อัณณากานต์ / รตี / ตั้งใจเขียน
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

เนื่องจากนิยายมีเยอะมากทำให้ตามอ่านคอมเม้นไม่ทั่วถึง หากต้องการพูดคุยกับนักเขียนหรือสั่งซื้อนิยายทำมือ ติดต่อได้ที่เพจ "สำนักพิมพ์ ตั้งใจเขียน" หรือเพจ "อัณณากานต์”

ตอนที่ 4 เสียสละ

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 เสียสละ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.9k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 18 พ.ค. 2561 11:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 เสียสละ
แบบอักษร

             วันจันทร์ถึงศุกร์แพรนวลทำงานที่ร้านสามแห่งช่วงเช้าถึงบ่ายเป็นร้านกาแฟและร้านขนมส่วนเย็นถึงดึกทำร้านอาหาร เป็นชีวิตหนึ่งเดือนที่ลำบากแสนสาหัสแต่เธอก็ไม่เคยปริปากบ่นให้ใครได้ยินความเหนื่อยของเธอหายไปหมดสิ้นยามที่ค่าแรงมาอยู่ในมือ มันไม่ใช่เงินก้อนโตแต่ก็ช่วยให้ครอบครัวอยู่รอดได้วันต่อวัน

             ส่วนวันเสาร์กับอาทิตย์เธอจะไปเป็นพริตตี้ประจำบูธขายอาหารและเครื่องดื่มคอยแนะนำสินค้าใหม่ๆ ให้ผู้คนที่มาจับจ่ายใช้สอย งานนี้ถึงจะไม่เหนื่อยเท่างานวันธรรมดาแต่กลับได้รับการดูถูกและสายตาหื่นกามมากกว่าหลายเท่าแต่แพรนวลก็อดทนทุกครั้งที่อยากตะบันหน้าไอ้คนขี้หลีเธอจะนึกถึงหน้าพ่อกับแม่เพื่อระงับสติอารมณ์

             ห้าทุ่มกว่าของคืนวันเสาร์แพรนวลกำลังนอนเหยียดแข้งเหยียดขาเพื่อบรรเทาความเมื่อยล้าแล้วเสียงโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นและเธอค่อนข้างตกใจเมื่อเห็นชื่อคนที่โทรเข้ามา

เริ่มต้นสายสนทนา

แพรนวล: มีอะไรจ๊ะแม่

มารดา: แผลของพ่อมันดูไม่ดีเลยแพร

แพรนวล: มันแย่ลงกว่าเมื่อต้นเดือนอีกเหรอจ๊ะแม่

มารดา: แย่กว่าเดิมมากเลยลูก พรุ่งนี้แพรเข้างานกี่โมง ช่วงเช้าแวะมาดูพ่อให้หน่อยได้ไหม

แพรนวล: แม่จะไปไหนจ๊ะ

มารดา: แม่ว่าจะเอาทองไปจำนำ

แพรนวล: ทองที่พ่อให้แม่วันแต่งงานเหรอจ๊ะ

มารดา: ใช่ลูก มันจำเป็น

แพรนวล: อย่าเลยจ้ะแม่ พ่อรู้พ่อจะเสียใจเดี๋ยวแพรเอาสร้อยข้อมือแพรไปฝากเองจ้ะ

มารดา: แต่นั่นมันของขวัญวันเกิดหนูนะแพร

แพรนวล: แค่เอาไปฝากจ้ะ เดี๋ยวหนูก็ไปรับคืน หนูไม่อยากให้แม่เอาของที่พ่อให้ไปจำนำ

มารดา: แม่ก็ไม่อยากให้ลูกเอาของที่แม่ให้ไปจำนำเหมือนกัน

แพรนวล: หนูสัญญาจ้ะแม่ว่าจะไปไถ่คืนแน่นอน แต่ทองเส้นนั้นมีความหมายกับบ้านของเรานะจ๊ะอย่าเอาไปให้คนอื่นเลย ของหนูมันเพิ่งอายุไม่กี่ปียังไม่ผูกพันกันเท่าไหร่

มารดา: แพร แม่ขอบใจหนูมากนะ ขอบใจจริงๆ

แพรนวล: มันเทียบไม่ได้เลยที่พ่อกับแม่ทำให้หนูมาตั้งแต่เกิด พรุ่งนี้หนูจะรีบไปร้านทองแล้วไปหาแม่ก่อนนะจ๊ะ

มารดา: จ้ะลูก รีบนอนเถอะดึกมากแล้ว ฝันดีนะลูก

แพรนวล: สวัสดีค่ะแม่

จบสายสนทนา

             แพรนวลวางมือถือไว้ข้างหมอนแล้วน้ำตาก็ไหลริน สร้อยทองเส้นนี้แม่ให้ตอนที่อายุเต็มสิบแปดปีเต็มแม่บอกว่าเธอเป็นผู้ใหญ่แล้วสามารถใส่เครื่องประดับที่มีราคาแพงได้ เธอรู้ว่าพ่อกับแม่เก็บหอมรอมริบอยู่นานกว่าจะได้มันมาเธอจึงรักสร้อยเส้นนี้มากแต่เมื่อถึงคราวจำเป็นก็ต้องยอมสละมันไปก่อน

เช้าวันใหม่

             แพรนวลตื่นแต่เช้าแล้วนั่งรถประจำทางไปลงที่ตลาดแถวๆ บ้านของมารดา เธอได้แต่ภาวนาขอให้มีร้านทองสักร้านเปิดแต่เช้าตรู่ด้วยเถอะเพราะร้านส่วนใหญ่มักจะเปิดเอาตอนสายๆ

             “เฮ้อ อย่างน้อยก็ยังมีโชคดีกับเขาบ้าง” ร้านสีแดงที่อยู่ลิบๆ เปิดประตูเหล็กที่กั้นแล้ว เธอจึงสาวเท้ามุ่งหน้าไปอย่างว่องไว

             ภายในร้านก็เหมือนร้านทองทั่วๆ ไป มีตู้โชว์ทองสุกอร่ามละลานตาแต่เธอไม่เจอใครเลยที่ด้านหลังเคาน์เตอร์มีแค่ผู้ชายคนหนึ่งนั่งอยู่และเขากำลังอ่านหนังสือพิมพ์

             “เอ่อ ขอโทษนะคะ” แพรนวลเอ่ยถามด้วยเสียงกระซิบกับคนเพียงคนเดียวที่เธอเห็น

             “อ้าว เดินเข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่ครับเนี่ย ผมไม่ได้ยินเลย มีอะไรให้ช่วยครับ” วินสตันลดหนังสือพิมพ์ลงแล้วก็เจอกับหญิงสาวร่างโปร่งใบหน้าซีดเซียวคนหนึ่ง ถึงเธอจะดูซีดๆ แต่ก็ไม่อาจกลบรัศมีความงามของใบหน้าที่แสนหวานไปได้

             “คือฉัน ฉันจะเอาทองมาจำนำค่ะ ต้องขอโทษด้วยนะคะที่มาประเดิมแบบนี้” แพรนวลรู้ว่าคนทำมาค้าขายมักจะถือเรื่องลูกค้ารายแรกของวัน ตามมารยาทถ้าไปอุดหนุนแต่เช้าตรู่ไม่ควรต่อราคาให้พ่อค้าแม่ขายต้องเสียอารมณ์เพราะเขาถือเคล็ดว่าถ้าต่อกันแต่เช้าวันนั้นลูกค้าก็จะต่อรองขอลดทั้งวันและเธอเองก็มาแต่ไก่โห่แถมไม่ได้มาซื้อแต่มาเอาเงิน

             “อ้อ ไม่เป็นไรครับผมไม่ถืออะไรแบบนั้นหรอก ดูจากหน้าผมก็น่าจะรู้” วินสตันกล่าวติดตลกเพราะเขาอยากให้หญิงสาวคนนั้นได้ยิ้มบ้าง เธอดูเครียดและเหนื่อยล้าเหลือเกิน

             “ผมช่วยไหม” แพรนวลวางข้อมือไปบนตู้กระจกใสแจ๋วและเย็นเฉียบ เธอพยายามจะถอดตะขอที่สร้อยแต่มือกลับสั่นจนหยิบจับอะไรไม่ติด

             “รบกวนด้วยค่ะ” แพรนวลยื่นข้อมือขาวซีดไปให้ฝรั่งแปลกหน้า ทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่ปกติร้านทองจะเป็นของพวกคนจีนไม่ใช่หรือ ตั้งแต่เกิดมาจนป่านนี้ไม่เคยเห็นฝรั่งหรือชาติอื่นเลยที่เป็นเจ้าของร้านทองแถมเขายังไว้หนวดเครารุงรังถ้าบอกว่าเป็นโจรก็เชื่อตั้งแต่อ้าปากเลยทีเดียว

             แค่เพียงพริบตาสร้อยทองก็หลุดจากข้อมือเล็กจิ๋ว สายตาของเธอที่มองมันเจ็บปวดระคนเสียใจอย่างสุดซึ้งเธอคงรักและผูกพันกับสร้อยเส้นนี้มาก วินสตันได้แต่คิดว่าถ้าได้รับสายตาอาลัยอาวรณ์แบบนี้จากเธอเขาจะไม่มีวันทอดทิ้งเธอเป็นอันขาดให้อยู่ห่างกันสักวินาทีเขาก็จะไม่ทำ

             “หนึ่งบาทถ้วน ร้านให้ได้หมื่นเจ็ดพันห้าร้อย”

             “เอ่อ ถ้าจะรับแค่หมื่นเดียวได้ไหมคะ” แพรนวลคิดคำนวณแล้วว่าการมีหนี้ก้อนโตเป็นเรื่องไม่ดีแน่ เอาไปเท่าที่จำเป็นต้องใช้น่าจะดีกว่า

             “ได้ครับแล้วแต่คุณเลยแต่ถ้าอยากได้เงินเพิ่มก็มารับส่วนที่เหลือได้แล้วดอกเบี้ยก็จะเพิ่มตาม”

             “ค่ะ ขอแค่หมื่นเดียวค่ะ”

             “งั้น รอเดี๋ยวนะครับ” วินสตันไขตู้เซฟแล้วหยิบเงินออกมา จากนั้นจึงกรอกรายละเอียดการจำนำลงไปในแบบฟอร์ม

             “วันที่ห้าเดือนหน้านะครับ ถ้าไม่มีเงินมาไถ่ก็มาส่งแต่ดอกก็ได้” วินสตันกล่าวพร้อมกันยื่นเอกสารแผ่นเล็กๆ ให้เธอ

             “ขอบคุณค่ะ” แพรนวลตอบด้วยเสียงเลื่อนลอย รสชาติของการสูญเสียมันเป็นแบบนี้เองใช่ไหม

             “นับก่อนออกจากร้านนะครับ” เขายื่นเงินให้เธอหนึ่งปึก

             “ขอบคุณค่ะ ฝากด้วยนะคะแล้วฉันจะรีบมาไถ่คืน” แพรนวลเอ่ยลา นัยน์ตาหวานแต่แสนเศร้ามองสร้อยข้อมือเป็นครั้งสุดท้ายแล้วจำใจเดินออกมา

             “แพรนวล ฉัตรโกมล” วินสตันอ่านชื่อและนามสกุลของหญิงสาวแปลกหน้าแล้วรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาด นามสกุลนี้เขาเคยได้ยินมาก่อนแน่ๆ แต่นึกยังไงก็นึกไม่ออก

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น