mmeashin

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

OS : ไว้ใจไม่ได้

ชื่อตอน : OS : ไว้ใจไม่ได้

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนฟิค

คนเข้าชมทั้งหมด : 787

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ก.พ. 2561 00:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
OS : ไว้ใจไม่ได้
แบบอักษร

“ถ้าไม่ได้งอนแล้วมึงเป็นไร”


ออฟถามออกมาอย่างหมดความอดทนเมื่อคนตัวเตี้ยข้างกายเอาแต่สาวเท้าเดินจากงานของรายการรถโรงเรียนไม่สนใจคำถามของเขาแม้แต่น้อย ครั้งนี้ก็เป็นอีกครั้งที่กันเหมือนจะไม่สนใจคำถาม แต่คราวนี้คนตัวสูงไม่ปล่อยผ่านคว้าข้อมืออีกฝ่ายก่อนจะกระชากเข้ามาหาตัวเอง


“โอ้ย เจ็บบบบ”


“กูถามว่ามึงเป็นอะไร” ไม่ได้สนใจสีหน้ายู่ยี่แสดงความเจ็บปวดของอีกคน ถามย้ำคำถามเดิมออกมาด้วยโทสะจนบุคคลที่สามที่มองเหตุการตั้งแต่แรกต้องเอ่ยปากห้าม


“ออฟใจเย็น น้องมันเจ็บ”


“ก็พี่กวางดูมันดิ่ ผมถามอะไรก็ไม่ตอบ”


“เอาน่า ปล่อยน้องก่อน”


คนตัวสูงพ่นลมหายใจไม่พอใจออกมา ถึงอย่างนั้นก็ยอมปล่อยอีกฝ่ายให้เป็นอิสระแต่โดยดี


“แขนน้องแดงหมด” น้ำเสียงตำหนิจากผู้จัดการส่วนตัวไม่ได้ทำให้อะไรดีขึ้นเท่าไหร่ แต่ถึงจะโมโหขนาดไหน เห็นเนื้อขาวๆ ของอีกฝ่ายขึ้นสีแดงเป็นรูปรอยนิ้วมือของตัวเองความรู้สึกผิดมันก็ตีตื้นขึ้นมานิดหน่อย


“กลับกันเหอะพี่ กันเหนื่อย”


“เดี๋ยวกูไปส่ง”


“ไม่เอา กันจะให้พี่กวางไปส่ง” กันปฏิเสธออกมาแทบจะทันที ทำท่าจะเดินหนี แต่ยังไม่ทันได้ก้าวก้าวแรกออกไป ข้อมือที่พึ่งถูกปล่อยให้เป็นอิสระไม่กี่นาทีหน้านี้ก็โดยจับไว้อีกครั้ง


“กู จะ ไป ส่ง”


“โอ้ยๆๆ จะทำอะไรก็ทำ ฉันไม่ยุ่งกับพวกแกแล้ว ขับรถดีๆ แล้วกัน” พี่กวางโบกไม้โบกมือแล้วเดินหนีไปเหมือนคนหมดความอดทนกับการกระทำของทั้งสองฝ่าย ไม่วายหันมาย้ำตารางงานวันพรุ่งนี้ก่อนจะกำชับว่าอย่าใช้ความรุนแรง


รถยนต์แล่นไปบนถนนด้วยความเร็วคงที บรรยากาศในรถก็เงียบสนิทจนเสียงแอร์ดังกว่าเสียงลมหายใจ สิบนาทีตั้งแต่นถเริ่มเคลื่อนที่มา จนถึงตอนนี้ยังไม่มีบทสนทนาใดหลุดออกมาจากปากของคนบนรถเลย จนกระทั่ง


“มึงจะเงียบใส่กูอีกนานป่ะ”


ไร้เสียงตอบรับ


“กัน”


เจ้าของชื่อเหลือบมองหน้าคนข้างๆ ถึงสายตาอีกฝ่ายจะมองไปที่ถนน แต่เขารู้ดีว่าคนขับรถจำเป็นคนนี้กำลังอารมณ์ไม่ดีอย่างมาก ถ้าเป็นปกติเขาคงพยายามจะทำอะไรสักอย่างเพื่อให้อีกฝ่ายอารมณ์ดี มันคงไม่ใช่ตอนนี้ ตัวเขาเองก็อารมณ์ไม่ดีเหมือนกัน


“ไหนตกลงว่ามีอะไรจะบอกกันทุกเรื่องไง”


คำพูดทวงสัญญาในวันที่พวกเขาทั้งสองตกลงพัฒนาสถานะความสัมพันธ์ ทำให้กันรู้สึกไม่ดี รู้ดีว่ากำลังทำตัวงี่เง่าอยู่


“กันไม่ได้เป็นอะไร ป่าปี๊นั่นแหละเป็นอะไร”


คำพูดแรกจากปากของอรรถพันธ์ทำให้ออฟต้องตบไฟเลี้ยวเข้าข้างทาง ก่อนจะใส่เกียร์ P พร้อมกับดึงเบรกมือขึ้น


“กู? กูเป็นอะไร?” ทวนคำถามอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงมึนงง ไม่เข้าใจว่าไอ้เด็กนี่มันจะมาไม้ไหน ทั้งที่มันเป็นคนเงียบมาตลอดตั้งแต่งานเลิก แต่ดันมาถามว่าตัวเขาเป็นอะไร เนี่ยนะ? งงในงง


“เออ ป่าปี๊เป็นอะไร”


“เป็นแฟนมึงไง”


คำพูดตอบกลับออกมาอย่างไม่คิดของออฟทำให้กันต้องพ่นลมหายใจออกมาแรงๆ นึกสงสารตัวเองขึ้นมานิดๆ ที่ต้องคอยรับมือกับคนบ้า สมองช้า กวนประสาท ไม่เคยจะมีความคูลแบบที่เจ้าตัวพูดเลยสักนิด


“ตอนเช้า ป่าปี๊บอกว่ากันไว้ใจไม่ได้” ถ้ามันจะไม่รู้ตัวก็คงต้องอธิบายมันแบบนี้ซินะ


“แล้วจริงป่ะล่ะ มึงชอบอ่อยคนอื่น”


“เดี๋ยว อย่ามามั่วกูไม่เคยอ่อย”


“มึงชอบไปกอดคนอื่น”


“ก็แค่กอดแบบพี่แบบน้องมั้ย”


“ไม่รู้ รู้แต่กูไม่ชอบ”


กันส่ายหน้ากับความเอาแต่ใจที่ดูไม่เหมาะสมกับวัยของคนที่อายุมากกว่าเขา อยากจะอธิบายให้อีกฝ่ายเข้าในแต่ก็ดูเหมือนจะไร้ประโยชน์ ถ้าคนอย่างจุมพลได้คิดไปแล้วล่ะก็ จะให้เปลี่ยนความคิดมันยาก


“ถ้างั้นตอนงานจะจบพี่เป็นอะไร”


“กูเป็นอะไร?”


“ก็พี่พูดไม่ใช่หรอ ว่าไม่ต้องหวานออกสื่อทุกวันก็ได้ พูดแบบนี้น่ะหมายความว่าไง”


“สรุปคือมึงงอนกูเรื่องนี้?”


“ก็ไม่ได้งอน มันแค่ไม่พอใจ”


“เออ เขาเรียกว่างอน ไอ้เด็กโง่” ไม่ได้พูดเปล่า ยื่นไม่ยีผมอีกคนด้วยความหมั่นไส้


“ไม่ได้โง่เว้ย ไอ้ป่าปี๊บ้า เลิกเล่นผมได้แล้ว” พยายามโยกหัวหลบมือออฟ แต่มือยาวๆ นั่นก็ตามไปได้มันซะทุกที จนต้องส่งสายตาดุไปให้ อีกฝ่ายถึงจะยอมหยุด


ยานพาหนะเริ่มเคลื่อนที่อีกครั้ง ความเงียบเกิดขึ้นชั่วขณะ แววตาที่ดูขี้เล่นเสมอของออฟฉายแววอ่อนล้าขึ้นมาจนกันรู้สึกได้


“เหนื่อยหรอ”


คนที่เข้มแข็งเสมอพยักหน้าตอบรับกลับมาอย่างง่ายดาย ถ้าเป็นเมื่อกันคงรู้สึกประหลาดใจ แต่ตอนนี้พวกเขาสนิทกันจนเห็นทุกด้านทุกมุมของกันและกันจนหมด จนเขาได้รู้ว่าป่าปี๊ของเขาก็มีมุมเปราะบางแบบนี้เหมือนกัน


“ใครใช้ให้พูดเยอะอะไรขนาดนั้นล่ะ”


“งานป่ะล่ะ เขาจ้างมาแล้วกูก็ต้องทำให้เต็มที่”


“แล้วสรุปที่พูดออกไปแบบนั้นนี่เพราะเหนื่อย?” กันวกกลับมาที่คำถามเดิมของตัวเอง


“เออ คือมันเหนื่อยงาน ไม่ได้เหนื่อยจะเซอร์วิสแฟน แต่มันก็เหนื่อยอ่ะ”


“พูดจางงๆ นะเรา” กันหัวเราะออกมาเบาๆ กับคำพูดที่ดูวกวนของอีกฝ่าย จนโดนส่งสายตาไม่พอใจมาให้ กันถึงได้หยุดหัวเราะ เป็นจังหวะเดียวกันกับที่รถจอดเทียบหน้าบ้านของเขา


กันเปิดประตูลงจากรถด้วยความรวดเร็ว วิ่งข้ามมาอีกฝั่งของรถถือวิสาสะเปิดประตูก่อนจะดึงอีกคนลงมาจากเบาะคนขับ


“ป่าปี๊ลงมาก่อน”


ถึงจะไม่เข้าใจ แต่ก็ยอมทำตามที่อีกคนบอก ออกมายืนอยู่ข้างรถก่อนจะโดนคนตัวเตี้ยโถมเข้ากอดจนต้องเซไปชนกับประตูรถ


“อะไรขอ…”


“ชู่ววววววว ป่าปี๊เงียบ กำลังกอดให้กำลังใจ”


ออฟรู้สึกได้ว่าปากของเขากำลังฉีกยิ้ม เรี่ยวแรงที่หายไปจากการทำงานเหมือนกลับมาอีกครั้ง แน่นอนว่าแววตาเจ้าเล่ห์มันก็ได้กลับมาด้วยเช่นกัน


“แค่นั้นไม่พอหรอก”


“ไม่พอแล้วจะให้ทำยังไงถึงจะพอล่ะ”


“นี่” พองลมที่แก้มข้างขวา พร้อมกับเอานิ้วจิ้มสองสามที ถึงจะไม่ได้พูดว่าต้องทำอะไร แต่กันก็คงรู้ดีว่ามันหมายถึงอะไร


“ไม่เอาหรอก”


“งั้นก็จบ แยกย้าย” ตั้งท่าจะแงะคนตัวเล็กออกจากตัวเอง


“โหยยย ก็ได้ๆ”


คนตัวสูงลอบยิ้มมุมปาก ก่อนจะพยายามปรับสีหน้าเหมือนไม่มีอะไร เอียงแก้มด้านขวาให้อีกฝ่าย ที่กำลังยื่นหน้าเข้ามาใกล้ แต่ในจังหวะที่ริมฝีปากของกันกำลังจะสัมผัสกับเขา คนเจ้าเล่ห์ดันหันหน้ากลับไปจนตำแหน่งที่สัมผัสไม่ใช่แก้ม แต่คือริมฝีปาก


“ป่าปี๊!!”


น้ำเสียงเหมือนไม่พอใจตรงข้ามกับสีหน้าแดงๆ อาการกระฟัดกระเฟียดเหมือนไม่พอใจ ทำให้ออฟิดไม่ได้ที่จะดึงอีกฝ่ายเข้ามากอดไว้หลวมๆ


“ขอโทษ กูไม่ได้ตั้งที่พูดให้มึงรู้สึกไม่ดี”


“อือออ ช่างมันเหอะ”


“มึงก็เลิกไปกอดกับชาวบ้านเขาได้ละ”


“เอ๋า ไปๆ มาๆ ทำไมกันผิดอ่ะ” คนในอ้อมกอดเงยหน้าขึ้นมาถามด้วยสีหน้างงๆ


“ก็กูมัวแต่คิดเรื่องมึงจนนอย จนเหนื่อย จนละเหี่ย จนซึมเศร้า จน..”


“พอๆ เยอะละ” กันตัดบทอีกฝ่าย ก่อนจะผละออกไป “กลับไปได้ละ”


เดินไปไขประตูรั้วก่อนจะเดินเข้าไป แต่ก็หยุดเดิน หันกลับมามองหน้าออฟก่อนจะพูดบางประโยคออกมาเร็วๆ แล้วรีบเดินเข้าบ้าน


“แต่ใจผมก็มีแค่พี่นะ”


ออฟอึ้งไปสักพัก ก่อนจะตะโกนตามหลังกลับไป


“goodnight kiss กูอ่ะ”


“ไม่มีเว้ย”


“รู้งี้พากลับคอนโดก็ดีหรอก เตี้ยเอ้ย”

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}