Aiwekay

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ว่าไงนะ? ไม่ได้ยิน? (REWRITE 14/5/2018)

ชื่อตอน : ว่าไงนะ? ไม่ได้ยิน? (REWRITE 14/5/2018)

คำค้น : พ่อ ลูก รัก รักต้องห้าม รักอบอุ่น เลือดสาด ซาดิส อายุ รักโหด

หมวดหมู่ : นิยาย ตลก,คอมเมดี้

คนเข้าชมทั้งหมด : 272

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 14 พ.ค. 2561 14:13 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ว่าไงนะ? ไม่ได้ยิน? (REWRITE 14/5/2018)
แบบอักษร

บทที่ 5





ในที่สุดก็มาถึงเสียที วันเปิดภาคเรียนที่1วันแรกและครั้งแรกของฉันในระดับชั้นมัธยมปลาย...ที่ค่อนข้างชวนให้อยากกลับไปนอนอุดอู้นั่งดูหนังรักโรแมนติกและรอดูละครภาคบ่ายอยู่ในห้องอย่างที่ทำเป็นประจำมาหลายปีมากกว่า

ถึงในใจลึกๆแล้วจะอยากเล่นเปียโนหลังนั้นก็เถอะ แต่วันนี้ฉันรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ค่อยดีตั้งแต่ออกจากห้องมาแล้ว



แอ๊ก แอ๋ว..แอ๊กแอ๋ว..แอ๊กแอ๋วววว..



เสียงเรียกจากสัตว์เลื้อยคลานชนิดหนึ่งที่มีอยู่ตามบ้านตามเรือนทั่วไป เป็นเหมือนดั่งคำเตือนที่ว่า 'ถ้าจิ้งจกร้องทักหน้าประตูห้ามออกจากบ้าน'




☀べⓟⓐⓟⓐべ☀





"เออ่.. นักเรียนคะ..คือ..วันนี้- ไม่ใช่สิ.. ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ครูจะมาเป็นครูประจำชั้นของทุกคนนะคะ..ครูชื่อ..พรพิมล ค่ะ" 



ความรู้สึกน่าอึดอัดของบรรยากาศภายในห้องนี้.. ถูกแพร่ออกมาอย่างล้นหลามจากเด็กนักเรียนทั้งหลายที่ดูจะไม่ค่อยสนใจคนตรงหน้าชั้นเรียนสักเท่าไหร่



วันนี้ก็คือวันเปิดเรียนวันแรกของโรงเรียนพุญณิกาลวิทยาที่ฉันพึ่งได้เข้ามามาศึกษาอย่างเป็นทางการเป็นวันแรกเริ่ม ส่วนใหญ่ทุกคนในระดับชั้นม.4จะเป็นนักเรียนเก่าตั้งแต่สมัยม.ต้นกันอยู่แล้ว ส่วนคนที่ย้ายเข้ามาใหม่ก็มีเพียงแค่หยิบมือเท่านั้น ทั้งๆที่ทางโรงเรียนก็รับนักเรียนประมาณ70คนต่อระดับชั้นปีแต่ก็ไม่เห็นว่าจะรับถึงเกณฑ์ที่ตั้งไว้เลย.. ระดับชั้นม.4มีคนเข้ามาใหม่เพียงแค่10กว่าคน จะว่าไปโรงเรียนนี้ระดับมันสูงขนาดนี้เลยหรือ.. แต่ฉันก็ไม่คิดจะสนใจมันแต่แค่ยกมาเป็นเรื่องให้คิดแก้เบื่อในเวลาแบบนี้เท่านั้น..


แค่ฉันได้มีชีวิตอย่างสบายๆก็ดีพอแล้ว แถมห้องเรียนที่ได้รับมาก็คือห้อง4/1ซะด้วย เห็นบอกว่าเป็นห้องคิงเลยตอนแรกฉันก็คิดว่าคงจะมีแต่เด็กใส่แว่นท่าทางเรียนเก่งอยู่กันเต็มห้องไปหมดแต่ที่ไหนได้ ทุกคนก็ดูเป็นเด็กวัยรุ่นตามปกติกันดี


ก็ปกติอยู่



"......"

"...."



ตั้งแต่ที่บทสนทนาแนะนำตัวของคุณครูประจำชั้นจบไปได้หลายนาทีแล้ว สิ่งที่ได้ตอบรับกลับไปหาคุณครูมีเพียงแค่ความเงียบเท่านั้น แถมยังเป็นความเงียบที่ชวนให้น่าอึดอัดสุดๆ



ตึง!


"จิ๊ ไม่สบอารมณ์เอาซะเลยนะ เฮ้ยๆ นี่พวกเราจะไม่ทักครูเขากลับกันหน่อยหรอ" เสียงทุบโต๊ที่ดังมาจากที่นั่งข้างๆฉันเรียกให้ทุกคนเงยหน้าขึ้นมาสนใจครูตรงหน้าห้องได้ แน่นอนว่าถ้าฟังจากน้ำเสียงแล้วคนๆนี้คงจะไม่พอใจกับอะไรประมาณนี้สุดๆถึงกับขนาดต้องลงแรงกับอะไรบางอย่างเพื่อระบายอารมณ์ไปในตัวด้วยอีก.. อันตรายๆ




"...สวัสดีครับ/ค่ะ"



สำหรับฉันแล้ว บรรยากาศมันน่าอึกอัดจนลืมสวัสดีกลับไป



"...."

"...."



"งะ..งั้นทุกคนช่วยแนะนำตัวกัน..ได้ไหมคะ ตัวครูและเพื่อนทุกๆคนจะได้รู้จักกัน..นะ" ทำไมฉันรู้สึกเหมือนเห็นตัวครูเขาค่อยๆหดเล็กลงไปเรื่อยๆเลยล่ะเนี่ย.. ถ้าครูเขาถอดแว่นออกล่ะก็อาจช่วยลดความมืดมนลงได้แถมยังทำให้ดูน่าคบหาขึ้นอีกด้วยน่าเสียดายแทน



"......"

"....."



"โอ้ยย! เหอะ!! จ้าๆ ถ้าคิดว่าแค่เรียนอย่างเดียวแล้วจะไม่ต้องมีปฏิสัมพันธ์กับใครเลยก้เชิญไอพวกบ้าเรียน! ส่วนครูน่ะ ถ้าไม่มีความเป็นผู้นำให้มากกว่านี้ล่ะก็ลาออกจากการเป็นครูไปเลยไป! จะอยู่ทำไมให้เสียเวลาคะ" น้ำเสียงที่ติดรำคาญนิดหน่อยของคนๆเดิมที่เริ่มเปิดบทสนทนาให้เหล่านักเรียนทั้งหลายภายในห้อง เขาเป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กน่ารักคนนึงที่ไม่ว่าจะดูยังไงก็ไม่เหมือนเด็กม.ปลายเลยสักนิด ถึงแม้ว่าหน้าและสีผมจะออกไปทางยุโรปอยู่บ้าง.. แต่รูปร่างที่ดูเล็กกระทัดรัดนั่นหารู้หรือไม่ว่าเขาสามารถเปล่างเสียงอันหนักแน่นและดังก้องกังวานออกมาได้แสบแก้วหูชะมัด


"อ๊ะ!- ค่ะ!! ต้องขอโทษด้วยนะคะ!" นี่คือคำขานของคนเป็นครูสินะ



"...."

"....."


มันน่าอึดอัดเกินไปจนฉันไม่อยากจะอยู่ในห้องเรียนแบบนี้ซะแล้วสิ..

หวังว่าจะมีใครสักคนมาเปลี่ยนห้องเรียนที่น่าอึดอัดนี่ให้เป็นห้องเรียนปกติธรรมดาได้นะ



"เฮ้ย!!" 


"....." ถึงยังไงถ้าอีก3ปียังเป็นอยู่อย่างนี้ฉันก็ไม่ได้เกี่ยงแต่ถ้ามันจะดีกว่านี้ได้ก็ควรอยู่


"เฮ้ยย!!"


ถ้าทำอะไรไม่ได้แล้วจริงๆก็ค่อยไปบอกให้ยัยเด็กนั่นย้ายห้องให้ก็ดีไปอีกอย่าง

หวังว่า.. ยังไงก็เป็นถึงผู้อำนวยการของโรงเรียนนี้เลยนี่



"เฮ้ยยยย!!!" ทำไมเสียงมันดังใกล้หูขนาดนี้กัน..



พอหันไปตามเสียงเรียกนั่นฉันก็พบกับคนที่นั่งอยู่ข้างๆฉันหรือก็คือคนที่ดูเหมือนเด็กประถมมากกว่าเด็กม.ปลายคนนั้นจ้องมองมาที่ฉันอยู่อย่างจะกินเลือดกินเนื้อกันให้ได้ รู้สึกว่าเขาจะเรียกฉันมาตั้งแต่เมื่อครู่แล้ว



"เออ่ เรียกตั้งนานไม่ยอมหัน เนี่ยดูดิ คนอื่นเขาหันมามองแทนกันหมดแล้วเนี่ย" ก็เล่นเสียงดังขนาดนี้จะไม่ให้หันมาสนใจได้ยังไง ..ยกเว้นฉันไว้คนนึง

"...."

"เรียกก็ตอบหน่อยสิ! อย่าง'อะไรหรอ' หรือ 'มีอะไรรึเปล่า'น่ะ สังคมเนี่ยเคยเข้าบ้างรึเปล่าวะ"

"..อืม"

"ฉันชื่อพลอย เพิ่งย้ายเข้ามาใหม่ปีนี้ ฝากตัวด้วย แล้วนายชื่ออะไร" ..ไม่ทักดีกว่าว่าเข้าใจอะไรผิดไป

"ฟ้า ย้ายมาเหมือนกัน"

"กลัวดอกพิกุลร่วงหล่นลงมาจากปากรึไง"

"อืม"

"กวนตีนวะ"

"อืม"

"ยังจะอืมใส่อีกหรอห๊ะ!! เดี๋ยวปั๊ดลากไปตบหลังโรงเรียนแม่ง!" กลายเป็นว่ายิ่งพูดกันไปเรื่อยๆเด็กผู้หญิงคนนี้ก็เริ่มเผยร่างที่แท้จริงออกมาแล้ว ซึ่งฉันก็เห็นว่าน่าสนุกดีจึงได้ทำกิริยาแบบปกติต่อไป



"อืม"

"พอเลยนะไอสัส! ไม่ต้องมาพูดให้ปากเปียกปากแฉะละ มึงเล่นดนตรีเป็นไหม" ที่แท้ก็เป็นคนห้าวๆแบบนี้นี่เองสินะ

"เปียโน"

"เออ่จบ มาตั้งวงกัน ชื่อวงไม่รู้ แต่คิดเพลงที่จะร้องไว้แล้ว จากนี้ก็ขอฝากตัวด้วยอีกทีนะ"

"....." เหมือนทุกอย่างจะผ่านไปเร็วมากจนเกินไปแต่ก็ไม่ได้เกินแรงฉัน.. แค่เกือบจะตามไม่ทัน



บางทีอาจวุ่นวายยิ่งกว่าบัวอีกก็เป็นได้..



"ป่ะ ไปหาชมรมดนตรีกัน" ยังไม่ทันที่ฉันจะได้เปิดปากค้านอะไรเด็กคนนี้ก็ขว้าแขนของฉันไว้และเตรียมจะลากออกนอกห้องทันที


"ดะ- เดี๋ยวค่ะ! คือว่า.. หลังจากนี้นักเรียนทุกคนต้องไปรวมกันทีหอประชุมก่อน..มีประกาศสำคัญจากทางสภานักเรียนด้วยน่ะค่ะ"



"......"

"....."


"ไม่บอกพรุ่งนี้ตอนหนูนอนไปแล้วเลยล่ะครู ป่ะ! ทุกคนรีบไปหอประชุมกันเร็ว!" เด็กสาวตรงหน้าฉันยังไม่ลดละความพยายามในการลากฉันออกจากห้องให้ได้แม้แต่น้อยและยังคงมุ่งตรงไปที่จุดหมายท่าเดียว 

เลือดร้อนซะจริงนะเด็กคนนี้



☀べⓟⓐⓟⓐべ☀




ตอนนี้พวกเราทุกคนในโรงเรียนนี้ตั้งแต่ระดับชั้นม.1ถึงม.6ก็ได้เข้ามารวมตัวอยู่ที่หอประชุมกันเป็นที่เรียบร้อยแล้วตามที่ได้รับคำสั่งมา ตอนแรกฉันกะจะปลีกตัวไปนั่งอยู่ข้างหลังสุดแต่เขาดันให้นั่งตามระดับชั้นและห้องเรียนซะงั้น..แถมยังให้ที่นั่งแยกเป็นสองฝั่ง ม.ต้นกับม.ปลายอีก ชายหญิงจึงไม่ได้นั่งรวมกันทำให้ตัวฉันที่อยู่ห้องม.4/1ต้องมานั่งฝั่งซ้ายที่อยู่หน้าสุดของแถวและเกือบจะชิดเวทีจนได้ พอเป็นแบบนี้เขาก็ควรจะให้เด็กม.ต้นอยู่หน้าสุดไม่ใช่หรือ...ไฉนน้องเล็กสุดของโรงเรียนถึงได้ไปอยู่เสียหลังสุดเลย


ชวนให้ไม่สบอารมณ์สุดๆ




"นี่นาย หลังจากประชุมเสร็จแล้วไปห้องดนตรีกันนะ ถ้านำทางไปได้ยิ่งดีเลย" เด็กสาวคนเดิมที่นั่งอยู่ข้างฉันหันหน้ามาป้องปากกระซิบให้ฟังถึงเป้าหมายของเธอ ฉันก็ทำการให้ความเงียบเป็นคำตอบไปแต่อีกฝ่ายก็ไม่ได้ว่าอะไรต่างจากตอนที่อยู่บนห้องเรียน




ว่าแต่เด็กคนนี้ชื่ออะไรนะ..

อืม ช่างมันดีกว่า ขนาดเพศที่แท้จริงของฉันเธอยังไม่รู้เลย..ทั้งๆที่แถวก็แยกตามเพศแล้วแท้ๆนะ- วิ้งงงงงงงงงงงง!!!......



"อะไรน่ะ ใครทำไมค์หอนเนี่ย"

"โอ้โห หูกู"

"วิ้งๆเลยเชี่ย"


แซด..

อ่าห์.. เสียงไมค์หอนที่ดังมาแต่ไกลทำให้รู้สึกเหมือนหูจะดับไปพักนึงเพราะลำโพงที่ตั้งฉียงไปทางด้านขวาของฉันทำเอาโสตประสาทการรับรู้ทางเสียงของคนที่นั่งแถวนี้พังกันไปเป็นแถบสักพักนึงเลย



ตึก ตึก..ตึก ตึก ตึก..




หืม..

นอกจากเสียงไมค์หอนแล้วยังมีคนหน้าตาคุ้นๆเดินออกมาจากด้านขวาของเวทีอีกด้วย



สำหรับคนที่คิดว่าตัวเองเดาถูกก็ 

คนที่เดินออกมาพร้อมกับไมค์ในมือก็คือคนที่ฉันเจอเมื่อวันก่อน เออ่..คุณรุ่นพี่ม.6ใส่แว่นที่เป็นคนฝึกซ้อมให้กับวงshabby..ตอนนั้นเขาไม่ได้บอกชื่อกับฉันไว้สินะ



ตึก ตึก ตึก ตึก.. แก๊ก แกก



"หนึ่ง สอง สาม... สี่ ห้า หก เจ็ด แปด เก้า สิบ สิบเอ็ด...ได้หรือยัง หืม ออ โอเค..

ผมขอกล่าวสวัสดีคุณครูและนักเรียนทุกระดับชั้นทุกคน.. ขอแสดงความยินดีด้วย กับนักเรียนใหม่ที่ได้เข้ามาอยู่ในรั้วโรงเรียนตามที่หวังไว้ แต่อย่าได้วางใจไป การได้มานั้นมันก็ยากไม่ต่างจากการรักษาไว้หรอก หวังว่าจะแปลความหมายกันออก 

และรายการต่อไปผมอยากจะบอกกับนักเรียนใหม่ทุกๆคนว่า ตัวผม นายจิตรนาถ บัญชีเจริญรุ่ง หรือพิณ ผู้ที่ได้รับการรับเลือกตั้งเป็นประธานนักเรียนของปีนี้โดยการโหวตจะขอมาทำความรู้จักกับทุกๆคน" กิริยาท่าทางที่ดูเย่อหยิ่งอย่างไม่ได้ตั้งใจนั่นชวนให้ใครหลายต่อหลายคนไม่ค่อยคล้อยตามกันไปอยู่ทั่วหลา และถึงแม้จะไม่มีแท่นสำหรับการพูดในครั้งนี้เขาก็ยังดูดีในแบบที่เขาเป็นอยู่อย่างปฏิเสธไม่ได้ เพราะแท่นวางไมค์ในการพูดสปีชนั้นอาจสามารถทำให้ใครหลายๆคนดูดีได้เมื่ออยู่หลังแท่นนั่นแต่สำหรับเขาคนนี้ที่ดูเหมือนจะถูกฝึกมาอย่างดีเขาได้ยกระดับของตนเองขึ้นมาจนกลายเป็นการพูดที่ดูสง่าผ่าเผยมากถึงแม้จะไม่มีแท่นวางไมค์ก็ตามที่

"ผมคือผู้ที่จะคอยรักษากฎระเบียบของนักเรียนทุกคนและจะเป็นคนที่มอบบทลงโทษให้กับผู้ที่กระทำผิดด้วย อำนาจของประธานนักเรียนนั้นมีมากกว่าคุณครูทุกคนในโรงเรียนนี้เสียอีกถือว่าตอนนี้ก็ได้รู้ทั่วกันแล้ว เพราะฉะนั้นจะทำอะไรก็ระวังๆกันหน่อย..นะครับ.." 


หลังจากจบประโยค คำพูดสุดท้ายนั้นเหมือนเขาจะหันมาสบตากับฉันอย่างไม่ทราบสาเหตุ แต่ก็คงจะไม่ใช่ฉันแค่คนเดียวหรอกที่ได้รับการเตือนจากสายตานั่นด้วย


และหลักจากนั้นก็มีการพูดถึงกฎของโรงเรียนนี้และสิ่งที่ควรหรือห้ามปฏิบัติอีกมากมายก่ายกองเมื่ออยู่ในรั้วของโรงเรียน ทำให้พวกเด็กเก่าทั้งหลายและเด็กใหม่บางคนต่างก็นั่งฟังกันจนหลับคาเก้าอี้ไปเลยก็มีสงสัยจะมีการกล่าวแบบนี้ทุกๆปี งั้นฉันก็ต้องมานั่งฟังแบบนี้อีก2ครั้งสินะ คิดแล้วก็รู้สึกน่าเบื่อแทนพวกเด็กเก่าที่อยู่กันมาตั้งแต่ม.ต้นเลย



"...เฮ้อ เมื่อไหรจะจบนะ" นี่คือเรื่องน่าแปลกใจอีกเรื่องนึงที่เกิดขึ้นข้างๆฉันในตอนนี้เองค่ะ ถึงคนข้างๆฉันจะดูเป็นคนใจร้อนอยู่บ้างแต่ก็ยังอดทนไม่บ่นมาจนถึงเมื่อครู่นี้เลย ถือว่าเก่ง

"เดี๋ยวก็จบ" ที่ฉันรู้ก็เพราะว่าคุณประธานที่กำลังพูดบรรยายอยู่บนเวทีนั่นส่งสัญญาณทางสายตามาหาฉันเหมือนจะบอกว่า'อย่าพึ่งหลับเชียว ใกล้จะจบแล้ว'อยู่หลายรอบ อย่าถามฉันว่ารู้ได้ยังไงเลยเพราะฉันเองก็สับสนในตัวเองเหมือนกันที่เข้าใจสายตาที่เขาสื่อมาถึงฉันได้ด้วย

"อืมม..ฮาวว"

"หาวก็ปิดปากหน่อย" อืม ถ้าเด็กคนนี้ไม่ทำตัวกระโตกกระตากนักล่ะก็คงจะเป็นเด็กที่น่ารักน่าถนุถนอมคนนึงเลยแท้ๆเชียว แถมด้วยท่าทางง่วงซึมและพร้อมจะไถลตัวไปนอนอยู่กับพื้นอย่างนี้แล้วฉันก็อดที่จะเอ็นดูเธอไม่ได้เลยเนี่ยสิ

"อืมมม.."




"...และสุดท้ายนี้ ผมจะขอพูดถึงเรื่องชมรมต่างๆในโรงเรียนนี้ ทางสภานักเรียนในปีนี้ได้สรุปผลการประชุมออกมาแล้วว่า..." นี่เป็นเพียงแค่ช่วงเดียวที่เสียงภายในห้องประชุมได้ถูกทำให้เงียบลงไปอย่างน่าตกใจ เหมือนกับว่าการเว้นวรรคในการพูดของคุณประธานในครั้งนี้พาเอาทุกคนต้องกลับมานั่งลุ้นจดจ่อกันจนตัวโก่งเด็กใหม่ส่วนใหญ่ก็พากันงงตามๆกันไป



"ทางสภาจะไม่ขอรับชมรมเพิ่มจากเดิมที่มีอยู่และจะมีการคัดชมรมออกหากชมรมนั้นมีคนเข้าร่วมไม่ถึง8คนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความสะดวกแก่พวกเราสภานักเรียน" หลังจากคุณประธานพูดจบคนบางกลุ่มก็โห่ร้องออกมาพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย ดูท่าจะเป็นเรื่องที่คอขาดบาดตายมากสำหรับใครหลายๆคน


"หะ เกิดไรขึ้นอ่าา" .....


ฉันเคยบอกรึเปล่าคะ..ว่าฉันแพ้คนน่ารัก จริงๆก็แค่แพ้เชิงสิ่งที่น่ารักเท่านั้น ที่ไม่แสดงออกทางสีหน้าก็เพราะว่าหน้าฉันมันก็เป็นอย่างนี้มาตั้งแต่เกิดอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ใช่เด็กทุกคนหรือคนน่ารักทุกคนหรอกนะที่ฉันจะชอบไปซะทั้งหมด อย่างยัยเด็ก(นิว)นั่นฉันก็ไม่นับรวมว่าน่ารักหรอก ไม่รู้เพราะอะไรแต่สัญชาตญาณของฉันมันบอกออกมาว่า'นี่มันไม่ใช่เด็กซะหน่อย'น่ะ แต่คนนี้น่ะของจริงเลย การันตีได้เลยว่าน่ารักสุดๆ



"เขาจะคัดชมรมออก คนเลยไม่พอใจ" แล้วก็เรื่องการพูดของฉัน.. ฉันไม่ได้กลัวว่าดอกพิกุลจะร่วงออกมาจากปากจริงๆหรอกแต่แค่พยายามอธิบายให้สั้นและเข้าใจง่ายที่สุดเท่านั้นเอง ถือเป็นการไม่เปลืองพลังงานร่างกายมากเกินไปอีกด้วย


"งั้นหรอ..ชมรม.. ดนตรีคงไม่โดนหรอกเนอะ" ถึงคนข้างตัวฉันจะกลับมานั่งบนเก้าอี้แบบปกติแล้ว แต่ท่าทางง่วงซึมก็ยังคงอยู่ดังเดิม


"อืม" 



ชมรมดนตรีหรอ

แต่.. รู้สึกว่าสมาชิกที่เห็นในวันนั้นก็มี 1 2 3..4และ 5ที่เขาไม่ได้มาวันนั้นสินะ ถ้านับหรือไม่นับคุณประธานล่ะก็คงมีไม่ถึงอยู่ดี




"เพราะฉะนั้นวันนี้ทั้งวันจะไม่มีการเรียนการสอนเกิดขึ้น ขอให้นักเรียนทุกท่าน.. จัดการเรื่องค้างคาทุกอย่างให้เสร็จภายในวันนี้ด้วยนะ..ครับ" หลังจากนั้นเขาก็เดินออกจากเวทีไปทางด้านซ้ายของเวทีอย่างที่ดูดีจนน่าหมั่นไส้ การพูดและท่าทางที่ดูเหมือนกับกำลังท้าทายเหล่านักเรียนทุกคนในโรงเรียนนี้ทำให้ก็มีนักเรียนหลายคนสบถออกมาอย่างหงุดหงิดใจเช่นกัน




"เฮ้ยๆ จบแล้วสินะ ปะ พวกเรารีบปะ-เฮ้ย!!-" ยังไม่ทันที่คนข้างตัวฉันจะพูดจบก็ดันมีคนหมู่มากจากรอบๆตัวเข้ามารุมล้อมพวกเรากันเต็มไปหมดเลย ก็พอเดาได้อยู่ว่าจะเกิดอะไรแบบนี้แต่ก็ไม่นึกว่าจะปล่อยให้มารุมกันแบบนี้ได้ทันทีเลย พวกคุณครูก็ยังคงยืนคุยกันตามประสาผู้ใหญ่พร้อมกับเดินออกจากหอประชุมนี้ไปด้วยบางกลุ่มโดยไม่คิดจะสนใจห้ามปรามเหล่านักเรียนในหอประชุมแห่งนี้ที่กำลังก่อการชุลมุนกันอยู่อย่างพลุ่งพล่านเลย


เหมือนอย่างที่คุณประธานว่า.. 'อำนาจของประธานนักเรียนนั้นมีมากกว่าคุณครูทุกคนในโรงเรียนนี้' นี่ก็พูดจริงสินะ




"น้องจ้า!! สนใจชมรมเกมกระดานไหมคร้าบบบ!!!"

"เฮ้ย ชมรมบาสของพี่สนุกกว่าอีก!"

"นี่! สนใจชมรมไหนอยู่ป่าวววถ้าไม่มีก็มาชมรมนาฏศิลป์เถอะนะ!!!"

"ชมรมภาษาญี่ปุ่นมีแค่ไม่กี่คนเอง กูขอเหอะมาเข้าชมรมนี้ทีเถอะ!!! โอเนไกชิมัสสสสสส!!"

"โอ้ย!! อย่าไปทำให้คนเขาลำบากใจกันดิวะ อ่ะน้อง แค่กรอกใบสมัครนี่แล้วก็โผล่หน้ามาที่ห้องชมรมของนักวาดการ์ตูนทุกวันก็พอแล้ว"

"รุ่นพี่คะ!! สนใจมาชมรมคนรักสวนดอกไม้ไหมคะ!!"

"พี่ครับๆ ชมรมรักความสะอาดยังพร้อมจะต้อนรับพวกพี่อยู่นะครับ นี่ครับกระดาษฆ่าเชื้อ เชิญรับไว้ด้วยนะ-" ฉันก็รับมาตามมารยาทก่อนที่เขาจะทันพูดจบเพราะมีอีกหลายคนพูดขัดกันอยู่(ของฟรีก็ต้องรับไว้)

"เบสบอลนี่สุดยอด! เบสบอลนี่โคตรเจ๋ง! เบสบอลเนี่ยแหลาะคือที่สุด!!"

"ชมรมคนรักผียังว่างอยู่อีกหลายที่เลยน่าา.."



อืม


เข้าใจแล้วล่ะว่าทำไมถึงต้องคัดออก 

แต่บางชมรมคนก็น่าจะมีสมาชิกเยอะอยู่แล้ว สงสัยจะมาหาคนเพิ่มเพื่อสืบต่อชมรมปีต่อไปสินะ




"นายยยย!! ช่วยฉันด้วย!!" ลืมไปเลยว่าหลังจากโดนรุมแล้วเด็กคนนั้นก็โดนลอยคอออกไปอยู่นอกวงด้วยนี่นะ



"จะไปยังไง.."

ฟึบ..



ควับ!



"มาทางนี้.."



เสียงที่เบาจนเกือบจะไม่ได้ยินเรียกให้ฉันหันไปสนใจอย่างนึกสงสัย เพราะท่ามกลางเสียงของผู้คนมากมายที่รายร้อมฉันอยู่มีเพียงแค่เสียงนี้เท่านั้นที่ทำให้ฉันสะดุดใจได้ดีที่สุด


แต่ก็น่าแปลกใจจริงๆที่ท่ามกลางของฝูงคนเยอะแยะมากมายขนาดนี้ยังมีคนดั้นด้นถลาตัวจากด้านนอกของวงเอื้อมมือเข้ามาดึงแขนของฉันไว้ได้ด้วย.. แต่เสียงนี้มันคุ้นๆนะ 



อะ คนที่เจอที่ทางเดินเมื่อวันก่อนนี่เอง


"อืม.." หลังจากนั้นฉันก็ได้ออกมาจากในวงนั่น ทันทีที่ควบคุมลมหายให้กลับมาเป็นปกติได้ด้วยเนื่องจากที่โดนแย่งออกซิเจนไปเยอะจนแทบจะเป็นลมฉันก็หันไปมองรอบๆเพื่อหาเด็กคนนั้นแต่ก็ไร้วี่แวว ก็ตัวของเธอดันคล้ายๆกับเด็กม.ต้นบางคนด้วยนี่นะ..


"รีบไปก่อนเถอะ" เพราะมัวแต่สนใจกับการมองหาเด็กคนนั้นจนลืมไปเลยว่ายังมีมืออีกข้างนึงของคนที่ช่วยฉันออกมาจากวงนั่นจับไว้อยู่ตรงข้อมือของฉัน


"เดี๋ยว เด็กคนนึง ฉันกำลังตามหาเด็กคนนึง"


"จิ๊ ช่างมันได้ไหม"


"เหมือนว่าเขาจะอยากเข้าชมรมดนตรีนะ"


"เด็กคนนั้นเป็นยังไง ชื่อไร ผู้หญิงหรือผู้ชาย" ถามมาทันควันเลยแหะ


"ผู้หญิง เป็นเด็กตัวเล็กๆ ผมประบ่าเป็นลอนนิดๆ มีผมสีน้ำตาลแซมอยู่หน่อยๆ"



"...โอเคเจอละ กำลังพยายามออกจากกลุ่มอยู่พอดี" สดวกดีจริง เพราะตัวสูงสินะเลยหาเจอได้ง่ายๆ


"ขอบคุณ จะให้ไปที่ไหนเดี๋ยวตามไป"


"อ้าว ไม่ไปด้วยกันหรอ"


"..งั้นไปพาเด็กนั่นออกมา จะได้รีบไปกัน คิดพาไปไหนสักทีนึงอยู่ใช่ไหมล่ะว่างอยู่พอดี" ถามเยอะซะจริง ฉันไม่ใช่คนที่หงุดหงิดง่ายๆกับคนแปลกหน้าอย่างนี้หรอกนะ นี่คือเรื่องจริง


"ไปรอด้านนอกก่อนนะ เดี๋ยวจะโดนรุมอีก" พออีกฝ่ายบอกเตือนฉันเสร็จแล้วละออกจากข้อมือฉันไปพวกเราก็แยกย้ายกันไปคนละทางอย่างระมัดระวังตัว





☀べⓟⓐⓟⓐべ☀





"อืม..ฟู่วว" หลังจากออกมาแล้วฉันก็ทำการยืดเส้นยืดสายบิดร่างไปมาเพื่อไล่ความเกียจคร้านนี้


อากาศข้างนอกสดชื่นกว่าด้านในนั้นเสียอีก ทั้งๆที่มีการติดตั้งแอร์อยู่ในนั้นหลายเครื่องแท้ๆแต่ไม่เห็นจะเปิดสักเครื่อง มีก็แต่พัดลมบนเพดานอันสูงโย่งเนี่ยแหลาะที่เปิด




"ทำตัวเป็นคนแก่" 



..ใครกันที่มาพูดความจริงโต่งๆกันแบบนี้



"..." อ่า ประธานแว่นนี่เอง



"อะไร โกรธหรอๆ เหอะอ่อนแอซะไม่มี" ยัง...  ขออีกนิดเดี๋ยวจะเคลื่อนที่ไปอยู่ตรงหน้าพร้อมกับอัพเปอร์คัทใส่คางเลย


"..อืม"


"เป็นอะไรไปล่ะ เมื่อวันก่อนยังมีท่าทางอวดดีมากกว่าตอนนี้อีกนะ อ้อ เพราะแก่แล้วเลยหมดฤทธิ์แล้วล่ะสิ หึ.. น่าสมเพช"


"..อืม" ฉันผ่อนลมออกมาทางจมูกพร้อมกับเดินแยกตัวออกไปจากคุณพี่แว่น แต่เหมือนเขาจะยังไม่หายเหงาจึงเดินตามมาดักหน้าฉันไว้ ถึงระยะห่างระหว่างเราสองคนจะสั้นแต่ฉันก็สามารถรับรู้ได้ถึงลมหายใจของอีกฝ่ายที่กำลังเป่ารดศีรษะอย่างไม่เป็นจังหวะได้เป็นอย่างดี


"เห็นว่าเป็นคนที่ผอ.ของโรงเรียนพาเข้ามาเองกับมือเลยแท้ๆ มีดีอะไรบ้างล่ะ" เหมือนกำลังโดนทดสอบอยู่เลย งั้นฝ่ายนี้ก็ขอสงเคราะห์ให้โดยตรงละกัน


"มีดีมากกว่าที่คาดคะเนไว้"



ถึงภายในใจจะอยากพร่ำบ่นออกมาเป็นคำหยาบมากแค่ไหนแต่มันคงจะทำให้คุณผู้อ่านทุกท่านมองฉันเป็นคนไม่ดีเป็นแน่ เพราะฉะนั้นมาลองลุ้นกันดู ว่าจนกว่าจะถึงตอนจบฉันจะหลุดคำหยาบออกมาไหม.. น่าสนุกดี




"กะอีแค่เล่นเปียโนกับเรียนเก่งเนี่ยจะเอาไปทำอะไรได้อีก.. ได้ยินว่าเป็นพวกสอบตกทางด้านการใช้ชีวิตในป่าแห่งคอนกรีตสุดๆไปเลยนี่น่า"





"...ทำตัวได้ลำเจียกคำสร้อยดีนะคุณเนี่ย"




ขอยืมชื่อจากละครสัก2เรื่องมาเป็นคำด่าว่าหน่อยแล้วกัน

ความหมายไม่ข้องไม่เป็นไรเอาให้อีกฝ่ายไม่เข้าใจก็พอ หึ







ยังมีต่อตอนหน้านะคะ


อือหือออออ

คราวนี้หายไปเป็นเดือนเลยล่ะค่ะ(ฮา)

ก็ช่วงเดือนสอบนี่น่าาาา(ยังคงสอบไม่เสร็จ) //ได้โปรดเห็นใจเค ที่ต้องมาสอบ6วัน13วิชา;-;//

ไม่โกรธนะคะๆ เคจะมาทดแทนส่วนนั้นให้ในช่วงปิดเทอมเองค่ะ!><

แต่งไปงงไป คือทำไมรู้สึกภาษากลับมาแต่งคล่องเหมือนเดิมแต่เนื้อหาของเรื่องนี่มั่วและสโลไลฟ์มากมาย(ฮา)

ขอบคุณทุกคนที่รอนิยายเรื่องนี้กันอยู่นะคะ ขอบคุณค่ะ!


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น