นักดองนิยาย

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 10 เจ็ดวันเจ็ดคืน

ชื่อตอน : ตอนที่ 10 เจ็ดวันเจ็ดคืน

คำค้น : รีบอร์น สึนะ ฮิบาริ โกคุเดะระ ยามาโมโตะ โคลม เคียวโกะ ยูกิ วองโกเล่ เอ็นมะ ฮาเร็ม โอโตเมะ

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 08 ก.ค. 2562 02:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 10 เจ็ดวันเจ็ดคืน
แบบอักษร

 

ตอนที่ 10 เจ็ดวันเจ็ดคืน 

[ณ ห้อง 2-A] 

“ ตามตำนานเล่าขานต่อกันมา...” นั่นเสียงอาจารย์ ตอนนี้ฉันกำลังเรียนวิชาวรรณกรรมญี่ปุ่นค่ะ เป็นวิชาที่ไม่ว่าจะเรียนกี่ชาติๆก็ง่วงนอน ไม่ใช่แค่ฉันหรอก ตอนนี้คุณยามาโมโตะหลับไปแล้ว - -  ฉันหันไปมองโกคุเดะระ หมอนั่นโดนระเบิดไปขนาดนั้นยังมานั่งเรียนต่อได้อีก สมกับเป็นผู้พิทักษ์แห่งวองโกเล่จริงๆ ส่วนฉันน่ะเหรอ ตาจะปิด ไม่ไหวแล้วค่ะ 

พลางเหม่อมองไปนอกหน้าต่าง ลมโชยพัดกิ่งต้นไม้นานาพันธุ์ที่บัดนี้ใบเขียวขจีกลับถูกแทนที่ด้วยสีส้มแดงเพราะเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง เป็นทัศนียภาพที่สวยงามไม่น้อย  พลางก็คิดถึงเรื่องที่มาอยู่ที่นี่  ถึงจะดีใจที่มาอยู่โลกรีบอร์น แต่การมาอยู่โดยไม่รู้อะไรแบบนี้มันก็รู้สึกไม่ดีเลย 

‘ยูกิจังเธอตายไปแล้วจริงๆเหรอ?’ 

อาจารย์ยังคงบรรยายต่อไปโดยไม่สนสภาพนักเรียนในห้อง 

“หลังจากนั้น วิญญาณของเขาได้ไปอยู่บนสรรค์ 7 วัน 7 คืน ก่อนจะจุติมาเกิด...”  แม้จะฟังบ้างไม่ฟังบ้าง แต่ไม่รู้ทำไม... 0.0 ฮะ! เมื่อกี้ว่าไงนะ!  7 วัน 7 คืน! ประโยคนี้ทำให้ฉันที่กำลังจะหลับสปริงตัวตื่นอย่างอัตโนมัติ สมองทำการประมวลผลสิ่งที่ได้ยินอย่างรวดเร็ว 

จากการประมวลผล ถ้าฉันในโลกก่อนโน้นได้ตายไปแล้ว มีความเป็นไปได้อย่างมากว่าโลกรีบอร์นที่ฉันอยู่ตอนนี้ อาจจะเป็น...สวรรค์! 0.0 หากอ้างอิงตามตำนานแล้ว ฉันจะมีชีวิตอยู่บนโลกนี้ได้ 7 วัน 7 คืน นั่นหมายความว่า!!! ถ้าไม่รวมวันนี้ ฉันจะเหลือเวลาในโลกรีบอร์นอีก 2 วัน หรือไม่ก็ 1 วันกว่าๆ ย๊ากกก!!!! ที่ผ่านมาฉันทำอะไรลงไปเนี่ย! มัวหลีกเลี่ยงตัวละครหลักอยู่ได้!! 

โป๊ก! โป๊ก! โป๊ก! 

‘โง่จริงๆ โง่จริงๆ โง่จริงๆ ><’ 

เธอยังคงเอาหัวโขกโต๊ะต่อไปโดยไม่สนสายตาของอาจารย์และเพื่อนๆในห้อง 

 

[พักกลางวัน] 

ฮึ่ม! ฉันรู้ตัวว่าฉันได้ทำผิดพลาดครั้งใหญ่ไปซะแล้ว แต่ถึงยังไงเวลาที่เสียไปแล้วก็เอากลับคืนมาไม่ได้อยู่ดี มัวไปเสียดายอยู่ก็จะเสียเวลาเปล่า เอาล่ะจะสองวันหรือหนึ่งวันกว่าๆอะไรก็ช่าง ฉันจะขอใช้มันให้เต็มที่ที่สุดล่ะนะ 

อย่างแรกก็คือเคลียร์งานเอกสารให้เสร็จ  ถ้าเกิดยูกิจังกลับมาแล้วรู้ว่าฉันสร้างเรื่องไว้ให้เธอรับผิดแทน นี่มันอกตัญญูต่อผู้ให้ยืมร่างแท้ๆ แบบนั้นทำไม่ได้หรอก ฉันไม่อยากไปเกิดเป็นงูนะ >< (เอมิเกลียดงูมาก) อย่างที่สองคืออยู่กับทุกคน เก็บภาพความทรงจำเกี่ยวกับที่นี่ให้มากที่สุด ถึงแม้สุดท้ายอาจจะลืมก็เถอะ แต่จะขอชื่นชมให้มันเต็มตา เต็มใจสักครั้ง อย่างสุดท้ายก็คือ...การบอกลาสินะ... 

“โกคุเดะระ!” ฉันเรียกโกคุเดะระ เขาคงกำลังจะไปทานอาหารกลางวันที่ไหนสักแห่งพร้อมกับสึนะ และยามาโมโตะ  โชคดีที่ตามมาทัน 

“มีอะไร” โกคุเดะระหยุดหันมาหาฉัน สึนะกับยามาโมโตะก็เช่นกัน 

“ช่วยรับข้าวกล่องนี่ไว้ด้วย” 

“อ..อะไรของเธอเนี่ย! ผีเข้ารึไง!” -////- มันก็น่าอายจริงๆนั่นแหละ ฉันไม่เคยทำข้าวกล่องให้ผู้ชายคนไหนเลยนะ เหมือนกำลังสารภาพรักอยู่อย่างนั้นแหละ ฮึ่ย ขนลุกซู่ 

“เปล่าสักหน่อย ฉันตั้งใจทำมาขอโทษนายเรื่องเมื่อวาน ใครจะคิดล่ะว่านายจะหายโกรธเร็วแบบนี้” 

“ฉันไม่เอา” โกคุเดะระพูดพร้อมกับสะบัดหน้าไปอีกทาง ก็คิดไว้แล้วล่ะว่าต้องพูดแบบนี้ 

“เอาไปเหอะหน่า!” ฉันพูดพร้อมกับยัดข้าวกล่องใส่มือโกคุเดะระ เพราะตอนนี้ฉันสายแล้ว 

“ถ้านายไม่กินก็ให้คุณสึนะกับคุณยามาโมโตะก็ได้ รบกวนด้วยนะคะ ^ ^” ประโยคหลังฉันหันไปพูดกับสึนะและยามาโมโตะ 

“โอ้ส! ไม่มีปัญหา ขอบคุณนะนัตสึเมะจัง ^ ^” ยามาโมโตะ 

“ฉ..ฉันก็อยากชิมฝีมือนัตสึเมะจังเหมือนกัน ขอบคุณนะ” สึนะ 

“^ ^ งั้นไปก่อนนะคะ” ฉันพูดพร้อมโบกลาทั้งสองคน 

 

หลังจากนั้นเอมิก็รีบตรงดิ่งไปห้องกรรมการคุมกฎทันที หารู้ไม่ว่าเหตุการณ์เมื่อกี้ทั้งหมดอยู่ในสายตาของหัวหน้ากรรมการคุมกฎ ฮิบาริ เคียวยะ แล้วตอนนี้เขาก็กำลังหงุดหงิดอย่างมาก 

จุดประสงค์หลักของฮิบาริที่ให้เอมิมาทำงานในห้องเดียวกันคือการจับตามองเธอ แต่นั่นไม่ใช่ทั้งหมดที่เขาต้องการ จุดประสงค์จริงๆที่ใจเขาต้องการโดยแม้แต่เขาเองก็ไม่ยอมรับความจริง นั่นคือ การเอาคืน สำหรับฮิบาริไม่เคยมีสัตว์กินพืชตัวไหนที่ทำให้เขาถูกเข้าใจผิดถึงสองครั้งและทำให้เขาหงุดหงิดมากขนาดนี้ แน่นอนว่าถ้าเป็นสัตว์กินพืชตัวอื่นคงโดนเขาขย้ำตายไปแล้ว แต่ไม่ใช่กับยูกิเพราะเธอก็เหมือนลูกแมวน้อยที่ไม่รู้เรื่องรู้ราว มันสร้างความรำคาญใจให้กับฮิบาริยิ่งนัก 

สองวันที่ผ่านมาฮิบาริแกล้งสั่งงานยูกิอย่างหนัก ขโมยทานข้าวกล่องของเธอ ปล่อยรังสีอัมหิตกดดันเธอ ถึงอย่างนั้นเขาก็บอกตัวเองว่าไม่ได้แกล้ง มันเป็นแค่การทำโทษเท่านั้น  แต่ทั้งหมดที่เขาทำก็ไม่ได้สร้างความทุกข์ร้อนให้กับยูกิเลย เธอยังคงนั่งยิ้มเหมือนเดิม และมันยิ่งทำให้เขาหงุดหงิด เป็นความหงุดหงิดที่เขาก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน 

“เธอมาสาย” ฮิบาริพูดทันทีที่เอมิเปิดประตูเข้ามา ตอนนี้เขายืนกอดอกพิงโต๊ะทำงาน สายตามองเอมิอย่างคาดโทษ เขากำลังหงุดหงิดอย่างหนัก แน่นอนว่ารังสีนั้นกดดันเอมิได้ดี แต่ไม่ใช่กับเธอในตอนนี้ที่มีเรื่องสำคัญกว่า 

“ขอโทษค่ะ แต่ท่านฮิบาริคะ ช่วยรับข้าวกล่องของฉันไว้ได้รึเปล่าคะ ><” ปฏิกิริยาโต้กลับของเธอทำให้ฮิบาริอึ้ง มันเป็นสิ่งที่เขาคิดไม่ถึง 

“ ถึงแม้ท่านฮิจะขโมยข้าวกล่องฉันกินทุกวันอยู่แล้ว แต่วันนี้ฉันอยากให้ด้วยความเต็มใจค่ะ”  ฮิบาริยังคงเงียบ นั่นทำให้เธอรู้ตัวว่าเธอได้พูดสิ่งที่ไม่สมควรไปเสียแล้ว 

“อ..เอ่อ คือ ไม่ใช่อย่างนั้นนะคะ หมายถึงว่าเอาไปโดยไม่รับอนุญาต เฮ้ย ไม่ใช่! แบบว่าๆ” เอมิพยายามแก้คำพูดของเธอให้มันดูดีขึ้น แต่มันก็ไม่ได้ดูดีขึ้นเลย ถึงอย่างนั้นตอนนี้ฮิบาริก็ไม่ได้สนใจคำพูดนั่นสักเท่าไหร่ สนเพียงแค่การกระทำของเธอในตอนนี้เท่านั้น 

“เธอทำแบบนี้กับทุกคนเหรอ” เขาถามเอมิด้วยเสียงเรียบๆ ตอนนี้เขาไม่ได้หงุดหงิดมากเท่าตอนแรกแต่ก็ยังรำคาญใจอยู่ดี 

“0.0 ไม่หรอกค่ะ! เฉพาะแค่คนที่ชอบเท่านั้น” สำหรับเธอแล้วฮิบาริเป็นตัวละครหลักที่ชอบและอยากเจอที่สุด การได้มาอยู่โลกรีบอร์นที่ได้มาเจอฮิบาริ นั่นเป็นบุญของเธออย่างมาก ถึงฮิบาริจะร้ายกับเธอไปบ้าง เธอก็ยังอยากขอบคุณอยู่ดี แต่คำพูดที่สื่อความหมายผิดๆนี้ กลับทำให้ฮิบาริใจกระตุกเล็กน้อย 

“งั้นเธอชอบพวกแมลงนั่นเหรอ” ฮิบาริถามยูกิด้วยเสียงเรียบลึกอีกครั้ง จากการที่เธอดูอนิเมะมามากทำให้เธอทราบดีว่าฮิบาริหมายถึงใคร 

“หมายถึงพวกโกคุเดะระเหรอคะ ก็ชอบค่ะ แต่ชอบท่านฮิบาริมากกว่า ^ ^” ประโยคนี้เธอก็หมายถึงในฐานะตัวละครหลักเช่นกัน แต่มันกลับทำให้ฮิบาริใจกระตุกกว่าเดิม ในวินาทีเดียวกันนั้นเองก็คิดแผนในการเอาคืนยูกิได้ 

“ หึ อย่างนั้นเหรอ งั้นเราลองมาจูบกันดูมั้ย” ฮิบาริแสยะยิ้ม ร่างสูงเดินเข้ามาประชิดร่างบางโดยไม่ทันตั้งตัว แล้วใช้มือข้างหนึ่งโอบเอวเธอไว้ 

“0.0 ฮะ!” 

 

[ด้านพวกสึนะ] 

“อร่อย!!!” สึนะและยามาโมโตะพูดขึ้นพร้อมกันหลังจากได้ชิมข้าวกล่องของเอมิ เรียกความสนใจจากโกคุเดะระได้มาก เพราะตอนนี้เขาเองกำลังเก๊กไม่ทานข้าวกล่องของเธอ 

“นัตสึเมะจังนี่ทำอาหารอร่อยมากเลยนะ ฉันอิจฉานายจริงๆที่สนิทกับนัตสึเมะแถมเธอยังทำข้าวกล่องมาให้ด้วย” ยามาโมโตะพูดไปกินไป คำพูดของยามาโมโตะทำให้โกคุเดะระหน้าขึ้นสี 

“สนิทตรงไหนฟะ! ใครจะอยากไปสนิทกับยัยนั่นกัน!” 

“ฉันนี่ไง ฮ่าๆๆ แต่พอไปทักเธอก็เดินหนีตลอด ก็มีแค่วันนี้แหละที่ได้คุยกันตรงๆ ฮ่าๆๆ น่ารักดีนะ” ยามาโมโตะพูดติดตลก 

“นายก็คิดแบบนั้นเหรอยามาโมโตะ ฉันคิดว่าคิดไปเองคนเดียวซะอีกว่าก่อนหน้านี้เธอพยายามหลบหน้าพวกเราน่ะ” สึนะกล่าว 

โกคุเดะระที่ฟังอยู่ก็คิดตาม มันก็จริงอย่างที่ทั้งสองคนพูด ก่อนหน้านี้ยูกิพยายามหลบหน้าเขาตลอดเหมือนกัน ถ้าไม่ใช่ด้วยเรื่องซิทพี เขาก็คงไม่ได้คุยกับเธอเลย พลางก็คิดถึงเรื่องวันนี้ 

‘ยัยนั่นรู้ชื่อซิทพีได้ไง?’ 

“โกคุเดะระ ถ้านายไม่กิน ชิ้นสุดท้ายนี่ฉันขอนะ” เสียงยามาโมโตะทำให้โกคุเดะระสะดุ้งตื่นจากความคิด 

“หนอย! เจ้าบ้าเบสบอล! ใครให้แกกินหมดฟะ!” การยั่วของยามาโมโตะได้ผลเป็นอย่างดี โกคุเดะระที่มัวเก๊กอยู่ตอนแรกก็เผลอแย่งชิ้นสุดท้ายมาจากยามาโมโตะมาได้ 

หงับ! 

“0.0 อร่อยมาก” 

“ฮ่าๆๆๆๆๆๆ”โกคุเดะระเผลอพูดออกมาทำให้สึนะและยามาโมโตะขำพฤติกรรมซึนเดเระของเพื่อนตัวเอง 

 

[ด้านเอมิ] 

“ หึ อย่างนั้นเหรอ งั้นเราลองมาจูบกันดูมั้ย” เพียงเสี้ยววินาที ท่านฮิเดินเข้ามาประชิดตัวฉัน ข้าวกล่องที่ฉันถืออยู่ถูกหยิบไปวางที่โต๊ะ 

“0.0 ฮะ!” แต่ไอ้ที่ว่าจูบนี่มัน... 

“ได้เหรอคะ!” ท่านฮิอนุญาตให้ฉันจูบได้เหรอ! ก็พอรู้อยู่หรอกนะว่ามันขัดต่อศีลธรรมการจิ้นคู่วายอย่างสูง >< แต่ไหนๆอีกสองวันฉันก็จะไปเกิดแล้ว ขอสักฟอดเถอะนะ! 

อภัยให้ข้าน้อยด้วย D18 1827 8018 6918 10018 A18 1818 ข้าน้อยไม่ได้คิดอะไรเกินเลยเลยจริงๆ สัญญาว่าจะติดตามทุกท่านตลอดไป >< 

จุ๊บ! ฟอด! ฉันเขย่งตัวจูบแก้มท่านฮิบาริ พร้อมสูดหายใจเข้าเต็มปอด หอมสมกับเป็นท่านฮิจริงๆ แค่นี้ก็นอนตายตาหลับแล้วล่ะ ฟินนาเล่ >////< 

“เฮือก ขอบพระคุณจริงๆค่ะท่านฮิบาริ ไม่คิดเลยว่าท่านฮิจะมีบุญคุณกับฉันขนาดนี้ ฉันจะไม่ลืมบุญคุณนี้เลย แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆที่ได้พบกัน แต่ฉันก็มีความสุขมาก ฉันสัญญาว่าไม่ว่าฉันจะอยู่ที่ไหนท่านฮิบาริจะอยู่ในใจฉันตลอดไป ขอบคุณสำหรับที่ผ่านมานะคะ ^ ^” ฉันรีบคุกเข่าก้มหัวขอบคุณท่านฮิบาริ ทั้งที่มีความสุขแท้ๆ แต่มันก็อดไม่ได้ที่จะน้ำตาไหล เพราะมันเป็นการจากลาสินะ... 

แต่ไม่ได้! ฉันจะอ่อนแอไม่ได้ ต้องรีบไปทำงานเอกสารให้เสร็จก่อนยูกิจะกลับมา! 

“งั้นฉันไปทำงานต่อนะคะ ^ ^” เอมิยืนขึ้นปาดน้ำตา โค้งตัวให้ฮิบาริอีกหนึ่งครั้งก่อนจะมุ่งหน้าไปทำงานเอกสารอย่างเอาเป็นเอาตาย ทิ้งให้ฮิบาริยืนค้างอยู่กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น พร้อมกับความรู้สึกหลากหลายอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน 

 

[ณ ห้อง 2-A] 

ช่วงเวลาหลังเลิกเรียน นักเรียนในห้องกำลังเก็บของกลับบ้าน บางส่วนก็โวยวายเรื่องที่จะมีสอบย่อยวิชาคณิตศาสตร์ในวันจันทร์หน้า หลังจากเพิ่งเรียนไปได้แค่สัปดาห์เดียว 

“สอบอีกแล้วเหรอ” สึนะพูดอย่างเหนื่อยใจ 

“ไม่ต้องห่วงครับรุ่นที่สิบ พรุ่งนี้ผมจะไปติวให้รุ่นที่สิบเองครับ ^ ^” โกคุเดะระบอกสึนะ เพราะถึงแม้ว่าเขาจะดูเหมือนนักเลง ไม่ตั้งใจเรียนสักแค่ไหน แต่พอผลสอบออกมาก็ได้ร้อยคะแนนเต็มทุกวิชา เรียกได้ว่าเป็นอัจฉริยะคนหนึ่งเลย 

“โอ้ว งั้นฝากด้วยนะโกคุเดะระ พรุ่งนี้ฉันก็จะไปติวที่บ้านนายเหมือนกันนะสึนะ^ ^” ยามาโมโตะพูดพร้อมเดินมาเกาะไหล่สึนะ 

“หนอย! ใครอนุญาตฟะ แล้วก็อย่าบังอาจมาตีสนิทรุ่นที่สิบนะเฟ้ย!” โกคุเดะระโมโหยามาโมโตะ 

“ฉันว่าติวหลายๆคนก็สนุกดีนะ” สึนะ 

“เอ่อ ถ้ารุ่นที่สิบว่าอย่างนั้น ผมก็เห็นด้วยครับ ^ ^” เมื่อสึนะพูดแบบนั้น โกคุเดะระก็เปลี่ยนท่าทีทันที 

“งั้นชวนพวกสาวๆไปด้วยสิ เคียวโกะจัง โคลมจัง พรุ่งนี้ไปติวหนังสือบ้านสึนะกันเถอะ” ยามาโมโตะตะโกนชวนเคียวโกะ กับโคลม โดยไม่ทันจะถามความเห็นโกคุเดะระและสึนะ ทำเอาสึนะหน้าแดงเมื่อคิดว่าเคียวโกะจังจะมาติวด้วย 

“เอ๊ะ จริงเหรอ น่าเสียดายจัง แต่พวกเราชวนยูกิจังมาติวด้วยก่อนแล้วน่ะ ขอโทษนะจ๊ะ” เคียวโกะจังตอบกลับไป เพราะตอนนี้เธอกับโคลมมาชวนยูกิเรียบร้อยแล้ว 

“ไม่เห็นเป็นไรเลย ก็ให้นัตสึเมะไปด้วยสิ” 

“รีบอร์น!!” รีบอร์นที่อยู่ๆโผล่ลงมาจากเพดาน ตอนนี้แต่งคอสเพลย์ชุดแมงมุมทำให้ทุกคนตกใจ 

“ดีจ้า!” รีบอร์นทักทายก่อนหย่อนตัวลงมาบนโต๊ะที่ยูกินั่งอยู่ 

“นัตสึเมะไปติวด้วยกันสิ” รีบอร์นชวน 

“0.0 ให้ฉันไปด้วยได้เหรอคะ” เอมิถามหันไปมองรีบอร์นและทุกๆคน เพราะบ้านสึนะเป็นสถานที่อันดับหนึ่งที่เธออยากไปในโลกรีบอร์น 

“อื้ม ไปติวด้วยกันเถอะนะนัตสึเมะจัง ^ ^” สึนะ 

“นัตสึเมะจังไปด้วยมันต้องสนุกแน่เลย ^ ^” ยามาโมโตะ 

“ชิ ก็แล้วแต่เธอสิ อย่าไปกวนรุ่นที่สิบก็แล้วกัน” โกคุเดะระพูด ส่วนโคลมกับเคียวโกะก็พยักเชิงชวนให้ไปด้วย 

“งั้นก็ขอรบกวนด้วยนะคะ ^ ^” เอมิพูดพร้อมกับรอยยิ้มที่ทำให้ทุกคนที่เห็นละลายได้ในพริบตาเดียว 

‘น่ารัก!’ -//////- 

 

[ด้านฮิบาริ] 

“คุณเคียวไม่สบายเหรอครับ! ให้ผมเรียกรถพยาบาลมั้ยครับ!” คุซาคาเบะที่เข้ามาส่งเอกสารให้ฮิบาริเซ็นพอเห็นฮิบาริที่ตอนนี้หน้าแดงจัดไปจนถึงหูและคอก็ตกใจอย่างมาก 

“ไม่ต้องมายุ่ง! ผมไม่ได้เป็นอะไร” ฮิบาริตอบคุซาคาเบะไปด้วยความหงุดหงิด แต่ที่เขาหงุดหงิดที่สุดก็คงจะเป็นตัวเขาเองตอนนี้ เขารู้สาเหตุที่ทำให้เขาเป็นแบบนี้ดี แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่หายสักที 

“งั้นกลับไปพักที่บ้านก่อนมั้ยครับ เดี๋ยวผมให้รถมารับ” ฮิบาริไม่ตอบแค่พยักหน้านิดๆ พลางมองข้าวกล่องที่ได้รับมาจากยูกิ แล้วก็คิดถึงเหตุการณ์ตอนพักกลางวัน ทำให้หน้าร้อนขึ้นมาอีกอย่างช่วยไม่ได้ เขาไม่เข้าใจเธอเลย และเขาก็ไม่เข้าใจตัวเองตอนนี้เหมือนกัน 

 

[ด้านรีบอร์น] 

“ฮัลโหล จางนีนิ ของที่สั่งไว้เตรียมเรียบร้อยแล้วใช่มั้ย” รีบอร์นกำลังคุยโทรศัพท์กับคนปลายสาย คือ จางนีนิ ช่างเทคนิคยอดฝีมือของวองโกเล่ 

“กระผมจางนีนิซะอย่าง เตรียมเรียบร้อยอยู่แล้วคร้าบ ว่าแต่คุณรีบอร์นจะเอาของพวกนี้ไปทำไมเหรอคร้าบ” 

“หึ แค่ทดสอบอะไรสนุกๆนิดหน่อยน่ะ”  รีบอร์นแสยะยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่ไม่อาจคาดเดาถึงเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นต่อไปได้ 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}