อัณณากานต์ / รตี / ตั้งใจเขียน
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

เนื่องจากนิยายมีเยอะมากทำให้ตามอ่านคอมเม้นไม่ทั่วถึง หากต้องการพูดคุยกับนักเขียนหรือสั่งซื้อนิยายทำมือ ติดต่อได้ที่เพจ "สำนักพิมพ์ ตั้งใจเขียน" หรือเพจ "อัณณากานต์”

ตอนที่ 3 ต้องอดทน

ชื่อตอน : ตอนที่ 3 ต้องอดทน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.1k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 18 พ.ค. 2561 11:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 3 ต้องอดทน
แบบอักษร

        “คิดดีแล้วเหรอแพร” อาจารย์ที่แพรนวลให้ความเคารพถามย้ำเป็นครั้งที่สอง

        “ดีแล้วค่ะอาจารย์ ตอนนี้หนูต้องเป็นเสาหลักให้ครอบครัวก่อนค่ะ”

        “ถ้าแพรไม่อยากดรอป อาจารย์หาทางช่วยได้นะ” ผู้มีศักดิ์เป็นอาจารย์แนะนำระคนเกลี้ยกล่อม แพรนวลเป็นเด็กเรียบร้อย ผลการเรียนก็อยู่ในเกณฑ์ดีน่าเสียดายมากถ้าต้องทิ้งไปกลางคัน

        “หนูขอบคุณมากค่ะในความช่วยเหลือของอาจารย์หนูทราบค่ะว่าอาจารย์ช่วยหนูได้แน่ๆ แต่หนูไม่อยากเอาเปรียบใครทั้งนั้น ตอนนี้เพื่อนๆ ก็ต้องมาจดย่อวิชาต่างๆ ให้หนู รายงานหนูก็ไม่ได้ช่วยทำ ถ้าหนูจะเรียนจบด้วยวิธีแบบนี้หนูก็ไม่ภูมิใจเลยค่ะอาจารย์” แพรนวลอธิบายให้อาจารย์เข้าใจ

        “อาจารย์รู้ว่าหนูคงตัดสินใจมาดีแล้วแต่ถ้าขาดเหลืออะไรขอให้นึกถึงอาจารย์เป็นคนแรกนะ”

        “ขอบคุณมากค่ะอาจารย์ หนูจะไม่ลืมพระคุณของอาจารย์เลยค่ะ”

        “โชคดีนะลูกแล้วรีบกลับมาเรียนต่อก่อนอาจารย์จะเกษียณนะ”

        “แน่นอนค่ะอาจารย์”

        เมื่อรับประทานอาหารที่บ้านเรียบร้อย แพรนวลก็เดินทางมาที่มหาวิทยาลัยแล้วตรงไปที่คณะทันทีเพื่อยื่นเรื่องขอระงับการศึกษาเอาไว้ก่อน อาจารย์ที่เธอเคารพรักซักถามอยู่นานเธอจึงอธิบายพร้อมเหตุผลให้ฟังท่านจึงยินยอมในที่สุด ถ้าจะมีใครเสียใจในเหตุการณ์ครั้งนี้แบบรวดร้าวถึงขั้วหัวใจก็ต้องเป็นเธอแน่นอน ทำไมเธอจะไม่อยากเรียนต่อ ทำไมเธอจะไม่อยากเรียนจบพร้อมเพื่อนๆ และออกไปวิ่งไล่ตามความฝัน

        แต่ชีวิตครอบครัวของเธอมาถึงทางตันแล้ว พ่อที่เป็นเสาหลักล้มลง แม่ที่เป็นเสารองก็กำลังจะแย่เพราะภาระการเงินรุมเร้ายิ่งมาเพิ่มงานพยาบาลคนป่วยเรื้อรังเข้าไป คนปกติก็พาจะป่วยตามกันไปอีกคนซึ่งสิ่งเดียวที่จะแก้ปัญหาทุกอย่างได้ก็คือเงินและเธอเป็นเพียงเรี่ยวแรงเดียวในบ้านหลังนี้ที่ยังมีกำลังเหลืออยู่

        เมื่อก่อนบิดาของแพรนวลทำงานเป็นช่างไฟฟ้าที่ตึกแห่งหนึ่งแต่พอประสบอุบัติเหตุบริษัทก็เชิญออก ส่วนมารดาเป็นแม่บ้าน ทำขนมหวาน ร้อยมาลัยแล้วก็รับแก้ไขงานผ้าเล็กๆ น้อยๆ มาตั้งแต่ลูกสาวลืมตาดูโลกเพราะอยากมีเวลาดูแลลูกเพียงคนเดียวให้ดีที่สุด ถ้าไม่ประสบเคราะห์ร้ายครอบครัวฉัตรโกมลก็อยู่ในเกณฑ์ชนชั้นกลางทั่วไป

        “คิดดีแล้วเหรอแก” อมราหรืออุ้มเพื่อนสนิทของแพรนวลเอ่ยถามเมื่อเพื่อนเล่าถึงสิ่งที่เพิ่งทำลงไป

        “คิดดีแล้ว” แพรนวลตอบพร้อมยิ้มน้อยๆ เพราะตั้งแต่เช้าได้รับคำถามนี้มาถึงสามรอบด้วยกัน

        “ฉันทำการบ้านทำรายงานให้แกได้นะแพร อย่าดรอปเลย” อุ้มรู้แค่ว่าบิดาของเพื่อนขาขาดและการเงินไม่คล่องตัวเท่าไหร่แต่ก็ไม่คิดว่าเพื่อนจะดรอปเพราะแพรนวลรักการเรียนมาก

        “ถ้าเรียนจบด้วยน้ำพักน้ำแรงคนอื่น เราควรภูมิใจเหรออุ้ม”

        “ก็ไม่” อมรายอมรับ

        “ที่แกทำให้ฉันมาเกือบทั้งปี ฉันก็ไม่รู้จะตอบแทนยังไงแล้วตอนนี้ฉันยังไม่มีปัญญาแต่ฉันสัญญาถ้าวันหนึ่งที่ฉันพร้อมฉันมีมากกว่านี้ฉันจะนึกถึงแกคนแรก”

        “แกไม่ต้องตอบแทนอะไรฉันเลย ฮือๆๆ” อมราร้องไห้โฮ เธอไม่เคยอยากได้สิ่งใดกลับมาที่ทำก็เพราะรักและหวังดีกับเพื่อน แพรนวลกับเธอรู้จักกันมาตั้งแต่มัธยมต้นเธอรู้ดีว่าการได้ใส่ชุดครุยคือความฝันของเพื่อน

        “ทำยังกับฉันจะตายจากไปไหน” แพรนวลเย้าเพื่อนขี้แย

        “บ้า ปากสุนัขจริงแกเนี่ย”

        “โอ๋ๆๆ ไม่ร้องนะ เราก็ยังนัดเจอกันได้นะอุ้ม ไม่ต้องเศร้าน้า”

        “คิดว่าจะไม่ได้เจอแกทุกวันมันก็เหงานะแพร”

        “ฉันก็เหมือนกัน” สองสาวกอดกันแน่นแล้วนึกถึงวันข้างหน้า ข้างอมราไม่มีสิ่งใดให้กังวลมากนักส่วนด้านแพรนวลมีแต่หนทางมืดมนที่รอคอยอยู่ข้างหน้า

.

.

        “ลองชิมได้นะคะ น้ำส้มผสมเนื้อส้มสูตรใหม่หวานน้อยกว่าสูตรเดิมที่เพิ่มเติมคือเนื้อและความเข้มข้น” แพรนวลท่องสรรพคุณของน้ำส้มเหมือนนกขุนทองพร้อมกับโปรยยิ้มไปด้วย ส่วนมือก็ยื่นแก้วพลาสติกเล็กๆ ให้ลูกค้าที่เดินผ่าน

        วันนี้เป็นการทำงานวันแรกในฐานะผู้แนะนำสินค้าและสินค้าของเธอวันนี้คือน้ำส้มผสมเนื้อส้มสูตรใหม่ที่หวานน้อยกว่าสูตรเดิมแต่ให้รสชาติเข้มข้นมากกว่า เธอต้องแจกตัวอย่างให้หมดในขณะที่ลูกค้าชิมก็ต้องพูดเยินยอน้ำรสส้มไปด้วยถ้าลูกค้าคล้อยตามยอมซื้อติดมือกลับบ้านเธอก็จะได้ค่าคอมมิสชั่นเพิ่ม

        “ถุย!” นั่นคือคำบรรยายรสชาติแบบสั้นๆ จากแพรนวล

        ถ้ายาวๆ ก็คือ เป็นน้ำส้มที่จืดชืดไร้รสชาติสิ้นดี เนื้อส้มก็แหยะๆ เละๆ เหมือนส้มเน่าแถมกลิ่นก็สังเคราะห์จนหาความเป็นธรรมชาติไม่เจอทั้งที่ข้างกล่องเขียนตัวเบ้อเร่อว่าทำจากวัตถุดิบธรรมชาติร้อยเปอร์เซ็นต์ เธอเพิ่งได้เรียนรู้วันนี้เองว่าโลกของการทำงานและจรรยาบรรณที่ขัดแย้งมันเป็นยังไง ถ้าเมื่อก่อนเธอก็แค่พูดไปตรงๆ ว่าหาความอร่อยไม่เจอแต่ตอนนี้เธอพูดแบบนั้นไม่ได้เพราะถ้าเจ้าของแบรนด์ได้ยินได้ฟ้องร้องเธอจนหมดตัวแน่ๆ ที่เลือกให้มานำเสนอสินค้าแต่ดันมาดิสเครดิตผลิตภัณฑ์ที่ตัวเองทำงานให้

        “แหวะ! ไม่เห็นอร่อยเลย ยังกะน้ำส้มเน่า” หนึ่งในลูกค้าที่รับน้ำส้มไปชิมสบถออกมาดังลั่น แพรนวลคิดในใจว่าเธอก็รู้สึกแบบนั้นแหละ

        “ทิชชู่ค่ะ ขอโทษนะคะที่รสชาตินี้อาจไม่ถูกปาก แบรนด์ของเรามีอีกหลากหลายรสชาติให้เลือกดื่มนะคะ” แพรนวลยื่นทิชชู่ให้ลูกค้าด้วยความนอบน้อม

        “จะมีอีกกี่รสก็ไม่แดกหรอก คิดว่าแต่งตัวล่อตะเข้แล้วจะช่วยได้รึไงยะ”

        “ว๊าย” น้ำส้มที่เหลือติดก้นแก้วถูกสาดมาที่ใบหน้าของแพรนวล หญิงสาวไม่คาดคิดว่าจะเกิดเหตุการณ์แบบนี้จึงไม่ทันระวังตัวใดๆ

        “คุณ ทำแบบนี้มันผิดนะครับ” พนักงานประจำห้างสรรพสินค้าเข้าไปตักเตือน

        “กูเป็นลูกค้า จะทำอะไรก็ได้ มึงก็เถอะเห็นสวยๆ หน่อยก็กางปีกปกป้อง ผู้ชายก็หน้าม่อเหมือนกันหมด”

        “พูดแบบนี้ให้ตำรวจมาเคลียร์ดีกว่า มันเข้าข่ายทำร้ายร่างกายและทำให้อับอายนะครับ”

        “พี่คะ อย่าให้เป็นเรื่องใหญ่โตเลยค่ะ” แพรนวลกระซิบบอกพนักงานชายที่เข้ามาช่วย

        “ไปเลยนะ ก่อนผมจะเรียกตำรวจ” ลูกค้าสาวตัวกลมที่มีปมเกี่ยวกับรูปลักษณ์ของตัวเองรีบเดินหนีไปอย่างว่องไว เธอเองก็ทราบดีว่าไม่มีสิทธิ์ไปทำกิริยาต่ำๆ แบบนั้น แต่เมื่อเห็นสายตาของเหล่าคุณผู้ชายที่จ้องมองแม่สาวน้ำส้มนุ่งสั้นด้วยความชื่นชมบูชาก็ทำให้หมั่นไส้จนขาดสติ

        “ขอบคุณนะคะ” เธอพึมพำกับชายหนุ่มคนนั้นเบาๆ แล้ว ซับน้ำส้มออกจากใบหน้าถึงจะอยากมุดดินหนีไปให้ไกลขนาดไหนเธอก็ทำไม่ได้เพราะยังไม่หมดเวลางาน ถ้าทิ้งไปกลางคันก็หมายถึงเงินที่จะหายวับไปกับตาและคงโดนใบเตือนเป็นแน่แท้เพราะแค่มาทำงานวันแรกก็สร้างเรื่องซะแล้ว

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น