หอหมื่นอักษร

ยามเมื่อเมฆฝนพัดผ่าน สองเราจะฝ่าฟันมันไปด้วยกันนะ...

ตอนที่ 106 ล้อเล่น / ตอนที่ 107 มีแค่อวิ๋นตั่วที่จัดการเขาได้

ชื่อตอน : ตอนที่ 106 ล้อเล่น / ตอนที่ 107 มีแค่อวิ๋นตั่วที่จัดการเขาได้

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.3k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 31 ม.ค. 2561 15:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 106 ล้อเล่น / ตอนที่ 107 มีแค่อวิ๋นตั่วที่จัดการเขาได้
แบบอักษร



ตอนที่ 106  ล้อเล่น


นึกไม่ถึงว่าวันหยุดยังผ่านไปไม่ถึงหนึ่งวัน โชคชะตาอันเลวร้ายก็มาเยือนเสียแล้ว อวิ๋นตั่วส่องกระจกดูหน้าตัวเอง ยิ่งดูก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองน่าสงสาร โชคดีนะที่คุณครูฟางกับคุณครูภาษาอังกฤษยังมีมนุษยธรรม ไม่ได้ใช้ให้เพื่อนๆ นำกระดาษข้อสอบมาให้เธอ ไม่อย่างนั้นวันหยุดคงได้กลายเป็นวันรับโทษแล้ว

เมื่อพลิกดูกระดาษข้อสอบพวกนั้น ทำไมข้อที่เธอไม่เข้าใจถึงได้มีเยอะขนาดนี้นะ และเธอก็ยิ่งไม่รู้อีกว่าถ้าตัวเองเข้าใจคำถามพวกนี้แล้วจะมีประโยชน์อะไร?

ถ้าจะหวังให้เธอทำกระดาษข้อสอบพวกนี้ให้หมดนั้นก็คงจะเป็นไปไม่ได้ นอกเสียจากจะขยายวันหยุดให้เธอเป็นหนึ่งปี แต่คุณแม่ให้เธอลาหยุดเพียงหนึ่งสัปดาห์เท่านั้น อีกทั้งบาดแผลบนใบหน้าก็ไม่ให้ความร่วมมือ วันต่อมาก็เหลือแค่รอยแผลเป็นแล้ว

อวิ๋นตั่วจึงโทรขอความช่วยเหลือจากภายนอก “พี่อวี่เจ๋อ มีอยู่คำถามหนึ่งที่หนูทำไม่ได้ค่ะ”

“คำถามอะไร?” อวี่เจ๋อรู้สึกแปลกใจ “เธอลาหยุดแล้วไม่ใช่เหรอ?”

“คุณครูตาขีดให้เซียวเซียวกับจื่อเถิงเอากระดาษข้อสอบมาให้หนูค่ะ เขาบอกว่าถึงแม้จะลาหยุด แต่ก็จะละทิ้งการเรียนไม่ได้ ใกล้จะสอบกลางภาคแล้ว กลัวว่าการเรียนหนูจะถดถอยค่ะ”

“กระดาษข้อสอบกี่แผ่น?”

อวิ๋นตั่วนับอยู่ครู่หนึ่ง “หนึ่ง สอง สาม......สิบห้าแผ่นค่ะ พี่ว่าเขาว่าบ้าหรือเปล่าล่ะคะ คุณแม่ลาหยุดให้หนูเจ็ดวัน เขาให้กระดาษข้อสอบหนูมาสิบห้าแผ่น สมองของเขามีปัญหาหรือเปล่า? สมองเขาต้องพังเพราะสอนคณิตศาสตร์แน่ๆ เลย”

เมื่ออวี่เจ๋อลองคิดดูแล้ว กระดาษข้อสอบสิบห้าแผ่น ถ้าให้พูดผ่านโทรศัพท์คงไม่ชัดเจนแน่ “พรุ่งนี้เธอเอากระดาษข้อสอบมาที่ออฟฟิศพี่ ไม่เข้าใจตรงไหนจะได้ถามพี่ได้สะดวก”

“พี่มีธุระไม่ใช่เหรอคะ?”

“ยังมีชีซิงกับเฉินอวี้อยู่ ต้องมีสักคนที่ว่างมาสอนเธอได้อยู่แล้ว”


วันถัดมา อวิ๋นตั่วก็หยิบกระดาษข้อสอบไปหาอวี่เจ๋อจริงๆ

และเฉินอวี้กับชีซิงไม่ใช่ครูที่ดีเลยจริงๆ พอพวกเขาเห็นคำถาม ประโยคแรกที่พวกเขาพูดก็คือ “ข้อนี้ก็ทำไม่ได้เหรอ ออกจะง่าย!”

สิ่งนี้ทำให้อวิ๋นตั่วรู้สึกว่าตัวเองนั้นโง่เขลา

แต่พอเจียงหนานเห็นว่าอวิ๋นตั่วหน้าแดง เธอจึงเดินเข้ามาหาด้วยความหวังดี “พวกนายไปทำงานของตัวเองเถอะ เดี๋ยวฉันสอนเธอเอง”

อวิ๋นตั่วรู้สึกว่าเจียงหนานนั้นเป็นศัตรู จึงไม่ยอมแสดงความโง่เขลาของตัวเองต่อหน้าเธอ “หนูทำเองได้ค่ะ”

แต่ของบางอย่าง ใช่ว่าตัวเองคิดอยากพยายามแล้วจะทำสำเร็จได้ พอทำไปได้แค่สองข้อ เธอก็ชะงักแล้ว อวิ๋นตั่วกัดหัวปากกาแล้วคิดหาคำตอบ ก้มหัวแอบมองเจียงหนานแวบหนึ่ง เธอนั่งอยู่ตรงนั้น กำลังรอให้ตนเข้าไปขอความช่วยเหลือ

อวิ๋นตั่วยังคงดึงดันที่จะไม่ขอความช่วยเหลือจากเธอ “พี่ทำงานของพี่ไปเถอะค่ะ”

เจียงหนานหยิบกระดาษเปล่าออกมาแผ่นหนึ่ง เธอแก้โจทย์แล้วอธิบายไปด้วยเหมือนพูดกับตัวเอง จากนั้นก็หันไปยิ้มบางๆ ให้อวิ๋นตั่ว

อวิ๋นตั่วรู้สึกสลดใจมาก นางฟ้าไม่ได้เป็นแค่นางฟ้า แต่ไอคิวก็ยังสูงว่าเธออีกด้วย

“ยังมีวิธีแก้โจทย์อีกแบบหนึ่ง จะลองฟังดูไหมล่ะ?” เจียงหนานว่า

เธอไม่รอให้อวิ๋นตั่วตอบคำถาม ก็หยิบกระดาษออกมาเขียนแล้ว เป็นวิธีแก้โจทย์ที่ไม่เหมือนกันจริงๆ ด้วย

 “พี่รู้ได้ยังไงคะ?” อวิ๋นตั่วรู้สึกนับถือเจียงหนานขึ้นมาบ้างแล้ว

เจียงหนานตอบขึ้นว่า “ที่จริงคำถามคณิตศาสตร์สูตรมันก็วนอยู่เหมือนเดิมนั่นแหละ ถ้าเธอหาสูตรเจอ เธอจะพบว่าไม่มีข้อไหนที่ยากเลย พรุ่งนี้พี่จะอธิบายให้เธอฟังแบบละเอียด ดีไหม?”

“หนูมีคุณครูแล้ว เขาก็บอกหนูบ่อยๆ เหมือนกันค่ะ แต่หนูจำไม่ได้ แล้วจะให้ทำยังไงล่ะคะ?” อวิ๋นตั่วชำเลืองมองอวี่เจ๋อ เห็นอีกฝ่ายกำลังก้มหน้าก้มตาทำงาน ไม่ได้สนใจที่เธอใส่ร้ายป้ายสีเลยสักนิด

เจียงหนานจึงหัวเราะแล้วพูดขึ้นว่า “อยากไล่เขาออก แล้วหาคนที่เก่งกว่านั้นไหมล่ะ?”

“ไม่ได้นะคะ! หลายปีมานี้ถึงแม้จะไม่มีผลงานแต่เขาทำงานหนักนะคะ ถ้าไล่เขาออกแบบนี้ จะหาได้ว่าบ้านอวิ๋นของเราใจร้ายใจดำ”

“ไม่เคยคิดเลยว่าการที่รับพี่เป็นครูสอนพิเศษจะฝืนใจเธอขนาดนี้ ในเมื่อเป็นแบบนี้ก็ช่างมันเถอะ ถ้าอย่างนั้นพรุ่งนี้พี่ยื่นใบลาออกเลยดีไหม?” จู่ๆ อวี่เจ๋อก็เปิดปากพูดขึ้นอย่างที่ไม่มีใครคาดคิด

“ลูกพี่ก็มีช่วงเวลาที่จิตใจเปราะบางเหมือนกันนี่ ช่างเกินความคาดหมายจริงๆ” เฉินอวี้พูดขึ้น

“หนูแค่ล้อเล่นเองนะคะ พี่คิดเป็นจริงเป็นจังด้วยเหรอ?” อวิ๋นตั่วรีบร้อนอธิบาย



--------------------​----------​----------​----------​



ตอนที่ 107  มีแค่อวิ๋นตั่วที่จัดการเขาได้


อวี่ซีเป็นคนนำอาหารเที่ยงมาส่ง โดยที่มีหลินเพียวเพียวเดินตามหลังมาด้วย

หลินเพียวเพียวปฏิบัติกับทุกคนอย่างมีน้ำใจไมตรี ทำราวกับว่าตัวเองนั้นเป็นเถ้าแก่เนี้ย ทุกคนที่ได้รับน้ำใจจากเธอต่างก็รู้สึกอึดอัดจนทำตัวไม่ถูก อวี่เจ๋อใช้สายตาถามน้องสาวของตัวเองว่าทำไมถึงมีเหตุการณ์แบบนี้ได้

อวี่ซีอธิบายให้พี่ชายฟังเบาๆ “อย่าโทษหนูนะ พอดีเจอกันกลางทาง พี่เขาก็จะมากับหนูให้ได้เลย หนูคิดว่าเราเป็นเพื่อนบ้านกันมาหลายปี เลยไม่สะดวกใจจะปฏิเสธจริงๆ”

“ฉันอยากจะมาดูนานแล้วแต่ว่าไม่มีเวลาเลย นึกไม่ถึงว่าพวกนายจะทำกันได้ดีขนาดนี้!” หลินเพียวเพียวว่า

เฉินอวี้จึงบอกว่า “นี่ยังไม่เรียกว่าดีหรอก ยังไม่เป็นรูปเป็นร่างเลย ทุกอย่างเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้นเอง ยังต้องรอหัวหน้ามาให้โอวาทอยู่เลย”

“หัวหน้า? ผู้ลงทุนของพวกนายน่ะเหรอ” หลินเพียวเพียวถาม

“ผู้ลงทุนส่วนใหญ่ก็ถือว่าเป็นพาร์ทเนอร์ของเรา พวกเขาใช้เงิน พวกเราใช้เทคโนโลยี พวกเราต่างเท่าเทียมกัน”

หลินเพียวเพียวมึนงงเล็กน้อย “ถ้าอย่างนั้นใครที่เป็นหัวหน้ากันล่ะ?”

“ไม่ใช่คุณหรือไงล่ะ?”

หลินเพียวเพียวคิดลึกไปอีกขั้นหนึ่งจนหน้าแดง “อย่าล้อเล่นสิ”

เฉินอวี้จึงพูดขึ้นว่า “ฉันไม่ได้ล้อเล่นซะหน่อย ฟังน้ำเสียงที่เธอพูดมาเมื่อกี้นี้สิเหมือนหัวหน้าเลย เตรียมจะไปสอบราชการใช่ไหมล่ะ?”


หลินเพียวเพียวเพิ่งจะฟังออกว่าเฉินอวี้กำลังเหน็บแนมเธอ ดังนั้นจึงทำหน้าไม่ถูกไปเล็กน้อย หันไปมองอวี่เจ๋อด้วยท่าทางค่อนขอด แต่หลังจากที่อวี่เจ๋อกินข้าวเสร็จ เขาก็เอาแต่ก้มหน้าทำงาน ทำเป็นไม่ได้ยินเธอ


เธอที่ไม่รู้จะทำอย่างไรดี จึงทำได้เพียงเข้าไปคุยกับเขาก่อน “อวี่เจ๋อ กินเสร็จหรือยัง? จะกินอย่างอื่นอีกไหม เดี๋ยวฉันไปซื้อมาให้”

“ไม่ต้องแล้วล่ะ” อวี่เจ๋อตอบ

“หัวหน้า แต่ฉันอยากกินชานมไข่มุก ไปซื้อให้ฉันหน่อยได้ไหม?” เฉินอวี้พูด

เห็นได้ชัดว่าหลินเพียวเพียวลำบากใจอยู่เล็กน้อย “ชานมไข่มุกน่ะเหรอ? ตอนที่ฉันเพิ่งมาก็ไม่เห็นว่า,uที่ไหนขายนะ”

อวิ๋นตั่วจึงบอกว่า “หนูรู้ว่าที่ไหนมี เดี๋ยวหนูไปซื้อให้เองค่ะ”

อวี่เจ๋อจึงรีบพูดขึ้นว่า “มันต้องข้ามถนน ถ้าเธอไม่ระวังเดี๋ยวก็ได้เกิดอันตราย ใครอยากกินก็ให้ไปซื้อเองสิ”

 “หนูอยากออกไปเดินเล่นบ้างนี่คะ อุดอู้อยู่ที่นี่มาครึ่งวันแล้วนะ” อวิ๋นตั่วว่า

พอหลินเพียวเพียวได้ยินว่าอวิ๋นตั่วอยู่ที่นี่มาครึ่งวันแล้ว สีหน้าของเธอก็เปลี่ยนไปทันที

เจียงหนานจึงจูงมืออวิ๋นตั่วแล้วพูดว่า “ไปเถอะ เดี๋ยวพี่ไปกับเธอด้วย”

ชีซิงชำเลืองมองเฉินอวี้แวบหนึ่ง “เพราะนายนั่นแหละที่เรื่องเยอะ”

“ฉันไม่ได้ใช้เงินนายซะหน่อย จะร้อนใจอะไรกัน?” เฉินอวี้พูดเหยียดหยัน

“อวี่ซีเก็บกวาดตรงนี้เสร็จแล้วก็รีบกลับไปก่อนเถอะ” อวี่เจ๋อเริ่มไม่อยากจะต้อนรับแขกแล้ว

อวี่ซีโมโหเล็กน้อย ตัวเองอุตส่าห์หวังดีมาส่งข้าวให้กิน แต่รู้สึกเหมือนยังไม่ถึงจุดหมายก็โดนไล่ลงจากรถเสียแล้ว เช่นนั้นเธอจึงเก็บกล่องข้าว เดินไปข้างกายอวี่เจ๋อแล้วยื่นมืออกมา “เอามาให้หนู!”

“อะไร?” อวี่เจ๋อถามขณะที่มือยังเคาะแป้นพิมพ์อยู่

“เงินไง อิงตามราคาตลาดนะ หนึ่งคนยี่สิบหยวน ทั้งหมดห้าคน ก็หนึ่งร้อยหยวน” อวี่ซีว่า

อวี่เจ๋อกะพริบตา “ห้าคน? ห้าคนที่ไหนกัน”

“อวิ๋นตั่วไม่ใช่คนเหรอ?”

อวิ๋นตั่วไปซื้อชาไข่มุกกลับมาแล้ว กำลังเดินมาถึงหน้าประตูพอดี พอได้ฟังก็อึ้งไป “ใครบอกว่าหนูไม่ใช่คนคะ?”

“พี่ชายฉัน” อวี่ซีว่า

อวิ๋นตั่วมองอวี่เจ๋อ

อวี่เจ๋อจ้องน้องสาวของตัวเอง “ฉันเคยพูดแบบนั้นตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?”

“พี่ไม่นับรวมอวิ๋นตั่วอยู่ในนี้ด้วย อย่างนั้นก็ไม่ได้หมายความว่าไม่เห็นเธอเป็นคนหรือยังไง?”

“พี่เปล่า!” อวี่เจ๋อรีบโบกมือปฏิเสธ

ในมือของอวิ๋นตั่วมีชาไข่มุกสามแก้ว เธอให้ชีซิงกับเฉินอวี้แล้วคนละแก้ว เจียงหนานก็มีอยู่ในมือสามแก้ว แบ่งให้อวี่ซี หลินเพียวเพียวและอวี่เจ๋อ

อวิ๋นตั่วรีบก้าวออกมา แล้วแอบชาไข่มุกของอวี่เจ๋อไว้ “พี่ห้ามกินค่ะ”

“ทำไมล่ะ?”

“ก็พี่บอกว่าหนูไม่ใช่คนนี่คะ แล้วยังกล้ากินชาไข่มุกของหนูอีกเหรอ?”

“เธอเชื่อคำพูดของหลินอวี่ซีด้วยเหรอไง?”

“พี่อวี่ซีไม่เคยหลอกหนูนี่คะ”

อวี่ซีที่อยู่ข้างๆ ยิ้มออกมาเมื่อเห็นความทุกข์ของคนอื่น

“เสี้ยมจนพี่ชายเธอได้เถียงกับเพื่อน เธอยังดีใจอยู่อีกเหรอ?” เฉินอวี้ไม่เข้าใจ

อวี่ซีจึงบอกว่า “พี่ไม่รู้อะไรซะแล้ว พี่ชายของหนูน่ะ มีอวิ๋นตั่วคนเดียวที่จัดการเขาได้ พี่ดูเขาทำหน้าตอนนี้สิ น่าสนุกใช่ไหมล่ะ?”





แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น