั้นแหละ อยู่ตลาดสะดวกที่สุดแล้ว” พอร์ชบอกไปตามความจริง เพราะตั้งแต่จำความได้เขาก็อยู่ที่ร้านมาโดยตลอด มีสาธารณูปโภคครบครัน ทั้งของกินและของใช้ ก็สะดวกสบายดี


            “ไปกำแพงเพชรใช่ไหม?” อยู่ๆดีพี่ท่านก็เปลี่ยนเรื่องคุย ทำเอาพอร์ชแทบตามไม่ทัน


            “อือ…จะเอาอะไร” ด้วยความที่เริ่มจะคุ้นชินกับนิสัยใจคอของคนรัก พอร์ชก็จะรับรู้ได้ทันทีว่าโซ่กำลังคิดจะทำอะไร หรือต้องการแบบไหนอย่างไร เพียงแค่เจ้าตัวพูดบอกออกมา เหมือนอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้ ที่เจ้าตัวกำลังสนใจอะไรสักอย่างที่อยู่ในจอโทรศัพท์ของพอร์ช


            “เฉาก๊วย อยากกินเฉาก๊วย”


            “ชากังราว?”


            “อือ ที่มันหนึบๆอ่ะ…อยากกิน” พยักหน้าหงึกหงักแล้วคว้านมถุงรสรสช็อกโกแลตสุดโปรดที่คุณนายปลื้มจิตซื้อใส่ตู้แช่ไว้ให้ขึ้นมากัดมุมดูดเข้าปาก ก่อนที่จะหยิบอีกถุงมากัดมุมแล้วยัดใส่ปากป้อนให้พอร์ชที่ขับรถอยู่ได้ดื่มเหมือนกัน…หวานป่ะล่ะ? อย่าอิจฉาสิครับ!


            “ที่ตลาดนัดก็มีขาย” พอร์ชบอก เพราะว่าเฉาก๊วยที่โซ่บอกว่าอยากกินนี้มีใส่แก้วขายอยู่ตามตลาดนัดทั่วไป แต่ก็ใช่ว่าจะมีขายอยู่ทุกวัน


            “อยากกินเยอะๆ” มันก็จริงอย่างที่พอร์ชบอกว่าตามตลาดนัดก็มีขาย แต่ใช่ว่าจะมีขายทุกวันหรือทุกครั้งที่อยากกินเสียเมื่อไหร่ จะมีก็แต่เฉาก๊วยธรรมดาที่แข็งๆ ร่วนๆ ไม่หอม ไม่หนึบ และไม่อร่อยเหมือนกับยี่ห้อที่โซ่อยากกิน


            “อ้วน”


            “เรื่องของกู” ตอบปัดไปเหมือนไม่รู้สึกอะไร ขณะที่ในใจก็กำลังก่นด่าคนรักไม่หยุด คนเขาออกจะหุ่นดี มาว่าอ้วนได้ไง บอกเลยว่ากูเคืองหนักมากครับไอ้พี่พอร์ช!


            หม๊าว~


            ก่อนที่พ่อจ๋ากับป๋าจ๋าจะทะเลาะกันมากไปกว่านี้ เจ้าเหมียวมณีลูกรักก็ส่งเสียงร้องขัดขึ้นมาเสียก่อน หลังจากที่เล่นซนจนผล็อยหลับไประหว่างที่โซ่กับพอร์ชช่วยกันเช็คสินค้าขึ้นรถเมื่อชั่วโมงที่แล้ว


            “หิวแล้วละซิพี่มณี” โซ่ตบแปะลงบนหน้าตักตัวเองเบาๆ เป็นสัญญาณเรียกให้ลูกชายสุดที่รักเข้ามาหา ในขณะที่มืออีกข้างก็เอื้อมไปหยิบขวดนมในตะกร้าของใช้ส่วนตัวของพี่มณีที่มักจะหยิบติดมือมาด้วยทุกครั้งที่เจ้าเหมียวจอมแสบกระโดดเกาะหลังตามออกมาเที่ยวด้วย


            หม๊าว~


            นอกจากจะไม่ไปตามที่โซ่เรียกแล้ว เจ้ามณียังเดินเข้าไปคลอเคลีย ก่อนจะทิ้งตัวลงนอนขดบนตักของพอร์ชที่กำลังตั้งหน้าตั้งตาขับรถเสียอย่างนั้น


            ‘พี่มณีก็หิวนะพ่อจ๋า แต่ตักป๋าพอร์ชอุ๊นอุ่น…หม๊าว~’


            “หึหึ”


            “ตลกหรอ? พี่มณีมากินนมก่อนเร็วเดี๋ยวปวดท้องอีก” เพราะการทำงานของลำไส้และระบบย่อย รวมถึงอวัยวะส่วนอื่นในช่องท้องของเจ้าเหมียวมณีได้รับผลกระทบมาจากการโดนยิงในคราวนั้น โซ่จึงดูแลเรื่องอาหารการกินและการขับถ่ายของมณีเป็นพิเศษ เนื่องจากเจ้าตัวเป็นแมวที่ยังเด็กมาก เลยไม่รู้หรอกว่าตัวเองมีปัญหาที่ตรงไหน จนกระทั่งปวดท้องเพราะลำไส้โป่งพองจนต้องกลับไปให้หมอรักษาพร้อมทั้งตัดลำไส้ทิ้งอีกรอบนั่นแหละ โซ่จึงจำเป็นต้องฝึกให้พี่มณีกินและขับถ่ายเป็นเวลาไม่ต่างจากคน ทั้งนี้ทั้งนั้นก็เพื่อตัวเจ้าเหมียวน้อยเอง


            หม๊าว~


            “มากินนมก่อนเร็ว ถ้าไม่ดื้อจะเอาบอลให้เล่น…สนเปล่า?” ไม่เพียงแค่พูดเปล่า แต่โซ่ยังหยิบลูกบอลกระดิ่งซึ่งเป็นของเล่นชิ้นโปรดของพี่มณีออกมาโชว์ให้ดูเป็นขวัญตา ว่าเอามาจริงๆ ไม่ได้แกล้งหลอกแต่อย่างไร


            พอร์ชทำเป็นไม่สนใจ แต่ก็แอบอมยิ้มน้อยๆ เมื่อได้เห็นท่าทางง้องอนของสองแม่ลูก เอ้ย! พ่อลูกที่เป็นอย่างนี้เสียทุกครั้งเมื่อถึงเวลาอาหารของพี่มณี เพราะอย่างที่บอกไว้ว่าโซ่ต้องการที่จะฝึกให้ท้องของพี่มณีตรงเวลา ในขณะที่เจ้าเหมียวจอมแสบก็เอาแต่บ่ายเบี่ยงไปเรื่อย


            หม๊าว~


            “ไปๆ อยากเล่นก็ไปกินนมก่อน เดี๋ยวแม่มึงโมโหแล้วพาลมาลงที่กูอีก” พอร์ชละมือออกจากพวงมาลัยรถมาข้างหนึ่ง เพื่ออุ้มพี่มณีลูกรักส่งให้กับโซ่ เมื่อเจ้าเหมียวน้อยทำท่าสนใจลูกบอลของเล่นในมือโซ่ แต่ก็ยังไม่ยอมลุกออกจากตักตนเอง


            “แม่บ้านมึงสิ! กินดีๆ เดี๋ยวค่อยเล่น” หันไปว่าคนรักเสียงเขียว ก่อนที่จะหันกลับมาเอ็ดเจ้าเหมียวลูกรักเสียงเข้ม เมื่อเจ้าตัวแสบทำท่าจะตะกายเอาลูกบอลในขณะที่นอนหงายดูดขวดนมอยู่บนตัก


            “หึๆ ฝึกไว้ ตอนมีลูกจะได้ไม่เขิน” พอร์ชอดไม่ได้ที่จะเอ่ยแซวคนรัก เพราะท่าทางของโซ่กับเจ้าเหมียวมณีตอนนี้ไม่ต่างไปจากแม่ป้อนนมลูกสักเท่าไหร่ ไม่ว่าจะด้วยสีหน้า ท่าทาง หรือแม้แต่แววตาที่โซ่ใช้มองพี่มณีในยามที่เจ้าเหมียวแสบไม่ดื้อไม่ซน แถมยังใช้สองมือเกาะขวดนมเล็กๆของตัวเองไว้แน่นอีกต่างหาก…เหมือนเด็กเลย…โคตรน่ารัก!


            “เพ้อเจ้อ” แม้ว่าปากจะพูดแบบนั้น แต่เจ้าตัวคงจะเขินอยู่ไม่น้อย ถึงได้หันไปแอบยิ้มอีกด้านหนึ่งเพื่อไม่ให้พอร์ชเห็น แต่ขอโทษเถอะครับ…ด้านนั้นมันเป็นกระจก! และพอร์ชเองก็ได้เห็นรอยยิ้มหวานของโซ่ไปแล้วเรียบร้อย เพียงแต่เจ้าตัวไม่อยากจะแซวออกมาให้โซ่อารมณ์เสียเท่านั้นเอง เพราะบรรยากาศตอนนี้มันละมุนดีอยู่แล้ว


            “นั่งรออยู่กับอีมณีนี่แหละไม่ต้องลงไปหรอก เอารถลงแป๊บเดียว” พอร์ชพูดบอกเมื่อมาถึงจุดหมายปลายทางในการขนส่งสินค้าในครั้งนี้แล้ว โซ่ขยับท่าทางทำเหมือนว่าจะลงไปช่วยด้วย แต่พอร์ชก็หวงเกินกว่าจะให้คนรักลงจากรถไปอวดต้นขาขาวๆ ที่แสนหวงแหนได้ เพราะวันนี้โซ่ใส่กางเกงขาสั้นเหนือเข่าที่เอาไว้ใส่อยู่บ้านมา และก่อนหน้านี้ก็โดนเร่งจนลืมเปลี่ยนเป็นกางเกงขายาวอย่างที่ควร


            “อือ” พอเห็นว่าโซ่พยักหน้าตอบรับในคำบอกกล่าวแล้ว พอร์ชก็กระโดดลงจากรถไปจัดการเคลียร์เรื่องเอกสารสินค้ากับทางลูกค้าว่าตรงตามที่สั่งหรือไม่


            หม๊าว~ หม๊าว~


            “เป็นอะไร ปวดท้องหรอ” โซ่ถามเจ้าเหมียวลูกรักที่นอนร้องโอดครวญอยู่ข้างๆ พลางใช้นิ้วชี้กดๆคลำๆดูตรงข้างหางดูว่าเป็นอย่างที่ตนคิดหรือไม่


            หม๊าว~


            “อึไม่ออกอีกแล้วหรอพี่มณี รอเดี๋ยวนะจะไปซื้อยาคูลท์ให้” ยิ่งเห็นลูกรักโอดครวญด้วยความทรมานหนักๆ เข้าโซ่ก็รีบหันซ้ายแลขวามองหาร้านค้าที่น่าจะมีนมเปรี้ยวให้ตนได้ซื้อบ้าง แล้วรีบคว้ากระเป๋าสตางค์ของพอร์ชที่วางอยู่ไม่ไกลขึ้นมาถือ เมื่อเห็นร้านสะดวกซื้ออยู่ไม่ไกล


            “ลงมาทำไมโซ่!” เพียงแค่เปิดประตูยังไม่ทันจะได้ก้าวขาลงรถ โซ่ก็ถูกคนรักอย่างพอร์ชเอ่ยทักด้วยน้ำเสียงดุดันเข้าให้แล้ว


            “จะไปซื้อยาคูลท์ มณีปวดท้อง” เพราะกำลังเป็นห่วงเจ้าเหมียวลูกรักมาก โซ่เลยไม่ได้เก็บท่าทางฉุนเฉียวของคนรักเอามาใส่ใจ


            “นั่งอยู่ในนี้แหละ เดี๋ยวไปซื้อให้” พอร์ชพูดบอกพร้อมกับดันหลังให้คนรักกลับเข้าไปนั่งรออยู่ในรถเหมือนเดิม ส่วนตัวเองก็ข้ามถนนไปซื้อนมเปรี้ยวให้เจ้าเหมียวลูกรักแทน


            “พอร์ช…กิน” โซ่เรียกให้คนรักหันมาหา ก่อนที่จะส่งนมเปรี้ยวที่เหลือให้พอร์ชกินต่อ เพราะเจ้าเหมียวมณีกินได้แค่ครั้งละสองซีซีก็เพียงพอต่อร่างกายแล้ว ขืนให้มากไปกว่านั้น จากที่จะช่วยให้ขับถ่ายสะดวกขึ้นจะกลายเป็นช่วยทำให้ท้องเสียแทน


            “มานี่ดิ” พอร์ชกระดิกนิ้วเรียกให้คนรักเข้ามาหา เมื่อเห็นว่าโซ่จับเจ้าเหมียวมณีไปวางบนแผ่นรองซับสัตว์เลี้ยงที่เจ้าตัวนำไปปูวางไว้บนพื้นรถเตรียมให้ลูกรักได้ขับถ่ายเรียบร้อยแล้ว


            “เพื่อ?” ถึงปากจะพูดแบบนั้น แต่โซ่ก็ยอมขยับตัวเข้าไปหาตามที่พอร์ชเรียกอยู่ดี


            พรึ่บ!


            “เพื่อลงโทษเด็กดื้อที่ขัดคำสั่งพี่ไงครับ” ดึงตัวคนรักขึ้นมานั่งเกยตักแล้วก้มลงประกบปากจูบในทันที ก่อนที่จะผลักให้โซ่นอนหงายไปตามความยาวของเบาะที่เชื่อมต่อกัน


            “ดื้อบ้านมึงสิ…อื้อ!” จากที่ว่าๆ อยู่ก็ต้องเปลี่ยนมาครางปากสั่น เมื่อพอร์ยก้มลงขบกัดบริเวณต้นขาทั้งสองข้างสลับกันไปมาจนเห็นรอยชัดเจน มิหนำซ้ำยังใช้มือที่ว่างจากการล็อคตัวของโซ่กดเน้นตรงกึ่งกลางร่างกายของคนรักจนขึ้นรูปนูนเด่นเป็นลำเต็มกางเกง


            ก๊อก ก๊อก ก๊อก


            แต่ยังไม่ทันได้ทำอะไรไปมากกว่านั้น กระจกหน้าต่างของรถตรงฝั่งพอร์ชก็ถูกใครบางคนเคาะขัดจังหวะจากด้านนอกเสียก่อน


            จ๊วบ!


            “หวงฉิบหาย” พอร์ชจูบหนักที่ต้นขาด้านในข้างขวาของโซ่อีกครั้งเป็นการส่งท้าย ก่อนที่จะลุกขึ้นมาจัดเสื้อผ้าหน้าผมของตัวเองให้เป็นปกติเสียก่อนที่จะเปิดประตูลงจากรถไป ทิ้งให้โซ่นอนแผ่หลาอยู่กลางเบาะรถเหมือนเดิม เพราะยังไงก็ไม่มีใครมองเห็นอยู่แล้ว เนื่องจากว่ารถติดฟิล์มมืดสนิท คนข้างนอกไม่สามารถมองเข้ามาได้ แต่คนด้านในสามารถมองเห็นข้างนอกได้ แม้ว่าจะอยู่ในช่วงกลางคืนที่ท้องฟ้ามืดสนิทก็ตาม


            “เฮ้อ! ไอ้หมาบ้า…หวงไม่เข้าเรื่อง” กว่าจะจัดการให้ความรู้สึกพลุ่งพล่านของตัวเองกลับมาเป็นปกติได้ก็ทำเอาโซ่เกือบแทบแย่ เพราะร่างกายที่ถูกปลุกความต้องการจากมือคนรักอย่างพอร์ชมันไม่ยอมสงบลงง่ายๆ อย่างที่ใจคิด


            หม๊าว~


            “สบายตัวแล้วดิ? เสร็จแล้วก็ขึ้นมาเช็ดก้นมา” ตบตักเรียกให้เจ้าเหมียวที่เพิ่งจะถ่ายท้องเสร็จขึ้นมาหาตนเอง เพื่อที่จะเช็ดก้นให้อย่างทุกครั้ง ตามที่สัตว์แพทย์ผู้รักษาเจ้ามณีย้ำนักย้ำหนาว่าต้องช่วยทำให้สะอาดในทันที อย่างน้อยก็จนกว่าจะแน่ใจว่าระบบการทำงานของอวัยวะส่วนต่างๆในช่องท้องของเจ้ามณีจะกลับมาทำงานได้เป็นปกติ


            หม๊าว~ หม๊าว~


            เช็ดก้นเสร็จแล้ว เจ้าเหมียวน้อยก็สะกิดขาร้องเรียกชวนให้โซ่หันกลับไปมองกองอึอึ๊ของตัวเองที่ยังกองแผ่หลาโชว์สายตาอยู่กลางแผ่นซับบนพื้นรถ


            “ปล่อยไว้อย่างนั้นแหละ ไว้ให้ป๋ามึงเก็บ…ดีไหม?” โซ่จัดการเก็บของใช้ส่วนตัวของเจ้าเหมียวมณีที่วางเรี่ยราดอยู่บนเบาะรถใส่ตะกร้าจนเรียบร้อย ก่อนที่จะหันมาถามหาความเห็นกับเจ้าเหมียวลูกรักที่นอนซบอยู่บนตักเป็นเรื่องเป็นราวประหนึ่งว่าคุยกันรู้เรื่อง


            เมี๊ยว~  


            “ฮ่าๆ ตอบเสียงอ่อนเสียงหวานแบบนี้แสดงว่าใจตรงกัน” พอได้ข้อสรุปที่ชัดเจนแล้ว สองพ่อลูกหนึ่งคนกับหนึ่งลูกแมวก็พากันหยอกล้อและเล่นลูกบอลกระดิ่งอย่างสบายใจในขณะที่รอให้ป๋าพอร์ชคนดีที่กำลังยุ่งอยู่กับการเจรจาธุรกิจกับลูกค้ากลับมาเก็บกองอึกลิ่นนมแพะที่พ่อโซ่จ๋ากับลูกมณีสุดที่รักเตรียมไว้รอ





TBC.

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น