Finland (ช้อย)

กราบขอบพระคุณสำหรับการสนับสนุนและเป็นกำลังใจด้วยดีมาโดยตลอด ขอบพระคุณจากใจค่ะ/ finland (ช้อย)

Chapter 26 : งานใหม่ของดิน

ชื่อตอน : Chapter 26 : งานใหม่ของดิน

คำค้น : finland,yaoi,ช้อย,ดอกหญ้าที่ปลายฟ้า,เด็กแว้นที่รัก,คนคุก,ไอ้พี่เขยจอมหื่น,รักร้าย ๆ สไตล์ลูกทุ่ง,เด็กขายน้ำกับชายขี้เหงา,ทหารเกณฑ์ฉ่ำรัก,ร้อนรักไฟอารมณ์,เมียผมมันร้าย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 37k

ความคิดเห็น : 219

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ก.พ. 2561 17:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 2,000
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 26 : งานใหม่ของดิน
แบบอักษร

ดิน.....................

ผมงัวเงียตื่นเพราะปวดเมื่อยตามตัวไปหมด หันไปมองข้าง ๆ เห็นไอ้ตะวันมันนอนหลับปุ๋ยไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไร

“ทำไมกูถึงเป็นคนอย่างนี้วะ...? ทำไมกูถึงไม่หัดใจแข็งซะบ้าง ปล่อยให้บ้านี่มันจูงจมูกอยู่ได้”  ผมได้แต่โกรธตัวเองที่มักปล่อยตัวปล่อยใจเมื่อได้อยู่กับไอ้บ้าตะวัน รู้ทั้งรู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้  ไอ้บ้านั่นเห็นผมแค่เป็นของเล่น เป็นที่ปลดปล่อยอารมณ์เท่านั้น แต่ผมก็ยังหลวมตัวไปกับมันอีกจนได้ คิดแล้วก็น่าสมเพชตัวเอง

ผมรีบหยิบเสื้อผ้าเอามาสวมแล้วรีบเดินออกจากห้องมันมา  ผมขี่รถมอเตอร์ไซค์คิดมาตลอดทาง

“ทำยังไงถึงจะไม่ต้องเจอกับไอ้บ้านั่นอีก ผมไม่อยากหลวมตัวไปมากกว่านี้ สุดท้ายคนที่เจ็บก็มีแต่ผมคนเดียว”   ตอนนี้ผมต้องทำอะไรซักอย่างเพื่อที่จะรักษาระยะห่างเอาไว้ ผมมักไม่เป็นตัวของตัวเองเมื่อได้อยู่ใกล้กับไอ้บ้าตะวัน แค่ถูกมันจูบ มันลูบ มันคลำ อารมณ์ผมก็กระเจิงไปไหนต่อไหนแล้ว คิดไปคิดมาก็อยากจะเขกหัวตัวเองซะจริง ขืนเป็นแบบนี้ต่อไปผมกลัวว่าจะหันหลังกลับไม่ได้

“มึงต้องจำเอาไว้เสมอมึงไม่มีอะไรเลยไอ้ดิน มึงไม่คู่ควรกับใครเลยด้วยซ้ำ”   ผมได้แต่ย้ำบอกกับตัวเอง

ผมขี่รถกลับมาถึงบ้านก็เกือบตีสี่  ไฟในบ้านปิดหมดแม่คงยังไม่ตื่น ผมจูงไอ้ลูกรักเอาไปเก็บไว้ข้างบ้าน เสร็จก็เดินไปนั่งที่ชิงช้าใต้ต้นไม้ใหญ่ คิดอะไรของผมไปเรื่อยเปื่อย จะกลับไปนอนต่อก็กลัวว่าจะหลับเลยเวลาทำงาน เพราะตีห้าผมก็จะออกไปทำงานแล้ว   ผมนั่งคิดทบทวนถึงเรื่องของไอ้ตะวัน ไอ้บ้านั่นมันช่างมีผลกระทบต่อจิตใจผมมากขึ้นทุกที

“กูจะทำยังไงดีน๊อ.....?”   เฮ้อออออออ  ผมได้แต่นั่งถอนหายใจยาว  แต่แล้วผมก็ต้องสะดุ้งตกใจเมื่อมีเสียงโทรศัพท์ดังขึ้น 

“ไอ้เหี้ยตื่นปุ๊บก็กวนตีโทรมาหากูปั๊บเลยนะมึง”   ผมบ่นขึ้นมาคิดว่าคงเป็นไอ้ตะวัน  ผมล้วงโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกง แต่แล้วผมก็ต้องแปลกใจเมื่อคนที่โทรมาไม่ใช่มัน แต่กลับเป็น

[สวัสดีครับคุณเมฆ]    ผมรีบเอ่ยทักต้นสายไปก่อน

[โทษทีโทรมาแต่เช้า ดินคงยังไม่ตื่นสินะ]  คุณเมฆบอกกับผม

[ตื่นแล้วครับ ผมออกมานั่งที่ชิงช้าข้างบ้านรอเวลาไปทำงาน]   ผมบอกกับคุณเมฆไป

[คุณเมฆก็ตื่นแต่เช้าเลยนะครับ]  ผมเอ่ยถามกลับไปบ้าง

[ฉันตื่นตั้งนานแล้วล่ะ ลุกมาเคลียร์งานที่คั่งค้างหน่ะ]   คุณเมฆบอกกับผม

ตอนแรกผมคิดว่าพวกเหล่าบรรดาเศรษฐีคงต้องนอนตื่นสาย ไปทำงานเมื่อไหร่ก็ได้ เพราะมีลูกน้องตั้งมากมายที่คอยทำแทนมือแทนเท้า ไม่คิดว่าคนอย่างคุณเมฆจะตื่นมาทำงานตอนเช้าตรู่ถึงเพียงนี้ ผมทึ่งกับคุณเมฆจริง ๆ

[ดินเป็นอะไรรึเปล่า เห็นเงียบไป...?]  แล้วคุณเมฆก็เรียกสติผมกลับ

[ปะเปล่าครับ ผมแค่คิดอะไรของผมไปเรื่อยเปื่อย]   ผมรีบตอบกลับคุณเมฆไป

[คุณเมฆมีอะไรรึเปล่าครับ...?  ผมนึกขึ้นมาได้เลยย้อนถามกลับไป

[ฉันแค่อยากจะโทรมาบอกว่า วันนี้จะไปฝากท้องที่บ้านดินซักวันนะ ขนมปังอยากเจอกับทรายด้วย]   แล้วคุณเมฆก็บอกกับผม

[ได้ครับ เดี๋ยวผมจะบอกแม่ให้]  ผมบอกไป  ถ้าแม่รู้แม่คงจะดีใจมาก

[แล้ววันนี้ดินเลิกงานกี่โมง....?]  คุณเมฆเอ่ยถามกับผม  ตอนแรกผมคิดว่าจะทำโอทีซะหน่อย แต่พอรู้ว่าคุณเมฆจะมากินข้าวที่บ้านผมก็ต้องกลับเร็ว

[ผมเลิกงานห้าโมงเย็นครับ]   ผมบอกกับคุณเมฆไป

[ถ้างั้นฉันไม่รบกวนดินแล้วล่ะ เอาไว้เจอกันตอนเลิกงานนะ]  แล้วคุณเมฆก็บอกกับผม

[ได้ครับ]   ผมตอบกลับไป

หลังจากที่วางสายจากคุณเมฆเสร็จ ผมก็เดินกลับเข้าบ้านเพื่อที่จะไปอาบน้ำเตรียมตัวไปทำงาน

“อ้าวดินเพิ่งกลับมาหรือไง....?”   แม่ตื่นขึ้นมาทำกับข้าวให้ไอ้ทรายพอดี  ผมได้แต่พยักหน้ารับ

“แม่คุณเมฆโทรมาบอกว่าวันนี้จะมากินข้าวที่บ้านเรานะ”   ผมบอกกับแม่ไป

“จริงเหรอดิน...?”  พอแม่ได้ยินก็ดีใจเบิกตากว้าง

“ถ้างั้นวันนี้แม่จะเลิกงานครึ่งวันกลัวกลับมาทำกับข้าวให้คุณเมฆไม่ทัน”   แม่ดีใจเหมือนที่ผมคิดเอาไว้ไม่มีผิด

“โธ่แม่ ถ้าไปทำครึ่งวันทำไมไม่ลาเต็มวันมันเลยล่ะ แค่แม่นั่งรถไปกลับก็เสียเวลาไปเท่าไหร่แล้ว”   ผมบอกกับแม่

“เออจริงด้วย ถ้างั้นวันนี้แม่ลางานวันนึงก็แล้วกัน จะได้เตรียมทำกับข้าวไว้ให้คุณเมฆ  ผักที่ปลูกไว้ก็ง้ามงาม จะทำอะไรให้คุณเมฆกินดีนะ”  แม่ยิ้มหน้าบานบอกกับผม ผมเลยปล่อยให้แม่คิดทำเมนูของแม่ไป ส่วนผมก็กลับเข้าห้องไปอาบน้ำเพื่อที่จะได้ไปทำงาน ไอ้ทรายมันยังคงหลับปุ๋ยอยู่  

พออาบน้ำแต่งตัวเสร็จผมก็บึ่งรถไปทำงาน

“ลุงวันนี้ผมไม่ทำโอนะ พอดีมีธุระหน่ะ”  ผมบอกกับลุงคนขับรถเมล์ไป วันนี้แม่กำชับให้ผมเลิกงานเร็วเพราะคุณเมฆจะมากินข้าวที่บ้านด้วย

“เออ ตามใจเอ็ง”  ลุงทวีคนขับรถตอบกลับผม

หลังจากที่ผมกับขวัญข้าวได้คุยกันเรื่องของไอ้ตะวันเมื่อหลายวันก่อน ตอนนี้ขวัญข้าวก็คุยกับผมเป็นปกติ มีอะไรเธอก็จะเล่าให้ผมฟังไม่ว่าจะเป็นเรื่องเรียน เรื่องเพื่อนที่โรงเรียน เหมือนกับว่าขวัญข้าวไว้ใจผมมากขึ้น ก็เราเป็นเพื่อนกันนี่นา  จนกระทั่งห้าโมงเย็นผมเลิกงานเสร็จ ก็รีบบึ่งรถกลับบ้าน

พอมาถึง

“พี่ดินกลับมาแล้ว”  ไอ้ทรายที่นั่งเล่นอยู่ที่หน้าบ้านรีบวิ่งมาหาผม พอผมเก็บรถเสร็จ

“พี่ดินหวัดดีค้าบ”  มันรีบยกมือไหว้แล้วเข้ามากอดผมแน่น

“แล้วแม่ล่ะ...?”  ผมเอ่ยถามกับมันไปแล้วก็กอดคอพามันเดินเข้ามาในบ้าน

“แม่อยู่ในครัวค้าบ”  มันเงยหน้าบอกกับผม

“อ่ะ เมื่อวานเงินเดือนออก เอาหยอดเก็บไว้ในกระต่ายน้อยนะ”  ผมยื่นแบงค์ร้อยให้กับมัน เพราะทุกเดือนพอเงินเดือนออกผมจะให้น้องหยอดใส่กระปุกออมสินเก็บไว้เดือนละหนึ่งร้อยบาท

“ขอบคุณค้าบ”  มันยกมือไหว้แล้วรีบหยิบเอาตังค์ไปพร้อมกับพับเป็นรูปสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ  เสร็จมันก็วิ่งหายเข้าไปในห้อง  ผมเดินมาหาแม่ในครัวเห็นแม่กำลังง่วนทำกับข้าวมือเป็นระวิง

“แม่ทำกับข้าวกี่อย่างกันเนี่ย ยังไม่เสร็จอีกเหรอ...?”  ผมเอ่ยทักแม่ไป

“ดินเอ็งมาก็ดีแล้ว ล้างผักนี่ให้แม่ที แม่จะเอาไว้ให้คุณเมฆจิ้มกินกับน้ำพริก”  แล้วแม่ก็ใช้ผมทันที  ผมรับเอาถาดผักมา

“ล้างหลาย ๆ น้ำนะดิน ผักจะได้สะอาด”   แม่ย้ำบอกกับผม

“แม่ นี่ถ้าคุณเมฆมากินข้าวที่บ้านเราทุกวัน แม่คงไม่ต้องเป็นอันทำอะไรเลยใช่มั้ยเนี่ย.?”  ผมแกล้งแหย่แม่กลับไป

“ก็ดีหน่ะสิ แม่อยากให้คุณเมฆมากินข้าวที่บ้านเราทุกวันเลยด้วยซ้ำ”  

“น่าน.....อะไรจะขนาดนั้นแม่”    ผมอดขำที่แม่พูดไม่ได้

วันนี้แม่ทำกับข้าวตั้งหลายอย่าง มีทั้งเนื้อ ทั้งปลา น้ำพริก บวกกับผักที่ปลูกเองอีกหนึ่งถาดใหญ่ แม่ภูมิใจกับผักของแม่มาก คงอยากจะนำเสนอ

“ดินเอ็งก็รีบพาน้องไปอาบน้ำซะสิ เดี๋ยวคุณเมฆก็จะมาแล้วนะ”  แม่ยังไม่วายกระตือรือร้น  ผมก็ต้องทำตามสิ ขัดใจได้ที่ไหน

“ป่ะไอ้น้องรัก ไปอาบน้ำกันดีกว่า เดี๋ยวไอ้เปี๊ยกจะเหม็นกลิ่นเหงื่อของมึงไม่รู้ด้วยนะ”  ผมกอดคอไอ้ทรายบอกกับมันไป

“รีบเลยค้าบพี่ดิน”   แล้วมันก็รีบวิ่งเข้าไปในห้องน้ำทันที

“บ้านนี้เป็นอะไรกันนักหนาเนี่ย...? คุณเมฆมาทีทำอย่างกับนายกจะมาเยือน”   เฮ้ออออออ ผมได้แต่ถอนหายใจยาวเดินตามไอ้ทรายไป

หลังจากที่อาบน้ำอาบท่าเสร็จผมกับไอ้ทรายก็ออกมานั่งดูทีวีข้างนอกรอคุณเมฆ ไม่นานนักเสียงบีบแตรรถก็ดังขึ้น ผมชะโงกหน้ามองออกไปที่หน้าบ้าน เห็นรถคุณเมฆจอดอยู่ ผมเลยรีบเดินออกไปเปิดประตูให้ ไอ้ทรายมันก็วิ่งตามผมมาเช่นกัน พอผมเปิดประตูเสร็จ คุณเมฆก็ขับเข้ามาจอดไว้ข้าง ๆ บ้านใกล้กับรถมอเตอร์ไซค์ของผม ไม่นานคุณเมฆก็ลงจากรถมา

“สวัสดีครับ”  ผมยกมือไหว้กล่าวทักทายไป

“สวัสดีดิน”  คุณเมฆคลี่ยิ้มตอบผมกลับ

“ทราย คิดถึงนายที่สุดเลย”   เจ้าเปี๊ยกรีบวิ่งเข้ามากอดไอ้ทรายเอาไว้แน่น

“ป่ะ เราเข้าไปดูการ์ตูนในบ้านกันเถอะ”   ไอ้ทรายมันเอ่ยชวน แล้วไอ้เด็กแสบทั้งสองก็พากันเดินเข้าบ้านไป

“วันนี้ต้องขอรบกวนดินด้วยนะ”  คุณเมฆบอกกับผมด้วยน้ำเสียงที่นุ่มไพเราะ

“ยินดีเลยครับ”  ผมยิ้มตอบกลับไป

พอได้เวลากินข้าว พวกเราทั้งหมดก็มานั่งล้อมวงกันที่โต๊ะ

“คุณคะลองชิมฝีมือป้าซักหน่อย อาจจะไม่อร่อยเหมือนกับที่บ้าน แต่ป้าก็ทำสุดฝีมือ”  แม่รีบตักปลาราดพริกใส่ไว้ในจานคุณเมฆ

“ขอบคุณครับป้า”  คุณเมฆคลี่ยิ้มบอกไป

“ป้าไม่น่าทำกับข้าวไว้หลายอย่างเลย ลำบากเปล่า ๆ”  แล้วคุณเมฆก็บอกกับแม่

“ไม่เป็นไรค่ะ คุณอยากทานอะไรก็บอกป้าได้นะคะ ป้าจะทำให้”  แม่รีบตอบกลับไป

“ผักนี่ป้าก็ปลูกเอง ปลอดภัยไม่ได้ฉีดยาอะไรเลย จิ้มกับน้ำพริกก็อร่อยนะคะคุณ”  แม่นำเสนอผักของแม่ใหญ่

“ดีจังเลยครับ ผมต้องมาฝากท้องที่นี่บ่อย ๆ แล้วล่ะ”  คุณเมฆบอกกับแม่

“ยินดีเลยค่ะคุณ มาเมื่อไหร่ก็โทรบอกกับเจ้าดินได้เลยนะคะ”  แม่ยิ้มไม่หุบเมื่อมีคุณเมฆมากินข้าวที่บ้านด้วย ส่วนเจ้าตัวแสบทั้งสองไม่ต้องพูดถึง โน่นดูทีวีอยู่ข้างนอกโน่น วันนี้คงจะไม่กินข้าวกันแล้วล่ะเพราะเจ้าเปี๊ยกซื้อขนมถุงใหญ่ติดมือมาด้วย

พวกเรานั่งกินข้าวไปคุยกันไป โดยเฉพาะแม่ยิ้มไม่หุบ เจ้าตัวแสบทั้งสองก็วิ่งเล่นแหย่กันหัวเราะเสียงดังไปทั่วบ้าน โดยที่ไม่รู้เลยว่ากำลังมีใครแอบมองอยู่ 

ไม่นานนักคุณเมฆก็เอ่ยขึ้น

“ถ้าผมอยากจะชวนป้าไปทำงานที่บริษัทผม ป้าจะว่ายังไงครับ...?”   คุณเมฆหันไปถามกับแม่ แม่ได้ยินก็ทำหน้าตกใจ รวมถึงผมด้วย

“ป้าทำอะไรไม่เป็นเลยนะคะคุณ ทำเป็นแต่กรรมกรก่อสร้าง”  แม่รีบบอกไป

“ป้าไม่ต้องทำอะไรมากหรอกครับ ก็แค่ชงกาแฟให้กับผม และก็ดูแลห้องทำงานผมเท่านั้น ในส่วนอื่นหรือห้องอื่น ๆ ผมไม่ให้ป้าไปทำหรอก เพราะมีแม่บ้านประจำอยู่แล้ว”   คุณเมฆบอกกับแม่ งานที่คุณเมฆให้แม่ทำก็คืองานที่ดูแลเป็นการส่วนตัวให้คุณเมฆนั่นเอง 

“ทำไมคุณถึงดีกับพวกเราขนาดนี้...?”  แม่มักจะพูดกับคุณเมฆแบบนี้เสมอ เพราะคุณเมฆคอยดูแลช่วยเหลือพวกเราตั้งแต่พ่อยังไม่เสียเลยด้วยซ้ำ

“ผมเห็นว่างานกรรมกรเป็นงานที่หนัก ป้าก็ไม่ค่อยสบายผมเลยอยากให้ป้าได้ทำงานที่ไม่ต้องใช้แรงงานมาก ป้าจะได้พักผ่อนบ้าง”  คุณเมฆบอกกับแม่อีกครั้ง  แม่ได้แต่นิ่งเงียบน้ำตาคลอ

“ตกลงตามนี้นะครับป้า ป้าสะดวกทำงานเมื่อไหร่ก็บอกกับผมได้เลย ผมจะได้สั่งให้แม่บ้านที่เคยดูแลผมให้ไปทำที่อื่นแทน”   คุณเมฆรีบตัดสินใจให้กับแม่ แม่คงจะปฏิเสธอะไรไม่ได้อีก

“แล้วดินล่ะ อยากมาทำงานกับฉันมั้ย...?”    แล้วคุณเมฆก็หันมาถามกับผม ผมได้ยินก็อ้าปากหวอ

“เอ่อ คือ ผมเรียนมาน้อยทำงานไม่เป็นเลยซักอย่าง กลัวว่าจะทำให้งานคุณเมฆเสียหายเปล่า ๆ ”  ผมรีบปฏิเสธไป  คุณเมฆคลี่ยิ้มบาง

“ฉันจะให้ดินเป็นคนขับรถให้ พอทำได้มั้ย....?”   แล้วคุณเมฆก็พูดขึ้น

“ผมขับรถยนต์ไม่เป็นครับ ขี่เป็นแต่มอเตอร์ไซค์”   ผมบอกไปตามความจริง

หึหึหึ  คุณเมฆอดขำไม่ได้  “ฉันรู้แล้ว ฉันจะให้ดินไปเรียนขับรถก่อน”  คุณเมฆบอกกับผม  ผมยังลังเลอยู่ไม่กล้าที่จะรับปาก เพราะกลัวว่าจะทำได้ไม่ดี

“ดิน คุณเมฆให้โอกาสแล้ว เอ็งก็รับเอาไว้ซะสิ”  แล้วแม่ก็บอกกับผม แม่คงจะบอกกับผมเป็นนัย ๆ ให้ตอบแทนคุณเมฆนั่นเอง 

“ก็ได้ครับ”  ผมบอกกับคุณเมฆไป

คุณเมฆดีกับครอบครัวผมมาตั้งแต่ไหนแต่ไร ดีกับเราทุกอย่าง ให้โอกาส ให้ที่อยู่ที่กิน มันมากจนผมไม่รู้จะตอบแทนยังไง คุณเมฆมีบุญคุณท่วมหัว ยิ่งคุณเมฆดีกับพวกเรามากเท่าไหร่ ผมก็รู้สึกปวดใจมากขึ้นเท่านั้น

หลังจากที่กินข้าวกันเสร็จ  ผมก็เลี่ยงเดินออกมานั่งเล่นที่ชิงช้าคนเดียว  คิดอะไรของผมไปเรื่อย เรื่องที่คิดคงหนีไม่พ้นเรื่องของคุณเมฆนั่นเอง  ผมก้มหน้าไม่สบายใจกลัวคุณเมฆจะรู้เรื่องที่ผมเคยก่อเอาไว้ เรื่องที่ผมเคยไปทุบรถของไอ้ตะวัน  ถ้าเกิดวันใดวันหนึ่งคุณเมฆเกิดรู้เรื่องขึ้นมา คุณเมฆคงจะผิดหวังในตัวผมไม่น้อยเพราะช่วยเหลือคนที่ผิดมาตลอด และผมก็ต้องสะดุ้งเมื่อมีมือมาแตะที่ไหล่  ผมรีบเงยหน้าขึ้นมอง

“ขอนั่งด้วยคนนะดิน”  คุณเมฆคลี่ยิ้มบอกแล้วก็นั่งลงที่ชิงช้าข้าง ๆ

“กับข้าววันนี้อร่อยมาก ฉันไม่ได้ทานข้าวเยอะแบบนี้มาตั้งนานแล้ว”  คุณเมฆพูดพร้อมกับคลี่ยิ้มให้ รอยยิ้มจริงใจแบบนี้ผมมองไม่เคยเบื่อ  ผมได้แต่ยิ้มพยักหน้ารับ

“ดินเป็นอะไรรึเปล่า สีหน้าไม่ค่อยดี ลำบากใจที่จะไปทำงานกับฉันใช่มั้ย....? โทษทีที่ฉันเอาแต่ใจไม่ปรึกษากับดินก่อน”   แล้วคุณเมฆก็เอ่ยขึ้นมา

“ปะเปล่าครับ ผมดีใจซะอีกที่จะได้ตอบแทนทำอะไรเพื่อคุณเมฆบ้าง”  ผมรีบบอกไป

“มีอะไรบอกกับฉันได้นะ”  คุณเมฆยังคงอบอุ่นเสมอ ผมสัมผัสได้ทุกครั้งเมื่ออยู่ใกล้ ๆ

ครอบครัวผมโชคดีเหลือเกินที่ได้รับความเมตตาจากคุณเมฆ

.


.................................................................................

To be continue....................................

...................................................................................


ขณะที่ครอบครัวดินกับคุณเมฆพูดคุยกันอย่างสนุนสนานอยู่ภายในบ้าน กลับไม่รู้เลยว่ามีใครบางคนแอบมองอยู่ ดินกับแม่จะได้เข้าไปทำงานที่บริษัทของคุณเมฆแล้ว  ดินได้เป็นคนขับรถทำงานใกล้ชิดกับคุณเมฆอีกต่างหาก ถ้าตะวันรู้นางจะทำอย่างไร ความสัมพันธ์ของพี่น้องจะแตกหักหรือไม่ ดินคนที่อยู่ตรงกลางระหว่างคนทั้งสอง ซึ่งดินก็ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรด้วยเลยจะได้รับผลกระทบอย่างไร โปรดคอยติดตามได้ในวันพรุ่งนี้ เสาร์-อาทิตย์ ช้อยจะอัพตอนสาย ๆ นะคะ 

กราบขอบพระคุณเป็นอย่างสูงที่กรุณาติดตามและคอยสนับสนุนด้วยดีมาโดยตลอด

1 เม้น = 1 กำลังใจ

ขอบพระคุณค่า


finland (ช้อย)

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}