Pucca_WW

เอกมโน โทจินตนาการ

ชื่อตอน : Who? ....27

คำค้น : ฟิคไวท์กัปตัน who ใคนคนนั้น ตุล ตุลรัก โอบฟ้า จุลฟ้า จุล โอบ 18+ 3P

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 8.6k

ความคิดเห็น : 37

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ก.พ. 2561 10:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Who? ....27
แบบอักษร

Who? ....27


“อ่ะ คีย์การ์ดกับกุญแจสำรองของมึง” เจ้าของห้องผู้ทำหน้าที่เปิดประตูเอ่ยบอกพร้อมกับยื่นของในมือให้

“ขอบใจว่ะ” ผู้อาศัยคนใหม่ที่พึ่งก้าวเท้าย่างกายเข้าไปหยุดยืนกลางห้อง กล่าวขอบคุณพร้อมกับรับสิ่งที่เพื่อนยื่นมาให้

ดวงตาคู่สวยมองไปรอบห้องอย่างสำรวจก่อนจะหันไปมองหน้าเพื่อนรักเมื่ออีกคนเดินเข้ามากอดคอ

“ห้องมึงอยู่ทางซ้าย กูเตรียมห้องไว้ให้แล้ว”

“อืม” เด็กหนุ่มพยักหน้ารับก่อนจะเดินตามแรงดึงของเพื่อนตรงไปยังที่ซุกหัวนอนแห่งใหม่

“ของในห้องมึงหยิบใช้ได้ตามสบาย อยากได้อะไรเพิ่มก็บอกกูแล้วกัน” คนด้านข้างบอกออกมาพร้อมกับเปิดประตูห้องให้

“ขอบใจมึงจริงๆ ว่ะ” เด็กหนุ่มคงพูดได้แค่คำเดียวในตอนนี้

“อย่าพากูดราม่าไอ้สัส หิวไรไหมเดี๋ยวกูไปซื้อให้” อีกคนว่าออกมาพร้อมกับขยี้หัวของตุลไปด้วย

“มึงมีของสดไหมวะ เดี๋ยวกูทำให้กินดีกว่า” เด็กหนุ่มเดินเอากระเป๋าไปวางบนเตียงพร้อมกับบอกออกไป

“ไม่รู้ว่ะ” อินทำท่าคิดก่อนจะตอบกลับมา

“กูถามถึงของสดในตู้เย็นห้องมึงไหมคุณเพื่อน ทำไมมึงถึงไม่รู้ว่ามีอะไรในนั้นบ้างวะ” เด็กหนุ่มที่กำลังสำรวจภายในห้องขมวดคิ้วถามเพื่อนรักด้วยความไม่เข้าใจ

“ไม่รู้กูลืม งั้นเดี๋ยวกูไปดูให้” พูดจบอีกคนก็ก้าวเท้ายาวๆ ออกจากห้องไป

เด็กหนุ่มทำได้แค่ส่ายหน้าไปมาก่อนจะหันมารื้อของออกจากกระเป๋าเพื่อจัดเข้าที่

“มีพวกหมูสดกับไข่แล้วก็ผักว่ะ” จัดของไปได้สักพักเจ้าของห้องก็โผล่หน้าเข้ามาบอก

“งั้นเดี๋ยวกูทำข้าวผัดให้แล้วกัน” ตุลตอบกลับไปก่อนจะเดินออกจากห้องตรงไปยังห้องครัว พอเปิดตู้เย็นเด็กหนุ่มก็ยิ่งสงสัย

...ของสดใหม่เยอะขนาดนี้ทำไมไอ้เพื่อนเวรถึงไม่รู้ มันเป็นเจ้าของห้อง คนที่ซื้อมาใส่ไว้ก็ต้องเป็นมันไม่ใช่รึไง

“วันนี้มึงจะไปเรียนไหมวะ” คำถามดังขึ้นพร้อมมือที่ยื่นผ่านมาด้านข้างเพื่อหยิบแอปเปิลในตู้เย็น

“ไปดิ” ตุลเอี้ยวหน้ากลับไปตอบ ทำให้เขาพึ่งรู้ว่าใบหน้าของอินอยู่ใกล้ขนาดไหนและสายตาที่อีกคนกำลังมองเขานั้น...

“เหนื่อยก็พักก่อนดิวะ” คนตรงหน้าบอกออกมาพร้อมกับส่งยิ้มให้อย่างอ่อนโยนก่อนจะถอยออกไป แววตาเมื่อกี้ที่เขาสบตาด้วยเพียงแวปเดียวแปรเปลี่ยนกลับมาเป็นแววตาเดิมของอินที่เขารู้จักมาตั้งแต่เด็ก

“พักห่าไรแค่นี้เวลาเรียนกูก็แทบไม่เหลือแล้ว” เด็กหนุ่มตอบกลับไปก่อนจะหันไปหอบของสดออกมาจากตู้เย็นพยายามไม่คิดถึงสายตาเมื่อกี้ว่ามันคืออะไร

“มีข้าวสารไหมวะ” ตุลมองซ้ายขวาหาสิ่งที่ต้องการพร้อมกับถามอีกคน

“มีอยู่บนตู้” อินตอบก่อนจะชี้ไปยังที่เก็บข้าวสาร

“เคร” ตุลพยักหน้ารับก่อนจะจัดการหุงข้าว โดยมีเพื่อนรักนั่งกัดแอปเปิลมองการกระทำของเขาอยู่ที่เคาน์เตอร์เตรียมอาหาร

“มึงมองกูอะไรนักหนาวะ” คนถูกจ้องถามออกไป เมื่อเริ่มรู้สึกว่าโดนจ้องมากเกินไป

“เปล่า” อินตอบกลับมาก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไปทางประตู

“กูไปอาบน้ำก่อนนะ”

“อืม มึงออกมาข้าวผัดคงเสร็จพอดี” ตุลตอบกลับไปแบบไม่ได้สนใจอีกคนมากนัก

“ตุล” พอถูกเพื่อนเรียกแบบนั้นตุลจึงต้องหันไปสนใจ

“ว่า? ”

“มึงโอเคแล้วแน่นะ” คำถามจากคนที่ยืนอยู่หน้าประตูทำให้เด็กหนุ่มนิ่งไป

“ระดับเพื่อนมึง แค่นี้สบาย” เด็กหนุ่มบอกออกไปพร้อมรอยยิ้มสดใส

“อืม แต่มึงอย่าลืมยังไงมึงก็มีกู” อีกคนเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง

“ซึ้งตายห่า ไอ้สัสไปอาบน้ำ” รากผักชีในมือถูกขว้างใส่หัวเพื่อนที่วันนี้ไม่รู้อะไรเข้าสิง คนโดนไล่ไม่ตอบอะไรทำเพียงแค่ขว้างผักกลับมาแล้วเดินฮัมเพลงออกไป

“อะไรของมัน” เด็กหนุ่มบ่นตามหลังคนที่วันนี้จะดูอารมณ์ดีผิดปกติก่อนจะลงมือทำอาหารต่อ

...ชีวิตใหม่กับสิ่งแวดล้อมใหม่

...มันก็ต้องโอเคสิวะ


ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เตรียมของทุกอย่างเสร็จจนเหลือแค่เพียงการปรุง เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นขัดพ่อครัวหัวป่า

“ใครมาวะ?! ” คนที่พึ่งอาบน้ำเสร็จตะโกนถามพร้อมกับโผล่หัวออกมาจากห้องนอน

“กูจะรู้ไหม? ” ตุลตะโกนตอบกลับไป

“ไปดูให้กูหน่อย กูแต่งตัวยังไม่เสร็จ”

“เอ่อๆ” พอโดนสั่งมาแบบนั้นเด็กหนุ่มจึงต้องวางมือจากการทำอาหารตรงหน้าแล้วเดินออกไปทำหน้าที่ผู้อาศัยแสนดี

“ใครวะ? ” พอส่องตาแมวที่ประตู เด็กหนุ่มก็ต้องบ่นออกไปเมื่อเห็นแค่เพียงด้านหลังของแขกที่มาเยือน แต่ดูจากชุดนักศึกษาที่ใส่น่าจะเป็นเพื่อนหรือรุ่นพี่ของอิน เมื่อสรุปได้แบบนั้นเขาจึงตัดสินใจเปิดประตูออกไป

“เมื่อเช้ารีบอะไรนักหนาวะ รู้ตัวไหมว่ามึงใส่กางเกงในกูกลับ...” ตุลยังไม่ทันจะได้อ้าปากถาม คนตรงหน้าก็หันกลับมาพร้อมกับพูดขึ้น

ประโยคที่ได้ยินยังไม่ทำให้เด็กหนุ่มตกใจเท่ากับใบหน้าของคนตรงหน้า

“ทำไมพี่ไอ…” ตุลยังไม่ทันจะถามจบประโยคดี ตัวของเขาก็ถูกใครบางคนดึงออกจากประตูเข้าไปในห้องพร้อมกับบาทาของคนด้านหลังที่ลอยสวนเข้าใส่ท้องของไอฟ้า

“อุ๊ก! ” แรงถีบมันมากขนาดไหนกูไม่รู้ แต่ที่แน่ๆ เล่นเอาไอ้พี่ไอกระเด็นออกจากหน้าประตูเลยครับท่าน

“เดี๋ยวกูมา” เจ้าของฝ่าเท้าหันมาพูดด้วยน้ำเสียงดุๆ ก่อนจะออกจากห้องไปพร้อมกับประตูปิดเสียงดังลั่น


“ไอ้อิน...พี่ไอ” เมื่อประมวลผลได้ว่าเจ้าของฝ่าเท้าคือใครและใครเป็นคนถูกถีบ ตุลก็รีบเปิดประตูออกไปดูเหตุการณ์ด้านนอกทันที

...เจอแบบนี้ต่อมเผือกไม่ทำงานคงไม่ใช่กูครับ

“อ้าว” เด็กหนุ่มพึมพำออกมาเมื่อเปิดออกไปแล้วพบว่าบริเวณทางเดินมีเพียงความว่างเปล่า

“หายไปไหนวะ? ” เดินหาจนรอบชั้นก็ไม่เห็นสิ่งมีชีวิตสักตัว ตุลจึงต้องกลับเข้าห้องทั้งที่ยังไม่ได้คำตอบในสิ่งที่สงสัย

“คอยดูนะกลับมากูจะถามแม่งให้หมด” บ่นต่ออีกสักพักก่อนจะเดินกลับไปในครัวเพื่อทำอาหารต่อ ในสมองก็วนเวียนคิดถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา

...ถ้าไอ้เพื่อนเวรกับไอ้พี่ไอมีความสัมพันธ์มากกว่าคนรู้จักจริง เขาก็ไม่สามารถหลุดออกมาจากวงโคจรของครอบครัวนั้นได้เสียทีน่ะสิ

...แต่คนอย่างอินไม่น่าจะเสร็จใครง่ายๆ คงไม่มีอะไรหรอกมั้งเขาคงคิดมากไปเอง

...หวังว่าทุกอย่างจะเป็นแบบนั้นเพราะตุลเองก็ยังมาแน่ใจว่า ปูนที่ก่อปิดหัวใจของตัวเองไว้นั้นมันแห้งสนิทดีรึยัง

...ก็แค่ไม่อยากให้ใครมาฝากรอยทิ้งไว้หรือทำให้มันพังทลายลงไปอีกครั้งเท่านั้นเอง


ตุลกลับมาจัดการทำอาหารจนเสร็จ จนเข้าไปอาบน้ำแต่งชุดนักเรียนเรียบร้อยไอ้เพื่อนอินมันก็ไม่กลับมาเสียที เขาจึงตัดสินใจคว้าสมาร์ทโฟนขึ้นมากดโทรหาไอฟ้าที่หายไปด้วยกัน

แต่ยังไม่ทันที่ได้จะต่อสายหาใครประตูห้องก็ถูกเปิดเข้ามาด้วยเจ้าของห้องและแขกที่ไม่ได้รับเชิญอีกหนึ่งคน

“พี่ฝากท้องด้วยนะตุล” คำทักทายดังขึ้นพร้อมรอยยิ้มจากร่างสูงที่เดินตามเข้ามา

“เออ...” ตุลมองหน้าคนทั้งสองสลับกันไปมาด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยคำถาม

“อย่าพึ่งถาม” อินว่าออกมาด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเต็มที่ก่อนจะก้าวยาวๆ นำเข้าไปในห้องครัว

“คืออะไรวะพี่” ตุลรีบเข้าไปกระซิบถามไอฟ้าทันที

“ก็อย่างที่เห็นไงครับ” ไอฟ้าตอบกลับมาพร้อมกับยกมือแตะที่ลำคอของตัวเองแล้วชี้ไปที่อิน

เด็กหนุ่มมองตามมือไอฟ้าก่อนจะเบิกตากว้างเมื่อเห็นร่องรอยสีกุหลาบที่ประดับอยู่บนท้ายทอยของเพื่อนรัก

“พี่กับไอ้อิน! ” ตุลหันกลับมามองหน้าไอฟ้าด้วยความตกใจ

“ตามนั้น” ไอฟ้าขยิบตากลับมาให้ก่อนจะเดินฮัมเพลงเข้าไปในครัว ซึ่งสิ่งที่ไอฟ้าแสดงออกมานั้นย้ำชัดว่าทั้งคู่ไม่ได้เป็นแค่คนรู้จักกัน

...ตุลเอ๊ยมึงจะหนีจากคนบ้านนั้นไม่ได้จริงๆ ใช่ไหมเนี่ย


โต๊ะอาหารที่ก่อนหน้านี้ควรมีเพียงแค่สองชีวิต บัดนี้กลับมีแขกไม่ได้รับเชิญเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่ง ซึ่งสีหน้าของทั้งสองก็ช่างแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง

...คนหนึ่งทำหน้ายังกับจะฆ่าคน ส่วนอีกคนก็นั่งยิ้มอย่างอารมณ์ดี

“ขอบคุณนะ” ไอฟ้าหันมาส่งยิ้มให้เมื่อเด็กหนุ่มนำจานข้าวผัดไปวางไว้ตรงหน้าก่อนจะส่งอีกจานให้เพื่อนรักแล้วกลับไปเอาจานของตัวเองจากในครัวมานั่งลงตรงที่ว่างซึ่งอยู่ตรงกลางของคนทั้งคู่

“วันนี้มีเรียนกี่โมงเดี๋ยวไปส่ง” ไอฟ้าพูดขึ้นซึ่งแน่นอนว่าไม่ได้พูดกับตุลเพราะสายตาจับจ้องไปยังคนตรงข้ามที่นั่งกินข้าวไม่สนใจอะไร

“เสือก” อินตอบกลับไปในทันที

“กูจะเสือก” คำตอบของไอฟ้าทำให้อินชักสีหน้าไม่พอใจก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาจ้องเขม่น

“เดี๋ยวข้าวผัดเย็นนะเว้ยกินดิ” ตุลรีบเปลี่ยนเรื่องก่อนที่คนทั้งสองจะวางมวยกัน

คนถูกห้ามพ่นลมหายใจอย่างหงุดหงิดก่อนจะลงมือกินข้าวต่อ ส่วนไอฟ้าก็ทำเพียงแค่กระตุกยิ้มแล้วก้มหน้าจัดการอาหารของตัวเองเหมือนกัน

“พี่ไอไม่ต้องไปส่งพวกผมหรอกครับ เดี๋ยวผมให้มันพาแวะทำธุระก่อนไปมหาลัย” หลังจากกินข้าวเสร็จตุลก็พูดขึ้น

“ไปไหนวะ”

“จะไปไหนกันเหรอ” ทั้งคู่ถามออกมาแทบจะพร้อมกัน

“กูจะให้มึงพาไปถามงานที่สมัครไว้ว่าเขายังเอาคนอยู่ไหม” ตุลหันไปตอบเพื่อนก่อนจะหันไปหาไอฟ้า

“ผมสมัครไว้ตั้งแต่จะย้ายออกครั้งก่อนน่ะพี่”

“อ๋อ” ไอฟ้าพยักหน้ารับเข้าใจ

“งั้นก็ลุกเดี๋ยวไปไม่ทันเรียน” อินพูดขึ้นพร้อมกับลุกขึ้นยืนเต็มความสูง

“ให้พี่พาแวะไปก่อนก็ได้หนิ” ไอฟ้ายังคงเสนอตัว

“อย่ายุ่งได้ไหมวะ! ” อินหันไปกระชากคอเสื้อไอฟ้าอย่างเหลืออด ส่วนคนโดนกระชากคอก็ยังคงทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้แถมยังลอยหน้าลอยตาอย่างกวนตีน

“ถ้าพี่ไอไปส่งคงช้า เดี๋ยวพวกผมไปกันเองดีกว่าครับ”

“เดี๋ยวสายนะมึงไปเถอะ”

ตุลรีบเข้ามาแกะมือของเพื่อนออกพร้อมกับส่งยิ้มให้ไอฟ้าพยายามห้ามทัพคนทั้งคู่ไม่ให้ทะเลาะกัน

อินกัดฟันแน่นพร้อมกับหันไปจ้องไอฟ้าด้วยสายตาดุดันก่อนจะเข้ามากอดคอของตุลเอาไว้

“ป่ะ” พูดจบก็ลากคอตุลออกมาจากห้องครัว

“งั้นพี่กลับก่อนดีกว่า แล้วจะมาหาใหม่นะครับ” ไอฟ้าเดินตามออกมาก่อนจะส่งยิ้มพร้อมกับขยิบตาให้แล้วเดินล้วงกระเป๋าออกจากห้องไปอย่างอารมณ์ดี


“อิน” ตุลหันไปมองเสี้ยวหน้าของเพื่อนที่ยังกอดคอตัวเองอยู่เมื่อเหลือกันแค่สองคนในห้อง

“อะไร” อีกคนถามกลับมาด้วยน้ำเสียงค่อนข้างรำคาญ

“มึงกับพี่ไอเป็นอะไรกัน” ตุลถามออกไปตรงๆ ถึงการกระทำจะชัดขนาดไหนแต่เขาอยากรู้จากปากของเพื่อนมากกว่า

“เพื่อนร่วมคอนโด” อินตอบกลับมาก่อนจะปล่อยคอของตุลเป็นอิสระพร้อมกับเดินไปคว้ากุญแจรถที่วางอยู่

“เพื่อนร่วมคอนโด? มึงหมายความว่าพี่ไออาศัยอยู่ที่นี่งั้นเหรอวะ” ตุลขมวดคิ้วถามอีกคน เขาจำได้ว่าคอนโดของไอฟ้าอยู่ใกล้มหาลัยที่อีกคนเรียน แต่คอนโดแห่งนี้มันอยู่คนละทางไม่ใช่รึไง

“เอ่อ” อินตอบกลับมาแค่นั้นแล้วเดินหายเข้าไปในห้องนอนของตัวเองก่อนจะกลับออกมาพร้อมกระเป๋าสะพายข้าง

“มึงอย่ามาหลอกกู กูจำได้ว่าคอนโดพี่ไอไม่ใช่ที่นี่” ตุลยังคงซักเพื่อนต่อในสิ่งที่สงสัย

“ห้องมันอยู่ชั้น 32 มึงไม่เชื่อก็ตามใจ” อินตัดบทออกมาเหมือนไม่อยากพูดอะไรมาก

“โอเค อยู่ไม่อยู่ไม่ใช่ปัญหา งั้นมึงตอบกูมาว่ารอยที่คอมึงคืออะไร” ตุลกอดอกถามประจันหน้ากับเพื่อนอย่างไม่ยอม

“ของผู้หญิงที่กูนอนด้วยไง” อินชะงักเล็กน้อยก่อนจะหลบตาของตุลแล้วตอบกลับมาพร้อมกับดึงคอเสื้อขึ้นมาปิดร่องรอยนั้น

“มึงไม่อยากบอกกู ก็ไม่เป็นไร” ตุลถอนหายใจยอมแพ้ที่จะเคล้นเอาความจริงจากคนตรงหน้า

“กูแค่ห่วงมึงในฐานะเพื่อนคนหนึ่ง” ตุลบอกออกไปพร้อมกับตบลงที่ไหล่ของอิน

“แค่เพื่อนเหรอวะ...” คนตรงหน้าหันกลับมาสบตากับเขาพร้อมกับพึมพำออกมา

“ว่าอะไรนะ? ” ตุลถามออกไปเพราะได้ยินไม่ชัด

“เปล่า กูแค่จะถามว่ามึงไหวไหมที่...เจอมัน” คนตรงหน้าตอบกลับมาก่อนจะเข้ามากอดคอเด็กหนุ่มอีกครั้ง

“ไม่หนักอย่างที่คิด” ตุลส่งยิ้มตอบกลับไปพร้อมกับเดินตามเพื่อนออกจากห้อง

ยอมรับว่ามีใจกระตุกตอนเจอหน้าไอฟ้า พวกคุณก็รู้ว่าคนบ้านนั้นมันหน้าถอดดีเอ็นเอกันขนาดไหน แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เขาเจ็บปวดบานตายอะไรหรอกนะ

...ก็แค่ทำให้คิดถึงใครบางคนเท่านั้นเอง

ทั้งคู่เดินกอดคอออกจากห้องเพื่อตรงไปยังลานจอดรถด้านล่างแล้วพากันซ้อนท้ายบิ๊กไบค์คันโปรดของอินออกจากคอนโด


“กูควรโทรบอกใครก่อนดี” ร่างสูงที่ยืนอยู่หลังเสาพึมพำตามหลังบิ๊กไบค์คันใหญ่ที่พึ่งแล่นออกไป สมาร์ทโฟนในมือเคาะกับปลายคางอย่างใช้ความคิด ว่าตอนนี้เขาควรช่วยใครระหว่างน้ากับพี่ชายของตน

“บอกทั้งสองคนพร้อมกันเลยดีกว่า” เมื่อตัดสินใจได้แบบนั้นนิ้วเรียวก็กดพิมพ์ข้อความในโปรแกรมแชทไลน์ก่อนจะกดส่งถึงทั้งสองคนในเวลาพร้อมกัน

/ “ตุลกลับมาแล้ว” /



“เป็นไงวะ?” คำถามดังขึ้นทันทีที่เด็กหนุ่มเดินออกมาจากร้านสะดวกซื้อชื่อดัง

“คนยังเต็มอยู่เลยว่ะ” ตุลคอตกตอบเพื่อนรัก

“อย่าหงอยสิวะ เดี๋ยวก็ว่าง” อินพูดปลอบใจพร้อมกับส่งหมวกกันน็อคให้

“เงินมันงอกขึ้นมาเองไม่ได้นะเว้ย ไม่หามัวแต่ใช้ที่มีก็หมดสิวะ” ตุลบ่นต่อพร้อมกับก้าวเท้าขึ้นซ้อนท้ายอีกคน

ถึงเด็กหนุ่มจะมีเงินเก็บพอสมควรแต่เขาพึ่งจะอยู่ปีหนึ่ง ซึ่งเงินที่มีมันก็คงไม่พอกับค่าเทอมและค่าใช้จ่ายจนกว่าจะเรียนจบ

อีกอย่างคือตุลกำลังคิดจะเปลี่ยนคณะไปเรียนธุรกิจการบินโดยตรงเพื่อเป็นสจ๊วตและแน่นอนว่าค่าเทอม ค่าใช้จ่ายมันไม่ใช่ถูกๆ ถ้าเขาจะย้ายคณะจริงคงต้องดิ้นรนมากกว่านี้

“ใช้เงินกูไปก่อนก็ได้คิดมาทำเหี้ยไร” อินสตาร์ทรถพร้อมกับบอกออกมาด้วยท่าทางชิวๆ

“มึงจะบ้ารึไงแค่กูมาอาศัยมึงอยู่ก็หนักแล้ว อีกอย่างเงินที่มึงใช้ก็เงินพ่อมึงไหมวะ” ตุลว่าให้เจ้าของแผ่นหลังตรงหน้า

“แต่กูเต็มใจเลี้ยงมึงนะเว้ย” คนที่กำลังขับรถตะโกนแข่งกับเสียงลม

“เลี้ยงพ่อมึงดิ! ” ตุลด่ากลับไปพร้อมกับทุบไปที่กลางหลังของเพื่อน

“ไอ้เหี้ยเจ็บ ฮ่าๆ ๆ”

...ปากบ่นว่าเจ็บแต่เสือกหัวเราะอย่างอารมณ์ดี เพื่อนกูมันเต็มไหมใครตอบที

“ตุลอาจารย์ที่ปรึกษาถามหามึงอ่ะ” หลังจากที่วันนี้วิ่งวุ่นเคลียร์งานในช่วงที่ลาทั้งวัน เด็กหนุ่มที่พึ่งได้นั่งพักก็ถูกเพื่อนคนหนึ่งเดินเข้ามาเรียก

“อาจารย์ถามหากูทำไมวะ?” ตุลเลิกคิ้วถามด้วยความไม่เข้าใจ

“ไม่รู้ว่ะ เห็นถามหามึงตั้งแต่เที่ยงแล้ว” เพื่อนคนเดิมตอบกลับมาก่อนจะเดินออกไป

“เรื่องเวลาเรียนมึงป่ะวะ” อินที่นั่งอยู่ตรงข้ามถามขึ้น

“กูจะรู้ไหม เอางี้มึงรอกูอยู่นี่นะเดี๋ยวกูมา” ตุลตอบกลับไปก่อนจะรีบวิ่งไปยังห้องอาจารย์ที่ปรึกษา

“ขออนุญาตครับ” เด็กหนุ่มขออนุญาตพร้อมกับก้าวเท้าเข้าไปในห้องพักอาจารย์

“อาจารย์กำลังตามหาพอดีนั่งสินักศึกษา” อาจารย์ที่ปรึกษาส่งยิ้มให้พร้อมกับผายมือไปยังเก้าอี้ด้านหน้า

“ขอบคุณครับ” ตุลยกมือไหว้อีกคนก่อนจะนั่งลง

“อาจารย์เรียกหาผมมีอะไรรึเปล่าครับ” ตุลถามธุระออกไปในทันที

“นักศึกษายังอยากเปลี่ยนคณะเรียนรึเปล่า” คนตรงหน้าถามกลับมา

“กำลังคิดอยู่ครับ” ตุลตอบกลับไป เขาเคยมาปรึกษาอาจารย์ตอนที่สนใจอาชีพสจ๊วต ที่เขารู้ว่าต้องใช้ค่าใช้จ่ายเยอะและต้องเน้นทางด้านไหนก็ได้คำปรึกษามาจากอาจารย์ตรงหน้านี่แหละ

“ถ้านักศึกษายังสนใจ อาจารย์แนะนำให้เปลี่ยนตอนนี้จะดีกว่า”

“แต่ผมยังไม่แน่ใจ” ตุลพึมพำตอบกลับไปเรื่องเรียนไม่ไหวหรือไม่อยากเรียนนี่ตัดออกไปได้เลยเพราะไม่มีอะไรยากหากเราพยายาม

แต่ที่กลุ้มใจก็คงเป็นเรื่องเงินนี่แหละถ้าย้ายไปแล้วไม่มีเงินจ่ายค่าเทอมขึ้นมาจะทำยังไง ไหนจะค่าชุดฟอร์ม ค่าสัมมนาจิปาถะอีก

“ตอนนี้สายการบิน XXX มีโครงการให้ทุนกับนักศึกษาที่สนใจเรียนคณะธุรกิจการบิน” คนตรงหน้าบอกออกมาพร้อมซองเอกสารที่ยื่นมาตรงหน้าของเด็กหนุ่ม

“อาจารย์ว่าอะไรนะครับ” ตุลตาลุกวาวด้วยความหวังทันที

“นักศึกษาลองอ่านรายละเอียดดูนะ เป็นทุนเรียนเปล่าดูแลเรื่องค่าเทอมและค่าใช้จ่ายทุกอย่างระหว่างเรียนแถมยังมีค่าครองชีพให้อีกต่างหาก” อาจารย์ตรงหน้าส่งยิ้มให้พร้อมกับอธิบายออกมา

“จริงเหรอครับ” เด็กหนุ่มรีบเปิดซองสีน้ำตาลอ่านรายละเอียดต่างๆ ในเอกสารทันที

“เป็นทุนที่น่าสนใจมากเลยนะ แต่มีข้อแม้ว่าจบไปแล้วนักศึกษาต้องเข้าไปทำงานในสายการบินเป็นเวลาห้าปี ต้องทำสัญญาด้วยว่าจะรับทุนจนเรียนจบและห้ามมีคะแนนต่ำกว่าแปดสิบเปอร์เซ็นต์ของทุกวิชา” อาจารย์ตรงหน้าบอกเงื่อนไขออกมาอย่างละเอียดซึ่งมันก็ตรงกับเงื่อนไขที่ระบุในเอกสาร

“ผมทำได้ครับ” ตุลพยักหน้ารับก่อนจะเงยหน้าสบตากับอาจารย์ตรงหน้าด้วยแววตาเป็นประกาย

“ถ้าอย่างนั้นนักศึกษาก็ส่งใบสมัครพร้อมหลักฐานภายในวันพรุ่งนี้นะ อีกสามวันจะมีการสอบแข่งขันเพื่อคัดเข้าไปในรอบสัมภาษณ์”

“คนสมัครเยอะไหมครับ” ตุลถามออกไป เขาไม่แปลกใจหรอกว่าต้องมีการสอบแข่งขัน ทุนได้เปล่าดีขนาดนี้จบไปยังมีงานทำอีกใครไม่สนใจก็บ้า

“ตอนนี้มีเกือบสามร้อยคนแล้วล่ะ” คำตอบของคนตรงหน้าทำให้ตุลเริ่มหน้าเสีย

“แล้วรับกี่คนครับ” ถามออกไปอีกครั้งเพื่อคำนวณเปอร์เซ็นต์ที่เขาจะได้ทุนนี้

“คนเดียวค่ะ”

...หนึ่งในสามร้อย ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ยากหากมีความพยายาม

…ไม่ลองสักตั้งก็คงไม่รู้ สู้เว้ยไอ้ตุล



“กูว่ามึงทำได้” เพื่อนรักที่เดินเคียงกันไปยังลานจอดรถพูดขึ้นหลังจากที่ฟังเด็กหนุ่มเล่ารายละเอียดเกี่ยวกับทุน

“ของมันแน่ นี่ใครเพื่อนมึงไหม” ตุลยืดอกอย่างอวดดีจนคนเห็นต้องหมั่นไส้

“ไอ้สัสกวนตีนฉิบ” อินหัวเราะกับท่าทางของเพื่อนรักก่อนจะดีดหน้าผากอีกคน

“เจ็บนะเว้ย! ” ตุลโวยวายพร้อมกับยกมือขึ้นลูบหน้าผากของตัวเอง

“อีกสามวันมึงตายคากองหนังสือแน่ ฮ่าๆ ๆ” อินว่าออกมาพร้อมกับเดินนำเด็กหนุ่มที่ยังคงลูบหน้าผากของตัวเอง

ตุ๊บ!

“หยุดทำไมวะ” เพราะคนตรงหน้าหยุดเดินกะทันหันทำให้เด็กหนุ่มชนเข้าเต็มเปา

“....” คนตรงหน้าไม่ตอบแต่กำหมัดไว้แน่นพร้อมสายตาที่จ้องมองไปยังใครบางคนด้วยสายตาดุดันและเมื่อตุลมองตามสายตาเพื่อนในใจของเขาก็ต้องไหววูบ

...มันมาทำไม

ร่างโปร่งในชุดทำงานยืนพิงรถคันหรูจอดเทียบริมฟุตบาทใส่หูฟังอยู่ในโลกส่วนตัวไม่สนใจสายตาของนักศึกษาสาวที่เดินผ่านไปมา

“มึงหลบไปรอกูที่หน้าตึก” อินว่าออกมาดุๆ พร้อมกับดันตุลไปหลบด้านหลังของตัวเอง

“ทำไมกูต้องหลบ” ตุลตอบกลับไป ก็แค่จุลฟ้าคนที่เขาไม่อยากเจอหน้า ไม่อยากข้องเกี่ยวและเป็นคนที่เขาเกลียดที่สุดยืนอยู่ตรงนั้น ทำไมต้องหนีอีกอย่างมันอาจไม่ได้มาหากูก็ได้

“กูไม่อยากให้มึงเจอมัน” อินว่ากลับมาเสียงเข้ม

“เจอมันแล้วทำไม ถ้ากูหนีกูก็ต้องหนีตลอดไป สู้กูเผชิญหน้ากับมันไม่ดีกว่ารึไง” ตุลตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

“แต่....” อินกำลังจะค้านเสียงเรียกจากใครบางคนก็ดังขึ้น

“ตุล! ” เจ้าของเสียงก้าวเท้ายาวๆ เข้ามาหาเด็กหนุ่มในทันทีที่หันมาเห็น

“ไปไหนมาวะ แล้วทำอะไรกับผมมึง” คำถามดังขึ้นพร้อมมือแกร่งที่คว้ามายังข้อแขนของเด็กหนุ่ม

“อย่ายุ่งกับเพื่อนกู! ” อินรีบผลักอีกคนออกพร้อมกับเอาตัวเข้ามาบังตุลเอาไว้

“ถอย! กูจะคุยกับมัน” จุลฟ้าว่าออกมาด้วยน้ำเสียงดุดัน

“แต่คนที่มึงจะคุยด้วย เขาไม่อยากคุยกับมึง! ” อินตอบกลับไปอย่างไม่ยอม

“แล้วมึงเสือกอะไรวะ! ” จุลฟ้าเข้ามากระชากคอเสื้ออินในทันทีและคนถูกกระชากก็เตรียมง้างหมัดใส่อีกคนเช่นกัน

“หยุด! ” ตุลตะคอกเสียงดังลั่นก่อนจะจับมือจุลฟ้าออกจากคอเสื้อของเพื่อนพร้อมกับผลักออกเต็มแรง

“กูคุยเองมึงไปรอกูที่รถ” ตุลหันมาบอกเพื่อนรักที่ทำท่าจะพุ่งใส่อีกคน

“จะคุยอะไรกับไอ้ชั่วนั่นอีก ชีวิตมึงเหี้ยแบบนี้ก็เพราะมัน! ” อินตะคอกออกมาด้วยความโมโห

“อินกูขอร้อง อย่ามีเรื่อง” ตุลสบตากับเพื่อนเพื่อบอกว่าเขาไม่เป็นอะไร

“แม่ง! ” คนถูกห้ามสบถออกมาอย่างหงุดหงิด ก่อนจะชี้หน้าจุลฟ้าที่ยืนล้วงกระเป๋าอยู่ด้านหลังของตุล

“ถ้ามึงแตะต้องเพื่อนกูอีก กูเอามึงตาย! ”

“....” จุลฟ้าไม่ตอบอะไรกลับมาทำเพียงแค่กระตุกยิ้มที่มุมปาก

“ไอ้เหี้ย! ” ซึ่งสิ่งที่ทำนั้นกระตุ้นความโกรธของอินได้ไม่น้อย

“อิน! ” ตุลต้องตวาดเพื่อนให้หยุดอีกครั้ง

“เอ่อ! กูให้เวลาแค่สิบนาทีถ้ามึงไม่ตามมา กูจะกลับมากระทืบมัน! ” คนตรงหน้าสบถออกมาอย่างหงุดหงิดก่อนจะยอมเดินออกไป

“คุณมีอะไร” พอเพื่อนรักเดินออกไปเด็กหนุ่มก็หันไปถามคนตรงหน้าด้วยน้ำเสียงแสนเย็นชาไม่ต่างจากแววตา

“เดี๋ยวนี้เอาเพื่อนทำผัว? ” จุลฟ้ายังคงความปากหมากวนบาทาไม่เปลี่ยน

“ไม่เกี่ยวกับคุณ” ตุลก็ยังคงระดับเสียงเดิมไม่แสดงความอ่อนแอหรือแววตาแข็งกล้าวเหมือนว่าคำพูดของจุลฟ้าไม่มีผลอะไรกับเขา

“.....” จุลฟ้าเงียบลงไม่ตอบโต้แต่ดวงตาเข้มนั้นยังคงประสานสายตากับเด็กหนุ่มไม่ละไปไหนก่อนที่จะก้าวเท้ามายืนประจันหน้ากับตุล

“ไปไหนมา” น้ำเสียงที่อีกคนใช้อ่อนลงกว่าบทสนทนาก่อนหน้านี้หลายเท่า

“ไม่มีเหตุผลที่ผมต้องบอกคุณ” ตุลตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยพร้อมกับมองคนตรงหน้าด้วยสายตาว่างเปล่า

“แต่กูเป็นห่วงมึง” คำพูดที่ได้ยินเป็นเมื่อก่อนมันคงทำให้เด็กหนุ่มใจสั่น แต่ในตอนนี้มันกลับไม่ใช่ ความรู้สึกเกลียดชังคนตรงหน้ามันมีมากเกินกว่าจะทำให้เขารู้สึกอะไรอีก

“แค่นี้ใช่ไหม” เด็กหนุ่มหันหน้าหนีมือแกร่งที่กำลังเลื่อนขึ้นมาเกลี่ยที่แก้มใสก่อนจะถอยหลังออกห่าง

“มึงจะไม่ให้โอกาสกูสักครั้งรึไง” จุลฟ้าเอ่ยถามพร้อมจ้องมองเข้ามาในดวงตาของเด็กหนุ่ม

“สำหรับคุณ” ตุลสบตาคนตรงหน้านิ่งก่อนจะเดินเข้าไปประจันหน้าอีกครั้ง

“แม้แต่คำว่าเกลียดผมก็ไม่มีให้” พูดจบเด็กหนุ่มก็เดินสวนออกไปทิ้งให้ร่างโปร่งยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น

...มันเจ็บกว่าการโดนเกลียดคือการที่เราไม่มีค่าอะไรในสายตาอีกคนเพราะนั่นหมายความว่าคนคนนั้นไม่รู้สึกอะไรกับเราอีกต่อไป

“คำว่าเกลียด กูยังไม่มีสิทธิ์เหรอวะ” ทำได้แค่เพียงมองตามแผ่นหลังของร่างบางที่เดินห่างออกไปเรื่อยๆ

อยากจะดึงอีกคนมากอดไว้แนบอก ใช้กำลังบังคับให้คนอวดดีมาเป็นของตัวเองแต่ในตอนนี้เขากลับทำแบบนั้นไม่ได้

“จะมีทางไหนให้กูเข้าไปอยู่ในสายตามึงอีกครั้งวะตุล”


สามวันต่อมา

“มึงทำได้ไอ้สัสอย่าตื่นเต้นนะเว้ย” เพื่อนรักที่ยืนอยู่ตรงหน้าบอกออกมาพร้อมกับกุมมือของตุลเอาไว้แน่น

“มึงไหมที่ตื่นเต้น กูเป็นคนสอบยังไม่เท่ามึง” ตุลว่าออกไปขำๆ เมื่อเห็นอาการตื่นเต้นของคนตรงหน้าขนาดมือที่จับเขาไว้ยังเย็นและชื้นไปด้วยเหงื่อ

“สัส ความฝันมึงไหม ถ้ามึงสอบชิงทุนนี้ได้ อาชีพที่มึงอยากทำแม่งอยู่แค่เอื้อม” คนตรงหน้าว่าออกมา

“กูถึงมั่นใจไงว่ากูทำได้” ตุลสบตากับเพื่อนด้วยแววตาแน่วแน่ สามวันที่ผ่านมาเขาทั้งอ่านหนังสือทั้งค้นคว้าหาความรู้เข้าสมองจนแน่นไม่มีทางที่เขาจะทำไม่ได้แน่นอน

“กูเชื่อว่ามึงเก่ง แต่มึงอย่าชะล่าใจไป คนสอบแม่งเยอะฉิบหายเสือกเอาแค่คนเดียว” อินมองรอบอาคารที่มีคนมารอสอบเพียบ

“กูไม่ประมาทหรอกน่า” ตุลส่งยิ้มให้อีกคนก่อนจะหันไปสนใจฟังประกาศให้เข้าห้องสอบ

“กูต้องเข้าห้องสอบแล้วว่ะ” หันกลับมาบอกเพื่อนรักอีกครั้ง

“สู้ๆ นะเว้ย แล้วเจอกัน” คนตรงหน้าตบไหล่เขาหนักๆ เพื่อให้กำลังใจ

“อื้ม! ” เด็กหนุ่มพยักหน้ารับก่อนจะหันหลังเดินออกมาแล้วหยุดอยู่ตรงหน้าประตูทางเข้าอีกครั้ง

“มึงทำได้ตุลรัก มึงทำได้” สูดหายใจเข้าเต็มปอดอีกครั้งเพื่อเรียกพลังก่อนจะก้าวเท้าเข้าไปไขว่คว้าความฝันของตัวเองมาครอง

...สิ่งที่ต้องการมันไม่มีทางวิ่งเข้ามาหาหรือใช้โชคช่วย หากเราไม่ไขว่คว้าหรือปีนป่ายขึ้นไปหา มันก็จะกลายเป็นเพียงแค่ฝันที่ไม่มีวันเป็นจริง

...อยากได้ก็ต้องพยายาม แต่ถ้าทำไม่ได้ก็พ่ายแพ้ไป

...เด็กหนุ่มตั้งปฏิภาณไว้แล้วว่าจะไม่มีวันพ่ายแพ้ให้ใครอีก ไม่ว่าเรื่องความฝันและเรื่องหัวใจ

…กูต้องเป็นผู้ชนะเท่านั้น


การสอบผ่านพ้นไปด้วยดี ตุลสอบผ่านข้อเขียนและได้เข้าสู่รอบสัมภาษณ์ซึ่งในรอบนี้เขาก็มั่นใจว่าตัวเองทำได้มีไม่น้อยกว่าใครจนถึงวันประกาศผล

“ตื่นเต้นฉิบหาย” เพื่อนรักที่กอดคอเด็กหนุ่มอยู่บ่นพึมพำแบบนี้มาตั้งแต่ตื่นนอน

“มึงไม่เชื่อว่ากูทำได้? ” ตุลเลิกคิ้วถามเหมือนเป็นการหยอกล้อ

“กูเชื่อมึง แต่แม่งหนึ่งในสามร้อยนะเว้ยมึงคิดดูว่ากี่เปอร์เซ็นต์” อินเริ่มมีอาการวิตก

“ศูนย์จุดสามสิบสามเปอร์เซ็นต์” ตุลตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงไม่ทุกข์ไม่ร้อน

“ไอ้สัส กูแค่เปรียบเทียบ” อินด่าออกมาเมื่อโดนเด็กหนุ่มสาดมุขหน้าตายใส่

“ฮ่าๆ ๆ มึงจะเครียดทำไมกูยังชิวๆ” ตุลว่าออกไปพร้อมกับหัวเราะท่าทางของเพื่อนก่อนจะเดินไปหยุดตรงหน้าบอร์ดประชาสัมพันธ์ขนาดใหญ่

“มีไหมมึง กูไม่กล้าดู” อินที่เดินตามเข้ามายืนด้านข้างยกมือขึ้นปิดตาตัวเองด้วยท่าทางโอเว่อร์

“ไอ้ห่า” ตุลหันไปว่าเพื่อนก่อนจะกันกลับมาที่บอร์ด ดวงตาคู่สวยหลับลงพร้อมกับสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดเพื่อเรียกสติ

ทั้งที่เผื่อใจเอาไว้แล้วแต่มันก็ยังอดตื่นเต้นไม่ได้เพราะความหวังความฝันที่วาดเอาไว้มันขึ้นอยู่กับผลสอบในครั้งนี้

ดวงตาคู่สวยลืมขึ้นอีกครั้งก่อนจะไล่สายตาไปตามแผ่นประกาศที่ติดเอาไว้มากมายเพื่อหาประกาศชื่อผู้ที่ได้รับทุน

“เจอยังวะ มีชื่อมึงไหม” คนด้านข้างสะกิดถามเมื่อเห็นว่าเด็กหนุ่มเงียบไป

“....” ความเงียบที่ได้รับทำให้อินใจเสีย เขารีบเปิดตาของตัวเองมองหน้าเพื่อนรักทันที

“ทำไมมึงเงียบวะตุล ไม่มีชื่อมึงเหรอวะ” อินเริ่มร้อนใจเมื่อเห็นท่าทางของเด็กหนุ่ม

“อิน...” ตุลหันกลับมามองหน้าเพื่อนด้วยดวงตาที่คลอไปด้วยน้ำตา

“ไอ้เหี้ยอย่าร้อง” อินรีบดึงร่างบางเข้ามากอดเพราะเข้าใจว่าตุลสอบชิงทุนไม่ได้

“ไม่ได้ก็หาเรียนเองสิวะ ยืมเงินกูก่อนก็ได้เลี้ยงมึงอีกคนตระกูลกูคงไม่ล่มจมหรอก เดี๋ยวกูคุยกับพ่อให้” อินรีบพูดเร็วๆ เพราะกลัวคนในอ้อมกอดจะเสียใจไปมากกว่านี้

“กูทำได้อิน กูทำได้...” น้ำเสียงอู้อี้ที่ได้ยินทำให้อินรีบผละคนตรงหน้าออกจากแผ่นอกทันที

“มึงว่าอะไรนะ?! ” สองไหล่ของตุลถูกจับไว้แน่นพร้อมกับคำถามจากเพื่อนรัก

“กูสอบได้นั่นชื่อกู เขาประกาศชื่อกู” ตุลรีบชี้ไปที่ประกาศด้วยปลายนิ้วสั่นๆ

“ไอ้เหี้ยตุล! มึงทำได้! ” อินรีบหันไปอ่านประกาศก่อนจะเข้ามากอดเด็กหนุ่มอีกครั้งแล้วกระโดดโลดเต้นด้วยความดีใจ

“ดีใจด้วยนะเว้ย ไอ้ห่าสมกับเป็นเพื่อนกู ดีใจโว้ย! ” คนที่ดีใจจนโอเว่อร์ตะโกนลั่นพร้อมกับโยกตัวของเด็กหนุ่มไปมา

“จะเสียงดังทำไมวะ กูอายคน” ตุลว่าออกไปเพราะนักศึกษาคนอื่นเริ่มหันมามอง

“อายเหี้ยไรเพื่อนกูเก่ง เพื่อนผมครับ เพื่อนผม” อินเปลี่ยนมากอดคอเขาไว้แทนพร้อมกับตะโกนบอกคนนั้นคนนี้

“ไอ้เหี้ยเยอะไปแล้วมึง” ตุลด่าเพื่อนรักที่ยังคงดีใจไม่เลิกก่อนจะล้วงเอาสมาร์ทโฟนที่กำลังสั่นออกมาจากกระเป๋ากางเกง

“ใครโทรมาวะ” อินหันมาถามเมื่อเห็นตุลมองเบอร์ที่ปรากฏ

“ไม่รู้ว่ะ เบอร์ไม่รู้จัก” ตุลตอบกลับไปก่อนจะกดรับสายพร้อมกับเดินเลี่ยงออกมา

“สวัสดีครับ” กล่าวทักทายออกไปตามมารยาท

/ “สวัสดีครับเบอร์คุณตุลรักใช่ไหมครับ” /

“ครับ” ตุลตอบรับกลับไป

/ “ผมเป็นผู้จัดการเซเว่นสาขา XXX ที่คุณมากรอกใบสมัครงานไว้ครับ” /

“มีตำแหน่งว่างแล้วเหรอครับ” ตุลรีบถามออกไปด้วยความดีใจ

/ “สาขาที่คุณมาสมัครยังไม่ว่าง แต่สาขา XXX มีตำแหน่งว่างคุณสนใจไหมครับ” /สิ่งที่ได้ยินทำให้ตุลยิ้มกว้างเพราะสาขาที่เสนอมานั้นอยู่ไม่ไกลจากที่เขาสมัครไว้

“สนใจสิครับ”

/ “ถ้าให้เริ่มงานอาทิตย์หน้าสะดวกไหมครับ” /

“สะดวกครับ” ตุลรีบตอบรับกลับไปในทันที

/ “ตกลงเริ่มงานวันจันทร์หน้านะครับ เดี๋ยวผมส่งเอกสารไปที่ศูนย์ใหญ่ให้” /

“ขอบคุณมากนะครับ ขอบคุณมาก” เด็กหนุ่มกล่าวขอบคุณแล้วคุยรายละเอียดต่ออีกสักพักก่อนที่ปลายสายจะวางไป

“มีอะไรวะ ใครโทรมา” อินรีบเข้ามาถามในทันที

“กูได้งานแล้วเว้ย เมื่อกี้ผู้จัดการสาขาพึ่งโทรมาบอก” ตุลรีบบอกข่าวดีกับเพื่อน

“จริงเหรอวะ ไอ้เชี่ย มึงมีข่าวดีสองต่อแบบนี้ต้องฉลองเว้ย” อินเองก็ดีใจไม่ต่างกัน

“มึงเลี้ยงกูนะเว้ย” ตุลฉีกยิ้มกลับไป

“มึงแดกไรว่ามากูจัดให้เว้ย ฉลองเพื่อนกูได้ทุนแถมยังได้งานอีก” อินเข้ามากอดคอเด็กหนุ่มก่อนที่ทั้งคู่จะเดินไปยังรถบิ๊กไปร์ทที่จอดอยู่

“ป๋าอินเลี้ยงทั้งที ฟูจิไปเลย! ” ตุลเสนอตามใจคิด

“โห กะให้กูล้มจมเลยรึไง” อินว่าออกมาไม่จริงจังนัก

“งั้นกูลดให้เหลือเอ็มเค” ตุลทำท่าคิดก่อนจะตอบกลับไป

“พอคุยกันได้ งั้นกูแถมบิงซูด้วยอ่ะ”

“จัดไป” ตุลตอบเพื่อนรักพร้อมกับฉีกยิ้มให้

…ชีวิตใหม่ของตุลรักช่างสวยงามราบรื่นเหมือนท้องทะเลที่พึ่งถูกพายุพัดผ่าน มันจะรีเซททุกอย่างใหม่เพื่อรอการเจริญเติบโตของสิ่งมีชิวิตที่ถูกทำลายไป

...ถึงเวลาที่กูจะมีความสุขกับเขาสักทีสินะ



คนทั้งสองที่กำลังดีใจไม่สังเกตเลยว่ามีรถคันหรูติดฟิล์มสีดำสนิทจอดอยู่ใต้ร่มไม้ไม่ไกลนัก

“ทุกอย่างเรียบร้อยแล้วครับ” คนที่นั่งด้านข้างคนขับหันมารายงานผู้เป็นนายหลังจากวางโทรศัพท์

“อืม” ร่างสูงที่นั่งอยู่บริเวณเบาะหลังพยักหน้ารับ ดวงตาคู่คมจับจ้องไปยังเด็กหนุ่มทั้งสอง

“คุณโอบไม่เข้าไปหาคุณตุลเหรอครับ” คำถามดังขึ้นอีกครั้งจากคนสนิทเมื่อเห็นแววตาของผู้เป็นนาย

“ชัย” คนที่นั่งประจำที่คนขับปรามออกมาด้วยน้ำเสียงดุๆ เมื่อคนสนิทก้าวก่ายเข้าไปในชีวิตของเจ้านายมากเกินไป

“ผมแค่...” คนโดนห้ามกำลังจะหันไปเถียงแต่เมื่อโดนสายตาดุดันของรงค์จ้องกลับมาเขาก็ต้องหุบปาก

“เข้าไปหาเพื่ออะไร เพื่อให้ตุลเจ็บมากกว่านี้รึไง” เสียงของผู้เป็นนายดังขึ้นโดยที่ดวงตาคู่นั้นไม่ได้ละออกจากดวงหน้าหวานที่กำลังฉีกยิ้มอย่างสดใส

“ขอโทษครับ” ชัยกล่าวขอโทษก่อนจะกลับไปนั่งนิ่งเหมือนเดิมโดยมาสายตาของรงค์ทิ่มแทงอย่างตำหนิ

“ฉันบอกแล้วว่าเธอเหมาะกับรอยยิ้มมากกว่าน้ำตา” ร่างสูงยังคงพึมพำกับตัวเองก่อนจะคลี่ยิ้มตามรอยยิ้มที่แสนคิดถึง

...รอยยิ้มที่ไม่ใช่ของเขา รอยยิ้มที่เขาเคยทำลายมันไป

“ไปกันเถอะ” ตัดใจละสายตาออกจากอดีตคนรักก่อนจะเอ่ยบอกรงค์ที่ทำหน้าที่ขับรถ

“เข้าบริษัทหรือกลับบ้านครับ” ผู้ที่ทำหน้าที่ขับรถถามกลับมา

“ไปคอนโด” โอบฟ้าสั่งออกไปก่อนจะล้วงเอาสมาร์ทโฟนมากดโทรออก

/ “ว่าไงพี่” /รอสายไม่นานอีกคนก็กดรับ พร้อมรถคันหรูที่เคลื่อนตัวออกจากรั้วมหาลัย

“คิระมาหากูหน่อย” โอบฟ้าบอกออกไป

/ “เสียงแบบนี้ ต้องการผมอ่ะดิ” /ปลายสายตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ

“อืม เจอกันที่คอนโดกู” พูดจบก็กดตัดสายไปก่อนจะหลับตาลง

...ฉันขอโทษนะตุล

…ฉันคงทำเพื่อเธอได้เท่านี้





>>>> เสียงจากคนแต่ง

ไม่เจอกันนานคิดถึงจังเลยยยยย

ลูกสาวกำลังมีอนาคตที่สดใส

แต่พิทบูลจุลก็ยังคงกัดไม่ปล่อย

ส่วนโอบฟ้ากับหมอคิระนี่ยังไง

รออ่านกันต่อไปจ้า คำตอบมันจะมาเอง

คิดถึงกันก็ปาคอมเม้นมานะ

ขอโทษที่หายไปหลายวันค้าบผม

รักคนอ่านนะจุ๊บๆ

เจอกันตอนหน้าจ้า

ฝากติดตามเพจทาง

Facebook : Fic BY Pucca_ww

Twitter : PUCCA_WW

ด้วยนะค้าบ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น