rani

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

กับดักรัก หมอสุดโหด บทที่ 5 (100%) ReWrite

ชื่อตอน : กับดักรัก หมอสุดโหด บทที่ 5 (100%) ReWrite

คำค้น : กับดักรัก หมอสุดโหด, กับดักรักหมอสุดโหด, ชลาธิป, ปัณ, yaoi, rani, 18+

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 17.4k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 07 พ.ย. 2559 17:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กับดักรัก หมอสุดโหด บทที่ 5 (100%) ReWrite
แบบอักษร

#

 

กับดักรัก หมอสุดโหด
   
โดย Rani รานี

 

บทที่ 5 : เรื่องที่ทำให้เสียใจ

ชลาธิปเลี้ยวรถเข้ามาจอดหน้าโรงแรมที่ใช้จัดงานการมอบเงินบริจาคจำนวนแรกให้กับโรงพยาบาล    เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการสร้างอาคารแห่งใหม่ ไม่บ่อยนักที่เขาจะออกงานกลางคืนแบบนี้  หมอหนุ่มไม่รู้ว่าจะทำตัวอย่างไร เขารู้สึกว่า    ได้เจอผู้คนมากมายในแต่ละวันพอแล้ว ถ้าเป็นไปได้อยากจะเก็บตัวที่บ้าน แล้วทำงานต่างๆที่คั่งค้างให้เสร็จซะมากกว่า เขาถอนหายใจก่อนจะลงจากรถ ฝากกุญแจไว้กับพนักงานต้อนรับ  ปัณณทัตเปิดประตูรถอีกฝั่งมายืนคู่กับเขา  ก่อนจะเดินเคียงกันเข้างานไป
            ปัณไม่รู้สึกแปลกใจเลยที่หมอชลาธิป ซึ่งเป็นหนึ่งในคุณหมอเพียงสองคนของโรงพยาบาล จะได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษ นั่นไม่ได้หมายความว่าหมอไกรวิทย์ หมออีกคนของที่นี่ไม่พิเศษหรอกนะ เพราะความสามารถและการเสียสละเพื่อส่วนรวม  ก็มีมากไม่แพ้กัน  แต่หมอชลาธิปนอกจากมีทั้งรูปร่างหน้าตาที่ดีเยี่ยมแล้ว  ยังปูมหลังครอบครัวนั่นอีก แต่ที่น่าแปลกใจก็คือ   สาวๆบางคนกลับมาวุ่นวายเอากับปัณด้วย
            มีแขกพิเศษมากมายมาแสดงความยินดี  และพูดคุยกับคุณหมอ ปัณบอกให้ชลาธิปไปคุยกับเพื่อนหมอ และผู้ที่เกี่ยวข้องกับงานนี้ดีกว่า แต่ขอตัวไว้ว่าจะไม่เข้าไปคุยด้วย เพราะรู้สึกอึดอัดและทำตัวไม่ถูก
            “พี่คือ พี่ปัณใช่ไหมคะ?” เด็กสาวตาโต แก้มป่อง เพิ่งจะเป็นสาวเต็มตัวยิ้มจนแก้มแทบฉีกเมื่อชายหนุ่มพยักหน้า “หนูชื่อ รัศมีค่ะ เป็นเพื่อนรักของต้นน้ำ”
            “อ๋อ สวัสดีครับ รัศมี”  ปัณได้มีโอกาสพูดแค่นั้น  แค่นั้นเองจริงๆ เพราะหลังจากนั้นสาวน้อยช่างเจรจานามว่ารัศมี ก็คอยแต่ส่งเสียงเจื้อยแจ้ว  ไม่เปิดโอกาสให้ปัณได้พูดอะไรอีกเลย  ปัณทราบว่ารัศมีเป็นเชื่อเล่น   ส่วนชื่อจริงน่ะเหรอ   ปัณฟังไม่ทันหรอก พ่อรับราชการ ใหญ่โตอะไรสักอย่าง ส่วนแม่ก็เป็นเจ้าของตลาดที่แม่ของต้นน้ำขายของอยู่ สำหรับต้นน้ำถือเป็นกรณีพิเศษที่แม่อนุญาตให้คบหากันเป็นเพื่อนได้ เพราะแม่ชอบให้คบกับคนระดับเดียวกันเท่านั้น และไม่ชอบให้คบกับเด็กในตลาด  แต่แม่ของเด็กหญิงเห็นว่า  ต้นน้ำเป็นเด็กมีความกตัญญ ขยันขันแข็ง และเฉลียวฉลาด แม่เลยไม่ว่า ได้ยินอย่างนั้นปัณก็ยิ้ม  เขายินดีที่ได้ยินใครสักคนชื่นชมต้นน้ำ   เพราะเด็กคนนั้นมีดีบางอย่างให้น่าชื่นชมจริงๆ แต่รอยยิ้มของเขา กลับทำให้เด็กสาวเพ้อฝันไปไกล
            “พี่ปัณ มาทางนี้นิดได้ไหมคะ  รัศมีจะแนะนำให้รู้จักกับคุณพ่อคุณแม่ รัศมีบอกกับพวกท่านไปแล้วว่า วันนี้จะแนะนำให้พวกท่านได้รู้จักกับแฟนของรัศมี”
            ...แก้วไวน์ในมือแทบร่วง ...
            ปัณยืนตะลึงอ้าปากค้างอยู่ตรงนั้น
            “ไม่ดีมั้งครับ”
            “ดีสิคะ ไปกัน ไปไป” อย่างถือวิสาสะ รัศมีก็จัดแจงกึ่งลากกึ่งจูงมือของปัณไปทันที เสียแต่ว่ามีคนอื่นมาขวางทางอยู่นี่แหละ
            “คุณปัณใช่ไหมคะ เอิ่ม .. พ่อบ้านของคุณหมอชลาธิป?” หญิงสาวที่มายืนขวางหน้าเขาถาม  เขาพยักหน้า  ดูเหมือนใครๆก็จะรู้จักเขานะ “ดิฉันชื่อเดือนนะคะ เป็นเพื่อนกับคุณหมอน่ะค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ เห็นว่าคุณปัณดูแลคุณหมอ ตอนนี้คุณหมอคงสบายขึ้นนะคะ” ผู้หญิงชื่อเดือนยื่นมือเข้ามาทักทายทั้งที่เห็นว่ามือของปัณนั้นอยู่ในการควบคุมของรัศมีแล้ว และดึงอย่างไรรัศมีก็ไม่ปล่อยด้วย
            “ขอโทษนะคะคุณเดือน   พอดีพี่ปัณต้องรีบไปหาพ่อแม่ของรัศมีน่ะค่ะ ไม่มีเวลาคุย” แล้วจากนั้นรัศมีก็จูงมือปัณไปอีก แต่คราวนี้ปัณอยากจะเรียกมันว่า กระชาก ซะมากกว่า   ทิ้งให้อีกคนยืนเข่นเขี้ยวเคี้ยวฟันอยู่ตรงที่เดิม เมื่อเดินผ่านกลุ่มผู้คนที่กำลังดื่มไวน์ และพูดคุยกันอย่างสนุกสนานจนมาอีกมุมของห้องจัดงานแล้ว รัศมีก็ยอมปล่อยมือปัณ (ซะที)
            “แม่เดือนอะไรนั่นน่ะ พี่ปัณอย่าไปใส่ใจเลยนะคะ ใครๆก็รู้ว่าอยากจับคุณหมอจนตัวสั่น เมื่อก่อนก็เฉยๆนะคะ แต่พอรู้ว่าคุณหมอมีชาติมีตระกูลที่บ้านร่ำรวยเท่านั้นแหละ ก็วิ่งเข้าใส่เลย แรด”
            “รัศมีครับ อย่าพูดไม่เพราะสิ”  ปัณปราม  ทำให้รัศมีหน้าเสีย แต่ก็ยิ้มได้อีกครั้ง “นี่จะพาพี่มาพบคุณพ่อคุณแม่ไม่ใช่เหรอ”
            พ่อแม่ของรัศมีเป็นคนถือตัวพอสมควรอย่างที่ลูกสาวเล่า แต่เมื่อได้พูดคุยกันแล้วก็เกิดความชื่นชมในตัวปัณณทัตเป็นพิเศษ ปัณอธิบายให้พวกท่านฟังได้สำเร็จว่าตัวเองไมได้คิดอะไรกับลูกสาวมากไปกว่ารู้สึกเป็นน้องเหมือนกับที่วางตัวเป็นพี่ต้นน้ำ ซึ่งทุกคนก็เข้าใจ ยกเว้นก็แต่รัศมีคนเดียว
            “คุณหมอมาพอดีเลยค่ะ เชิญทางนี้ค่ะคุณหมอ” รัศมีส่งเสียง ชลาธิปเดินยิ้มมาทางพวกเขาพร้อมแก้วไวน์ที่ถูกดื่มจนหมดแก้ว  พอบริกรเดินผ่านมา ปัณก็ยื่นแก้วใหม่ให้หมอ เป็นภาพที่น่ารักปนน่าประหลาดใจสำหรับพ่อแม่และรัศมีมาก เมื่อเห็นสายตาที่ทั้งคู่มองกัน
            “คุณปัณนี่น่ารักนะคะ ช่างเอาอกเอาใจ” ปัณพอรู้ว่าคุณนายหมายถึงอะไร ก็เอาแต่ก้มหน้าก้มตาขวยเขิน คุณหมอเลยต้องเป็นคนแก้ต่างซะเอง แต่คำแก้ต่างกลับทำให้เขินมากกว่าเดิมซะอย่างนั้น
            “ครับ บ้านผมก็ได้เขานี่แหละ ไม่งั้นบ้านก็ไม่เป็นบ้านซะที”

เมื่อทิ้งให้แขกในงานพูดคุยกันสักพัก พิธีการบนเวทีก็เริ่มขึ้น พ่อแม่และรัศมีขอตัวไปนั่งในที่ของตนซึ่งอยู่ในส่วนของสปอนเซอร์    ส่วนหมอและปัณต้องมานั่งในกลุ่มตัวแทนของทางโรงพยาบาล
            “ปัณนี่เสน่ห์แรงไม่เบานะ มีทั้งผู้หญิงผู้ชายมาชอบ” หมอกระซิบพอให้ได้ยินกันสองคน
            “อะไรกันครับ มีแค่รัศมีเท่านั้นแหละ ส่วนคุณเดือนนั่น เขามาหาคุณไม่ใช่ผม”
            “ลองมองดีๆสิ ปัณ มองไปรอบๆตอนนี้เลยก็ได้แล้วจะรู้ว่าผม  ไม่ได้โกหกคุณสักหน่อย”
            พอปัณมองไปรอบๆก็สบตาเข้ากับหลายๆคู่ที่จ้องมองมาทางเขาแบบมีความหมายบางอย่าง  จนทำให้พ่อบ้านหนุ่มขนลุก  ทั้งกลัว ทั้งเขิน แต่แล้วก็กลับต้องชะงัก เมื่อสบตาของคนที่เคยคุ้นเข้า ปัณมองตาคนที่พยายามมองเขามาตั้งแต่เขาเริ่มย่างเท้าเข้างาน ก่อนที่สติจะบอกให้เขารู้ตัวว่าควรจะสนใจแต่งานบนเวทีเท่านั้น

            หัวใจของปัณณทัตแทบจะหยุดเต้น ประเทศนี้มันแคบเกินไปหรือยังไง เขาถึงได้มาอยู่ในงานเดียวกัน ทั้งที่พยายามหนีออกมาจนไกลขนาดนี้
            พิธีการบนเวทียืดยาว เพราะมีสปอนเซอร์หลายฝ่าย  และต้องมีการพูดคุยกันของตัวแทนจากหลายๆที่ พอคุณหมอถูกเรียกให้ขึ้นไปกล่าวขอบคุณบนเวทีพร้อมทั้งตอบข้อซักถาม ปัณก็ถือโอกาสนั้นเดินเลี่ยง ออกจากงานมาสูดอากาศด้านนอก เพราะตอนนี้เหมือนกับว่าด้านในงานนั้นแทบจะไม่มีอากาศให้ปัณได้หายใจเลย
            “ปัณครับ” คนมาใหม่กระซิบ เสียงนั้นอยู่ใกล้ซะจน ปัณตกใจและกระเถิบออกมา แต่กลับถูกเขาดึงตัวไว้ “ไม่นึกเลยว่าจะได้เจอคุณที่นี่ ปัณ คุณสบายดีใช่ไหม?”
            “ครับ ผมสบายดี” ปัณตอบอย่างเหินห่าง จนอีกคนจะขาดใจ
            “รู้สึกดีจัง ที่ได้เจอคุณที่นี่”
            “คุณจะรู้สึกแบบนั้นได้ยังไงครับ พูดอะไรไม่คิด ภรรยาคุณก็อยู่ในงานนั้นนะครับ อ้อ หรือว่ารู้สึกดีที่ได้เจอเพื่อนเก่า”  ปัณพูดแล้วก็ต้องหันกลับไปเช็ดน้ำตาตัวเอง    เมื่อคำพูดที่หวังจะประชดคนตรงหน้า  กลายเป็นอาวุธทำร้ายหัวใจตัวเอง เขายังจำได้ดีว่า รู้สึกราวฟ้าถล่มแผ่นดินทลาย เมื่อพบว่าอยู่มาวันหนึ่ง แฟนที่ตัวเองต้องสู้รบปรบมือกับพี่ๆน้องๆ ตั้งนานกว่าจะได้รับการยอมรับ จู่ๆก็หายไปซะเฉยๆ ไม่มีคำเอ่ยลา ไม่ทิ้งจดหมาย ตัดการติดต่อสื่อสารทุกช่องทาง จนอีกแค่สัปดาห์เดียว   คำตอบของทุกความไม่เข้าใจของปัณ  ก็ถูกทำให้กระจ่าง นายพันธุ์เทพ อดีตแฟนและว่าที่เจ้าบ่าวของเขา  กลายเป็นหนูตกข้าวสารถังบิ๊กบึ้มไปซะแล้ว
            “ผมขอโทษ ผมรู้ว่าที่ผมทำกับปัณมันไม่น่าให้อภัย  แต่คุณอย่าโกรธผมเลยนะ ทุกวันนี้ผมก็ยังคิดถึงคุณ และผมก็ยังรักคุณอยู่คนเดียว” พันธุ์เทพพูดพร้อมกับจับมือของปัณทั้งสองข้าง สายตาของเขาบอกว่าสิ่งที่เขาพูดทั้งหมดเป็นเรื่องจริง
            “มาพูดตอนนี้มันไม่มีประโยชน์แล้วล่ะเทพ คุณเปลี่ยนแปลงอะไรไม่ได้แล้ว”
            “คุณรอผมนะปัณ ที่ผมทำแบบนี้ก็เพื่อเรานะ”
            “เพื่อคุณเองนะสิ”   ปัณพูดพร้อมกับดึงมือทั้งสองของตนให้หลุดจากการเกาะกุมของพันธุ์เทพแต่ก็ไม่เป็นผล มือใหญ่ๆนั้นยังคงจับแน่น แถมยังบีบเอาไว้แรงขึ้นอีกด้วย “ทำไมครับ ครอบครัวผมมันรวยไม่พอหรือไง คุณถึงต้องทิ้งผมไปหาเขา หรือเพราะคิดว่าผมเป็นแค่ลูกเลี้ยง คงไม่ได้สมบัติอะไรมากมายคุณเลยไม่พอใจ”
            “ไม่ใช่อย่างนั้นนะปัณ ฟังผมก่อน”
            “ปล่อย ผมบอกให้ปล่อยไง”
            “ผมไม่ปล่อยหรอก จนกว่าปัณจะฟังผม”
            “ปล่อยผมนะ” พันธุ์เทพกระชากร่างเล็กเข้าไว้ในอ้อมกอด ร่างเล็กดิ้นขลุกขลัก
            “อื้ม” เสียงแหบห้าวทำให้ทั้งคู่ชะงัก “ขอโทษครับ ผมไม่คิดว่าจะมีใครทำอะไรที่ดู “ส่วนตัว” อยู่ตรงนี้ หมอชลาธิปพูดเสียงเย็นจนปัณณทัตขนลุก
            “เอ่อ ไม่ใช่นะครับ คุณหมอ ไม่นะครับ ผม..”
            “ผมจะกลับบ้านแล้ว ไม่แน่ใจว่าทางคุณปัณจะกลับพร้อมผมเลยหรือเปล่า?”
            “ไปครับ กลับครับ ผมจะกลับบ้านพร้อมคุณหมอ”
            “ถ้าอย่างนั้น คุณพันธุ์เทพ ช่วยปล่อยมือ “คนของผม” ด้วยนะครับ และผมได้ยินว่าญาดา ตามหาคุณอยู่ข้างใน” เขาเน้นคำว่า “คนของผม” อย่างจงใจ และส่งสายตาตำหนิอย่างเปิดเผย
            “ผมลานะครับ แล้วเจอกัน” พันธุ์เทพพูดแล้วเดินจากไปทันที
            คุณหมอกึ่งลากกึ่งจูงปัณออกมาที่รถอย่างหงุดหงิด ส่วนปัณนั้นอยากจะทึ้งหัวตัวเอง นี่มันรอบที่เท่าไรแล้วนะ ที่เขาต้องโดนใครต่อใคร “ลาก”
            เมื่ออยู่ในรถ  ปัณชำเลืองมองหน้าคนขับไปตลอดทาง   แต่ชลาธิปกลับไม่สนใจเขาเลย
            “ดื่มน้ำเย็นๆไหมครับ แล้วค่อยไปอาบน้ำ” ปัณถามเมื่อถึงบ้าน หวังว่าจะดับอารมณ์ขุ่นมัวของอีกฝ่ายลงได้
            “ขอไวน์แล้วกัน”
            “แต่คุณหมอเพิ่ง ...”
            “ถ้าไม่เต็มใจทำให้ก็ไม่ต้องทำ วันหลังก็ไม่ต้องถาม” หมอกระชากเสียง
            “ครับ ครับ เดี๋ยวผมรินไวน์ให้”
            เขาจ้องหน้าของปัณณทัตแบบยังไม่หายเคืองไปเรื่อยๆ  ทุกอิริยาบถ  ร่างบางทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นความอึดอัดที่อีกฝ่ายส่งมาให้เสีย ก่อนจะส่งแก้วไวน์ที่เติมน้ำแข็งไปด้วยหนึ่งก้อนให้เขาด้วย เพราะรู้ว่าคุณหมอชอบดื่มไวน์ที่เย็นกว่าปกติ หมอชลาธิปหยิบแก้วไปยกดื่มอึกเดียวหมด แล้ววางแก้วลงบนโต๊ะอย่างแรง
            และอย่างไม่ทันตั้งตัว ชลาธิปก็คว้าเอามือของปัณมาวางไว้บนส่วนกลางที่เริ่มแข็งขืนของเขา ปัณสะดุ้ง พยายามเอามือออก แต่อีกฝ่ายกลับยึดไว้แน่น ปัณไม่อยากทำอะไรในสถานการณ์นี้เลย กลัวเหลือเกินว่ามันจะไม่อ่อนโยน  และอ่อนหวานเหมือนคืนนั้น  เมื่อปัณขัดขืนหนักเข้า หมอ
ชลาธิปก็หยุดการกระทำของเขาเอง ทว่าดูเหมือนจะยิ่งโกรธขึ้นไปอีก  เขาดึงมือเล็กนั้นออก  แต่ไม่นานเลย  มือหนาก็บังคับให้มือน้อยๆนั้นให้ไปกดแน่นลงบนแก่นกายของปัณแทน   ปัณน้อยออกอาการทันที
            “หึหึ” เสียงหัวเราะเยาะของคนสูงกว่าดังอยู่ใกล้ๆหู “รู้สึกง่ายจังนะ” พูดไปชลาธิปก็เค้นมือหนักขึ้นไปอีก
            “คุณหมอ อย่าครับ ผมอึดอัด” ปัณต้องพยายามอย่างมากที่จะพูดให้จบประโยค  แต่ดูเหมือนคุณหมอจะไม่สนใจเสียงเรียกร้องของเขาเลย
            “อึดอัดก็ดีแล้ว ปัณจะได้จำได้ไง ว่าทุกส่วนของปัณเป็นของผม ของผมคนเดียว” เขาย้ำทั้งคำพูดและการกระทำ แต่เมื่อเห็นว่าร่างเล็กใกล้ถึงฝั่งฝันแล้ว เขากลับหยุดซะดื้อๆ
            “คุณ...หม...หมอ” เสียงติดๆขัดๆนั้นพาให้ตรงกลางของร่างหนาแข็งขึง แต่เขาอดทนไว้ ...หึหึ อยากได้อะไรที่เด็ดกว่า ก็ต้องอดทนกันหน่อย
            “คุณ หมอ อย่า..ทำ...แบบ ... นี้ คะ ....ครับ” ชลาธิปกระชากมือของร่างบางเดินขึ้นไปบนบันไดโดยไม่สนใจว่าปัณจะมีแรงหรือไม่ หรือว่าแข้งขาจะอ่อนล้าเพียงใด
            มาถึงห้องนอนของเขา ก็โยนโครมไปที่เตียง ก่อนจะหยิบเอาเชือกสีขาวที่เก็บไว้ในลิ้นชักมาพันทั้งมือและเท้าของร่างบางติดกับมุมเตียงทั้งสี่ด้าน ปัณเริ่มน้ำตาไหล ความรู้สึกสับสนไปหมด ทั้งกลัวว่าจะถูกทำรุนแรง  ทั้งเสียใจที่คุณหมอใช้อารมณ์   และกำลังกับเขา และความอึดอัดที่ยังไม่ได้รับการปลดปล่อยนั่นก็ด้วย เมื่อถูกจับให้นอนหงายอย่างนี้มันยิ่งน่าอาย เพราะมันชี้ขึ้นฟ้าอย่างไม่สะท้านสายตาใคร ปัณพยายามบิดตัวเมื่อรู้สึกว่าเชือกที่มัดเท้าจะยาวจนมีพื้นที่ให้ขยับตัวได้ ทว่าก็ถูกจับไปนอนอย่างเดิมด้วยฝีมือของร่างหนาอีก
            “คุณหมอครับ ผมขอร้อง”   เสียงนั้นโหยหาเรียกเลือดของหมอชลาธิปได้อย่างดี
            “ได้สิ ผมจะไม่ทำให้ปัณผิดหวังเลย” หมอหนุ่มโหมเข้าใส่ร่างบางที่ถูกมัดอยู่ โดยไม่ใส่ใจแกนกลางเลยสักนิด   เขาขบกัดทุกๆส่วนตั้งแต่ริมฝีปาก ไปถึงเม็ดเต่งตึงที่หน้าอก รอบคอ ใบหู มือก็เค้นคลึงไปทั่วๆยกเว้นตรงกลาง
            “คุณ.......หมอ” อีกฝ่ายส่งเสียงเรียกอย่างเหนื่อยหอบ จนน่าสงสาร ชลาธิปจึงค่อยๆส่งแกนน้อยที่ชูชันอยู่นั้นเข้าไปในปากของตัวเอง ค่อยๆดูดกลืนอย่างสนุกสนาน ไม่นานนักปัณก็เกร็งที่ร่าง ก่อนจะปล่อยน้ำรักเข้าไปเต็มปากของหมอ    หมอรับมันไว้อย่างเต็มใจแต่เขาก็แค่อมมันเข้าไว้  แล้วไปประกบปากของร่างบางที่บัดนี้นอนอ่อนระโหย โรยแรง หมดปัญญาจะต่อสู้  เขาปล่อยน้ำรักเข้าปากของร่างบางแล้วจากนั้นก็ปิดปากไว้
            “กลืนลงไปให้หมด มันเป็นของคุณ” เมื่อเห็นร่างบางทำตาม ที่ตัวเองสั่ง หมอก็มานอนตะแคงอยู่ข้างๆอย่างสบายใจ   ทว่าสายตากลับแข็งกร้าว
            “แล้วรู้หรือยังว่า วันศุกร์นี้ใครจะมาเยี่ยมเรา”
            “ก็เพื่อนคุณหมอ”
            “ใช่ เพื่อนฉัน แล้วรู้ไหมว่าสามีของเพื่อนฉันน่ะ เคยเป็นผัวเก่าคุณด้วยไง”      พูดจบหมอชลาธิปก็ขึ้นคร่อมร่างบางทันที เสียงขอร้องให้หยุดอย่างเสียวซ่าน     ดังขึ้นที่บ้านของหมอชลาธิปจนเช้า

 

 TBC

ถ้ายังเจอคำผิดอีก สะกิดไรท์นิดนึงนะค้า^^

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น