อัณณากานต์ / ตั้งใจเขียน / รตี

เนื่องจากนิยายมีเยอะมากทำให้ตามอ่านคอมเม้นไม่ทั่วถึง หากต้องการพูดคุยกับนักเขียนหรือสั่งซื้อนิยายทำมือ ติดต่อได้ที่เพจ "สำนักพิมพ์ ตั้งใจเขียน" หรือเพจ "อัณณากานต์”

ตอนที่ 5 ไม่คุ้นเลย

ชื่อตอน : ตอนที่ 5 ไม่คุ้นเลย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.6k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 18 พ.ค. 2561 11:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5 ไม่คุ้นเลย
แบบอักษร

             “วันนี้พายุต้องเข้าแน่ๆ” เฟย หญิงชาวจีนหน้าตาสดใสทักทายลูกชายที่ยืนเช็ดกระจกตู้โชว์อย่างขะมักเขม้น

             “ม่าม้าก็พูดเกินไป” วินสตันหันมาฉีกยิ้มให้มารดาแล้วเช็ดกระจกบานสุดท้ายจนใสแจ๋ว ก็แน่แหละท่อนแขนกำยำก็มีแรงมากเป็นธรรมดา

             “หิวรึยังครับม่าม้า” บุตรชายคนโตเข้ามาออเซาะหญิงสูงวัยที่สูงเพียงเอวของเขาด้วยท่าทางที่แสนน่ารักและมันขัดกับตัวโตๆ และใบหน้าเหี้ยมโหดของเขาเป็นอย่างมาก

             “หิวแล้ว”

             “เดี๋ยววินไปซื้อโจ๊กร้านป้าเอี่ยมให้นะครับ”

             “หึๆ ไปซื้อโจ๊กหรือไปส่องคนขายโจ๊ก” เฟยแซวเจ้าลูกคนโต

             “ม่าม้า วินไม่ได้ชอบคนแก่นะ”

             “อย่ามาทำเฉไฉ จะไปขายขนมจีบให้หลานเขานะสิคิดว่ารู้ไม่ทันเหรอ”

             “เฮ้อ! แย่จังเลยมีคนรู้ทัน มอนิ่งครับแด๊ด” วินสตันทักทายบิดาที่เพิ่งเดินเข้ามาสมทบ

             “ไอ้ตัวดีมาอ้อนเอาอะไรอีกล่ะ” ฟาเบียนจูบแก้มภรรยาแล้วถามถึงสาเหตุที่ลูกชายมาทำท่าออเซาะแต่เช้า

             “แด๊ดดี้อยากกินโจ๊กไหมครับ เดี๋ยววินไปซื้อให้”

             “กิน ซื้อหนังสือพิมพ์มาให้ด้วย”

             “ได้เลยครับ”

             “แล้วอย่ามัวแต่จีบหลานแม่เอี่ยมจนลืมโจ๊กม่าม้านะ” เฟย กล่าวไล่หลังร่างล่ำสันที่ออกเดินไปด้วยความว่องไว

             นายฟาเบียนและนางเฟยคือผู้ให้กำเนิดวินสตัน ทั้งคู่ยังอาศัยอยู่ที่เดิมคือคูหาเล็กๆ แถบชานเมืองใกล้กับท่าน้ำแต่เมื่อห้าปีก่อนลูกชายคนโตทุบตึกเก่าทั้งหมดแล้วสร้างตึกรูปแบบทันสมัยขึ้นมาแทนพร้อมกับนำเฟอร์นิเจอร์และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันมาใส่จนเต็มตึกขนาดสี่ชั้น

             ชั้นล่างเป็นร้านขายทองมีระบบรักษาความปลอดภัยแน่นหนาชั้นลอยเป็นส่วนพักผ่อนดูหนังฟังเพลง ชั้นสองเป็นห้องนอนและห้องพระ ชั้นสามเป็นห้องของบรูโน่บุตรชายคนเล็กที่เป็นลูกหลงเพราะอายุห่างกับพี่คนโตถึงสิบปี

             ส่วนชั้นสี่ก็คือห้องนอนของวินสตันที่นานๆ เจ้าตัวถึงจะแวะมานอนสักทีแต่ห้องหับก็สะอาดสะอ้านอยู่เสมอด้วยฝีมือของแม่บ้านรายวันที่จ้างไว้ ฟาเบียนและเฟยวางมือจากงานทุกอย่างและยกให้วินสตันดูแลทั้งหมดอีกประมาณสองปีเมื่อบรูโน่เรียนจบก็จะมาช่วยแบ่งเบาภาระพี่ชาย

             กิจการหลักๆ ก็คือร้านทองสาขาต่างๆ ที่กระจายอยู่ทั่วประเทศไทยแล้ววินสตันก็นำเงินทุนของตัวเองไปต่อยอดในธุรกิจด้านอื่นเช่นโรงแรมและร้านอาหารแต่ดูเหมือนตอนนี้เขาจะมุ่งหน้าไปที่โรงแรมมากกว่าเพราะเป็นธุรกิจที่สร้างเส้นสายไปได้ทุกวงการได้รู้จักคนในหลายระดับ ยิ่งมีคอนเนคชั่นมากเท่าไหร่ก็ยิ่งได้เปรียบคู่แข่งมากขึ้นเท่านั้น

             “นามสกุลฉัตรโกมล ใช่คนที่ออกข่าวไหมคะพี่ฟ้าพนักงานที่ว่าขาขาดอยู่ท้ายท่าน้ำน่ะจ้ะ คงไม่บังเอิญหรอกมั้งที่คนใช้นามสกุลนี้มาจำนำทองแถวนี้” เฟย เปิดดูสมุดรับจำนำทองจึงถามสามีที่กำลังรดน้ำต้นไม้อยู่หน้าตึก

             “ก็น่าจะใช่นะ แม่หนูคนนั้นชื่ออะไรนะจำไม่ได้แล้วแต่ก่อนยังมาเดินตลาดกับแม่เขาบ่อยๆ”

             “ในนี้เขียนว่าชื่อแพรนวลจ้ะก็คงจะชื่อแพรมั้งคะ เฟยก็จำไม่ค่อยได้” เฟย เรียกสามีตัวเองสั้นๆ ว่าฟ้าซึ่งฟาเบียนคิดว่ามันน่ารักน่าชังที่สุด

             “แหม่ คิดว่าต้องรอเพลถึงจะได้กิน” มารดาเย้าลูกชายที่เดินยิ้มร่ามาแต่ไกล ในมือมีโจ๊กและหนังสือพิมพ์ตามที่สั่งครบทุกอย่าง

             “คนที่เอาทองมาจำนำหน้าตาเป็นยังไงตาวิน”

             “สวยยังกะนางฟ้าแน่ะม่าม้า” วินสตันตอบพร้อมทำตาลอยเคลิบเคลิ้ม

             “งั้นก็น่าจะใช่คนเดียวกันแหละมั้งพี่ฟ้า หนูแพรหน้าตาจิ้มลิ้มอยู่นะถ้าเฟยจำไม่ผิด”

             “ม่าม้ารู้จักเธอด้วยเหรอครับ”

             “เอ้า! ไอ้วิน! วันเด็กยังเคยแจกไอติมถ้วยให้เขาลืมแล้วเหรอ”

             “โฮ! แด๊ดดี้ครับ วันเด็กมันผ่านมากี่สิบปีแล้วครับใครจะไปจำได้” สมัยที่เขาและน้องชายยังอยู่ตึกหลังนี้ ทุกวันเด็กม่าม้ากะแด๊ดดี้จะเหมาไอติมมาหลายถังเพื่อแจกเด็กๆ ในละแวกนั้น

             “เจอแล้วก็จำไม่ได้เหรอ สมองใช้การไม่ได้แล้วรึไง” ฟาเบียนถามลูกชาย

             “จำไม่ได้เลยครับ ถ้าจำได้ไม่ปล่อยหลุดมือไปแน่ๆ จะหาเรื่องชวนคุยชวนไปกินข้าวสักมื้อสองมื้อ”

             “วิน อย่าไปทำร้ายหนูเขาเลยแม่ว่าบ้านเขากำลังลำบากไม่อย่างนั้นคงไม่เอาทองมาจำนำหรอกเห็นข่าวออกเมื่อปีก่อนๆ ว่าพ่อขาขาดเพราะโดนรถชน”

             “จริงเหรอครับม่าม้า”

             “แม่ว่าน่าจะใช่นะ เอาไปหมื่นนึงเชียวถ้าไม่มีเงินมาไถ่ฉันลำบากใจแน่ๆ เลยพี่ฟ้า”

             “ไว้เราค่อยหาทางช่วยเขาแล้วกันเฟยอย่าเพิ่งวิตกไปก่อนหน้า” ฟาเบียนบอกภรรยา

             วินสตันเดินไปหลังบ้านเพื่อหยิบจานชามแล้วนำมาหน้าร้าน สามคนพ่อแม่ลูกรับประทานอาหารด้วยกันและคุยกันเป็นระยะถึงเหตุบ้านการเมืองและที่พลาดไม่ได้ก็คือข่าวคราวกิจการต่างๆ ของลูกชายคนโตว่าดำเนินไปถึงไหน ฟาเบียนพอใจมากที่หัวสมองด้านนี้ของลูกชายไม่เลอะเลือนเพราะถามอะไรก็ตอบได้ฉะฉานแม่นยำทุกอย่าง

             “เธอดูเด็กมากเลยนะครับ” วินสตันวกกลับมาเรื่องหญิงสาวที่เอาทองมาจำนำเป็นหนที่เท่าไหร่ก็ไม่รู้

             “อยากรู้ก็เดินไปดูที่ท่าน้ำสิ อยู่หลังสุดท้ายโน่น”

             “จำได้แล้ว!” วินสตันตะโกนดังลั่นพร้อมตบโต๊ะดังปังจนพ่อกับแม่สะดุ้งโหยง

             “จำอะไรได้ตาวิน แม่หัวใจจะวายอย่าทำแบบนี้อีกนะ”

             “ขอโทษครับม่าม้า”

             “แล้วตกลงจำอะไรได้” ฟาเบียนถามลูกชาย ส่วนมือก็ลูบหลังภรรยาขวัญอ่อนไปด้วย

             “นามสกุลนี้ไงที่ไม่ยอมขายที่ให้วินตอนจะทำช้อปปิ้งมอลล์ริมน้ำเมื่อหลายปีก่อน”

             “มันคงเป็นสมบัติที่เขารักแหละตาวิน ถ้ามีใครมาไล่ที่แม่ก็ไม่ไปเหมือนกันก็อยู่มาตั้งนมนาน”

             “แต่วินเสนอเงินให้เยอะมากเลยนะครับ”

             “เงินซื้อไม่ได้ทุกอย่างหรอกวิน แม่เคยบอกกี่ครั้งแล้ว”

             “ครับม่าม้า” เขารับคำ ตั้งแต่เล็กจนโตเขาถูกเลี้ยงดูและปลูกฝังด้วยสองวัฒนธรรมคือยุโรปจัดจากพ่อและเอเชียจ๋าแบบแม่ ใครๆ ที่ได้พบเห็นต่างงงเป็นไก่ตาแตกที่รู้ว่าเขาพูดได้ทั้งไทย อังกฤษ อิตาลีและที่งงงวยสุดๆ ก็คือเขาพูดภาษาจีนได้ด้วย

             “แล้วทำไมถึงล้มเลิกไปล่ะ” ฟาเบียนถาม

             “พอไม่ได้ช้อปปิ้งมอลล์ก็เลยไปสร้างโรงแรมแทน” พ่อหนุ่มสุดล่ำตอบแล้วยักไหล่ให้ความเก่งกาจของตัวเองในเมื่ออยากทำเล็กๆ แล้วไม่ได้ก็ทำให้มันยิ่งใหญ่อลังการซะให้รู้แล้วรู้รอดไป

             “หาเวลาพักบ้างโรงแรมอยู่ตัวแล้วก็หยุดสร้างอะไรสักปีสองปีเถอะ” เฟยติงลูกชายเจ้าโปรเจคด้วยความเหนื่อยใจสิ่งที่ขอมาจะห้าปีไม่รู้เมื่อไหร่เจ้าลูกชายจะทำได้ เธอเองแก่ตัวลงทุกวันสิ่งเดียวที่ปรารถนาก็คือ

             “แล้ว…”

             “แล้วรีบมีเมียสักทีแม่อยากอุ้มหลาน” วินสตันต่อประโยคของมารดาให้เสร็จสรรพ

             “โธ่! ม่าม้าครับ เมียนะครับไม่ใช่สบู่ถูตัวจะได้เดินไปเลือกตามห้างแล้วหยิบกลับบ้านได้เลย”

             “อะไรที่ผ่านไปแล้วก็ลืมมันไปไม่ได้เหรอลูก”

             “เฟย” ฟาเบียนพูดกับภรรยาด้วยเสียงนิ่งๆ

             “วินลืมไปหมดแล้วครับม่าม้า วินแค่ยังไม่เจอคนที่ใช่อีกครั้งก็เท่านั้นเอง” วินสตันตอบมารดาแล้วก็ไม่มีใครพูดอะไรอีกพักใหญ่

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น