เต้าหู้ไข่

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 4 พูดถึงผี ผีก็มา

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 พูดถึงผี ผีก็มา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.5k

ความคิดเห็น : 18

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ก.พ. 2561 05:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 พูดถึงผี ผีก็มา
แบบอักษร

 ตอนที่ 4

พูดถึงผี ผีก็มา

ผมคำนวณเวลากลับหอของพี่ซีแล้วลงมารอเขาตอนเที่ยงคืนนิดๆ เรื่องที่เขาบอกกับผมวันก่อนยังคงวนเวียนอยู่ในหัว สามวันหลังจากเขารับปากว่าจะช่วยในสิ่งที่ผมขอ หลังจากสามวันนั้นผมยังไม่ได้คุยกับเขาจริงๆ จังๆ เลยเลย เพราะเจอทีไรก็เมาจนพูดกันไม่รู้เรื่องสักวัน กินเหล้าเหมือนสูบน้ำประปาขนาดนั้น ในร่างกายเขานี่ยังมีเศษตับเหลือๆ อยู่ใช่ไหมอะ

"ตื้ด..."

เสียงคีย์การ์ด?

วันนี้ไม่เมาแน่ๆ ถึงได้หาคีย์การ์ดเจอ ผมลุกพรวดขึ้นแล้วรีบตรงเข้าไปหาเขาที่เข้ามาพร้อมจักรยานที่เขาหวงนักหวงหนา เมื่อเขาจอดจักรยานของตัวเองเสร็จ ผมจึงเดินเข้าไปหาเขาแล้วจ้องหน้าด้วยรอยยิ้มกว้างที่สุดเท่าที่ชีวิตคนๆ หนึ่งจะทำได้

"ทำหน้าแบบนั้นต้องการอะไร"

"เรื่องที่คุยกันวันนั้นไงพี่"

"โอ๊ยเมา!" เขาแกล้งยกมือกุมหน้าผากแล้วทิ้งตัวลงโซฟา

"อย่ามาตอแหลนะพี่ ลุก!" ผมฉุดเขาให้ลุกขึ้นมา พี่ซีทำหน้าเอือมแล้วบ่นพึมพำกับตัวเอง แต่ผมได้ยินชัดเจนดี

"กูไม่น่าพูดแบบนั้นเลย ตอนนั้นไม่มีสติจริงๆ"

"อย่าคิดจะถอนคำพูดนะพี่ ลูกผู้ชายเขาไม่ทำกัน"

พี่ซีถอนหายใจทีหนึ่งแล้วมองหน้าผม ใบหน้าเรียบเฉยแสดงออกถึงความจริงจังอย่างที่ผมไม่ค่อยเห็น ผมจึงยืดตัวตรงทำหน้าจริงจังไปด้วย

"น่าน"

"ครับ?"

"มึงเชื่อจริงๆ เหรอว่ากูมองเห็นผีได้"

"เชื่อ"

"ทำไมเชื่อวะ กูอาจจะเมาแล้วเพ้อเจ้อก็ได้นะ"

"ไม่รู้ดิ ก็มันเชื่อไปแล้วอะ แล้วพี่ก็บอกจะช่วยด้วย"

"ปากมันลั่นอะ"

"แล้วทำไมพี่ถึงเปลี่ยนใจอะ ทำไมพี่ถึงบอกว่าจะช่วยผม"

"ก็มึงเป็นคนแรกที่เชื่อกูอะ กูรู้ว่าเรื่องนี้มันบ้า แต่กูก็ไม่ชอบให้ใครมาบอกว่ามันไร้สาระ ปัญญาอ่อน แล้วก็งมงาย"

"พี่ได้ยินที่ผมคุยกับทิมเหรอ"

"เออ กูไม่พอใจเพื่อนมึงนิดหน่อยนะ อยากให้มันโดนผีหลอกจริงๆ"

"ตกลงพี่มองเห็นผีได้จริงๆ ใช่ไหม"

"เออ! ถามซ้ำถามซาก"

"แล้วพี่ก็จะช่วยผมหาผีใช่ป่ะ"

"เดี๋ยวดิ มึงอย่าเพิ่งด่วนสรุป"

"ก็พี่บอกแล้วว่าจะช่วยอะ พี่ซี" ผมขยับเข้าไปเกาะแขนเขา ด้วยใบหน้าอ้อนวอน กระพริบตาปริบๆ เรียกร้องความสงสาร

"นะพี่"

เขามองหน้าผมอยู่ครู่หนึ่งแล้วยกมุมปากขึ้น ก่อนปรับสีหน้าเป็นปกติ  

"ไหนพูดเพราะๆ สิ"

"นะครับพี่ซี"

"เรียกเฮียดิ"

เอาจริงผมขัดใจเวลาคนในหอเรียกพี่ซีแบบนั้น ก็เฮียห่าอะไรหน้าฝรั่งจ๋า แต่วันนี้ก็ยอมเรียกแบบนั้นไปด้วยตามคำสั่ง

"เฮียซี"

"น่าร้าก!"

"ช่วยผมหน่อยน้า"

"ยิ้มหน่อย"

ผมขยับปากกว้างถึงกกหู ฉีกยิ้มส่งให้เขา ลืมไปเลยว่าเขาคือคนปากเสีย ขี้เมาและน่าโมโหที่สุดในศักราช ตอนนี้ตาลุงนี่กลายร่างเป็นเทพบุตร คนอะไรทั้งหล่อ ทั้งสูง ลูกครึ่ง จมูกโด่ง สีตาสวย แถมยังมองเห็นผีได้ด้วย ไอดอลเลย!

"ทำไมมึงหน้าเหมือนหนูเลยวะ"

"ฮะ?"

"แฮมทาโร่อะ เคยดูป่ะ?"

ผมหุบยิ้มแล้วมองหน้าเขาเคืองๆ

"เอ้าออกมาวิ่ง วิ่งนะวิ่งนะแฮมทาโร่ไง เฮ้ย! ไม่เคยดูเหรอ นี่กูแก่ขนาดนั้น?"

"เคยดู! แต่ไม่เข้าใจว่าหน้าผมมันไปคล้ายไอ้หนูนั่นยังไง คนกับหนูจะเหมือนกันได้ไงวะพี่"

"เหมือนจริงๆ อะ ไม่เรียกน่านละ เรียกหนูดีกว่า ไอ้หนู!" เขาว่าแล้วหัวเราะเบาๆ ไม่ได้มองหน้าผมที่กำลังจิกตาแตกอยู่ตรงนี้

"จะหนูหรือหมาก็เอาเหอะ ตกลงพี่จะช่วยผมใช่ไหม"

"เออๆ ไหนมึงจะให้กูหาใครอะ"

ผมปรับโหมดจริงจัง แล้วหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นเปิดรูปคนที่อยากเจอให้เขาดู

"คิท เพื่อนผม"

"..."

"คนที่จากไปโดยไม่ได้ลา"

เขาเปลี่ยนสีหน้าเป็นจริงจัง ด้วยใบหน้าที่เหมือนกำลังใช้ความคิดผมไม่รู้ว่าเขากำลังรู้สึกยังไงอยู่ ผมได้แต่นิ่งอย่างรอคำตอบ คำพูดบางคำกำลังออกจากปากเขาทำให้ใจผมลุ้นระทึก

"หิวอะ เลี้ยงข้าวหน่อยดิ"

"ไอ้เฮีย!"

ไฟในร่างผมนี่ปะทุอย่างกับลาวาเดือด แต่ทำได้แต่ยิ้มกว้างอย่างสงบสติ โอเค เขาคือพี่ซี ผู้มองเห็นผีได้ เขาคือคนนั้นที่ผมต้องการ ผมจึงยอมเขาทุกอย่างแม้กระทั่งพาออกมาเลี้ยงข้าว พี่ซีชวนผมมานั่งอยู่ที่ร้านบะหมี่ใกล้ๆ หอ อีกคนกำลังเอร็ดอร่อยกับบะหมี่หมูแดงพิเศษ ส่วนผมนั่งมองเขาอย่างกดดัน

"มองอะไรนักหนาวะ กินดิ"

ผมพยักหน้าเบาๆ แล้วคีบเส้นในชามวนไปวนมาอย่างไม่ตั้งใจจะกิน

"อร่อยหรือหิวเนี่ยถามจริง"

"หนูแฮมทาโร่เลี้ยงทั้งที ต้องกินเยอะๆ"

"เอาเงินไปลงขวดเหล้าหมดหรือไง ถึงไม่มีเงินกินข้าวจนต้องมาให้คนอื่นเขาเลี้ยงเนี่ย"

"อือ...เดือนนี้ช็อต"

"ว่าแต่ทำไมวันนี้พี่ไม่เมาเนี่ย"

"ไม่มีตังค์กินเหล้าอะ" เขาตอบส่งๆ แล้วคีบหมูแดงเข้าปากไปอีกคำโต  

"เป็นถึงเจ้าของหอเนี่ยนะ จะไม่มีเงิน โกหกละ"

"แหม หอที่มีคนเช่าแค่สี่คน แถมค่าเช่าก็ถูกอย่างกับค่าเช่าเต้นท์ในอุทยานแห่งชาติ ค่าเช่าห้องมึงกินเหล้าวันเดียวก็หมดแล้วเว้ย"

"แต่พี่ ผมสงสัยจริงๆ นะ พี่เป็นนักศึกษาอยู่เลยทำไมเป็นเจ้าของหอได้อะ"

"จริงๆ มันเป็นหอพ่อกู แต่พอพ่อตายก็เป็นของกูไง มรดกอะ เก็ทป่ะ?"

ผมพยักหน้าตามอย่างกระจ่าง

"พี่อยู่ปีอะไรอะ"

"ปีเดียวกับมึงแหละ"

"ฮะ?" ดูยังไงเขาก็ไม่มีทางเป็นมนุษย์ที่อายุเท่ากับผมแน่นอนอะ  

"นี่พี่อายุเท่าไรอะ"

"ถามอายุ เดี๋ยวกูตบ!" เขาทำท่าจะตบผมจริงๆ ผมได้แต่เอาหัวหลบมือนั่น แต่ก็ไม่ได้ถามต่อ เดาเอาเองว่าที่ยังเรียนไม่จบอาจเพราะดรอปไว้หลายตัวก็ได้  

"เออพี่ ถามอีกเรื่องสิ"

"เฮ้ยหนู นี่เราสนิทกันขนาดมาถามอย่างกับสอบปากคำแบบนี้แล้วเหรอ"

"ก็แค่ตอบๆ มาเหอะน่า"

"จะถามอะไร"

"เรื่องเมื่อวันก่อนที่ตึกสถาปัตย์อะพี่ พี่จะชกนักศึกษาคนนั้นทำไม"

เขาหยุดกินแล้วเงยหน้ามองผม

"มันเป็นแฟนของน้องรหัสกู ทะเลาะกันแล้วตบน้องกู กูเลยเข้าไปเสือกเพื่อสั่งสอนซะหน่อย"

ผมพยักหน้าเบาๆ อีกครั้ง แล้วมองคนๆ นี้อย่างตั้งใจ เขาเป็นคนปากหมา ขี้เมาสายเถื่อนทำตัวถ่อย แต่ยิ่งได้รู้จักเขามากขึ้น ผมยิ่งรู้สึกว่าเขามีนิสัยที่สวนทางบุคลิก ผมขอถอนคำพูดที่เคยคิดไปเอง เขาไม่ใช่คนใจดำอะ ไม่ใช่เลย  

"มองอะไรขนาดนั้นวะ ไม่เชื่อหรือไง ถึงจะไม่มีตังค์ก็ไม่ขู่รีดไถใครหรอกเว้ย!"

"ผมก็ไม่ได้คิดอย่างนั้นซักหน่อย"

"จริงๆ กูก็เสือกแหละ กูยอมรับ แต่ตบผู้หญิงมันก็ไม่ใช่เรื่องป่ะวะ นี่ถ้าวันนั้นถ้ามึงไม่เข้าไปห้าม กูก็กระทืบมันไปแล้ว"

"โธ่เฮีย ไม่ชอบให้คนอื่นใช้ความรุนแรง แต่ตัวเองจะกระทืบเขาเนี่ยนะ"

เขาหัวเราะเบาๆ แล้วก้มลงไปกินบะหมี่ต่อ

"เวลาพี่ไม่เมาก็คุยกันรู้เรื่องนะ"

"ไม่บ่อยหรอกที่กูจะไม่เมาอะ"

"พี่เป็นพวกชอบทำร้ายตัวเองเหรอ กินเหล้าหนักขนาดนี้ไม่สงสารตับบ้างเหรอ"

"ไม่ต้องห่วงหรอก ตับแข็งแล้ว" เขาพูดพลางหัวเราะ แต่ผมเงียบกริบ ยิ้มมุมปากนิดๆ เพื่อให้เขารู้ตัวว่าผมไม่ได้มีอารมณ์ขำด้วย เขาจึงหยุดหัวเราะแล้วก้มหน้ากินบะหมี่ต่ออย่างเงียบๆ  

"ทำไมพี่ต้องเมาทุกวันด้วย"

"กลัวผีอะ"

"ฮะ?"

เขาถอนหายใจเฮือกหนึ่งแล้วปรับเสียงให้เบาลงคล้ายเสียงกระซิบ

"เวลาเมาหนักๆ จะมองไม่เห็นผี"

"ยังไงอะครับ?"

"เหมือนมันไม่มีสติไง เลยสัมผัสกับสิ่งพวกนั้นไม่ได้"

"พี่บอกว่าพี่กลัวเหรอ"

"เออ โคตรกลัวเลย"

"แล้ววันที่พี่ขึ้นไปซ่อมไฟให้ผมอะ มีจริงไหม"

"จริงดิ แต่มึงไม่ต้องกลัวหรอกนะ มันมาแล้วก็ไป"

ผมรู้สึกสะดุดคำพูดนั่นนิดๆ แต่ก็ไม่ได้ถึงกับกลัว เพียงแค่เรื่องที่ไม่เคยพิสูจน์ได้ อยู่ดีๆ มันก็ชัดเจนขึ้นมาแบบนี้ผมก็รู้สึกวูบวาบขึ้นมาซะเฉยๆ

"แต่วันนั้นพี่ก็ไม่ได้กลัวนี่ เห็นทักทายกันด้วย"

"อ๋อ ตัวนั้นสนิทกันแล้ว"

"ใช่ตัวที่มากวนคืนนั้นป่ะ"

เขาพยักหน้ารับแล้วพูดต่อ

"มันขี้เหงา อยากหาคนคุยด้วยเฉยๆ แต่กูอย่างรำคาญมันเลย"

"ผู้ชายหรือผู้หญิงอะพี่"

"ผู้หญิงที่ผูกคอตายที่หอแปดชั้นนั่นไง"

โหย! ขนลุกจริงว่ะ ผมกระพริบตาถี่อย่างตื่นเต้น แล้วซักไซ้พี่ซีต่อในเรื่องที่อยากรู้

"พี่ทำไงถึงมองเห็นผีได้อะ เป็นมานานหรือยัง"

"สามปีที่แล้วหลังอุบัติเหตุ ตื่นมาก็ประสาทแดกแบบนี้เลย"

"แล้วตอนนี้พี่ไม่เมาก็มองเห็นใช่ป่ะ ไหนอ่ะ แถวนี้มีป่ะ?"

"ไม่มี"

"เรียกมาได้ป่ะ?"

"อย่าไปพูดถึงมันสิ เดี๋ยวมันก็มาจริงหรอก"

"ผมอยากรู้อะ ผมอยากเห็นบ้างอะ ผีที่อยู่แถวๆ นี้ช่วยโผล่มาหน่อยครับ"

"น่านอย่าพูดแบบ เชี่ย!" พี่ซีไม่ทันจะพูดจบก็สะดุ้งเฮือกพร้อมสบถคำหยาบออกมา เขาหลับตาปี๋เหมือนกำลังกลั้นหายใจ ผมหันมองไปข้างๆ พี่ซีแล้วกระซิบถามเบาๆ

"อยู่ตรงนี้เหรอพี่"

"มันอยากเจออะ นู่น ไปหามันนู่น" เขากัดฟันพูดก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ ผมมองตามสายตาของพี่ซีที่มองมายังเก้าอี้ฝั่งขวาของผม

"พี่ อย่าบอกนะว่าอยู่ข้างๆ ผม"

"เออ มึงเรียกมันมาเองนะ รับผิดชอบด้วย กูไปละ" เขาพูดแค่นั้นก่อนยกแก้วน้ำขึ้นดื่มแล้วลุกออกไป ผมหันมองด้านขวาของตัวเอง มองไม่เห็นอะไร สัมผัสไม่ได้ว่ามีจริงหรือไม่แต่ผมก็เชื่อเขาไปแล้ว ผมยกมือขึ้นโบกทักทายแล้วยิ้มแห้งๆ

 "หวัดดีครับ"

"..."

"รู้จักคิท เพื่อนผมไหมครับ"

"..."

"ถ้ารู้จักหรือว่าเคยเห็น ฝากบอกคิทให้มาหาผมหน่อยนะครับ ฝากบอกว่าผมรออยู่"

ฝากบอกว่า...คิดถึงมากจริงๆ

...

ผมเดินตามพี่ซีกลับมาที่หอ ทันทีที่เปิดประตูหอไอรอนแมนของเท็นเดินเข้ามาหาเรา มันกลายเป็นสัตว์เลี้ยงแสนรักของคนทั้งหอไปแล้ว ไม่ว่าใครเห็นก็ต้องหยิบจับหรือแกล้งแมวตัวนุ่มนั่น คราวนี้พี่ซีก้มจับมันด้วยมือเดียวแล้วหิ้วมันเข้าไปในครัวด้วย สักพักก็เดินออกมาพร้อมด้วยเบียร์ขวดหนึ่งในมือ

"พี่อย่าดื่มดิ"

"ทำไมวะ" เขาถามเสียงเรียบก่อนจะยกเบียร์ขึ้นกระดกพร้อมกับเล่นกับเจ้าแมวด้วยการเกาพุงมัน แต่เกาแรงขนาดนั้นหนังมันจะหลุดติดมือป่ะวะ

"ถ้าพี่เมาก็มองไม่เห็นผีดิ"

"ขวดเดียวมันจะมาเมาอะไรล่ะ เอามะ" เขาว่าแล้วยื่นขวดให้ผม

"ไม่ครับ" ผมบอกปฏิเสธก่อนจะแย่งไอรอนแมนมาจากเขาเพราะกลัวขนมันจะหลุดหมดก่อน  

"นี่ไอ้หนู"

"เลิกเรียกแบบนี้เหอะ"

"ก็มึงเหมือนหนู"

ไม่เหมือนโว้ย! หล่อขนาดนี้จะไปเหมือนไอ้หนูอ้วนที่วันๆ เอาแต่กินเมล็ดทานตะวันได้ยังไงวะ!

"ผีที่อยากเจออะ แฟนเหรอ"

"เป็นเพื่อนครับ" ผมตอบเสียงเบา

"เพื่อนเฉยๆ เหรอ"

ผมเงียบอยู่ครู่หนึ่งก่อนพยักหน้ารับไปอย่างนั้น

"เป็นเพื่อนที่สำคัญมากเลยดิ"

"ครับ สำคัญ..."

"แล้วมันตายนานยัง"

"หลายปีแล้ว"

"บางทีเขาอาจจะไม่อยู่แล้วก็ได้นะ"

"ครับ?"

"หมายถึง หลังจากที่ตายไปแล้ว ผีทุกตัวก็จะมีที่ที่ต้องไป กูก็ไม่รู้เหมือนกันว่าที่ไหน เว้นแต่บางตัวที่ยังมีจิตผูกพัน มีเรื่องที่ยังห่วง มีบางอย่างที่อยากทำก็เลยวนเวียนอยู่ที่นี่ มึงเข้าใจใช่ไหม"

"ครับ"

"อย่างไอ้ตัวเนี้ย มันฆ่าตัวตายเลยไปไหนไม่ได้ ก็วนๆ อยู่แถวนี้แหละ" พี่ซีมองมายังข้างๆ ผม เดาว่าเป็นผีสาวจากหอแปดชั้นที่สนิทกับเขา สายตาพี่ซีที่มองมาข้างๆ ผมแล้วยังยิ้มทักทายกับใครบางคนทำให้ผมขนลุกแล้วขยับตัวหนีมานิดหนึ่ง

"อยู่ตรงนี้เหรอฮะ"

พี่ซีพยักหน้าเบาๆ แล้วยกเบียร์ขึ้นดื่มจนหมดขวด  ผมได้แต่ยิ้มแห้งๆ แล้วโบกมือทักทายอากาศ ถ้าอยู่ตรงนี้จริงๆ ก็ ยินดีที่ได้รู้จักครับ  

"เพื่อนน่านอะ เดี๋ยวช่วยหา สัญญาเลย แต่ถ้ามันไม่อยู่ที่นี่แล้วก็ไม่มีประโยชน์ที่จะตาม เพราะยังไงก็ไม่มีวันเจอ เข้าใจนะ"

"ครับ"

"เอาไว้ว่างๆ ไปด้วยกัน"

"ไปไหนฮะ"

"ไปที่ที่มันตาย ไปบ้านมัน ไปที่ที่มันชอบไป ไปที่ที่มันผูกพัน ก็อาจจะอยู่แถวๆ นั้นก็ได้"

ผมพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม ผมรู้โอกาสนั้นแทบเป็นศูนย์ แต่ในความไม่มั่นใจนั้นผมก็มองเห็นความหวังจากพี่ซี ที่ผ่านมาผมต้องการอยากเจอผีมาตลอดโดยที่ไม่รู้เลยว่าสิ่งนั้นมีจริงหรือเปล่า อย่างน้อยเขาก็ทำให้ผมแน่ใจว่า ผมไม่ได้เพ้อเจ้อไปคนเดียว แค่นั้นพอ

To be continued. 


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น