rani

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

กับดักรัก หมอสุดโหด บทที่ 6

ชื่อตอน : กับดักรัก หมอสุดโหด บทที่ 6

คำค้น : กับดักรัก หมอสุดโหด, กับดักรักหมอสุดโหด, ชลาธิป, ปัณ, yaoi, rani, 18+

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 16.1k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 16 พ.ย. 2559 20:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กับดักรัก หมอสุดโหด บทที่ 6
แบบอักษร

 

 

http://cdn-th.tunwalai.net/files/member/41889/1375215417-member.jpg

 

กับดักรัก หมอสุดโหด
    
โดย Rani รานี

 

บทที่ 6: เสียใจ และ ไม่เข้าใจตัวเอง

ใบหน้าซีดเซียวที่นอนอยู่บนเตียงใหญ่ค่อยๆลืมตาขึ้น  โดยไม่รู้ว่านี่มันกี่โมงกี่ยามแล้ว ม่านหน้าต่างถูกปิดสนิททุกด้านสิ่งเดียวที่รู้ตอนนี้ก็คือ ข้างๆกายนั้นว่างเปล่า คนที่ทำร้ายเขาเพราะควาโกรธจนไม่ฟังเสียงอะไรทั้งสิ้นคงจะออกไปทำงานแล้ว ทิ้งให้เขานอนจมจ่อมอยู่กับความเจ็บปวดตรงนี้ ... คนเดียว
            ปัณณทัตหยัดกายหมายจะลุกขึ้นจากเตียง แต่ก็มีอันต้องล้มลงไปนอนอีกเพราะความเจ็บระบมที่สะท้อนออกมาทั่วร่างโดยเฉพาะ ที่ช่องทางด้านหลัง หนุ่มร่างบางน้ำตาซึม ดูเหมือนความพยายามทั้ง หมดที่ทำมามันล้มเหลวไม่เป็นท่า     ความพยายามที่จะลืมผู้ชายคนนั้นให้สนิท   ให้เหมือนกับไม่เคยอยู่ในชีวิตนั้น   ต้องผิดเป้าหมายไป เมื่อพันธุ์เทพ ผู้ชายที่เขาอยากลืม คนที่ทำร้ายจิตใจเขามากที่สุด มาปรากฎให้เห็น  นั่นเป็นตัวการทำให้ความหวังในการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของเขา มีอันต้องคลอนแคลนด้วย
            ร่างบางนอนคุดคู้กอดตัวเองแน่น ยิ่งคิดถึงเรื่องนี้มากเท่าไร ความแจ่มชัดของน้ำตาที่เอ่อท้น ก็มากเท่านั้น
            ปัณณทัตรู้สึกว่าชีวิตตัวเองพังทลายลงซ้ำแล้วซ้ำเล่า ตอนที่เทพจากไปแล้วทิ้งเขาไว้คนเดียว ปัณแทบบ้า ตามหาเขาทุกหนทุกแห่ง ทุกซอกทุกมุมที่คิดว่าพันธุ์เทพจะไป ทุกคนที่รู้จักทั้งคู่ ปัณแบกน้ำตาพร้อมกับหน้าที่หนาขึ้นเรื่อยๆไปหาพวกเขา พูดคุยกับทุกคนที่คิดว่าจะรู้ว่าพันธุ์เทพไปไหน แต่ก็ไม่มีใครตอบคำถามของเขาได้เลย
            คุณใหญ่ ชายกลาง แจ๋วแหวว และพ่อกับแม่บอกให้ตัดใจ แม้รู้ว่านั่นอาจจะเป็นหนทางที่ดีที่สุด แต่ก็ไม่อยากยอมแพ้เร็วนัก คิดเข้าข้างตัวเองว่า เพราะพวกเขาไม่เห็นด้วยกับความสัมพันธ์แบบนี้ โดยไม่มองสักนิดว่า   เขาทั้งหมดนั้นทั้งรักและหวังดีกับตนเองมากเพียงใด กระทั่งสิ้นพ่อกับแม่ ปัณก็บอกตัวเองว่า ควรจะเริ่มต้นชีวิตใหม่ซักที อย่างน้อยก็ไม่ต้องให้คนที่จากไปต้องเป็นห่วง ชีวิตใหม่ของตนต้องเกี่ยวพันกับชีวิตเดิมให้น้อยที่สุด เพราะดูเหมือนทุกๆที่ในชีวิตมีเทพเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในทุกช่วงเวลา  พอคุณป้ามณียื่นโอกาสในการมาทำงานที่นี่ให้ ที่ที่แสนห่างไกล และเงียบสงบอย่างนี้ ปัณจึงไม่ลังเลที่จะรับมันไว้
            หนึ่งเดือนที่อยู่ที่นี่ ทำให้ปัณได้เห็นอะไรหลายๆอย่าง รวมทั้งนิสัยใจคอของหมอชลาธิปด้วย  จะว่าไปผมก็ทำร้ายหมอชลาธิปเอา ไว้มาก ครั้งแรกของปัณกับหมอแม้จะดูเหมือนว่าปัณไม่ได้เต็มใจนัก แต่เมื่อคิดว่าการได้ใกล้ชิดกับคุณหมอจะทำให้ตัวเองลืมพันธุ์เทพได้เร็วขึ้น จึงปล่อยให้คุณหมอทำตามอำเภอใจ และหวังว่าสักวันจะรักคุณหมอได้อย่างแท้จริง  แต่อารมณ์ของคุณหมอเมื่อคืน ทำให้ ปัณณทัต รู้ว่าตัวเองคิดผิด คุณหมอไม่ใช่หมากของปัณ แต่ปัณต่างหากที่เป็นหมากในเกมส์ของคุณหมอ
            ปัณณทัตไม่อยากให้ชลาธิปโกรธเลย ไม่ใช่เพราะคุณหมอทำร้ายตนแต่ เพราะรู้สึกผิดที่ใช้หมอชลาธิปเป็นเครื่องมือในการซ่อม แซม ชีวิตของตัวเอง แล้วยังทำให้เขาโกรธอีก
            ปัณรู้สึกดีทุกครั้งที่คุณหมอทำอะไรดีๆให้ รู้สึกเขินอายที่คุณหมอคอยแกล้งคอยหยอกเย้า รู้สึกดีที่คุณหมอดูแลเอาใจใส่ และรู้สึกดีที่คุณหมอรู้สึกดีกับตน
            แต่ปัณณทัตไม่รู้เลยว่า ตัวเองรัก หรือจะรัก คุณหมอหรือไม่?

ที่โรงพยาบาลวันนี้ พยาบาลและเจ้าหน้าที่ต่างแปลกใจที่คุณหมอ
ชลาธิปมาทำงานเช้ากว่าปกติ เขาบอกกับทุกคนว่ามีงานเอกสารบางอย่างที่เขายังทำไม่เสร็จ แต่เมื่อเข้าห้องทำงานส่วนตัว ชลาธิป
กลับเอาแต่นั่งนิ่งๆ ความคิดปะปน วิ่งวนในสมองประมาณล้านกว่าอย่าง นี่เขาใช้อารมณ์กับปัณมากเกินไปหรือเปล่า ชายหนุ่มคิด เมื่อคิดถึงภาพที่ร่างๆหนึ่งถูกเขาทำร้ายซ้ำแล้วซ้ำเล่า น้ำตาของร่างนั้นไหลเอ่อ  แววตาตัดพ้อ  แต่เขาทำเป็นไม่เห็นเสีย  ตอนนั้นชลาธิปยอมรับกับตัวเองเลยว่าไม่ได้รู้สึกอะไรสักนิด รู้แต่ว่าคนทำผิดต้องถูกลงโทษ แต่เมื่อมองย้อนกลับไป สิ่งที่หมอชลาธิปอยากทำก็คือ เช็ดน้ำตาของร่างเล็ก แล้วบอกว่า อย่าร้องไห้
            “ขอโทษนะครับ ปัณ”  หมอพึมพำ   ตาก็มองมือของตนเอง เป็นมือคู่นี้นี่เองที่ทำร้ายคนที่ตัวเองรัก ชลาธิปเอามือทั้งสองข้างถูกันแรง หวังจะให้สิ่งที่ไม่ดีที่มือทั้งสองนี้ร่วมกันทำไว้หายไปให้หมด คุณหมอทำแบบนั้นอยู่นานจนกระทั่งถึงเวลาออกตรวจ

ค่ำมืดแล้ว แต่หมอชลาธิปยังไม่ถึงบ้านเลย มีเพียงต้นน้ำที่แวะไปหาอังกูรที่ไร่เท่านั้นที่โทรมาบอกว่าคุณหมออยู่ที่นั่นไม่ต้องเป็นห่วง และให้ทานข้าวคนเดียวไปก่อนได้เลย
            ปัณณทัตจัดการอาหารเย็นของตัวเองอย่างเงียบๆ แล้วนั่งรอหมอชลาธิป อย่างที่เคยทำอยู่เป็นประจำทุกครั้งที่คุณหมอกลับดึก กระทั่งเขากลับมา  ทั้งคู่เจอกัน  สบตากัน  ทว่าไม่ได้คุยกันเลย มันเหมือนมีหมอกหนาทึบลอยวนอยู่ระหว่างพวกเขา ปัณหันไปสำรวจความเรียบร้อยของประตูบ้าน พอหันกลับมาก็พบว่า หมอชลาธิปยังไม่ได้ไปไหน
            “เอ่อ ... ปัณ สบายดีใช่ไหม?” หมอถาม ซึ่งปัณก็รู้ว่าคงหมายถึง สภาพร่างกายหลังจากถูกทำร้ายอย่างหนักมาเมื่อคืน
            “ครับ สบายดีครับ” ปัณตอบเสียงเบา
            “งั้นช่วยไปจัดชุดให้ผมที่ห้องหน่อยนะ พรุ่งนี้ผมคงต้องออกแต่เช้า”
            “ครับ”
            ปัณณทัตตามคุณหมอเข้ามาในห้อง ก่อนจะเดินไปที่ตู้เสื้อผ้า ขณะที่เจ้าของห้องก็เดินแยกไปอาบน้ำทันที ปัณอยากจะรีบทำงานให้เสร็จๆไป เขาไม่อยากจำเลย ว่าเมื่อคืนถูกทำอะไรให้ห้องนี้บ้าง ปัณหยิบเสื้อเชิ้ต และกางเกงออกจากตู้ ก่อนจะแขวนมันไว้ แล้วเปิดลิ้นชักหาเน็กไทที่ดูเหมาะสม   แต่ก็ไม่มีเลย      เขานำเน็กไทลายสุภาพไปซักหมดซะแล้ว  เหลือแต่เส้นเก่า และลายที่ไม่ถูกใจ  การจัด การเรื่องเสื้อผ้าจึงใช้เวลามากกว่าที่คิด
            หมอชลาธิปเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยผ้าขนหนูพันท่อนล่างไว้ผืนเดียว เขาจ้องมองร่างบางที่ก้มๆเงยๆหาของ
            “ปัณครับ เราคุยกันหน่อยได้ไหม?” ปัณเลี่ยงทำเป็นไม่ได้ยิน เขารู้ว่าหมอจะคุยเรื่องอะไร แต่ความอึดอัดบางอย่างภายใจทำให้เขาไม่อยากจะพูดอะไรกับคนตรงหน้าเวลานี้เลย แต่เมื่อจะทำงานต่อ ก็มีท่อนแขนกำยำกอดรอบตัวเขาไว้แล้วจากทางด้านหลัง ปัณตัวเกร็งทันทีด้วยความตกใจ
            “เรื่องเมื่อคืน ...”
            “คุณหมอครับ ผมยังไม่อยากฟัง”
            “ฟังผมก่อน เรื่องเมื่อคืน ผมขอโทษ” หมอประทับรอยจูบไว้ที่ลำคอระหงษ์
            “เราอย่าเพิ่งคุยกันเรื่องนี้เลยครับ”
            “ผมขอโทษ ปัณเจ็บมากไหม?” หมอถามพร้อมกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นไปอีกนิด
            “อย่าครับ คุณหมอ”
            “ให้อภัยผมนะ ผมสัญญาว่าจะไม่ทำแบบนั้นอีก” ชลาธิปจับให้ร่างบางหันหน้ามาหาเขา   ปัณจ้องตาของหมอที่มองเขาอยู่ก่อนแล้ว เขาไม่รู้จะบอกคุณหมออย่างไรว่า อยากจะจบความสัมพันธ์ที่ “เกินเลย” ของพวกเขาเอาไว้ก่อน ระหว่างที่กำลังคิดถึงเรื่องนี้ ใบหน้าของหมอก็เคลื่อนที่เข้ามาใกล้เรื่อยๆ จนกระทั่งจมูกชนจมูก และริมฝีปากกระด้างก็สัมผัสริมฝีปากนุ่มๆของอีกฝ่ายอย่างโหยไห้ เขาบดเบียดร่างเข้าหาร่างบาง ลิ้นก็ควานหารสหวานในโพรงปากเล็ก
            ปัณรู้สึกวาบหวาม และ รัญจวนใจไปพร้อมๆกัน จนอดไม่ได้ที่จะส่งเสียงครางออกมาเบาๆ และเสียงครางนี้เองที่เรียกสติของพ่อ บ้านหนุ่มให้กลับมา
            “อย่าครับ” ชายหนุ่มหักห้ามความรู้สึกของตนเอง หมอชะงักการกระทำของตัวเองลง  บรรยากาศในห้องตอนนี้มีแต่ความเงียบงัน หมอหนุ่มจ้องตาพ่อบ้านไม่กระพริบ แท้จริงแล้วหมอชลาธิปไม่อยากให้ปัณหงุดหงิดหรืออึดอัดเลย เขาไม่ใช่คนชอบเอาชนะ แต่เขารู้ดีกว่า เมื่อสถานการณ์เป็นเช่นนี้ เมื่อปัณรู้สึกแย่ การพูดคุยให้รู้เรื่องในเวลาที่รวดเร็วที่สุด เป็นเรื่องถูกต้องที่ควรกระทำ
            “งั้นผม ไม่ทำก็ได้ครับ” ชลาธิปเลิกจูบ แต่ยังไม่ปล่อยอ้อมแขนที่โอบรอบตัวปัณอยู่ “แต่วันนี้ปัณนอนห้องผมนะครับ” หมอต้องรีบกระชับอ้อมกอดตัวเองทันทีเมื่อร่างบางดิ้นรนที่จะหลุดออกจากอ้อมกอดของเขา “ฟังผมก่อนนะครับ” เขาเอ่ยเสียงทุ้ม “นอนที่ห้องนี้ จะได้คุยกันดีๆ   มีเวลาให้กับเรื่องของพวกเราพอสมควร  ผมสัญญา ว่าจะไม่ทำอะไร”
            ปัณหลับตา ถอนหายใจ ...

 

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น