akikoneko17

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ภาค 3 : บทที่ 19

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 19.3k

ความคิดเห็น : 77

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ก.พ. 2561 20:01 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ภาค 3 : บทที่ 19
แบบอักษร

19

                        รถยนต์ยังคงเคลื่อนที่ไปเรื่อยๆ เพื่อจะไปถึงที่หมาย  ในระหว่างทาง ไทกะแอบเหลือบมองวายุและโทระ  ทั้งคู่คุยกันอย่างถูกคอและสนิทสนมมากกว่าที่เขาคิด  ยิ่งเห็นก็ยิ่งรู้สึกไม่พอใจ แต่เจ้าตัวก็เก็บอาการภายใต้ใบหน้าที่เรียบเฉย

                “นายดูอะไร”

                โทระก้มหน้าลงมาหาวายุ  ชายหนุ่มยิ้มให้โทระแล้วเอ่ยตอบ

                “ก็ดูพวกซีรีย์ จะดูด้วยกันไหมล่ะ”

                “ไม่ล่ะ  น่าเบื่อจะตาย  หาว….”

                เพราะนั่งรถมาเกือบชั่วโมงแล้ว  โทระก็เริ่มจะเข้าสู่โหมดนิทรา  เขาปิดเปลือกตาลง ในขณะที่วายุกำลังตั้งใจดูซีรีย์อเมริกาในโทรศัพท์  พอผ่านไปพักใหญ่ เขาก็เริ่มล้า และพักสายตา

                ไทกะหันไปมองอีกครั้ง  เขาก็พบว่าทั้งวายุและโทระต่างหลับตา  และดูเหมือนคนที่หลับไปแล้วจริงๆคือโทระ ศีรษะของเจ้าตัวเอนซบไปทางวายุ และนั่นทำให้โทระจ้องเขม็ง  กลายเป็นว่าศีรษะของโทระขยับไปพิงหน้าต่างรถแทน และนั่นทำให้ไทกะยอมหันหน้ากลับ

                การเดินทางผ่านไปหลายชั่วโมง  แต่ระหว่างทางก็มีการแวะปั๊มเพื่อให้หลายคนได้ลงไปซื้อของหรือไม่เข้าห้องน้ำ

                “พี่โทระเดินอยู่กับใครน่ะ”

                ภามหันไปถามน้ำที่กำลังก้มลงเปิดขวดน้ำ  น้ำเงยหน้าขึ้นหันไปมอง  แปลกใจที่เห็นโทระหัวเราะแถมพูดคุยกับชายหนุ่มตัวสูงที่เหมือนนายแบบอย่างสนิทสนม

                “ไม่รู้สิ”

                เสียงของน้ำเบาลง รู้สึกใจห่อเหี่ยวขึ้นมาอย่างไม่มีสาเหตุ แต่เจ้าตัวก็ไม่ได้ใส่ใจนัก เพราะเขาต้องรีบขึ้นรถบัสคันที่เป็นของนักเรียนชั้น ม.4

                “นายซื้อมาเยอะไปหรือเปล่าเนี่ย”

                พอเห็นขนมที่โทระหอบออกมาจากร้านสะดวกซื้อ วายุก็อดไม่ได้ที่จะถาม 

ไทกะที่เดินตามมาใกล้ๆหันไปบอก

                “นายน่าจะชินได้แล้วนะ”

                เพราะนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่วายุเห็นโทระมีของกินในมือมากมาย แต่เจ้าตัวก็อดทึ่งในกระเพาะของโทระไม่ได้

                “ฉันก็ซื้อมาเผื่อคนอื่นด้วยไง ใครหิวก็มาขอฉันได้”

                บอกอย่างอารมณ์ดี แล้วรีบจับข้อมือของวายุให้เดินขึ้นรถไปกับเขา  ไทกะขมวดคิ้ว มองอย่างไม่พอใจ

                “ขึ้นรถกันเหอะ”

                เพชรเดินเข้ามากอดคอไทกะ  ไทกะพยักหน้ารับอย่างไม่ใส่ใจมากนัก ก่อนจะรีบเดินขึ้นรถ

                เวลาผ่านไปพักใหญ่  รถบัสทุกคันก็เคลื่อนที่มาถึงจุดหมายปลายทาง ในการเดินทางครั้งนี้มีนักเรียนชั้น ม.4 ที่เป็นรุ่นน้องที่มาร่วมเข้าค่ายวิทยาศาสตร์ ส่วนคนที่เป็นคนจัดถ่ายนี้ให้  หลักๆ คือรุ่นพี่ ม.6

                “น้องๆครับ  ทุกคนเอากระเป๋าไปเก็บในห้องพักของตัวเองเลยนะครับ  รายละเอียดอยู่ในเอกสารที่พี่แจกให้  แล้วตอนเที่ยงตรง ให้มารวมกันที่นี่นะครับ”

                เพชรหยิบโทรโข่งขึ้นมาพูดกับรุ่นน้อง  สถานที่ที่พวกเขาและรุ่นน้องอยู่นั้น มีลักษณะเป็นลานกว้างไว้ทำกิจกรรม แต่มีหลังคาไว้กันฝนกันแดด

                นักเรียน ม.4 ทุกคนรับเอกสารมาดู  น้ำหันไปหาภามแล้วคลี่ยิ้ม

                “อยู่ห้องเดียวกันล่ะ”น้ำบอก

                “ก็ดีน่ะสิ เอ๊ะ!  อยู่กับรุ่นพี่ด้วยนี่นา”

                ภามขมวดคิ้ว มองชื่อจริงบนกระดาษ แล้วหันไปมองหน้าน้ำ

                “นี่มันชื่อพี่ไทกะนี่นา”

                “งั้นเหรอ…แล้วทำไมห้องนี้มีชื่อแค่ 3 คนละ ปกติต้องสี่คนนี่นา”น้ำงงหนัก

                “ช่างเถอะ  พวกเรารีบเอากระเป๋าไปเก็บดีกว่า  ตอนเที่ยงต้องมารวมตัวกันอีก”

                “อืม”

                น้ำพยักหน้ารับคำของเพื่อนรัก ทั้งคู่รีบเดินตรงไปยังบ้านพักตากอากาศที่มีรุ่นพี่เดินนำไปให้  ในบ้านพักหนึ่งหลัง จะมีห้องนอนประมาณ 2 ห้อง บางหลังจะมี 3 ห้อง แล้วในแต่ละห้อง

                “เหมือนบ้านหลังนี้จะมี 2 ห้องนะ”

                หลังจากสำรวจบ้านอย่างคร่าวๆ ภามก็หาข้อสรุปได้  น้ำพยักหน้าเบาๆ แล้วก็ต้องผงะไปนิดหนึ่งเมื่อเห็นไทกะเดินเข้ามา

                “สวัสดีครับ”

                “ไม่ต้องตกใจไป  ทุกห้องจะมีรุ่นพี่นอนอยู่ด้วย เพราะพวกเราอยากดูแลรุ่นน้องทุกคน”ไทกะบอก

                “แล้วห้องเรามีแค่พี่ไทกะเหรอครับ”ภามถาม

                “เปล่าหรอก  มีอีกคนน่ะ”

                ไทกะบอกพร้อมรอยยิ้มจางๆ  ไม่นานสมาชิกใหม่ก็เดินเข้ามา ร่างสูงโปร่งที่มีใบหน้างดงามก้าวเดินเข้ามาในบ้าน พร้อมกับมองสำรวจ

                …หล่อจัง…ถ้ามองอีกมุม…จะว่าหน้าสวยมากๆเลยก็ได้…

                ตอนที่อยู่ที่ปั๊ม ยังมองในที่ไกลๆ แต่พอมองใกล้ๆแบบนี้ น้ำยิ่งรับรู้ว่าผู้ชายตรงหน้าเขาหน้าตาดีมาก

                แค่ยิ้มที่คนคนนั้นส่งมาก็ทำให้น้ำทำตัวไม่ถูกแล้ว

                “ขอฝากตัวด้วยนะ พี่ชื่อวายุ  พี่มาช่วยจัดค่ายน่ะ ฝากตัวด้วยกันนะ”

                “ภาม ครับผม”ภามรีบแนะนำตัวทันที

                “แล้วน้องชื่ออะไรเหรอ”

                เพราะน้ำมัวแต่ยืนอึ้งจ้องหน้าเขา วายุจึงถามออกไป น้ำสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะรีบแนะนำตัว

                “ผมชื่อ น้ำ ครับ”

                “พวกเรารีบเอากระเป๋าไปเก็บเถอะ  แล้วจะได้รีบลงรวมตัวกับคนอื่น”

                ไทกะยังคงเป็นงานเป็นการอยู่เสมอ  วายุพยักหน้าเห็นด้วย แล้วพารุ่นน้องอีกสองคนเดินเข้าไปในห้อง

                “มี 2 เตียง”ภามหันมากระซิบกับน้ำ

                “เอ่อ…ผมขอนอนเตียงนี้กับภามนะครับ”

                น้ำเอ่ยขึ้นมาก่อน เพราะภามเป็นเพื่อนของเขา ไทกะและวายุมองหน้ากัน  วายุหลบตาไทกะ เขาเองก็ไม่ได้อยากมานอนร่วมเตียงกับไทกะสักเท่าไหรนัก  ถึงจะไม่ได้มีปัญหาอะไรกัน แต่เขาก็จำได้ว่าไทกะเคยอุกอาจเข้ามาจูบเขา

                “เฮ้! แบบนี้ไม่ไหวหรอกนะ!”

                เสียงของโทระที่โวยวายอีกห้อง ทำให้ทุกคนต้องหันขวับไปมองทันที            

                “เสียงพี่โทระนี่นา”ภามหันมาคุยกับน้ำ

                “ให้ตายสิ”

                ไทกะส่ายหน้าเบาๆอย่างเอือมระอา จะเดินออกไปดูว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ยังไม่ทันที่จะออกจากห้อง  โทระก็เดินเข้ามาในห้องพร้อมกับกระเป๋าเสื้อผ้า

                “นายเข้ามาทำไม”

                ถามทันทีอย่างไม่พอใจ  โทระมองไปรอบๆในห้อง แล้วระบายยิ้มออกมา

                “ห้องนี้มีสองเตียง”

                คำพูดนั้นทำให้ไทกะขมวดคิ้ว มองหน้าโทระ

                “นายหมายความว่ายังไง”   

                “ทำไมห้องที่จัดให้ฉันมันมีเตียงเดียว แถมต้องนอนเบียดกันสามคน”

                “ห้องนายมันเตียงใหญ่ นอนสามคนก็ถูกแล้ว”ไทกะแย้ง

                “ฉันจะเปลี่ยนห้อง”

                โทระบอกอย่างเอาแต่ใจ น้ำกลืนน้ำลายลงคอฝืดๆ เขาหลบหน้าไม่เจอ

โทระมาตั้งหลายวัน  ไม่คิดว่าจะต้องมาเจอกันอีก ขอให้ไทกะช่วยพาโทระกลับไปห้องตัวเองให้ได้ทีเถอะ

                “ทุกอย่างถูกจัดเอาไว้แล้ว นายจะมาเปลี่ยนตามใจชอบไม่ได้”      

                “ทำไมจะไม่ได้”

                ไม่ว่ายังไง แฝดคนน้องก็ไม่คิดจะยอม  เขาตวัดสายตาดุๆไปมองน้ำ  คนตัวเล็กรีบก้มหน้าหนี

                “แค่นายกับฉันสลับห้องกันก็จบแล้วไหมล่ะ”

                นั่นทำให้ไทกะขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจทันที ยังไงเขาก็ไม่ยอมให้โทระมาอยู่ในห้องนี้กับวายุแน่

                “ไม่ได้”ไทกะไม่ยอม

                “เรื่องมาก!”โทระสวนขึ้นอย่างโมโห

                “นายต่างหากที่เรื่องมาก”ไทกะตอบเสียงเรียบ

                “พวกนายจะทะเลาะกันทำไมเนี่ย พวกน้องๆตกใจหมดแล้ว”

                วายุปรามขึ้นมา เพราะมันคงไม่ดีนัก ที่จะมาเห็นพวกรุ่นพี่ทะเลาะกัน  น้ำแต่ยิ้มเจื่อนๆ

                “ถ้าปัญหามันเยอะนัก ให้ฉันไปนอนห้องนั้นก็ได้”วายุบอก

                “ไม่ได้!”

                กลายเป็นว่าตอนนี้ทั้งคู่หันมาพูดเสียงดังใส่เขาแทน วายุจึงถอนหายใจ

                “แล้วจะเอายังไง”

                ใบหน้างดงามเริ่มบึ้งตึง  โทระหันไปมองน้ำกับภาม แล้วเดินตรงเข้าไปหาภาม

                “นายไปนอนห้องนั้น…โอเค๊”

                ถึงจะไม่โอเค ภามก็คงต้องโอเค เพราะสายตาของโทระที่ส่งมามันน่ากลัวจนเขาไม่อาจจะกล้าพูดอะไรออกไปเลย

                “ว่าไง จะไปหรือไม่ไป”โทระถามเสียงห้วน

                “โทระ นายไม่ควรพูดกับรุ่นน้องแบบนั้น”ไทกะท้วงทันที

                แต่แทนที่โทระจะสะทกสะท้าน เขากลับจ้องภามอย่างไม่พอใจที่ไม่ตอบรับสักที ภามกลืนน้ำลายลงคอฝืดๆ รีบก้มลงไปหยิบกระเป๋าเสื้อผ้าของตัวเอง แล้วหันไปยิ้มให้กับทุกคน

                “ไม่เป็นไรครับ ผมไปนอนห้องนั้นแล้วกันนะครับ”

                เด็กหนุ่มรีบตอบ เขาหันไปพูดกับน้ำ

                “ดูแลตัวเองด้วยนะเพื่อน  ยังไงนายก็สนิทกับพี่โทระอยู่แล้ว น่าจะไม่มีปัญหาอะไรนะ”

                บอกจบก็รีบออกไปจากห้องทันที ทิ้งให้น้ำยืนทำอะไรไม่ถูก  อยากจะบอกกับเพื่อนรักเหลือเกินว่า เขาไม่ได้สนิทกับโทระเสียหน่อย

                กลายเป็นว่าตอนนี้น้ำเป็นคนที่รู้สึกอึดอัดมากที่สุด

                “นายไม่ควรทำแบบนี้นะโทระ”ไทกะต่อว่า

                “ยังไงหมอนั่นก็ไปนอนห้องนู้นแทนแล้ว นายจะให้ฉันไปตามกลับมาให้เสียเวลาทำไม”

                ว่าจบ เจ้าตัวก็หย่อนกายลงบนเตียงที่อยู่ใกล้ๆกับน้ำทันที

                “งั้นก็ช่างมันเถอะ”

                วายุตัดบททุกอย่าง เขาเริ่มเหนื่อยที่จะเห็นโทระกับไทกะเถียงกันไปมา  วายุหันไปมองน้ำ

                “คืนนี้ฉันนอนกับน้ำนะ”

                ประโยคนั้นของวายุ ทำให้ทุกคนหันไปมอง คนที่ดูจะโล่งที่สุดเหมือนจะเป็นน้ำ เพราะเขาเองก็ไม่คิดจะนอนเตียงเดียวกับไทกะหรือโทระ

                “งั้นฉันก็ต้องนอนกับไทกะเหรอ ไม่เอาอ่ะ อึดอัดจะตาย ให้ฉันนอนกับนายแทนดีกว่า”

                โทระยังคงเรื่องมากและเอาแต่ใจ เขาหนีจากห้องโน้นมา เพราะไม่อยากนอนเบียด แต่ถ้าต้องมานอนเบียดกับแฝดพี่อีก เขาจะหนีมาทำไม

                “ไม่ได้! ฉันไม่ให้นายนอนกับเขา นายนอนดิ้นไม่ใช่หรือไง”

                ไทกะเองก็ไม่คิดจะยอมให้กับแฝดน้องง่ายๆ เขาไม่มีวันยอมให้โทระนอนกับวายุเด็ดขาด

                “เอ่อ…งั้นให้ผมนอนพื้น ให้รุ่นพี่นอนคนเดียวบนเตียง แล้วให้พี่วายุนอนกับพี่ไทกะ ดีไหมครับ”

                เมื่อทุกอย่างไม่ลงตัวสักที น้ำจึงเสนอออกมา อย่างน้อย ถ้าเขาหนีลงมานอนข้างล่างก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

                “ไม่ได้! พี่จะยอมให้น้ำนอนพื้นได้ยังไง ถ้ามีคนต้องนอนพื้น คนคนนั้นต้องไม่ใช่น้ำ”วายุไม่ยอมเช่นกัน

                น้ำรู้สึกซาบซึ้งที่วายุดีกับเขาขนาดนี้ ทั้งๆที่เขาเพิ่งเจออีกฝ่ายเพียงไม่นานเท่านั้น

                “แล้วจะเอายังไง”โทระเริ่มหมดความอดทน

                ไทกะก้มมองนาฬิกาข้อมือ แล้วเงยหน้ามองทุกคน

                “จะเที่ยงแล้ว  ฉันว่ารีบลงไปข้างล่างก่อน แล้วตอนเย็นค่อยคิดแล้วกัน”

                เลือกที่จะตัดปัญหาในตอนนี้ ไว้ตอนใกล้จะนอน ค่อยคิดกันอีกที  วายุเองก็เห็นด้วย เพราะเขาก็ปวดหัวกับสองแฝดนี้เหมือนกัน ในขณะที่น้ำค่อยหายอึดอัดหน่อยที่ไม่ต้องฟังแฝดทั้งสองทะเลาะกัน

                “ไปกันเถอะ”

                วายุหันไปบอกน้ำ เขารู้สึกถูกชะตากับเด็กหนุ่มเป็นพิเศษ  อาจจะเป็นเพราะน้ำตัวเล็ก น่าเอ็นดู

                ทั้งสองเดินออกจากบ้านไปยังจุดนัด ระหว่างเดินวายุก็เอ่ยขึ้นมาเพื่อทำลายความเงียบ

                “เจ้าพวกนั้นก็ทะเลาะกันแบบนี้ประจำ คงเหนื่อยหน่อยนะ”

                คำบอกกล่าวของวายุ ทำให้น้ำรับรู้ว่า วายุน่าจะสนิทกับแฝดทั้งสองพอสมควร

                “เอ่อ พี่วายุเป็นญาติของรุ่นพี่เหรอครับ”

                ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมตัวเองถึงอยากถามออกไปแบบนั้น น้ำแค่อยากรู้ความสัมพันธ์ของวายุและโทระเท่านั้น

                “อืม…พี่ว่าหน้าพี่ก็ไม่เหมือนสองคนนั้นนะ”

                ตอบติดตลก แต่น้ำไม่อาจจะยิ้มตามได้ เขาแค่อยากรู้ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนเท่านั้น

                “ทำหน้าเครียดเชียว พี่เป็นติวเตอร์ให้สองคนนั้นน่ะ แล้วไทกะก็ชวนพี่มานี่”

                “จริงเหรอครับ”

                น้ำเผลอยิ้มออกมา รู้สึกโล่งใจที่คนชวนวายุมาไม่ใช่โทระ  วายุยิ้มกลับ เขารู้สึกสบายใจขึ้นมาอย่างประหลาด สงสัยต้องขอบคุณไทกะเสียแล้ว ที่ให้เขามาที่นี่ อย่างน้อยก็เจอคนที่ทำให้รู้สึกเอ็นดูและอยากจะยิ้มให้

                “รีบไปกันดีกว่า”

                “ครับ”

                ทั้งคู่เดินตรงไปด้านหน้า ในขณะที่ด้านหลังมีไทกะและโทระเดินตามไปไม่ห่าง

                “ทำไมนายถึงชวนวายุมาล่ะ”

                โทระถาม ไทกะไม่คิดจะหันมามองหน้าน้องชายด้วยซ้ำ เขาบอกอย่างเย็นชา

                “แล้วมันเกี่ยวอะไรกับนาย”

                “ก็แค่รู้สึกรำคาญนิดหน่อย…ทั้งๆที่หมอนั่นสนิทกับฉันมากกว่านายแท้ๆ”

                โทระเหยียดยิ้ม ไทกะชะงักเท้าหยุดเดิน มองตามแผ่นหลังกว้างของน้องชาย เขาหายใจแรงขึ้น มือทั้งสองกำแน่น

                “หึ…สนิทกว่างั้นเหรอ”

                แค่นเสียงพูดออกมาอย่างไม่พอใจในลำคอ แต่ก็ไม่ได้เข้าไปหาเรื่องน้องชาย  เพียงแต่เดินตามไปเงียบๆเท่านั้น

-------+++++-------

                “ให้ทุกคนทานมื้อเที่ยงให้อิ่มนะครับ  กิจกรรมจะเริ่มตอนบ่ายโมง”

                เพชรประกาศแจ้งรุ่นน้อง  อาหารที่เตรียมไว้ให้ในมื้อนี้เป็นข้าวกล่องที่ทางโรงเรียนได้จัดไว้ให้

                “น้ำๆ ทางนี้”

                ภามโบกมือเรียกน้ำให้เดินมาหา  เมื่อเห็นกลุ่มเพื่อน เจ้าตัวก็ไม่รอช้าเดินเข้าไปหาเพื่อนรักทันที

                “เป็นไงบ้าง”

                แค่ประโยคแรกก็รู้แล้วว่าหมายถึงอะไร น้ำยิ้มเจื่อนๆ

                “ก็ยังตกลงกันไม่ได้ล่ะนะ”

                “โห แล้วคืนนี้จะนอนกันยังไงล่ะ”

                “ไม่รู้สิ  ฉันคงได้นอนกับพี่วายุล่ะ”

                น้ำตอบอย่างที่คิด เพราะวายุเองก็น่าจะอยากนอนกับเขามากกว่า  แต่ทุกอย่างก็ยังไม่แน่นอนอยู่ดี

                “หวังว่าคืนนี้จะไม่มีปัญหาอะไรนะ”ภามบอกอย่างเป็นห่วง

                “อื้อ ไม่มีอะไรหรอก ยังไงพวกรุ่นพี่ก็เป็นพี่น้องกัน”

                บอกไปแบบนั้น แต่ในใจไม่ได้คิดแบบนั้นสักเท่าไหร่

                “รีบกินข้าวเถอะ”

                ภามพยักหน้าเห็นด้วย เขาเองก็ไม่อยากให้เพื่อนรักมากังวลเรื่องไม่เป็นเรื่อง  อีกอย่างการมานอนค้างที่นี่ก็แค่ 2 คืนเท่านั้น เดี๋ยววันอาทิตย์ก็เดินทางกลับแล้วด้วย

                “นายว่าพวกรุ่นพี่จะปล่อยให้พวกเราไปเล่นน้ำไหมอะ”

                เพราะบ้านพักที่นี่ติดทะเล ภามก็มีความคาดหวังว่าเขาจะได้ลงไปเล่นน้ำ เพื่อนรักตัวเล็กส่ายหน้าไปมาช้าๆ

                “ไม่รู้เหมือนกัน แต่คิดว่าถ้าพามาถึงทะเล ก็น่าจะให้ไปเล่น”

                “งั้นก็ดีไปเลย”

                ไม่ใช่แค่ภามที่อยากเล่นน้ำ แต่เพื่อนคนอื่นๆก็อยากเช่นกัน

                เมื่อหมดเวลาทานข้าว ทุกคนในก็ต้องมารวมตัวกันที่ลานกว้าง มีนักเรียน ม.4 ทั้งหมด 3 ห้อง แต่ละห้องมีนักเรียนไม่เกิน 30 คน ส่วนใหญ่เป็นนักเรียนชาย

                กิจกรรมที่ให้ทุกคนได้ร่วมทำเหมือนเป็นการละลายพฤติกรรม เพื่อให้นักเรียนแต่ละห้องสามารถทำกิจกรรมร่วมกันได้  โดยมีรุ่นพี่เข้ามาร่วมกิจกรรมด้วย จนกระทั่งมาถึงกิจกรรมสุดท้ายที่แบ่งกลุ่มอย่างจริงจังเพื่อพิชิตภารกิจ

                “แบบนี้มันไม่ยากไปหน่อยเหรอ”

                เพื่อนร่วมกลุ่มของน้ำเอ่ยขึ้น  ภารกิจในครั้งนี้ให้สร้างหอคอยที่สูงที่สุด เพื่อเอาชนะกลุ่มอื่นๆ โดยมีวัสดุอุปกรณ์เตรียมมาให้

                “ให้ตายสิ มันจะสูงกว่านี้ได้จริงๆเหรอ”

                “ลองต่อดูก่อน มันน่าจะสูงได้อีกนะ”น้ำบอก

                “เฮ้! พวกนายค้ำมันให้ดีๆสิ”

                เด็กผู้หญิงในกลุ่มเริ่มโวยวาย เมื่อเพื่อนร่วมกลุ่มทำงานไม่เป็นไปตามที่ต้องการ

                “ทำไมกลุ่มนั้นสูงจังอะ”

                พวกเขาหันไปมอง แล้วทุกคนก็เห็นว่าในกลุ่มมีประธานนักเรียนนั่งอยู่

                “โห…มีพี่ไทกะ แบบนี้ก็สบายเลยอะสิ”

                “แต่พวกรุ่นพี่บอกว่าไม่ได้ช่วยทำสักหน่อย แค่ช่วยดูเฉยๆ”น้ำรีบบอก

                “แต่แค่มีรุ่นพี่ไทกะในกลุ่ม ก็น่าจะอุ่นใจแล้ว”

                “แต่ของกลุ่มนั้นก็สูงเหมือนนะ”

                คราวนี้น้ำหันไปมองตาม แล้วก็พบว่าวายุเป็นพี่ที่ช่วยกลุ่มนั้นอยู่ ความรู้สึกบางอย่างบอกกับน้ำว่า วายุน่าจะเป็นคนที่เก่งมากพอสมควรเลยทีเดียว ไม่อย่างนั้นคงเป็นติวเตอร์ให้กับไทกะไม่ได้

                “พวกนายทำให้มันดีๆหน่อยสิ!”

                เสียงโวยวายของโทระ เรียกสายตาของน้ำให้หันไปมองอีกจนได้ ถึงในกลุ่มนั้นจะมีเพชรอยู่ด้วยก็เถอะ แต่โทระก็รู้สึกรำคาญกับกิจกรรมนี้อยู่ดี

                “ฉันอาสาเป็นคนเป่าให้หอคอยล้มแล้วกัน”

                โทระขอถอนตัวจากการเป็นผู้ช่วย ซึ่งทุกคนก็ยินยอม  เวลาเหลือทำกิจกรรมนี้มีอีกไม่เยอะ ทุกคนในกลุ่มน้ำเร่งมือ ถึงจะสู้กลุ่มอื่นไม่ได้ แต่ก็อยากทำออกมาให้ดีที่สุด

                “หมดเวลาครับ”

                เมื่อมีเสียงประกาศบอก ทุกคนก็ต้องหยุดทำ  ในตอนนี้ กลุ่มที่ทำหอคอยสูงที่สุด ดูเหมือนจะเป็นกลุ่มที่มีรุ่นพี่ไทกะอยู่

                “เอาล่ะ เราจะมาทดสอบประสิทธิภาพหอคอยที่น้องๆทุกคนทำ”

                วิธีการตรวจสอบ คือใช้พลังเป่าของรุ่นพี่ ถ้าเป่า 3 ครั้งแล้วยังไม่พัง ก็แสดงว่าผ่าน  คนที่เดินไปเป่า คือโทระ เขาไล่เป่าไปทีละกลุ่ม  ผลัดกับเพื่อนคนอื่นๆ จนกระทั่งโทระเดินมาหยุดที่กลุ่มของน้ำ  ดวงตาคมกริบจ้องมองไปยังน้ำ จนน้ำรู้สึกหนาวๆร้อนๆ

                “ฮู่ว!!!”

                เพียงเป่าแรงๆแค่ครั้ง หอคอยก็ล้มลง เพื่อนๆในกลุ่มต่างร้องออกมาอย่างปวดใจ

                “หึ”

                มีเพียงเสียงหัวเราะที่ดังในลำคอของโทระ  เขาจ้องมองน้ำอย่างขบขันในความพยายามที่ล้มเหลว  แล้วเดินจากไป น้ำได้แต่มองตามคนตัวสูงพร้อมเบะปากอย่างเศร้าๆที่ผลงานล้มเหลวไม่เป็นท่า

                “ผลการแข่งขันออกมาแล้วนะครับ  กลุ่มที่ชนะ คือ….”

                สุดท้ายกลุ่มที่ชนะก็ไม่ใช่ทั้งกลุ่มที่มีไทกะหรือมีวายุเป็นคนช่วย แต่ทุกคนที่ร่วมกิจกรรม ก็ได้เพื่อนใหม่ต่างห้อง และรู้สึกเป็นกันเองมากขึ้น

                “วันนี้ทุกคนก็เห็นแล้วว่าสถานที่ที่พวกเรามานั้น ติดกับอะไรน้า…”

                รุ่นพี่คนสวยเอ่ยขึ้น  รุ่นน้องชายทั้งหลายต่างขานรับอย่างมีความสุข

                “ทะเลค้าบ!!!”

                “ถูกต้อง! ดังนั้น ช่วงเวลาตั้งแต่ตอนนี้ พวกพี่จะปล่อยให้น้องๆ ไปเล่นน้ำทะเลได้ ต้องดูแลช่วยเพื่อนๆด้วยนะคะ  ทุกคนต้องกลับขึ้นห้องพักไม่เกินหกโมงเย็น  แล้วตอนหนึ่งทุ่มให้มารวมกันที่นี่ อาบน้ำแต่งตัวมาให้เรียบร้อย รับทราบ?”

                “รับทราบ!!!”นักเรียน ม.4 ตอบรับอย่างพร้อมเพียง

                “โอเค! งั้นตอนนี้ก็ไปได้เลยค่า”

                พอมีเสียงประกาศแบบนั้น ทุกคนก็รีบลุกขึ้นอย่างดีใจ เพราะทุกคนเดาได้ว่ามาทะเล ย่อมต้องได้เล่นน้ำทะเล  จึงพกชุดว่ายน้ำ อย่างเช่นกางเกงขาสั้นมาด้วย

                “รีบไปเปลี่ยนชุด แล้วลงมาเล่นน้ำกันเถอะ”

                ภามรีบจูงมือเพื่อนให้ไปเปลี่ยนชุดที่บ้านพัก ไม่นานทั้งสองก็วิ่งลงไปที่ทะเล ในขณะที่รุ่นพี่ทุกคน กระจายตัวกันไปดูแลความปลอดภัยของน้องๆ

                “นายจะไปเล่นน้ำกับน้องๆก็ได้”

                ไทกะเดินเข้ามาคุยกับวายุที่ยืนอยู่ริมชายหาด  ถึงจะพอเห็นวายุยิ้มบ้างแล้ว แต่ไทกะก็ยังไม่สบายใจอยู่ดี เขายังคงเป็นห่วงอีกฝ่าย 

                “นายไม่ต้องเป็นห่วงฉันหรอก จะไปไหนก็ไปเถอะ”

                วายุเลือกที่จะเดินเลี่ยงไทกะ แต่ชายหนุ่มก็ไม่คิดจะยอมง่ายๆ  เขากระตุกยิ้มเพียงนิด แล้วพุ่งตัวเข้าไปอุ้มวายุพาดบ่า

                “ไทกะ!  นี่นายจะทำอะไร! ปล่อยฉันลงเลยนะ”

                คนอายุมากกว่าโวยวาย แต่ไทกะไม่ตอบ เขาเดินตรงไปยังในน้ำ ก่อนจะทุ่มร่างโปร่งลงน้ำทะเลดังตู้ม!!

                “แคกๆๆ”

                มือสวยยกขึ้นลูบหน้าตัวเอง เขาสำลักน้ำเล็กน้อย ใช้มือเท้าพื้นเอาไว้เพื่อพยุงตัว

                “นายจะฆ่าฉันหรือไง!”

                “อะไรที่ทำให้นายรู้สึกแย่ ก็ทิ้งๆทะเลไปซะบ้าง  ยังมีตั้งหลายเรื่องที่ทำให้นายมีความสุข  สนใจสิ่งที่อยู่ตรงหน้าก็พอแล้ว”

                “นายจะไปเข้าใจอะไร”วายุสวนกลับ

                “นั่นสิ…ฉันไม่เข้าใจอะไรทั้งนั้นล่ะ”

                ว่าจบ ชายหนุ่มก็ก้มลงวักน้ำใส่วายุไม่หยุด

                “นายแกล้งฉันนี่!”

                วายุจึงสวนกลับด้วยการกระทำเดียวกัน  ก่อนจะรีบว่ายน้ำหนีไทกะไปยังกลุ่มนักเรียนรุ่นน้อง

                “อ๊ะ!”

                น้ำสะดุ้ง เมื่อมีคลื่นน้ำซัดเข้ามา เป็นจังหวะเดียวที่วายุ ตรงไปยังเขาพอดี

                “พี่วายุ มาเล่นน้ำด้วยกันสิคะ”

                พอโดนชวน เจ้าตัวก็เริ่มจะสนุกขึ้นมาแล้วจริงๆ ไทกะมองตามวายุ พอเห็นเจ้าตัวยิ้มและหัวเราะได้ เขาก็เผลอยิ้มออกมา

                ตู้ม!!!

                น้ำตกใจจนถอยหนี  แต่ร่างของเขาก็โดนโทระโอบรัดเอาไว้

                “รุ่นพี่!!”

                น้ำร้องเสียงหลง เมื่อโดนโทระอุ้มในท่าเจ้าสาว และดูเหมือนว่าเพื่อนๆทุกคนก็ร่วมกันเชียร์ให้เขาโดนแกล้งซะด้วย

                “เอาเลยดีไหม!”

                โทระบอกพร้อมกับทำท่าจะเหวี่ยงร่างของน้ำลงทะเล เด็กตัวน้อยกอดคอของโทระเอาไว้แน่น

                “ไม่เอาครับ!”

                “เอาเลย!”

                “รุ่นพี่…”

                น้ำบอกเสียงสั่นอย่างกลัวๆ เพราะรู้อยู่แล้วว่าโทระเป็นพวกแรงเยอะ แถมชอบทำอะไรรุนแรง

                “ไม่เป็นไรหรอกน่า ฮ่าๆๆ”

                ตู้ม!!!

                สุดท้ายก็โดนโทระเหวี่ยงลงทะเลจริงๆ น้ำสำลักน้ำ หูตาแดงไปหมด  โทระเข้าไปดูคนตัวเล็ก

                “เป็นไรหรือเปล่า”

                แทนที่จะได้รับคำตอบ แต่กลับเป็นกำปั้นเล็กๆที่ทุบตีที่แขนเขาแทน โทระอยากจะบอกเหลือเกินกว่าไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านสักนิด

                “พวกนายนี่มันนิสัยเสียกันทั้งพี่ทั้งน้องจริงๆ”

                วายุหันไปต่อว่าไทกะ แต่ร่างสูงกลับหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ มองภาพ

โทระกับน้ำที่เหมือนคู่รักงอนกัน

                ว่ากันว่า ความสุขมักจะผ่านไปเร็วเสมอ ในที่สุด ช่วงเวลาต้องเลิกเล่นน้ำก็มาถึง

                “น้องๆครับ หมดเวลาเล่นแล้ว รีบขึ้นเถอะครับ”

                “ครับ! ค่า!”รุ่นน้องทั้งหลายต่างตอบรับ

                “นายก็รีบขึ้นไปได้แล้ว เดี๋ยวไม่สบาย”

                ไทกะบอกเสียงดุ เพราะรู้สึกว่าวายุจะเพลินกับการเล่นน้ำมากพอสมควร จนเหมือนไม่ได้ฟังที่เพื่อนเขาบอกว่าหมดเวลาแล้ว

                “เข้าใจแล้วน่า”วายุหันไปตอบไทกะ

                ไทกะยังไม่ออกไปจากชายหาด เขาเลือกที่จะดูความเรียบร้อยก่อน เพราะความปลอดภัยเป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด

                “จะไปไหนน้ำ”ภามถาม เมื่อเห็นน้ำหมุนตัวจะกลับไปที่ชายหาด

                “ลืมรองเท้าไว้อะ เดี๋ยวมานะ”

                คนตัวเล็กวิ่งย้อนกลับไป แต่แล้วก็ต้องชะงัก เพราะรับรู้ได้ว่าเท้าของเขากำลังสัมผัสกับบางอย่างที่เย็นเฉียบ  พอยกเท้าขึ้นก็พบว่ามันคือแหวนเงินที่มีลวดลายประหลาดบนแหวนคล้ายกับปีกนก  เด็กหนุ่มมองไปรอบๆ แต่ไม่พบใครสักคน

                แรงดึงดูดบางอย่างทำให้น้ำเลือกที่จะก้มลงไปเก็บมันขึ้นมาใส่กระเป๋าเสื้อ ก่อนจะเดินกลับไปที่ชายหาด หยิบรองเท้า แล้วรีบตรงกลับไปยังบ้านพัก


100%

ติดตามการอัพได้ที่เพจเฟส  Akikoneko17

แจ้งเรื่องรวมเล่มนิยายเรื่องนี้  เปิดรวมเล่มเดือน ก.พ. 61 ค่ะ  หลังปิดรีปริ้น

แจ้งรีปริ้นนิยายทุกเรื่องติดตามรายละเอียดได้ที่หน้าเพจเฟส หรือหน้าบทความนิยายเรื่องนี้ค่ะ


แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น