เหล่าปราชญ์พเนจร
email-icon

(◕ㅁ◕✿)ขอขอบคุณทุกกำลังใจนะเจ้าคะ

ตอนที่ 25 คราปักษาซื้อดอกไม้มอบแด่คนรัก [จบบทที่ 5]

ชื่อตอน : ตอนที่ 25 คราปักษาซื้อดอกไม้มอบแด่คนรัก [จบบทที่ 5]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 196

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 03 ก.พ. 2561 00:07 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 25 คราปักษาซื้อดอกไม้มอบแด่คนรัก [จบบทที่ 5]
แบบอักษร

ตอนที่ 25 คราปักษาซื้อดอกไม้มอบแด่คนรัก

“ความยุติธรรมเป็นเพียงข้ออ้างของผู้อ่อนแอ นางเกิดในตระกูลขุนนางกระนั้นกลับไร้พลัง ส่วนมันนั้นไม่รู้ทำไมถึงเกิดมา ชีวิตมีอยู่เพื่ออะไร อะไรคือคำตอบของคำถามนี้กันแน่”

“เป็นพลังให้ข้า แล้วข้าจะช่วยเจ้าตามหาคำตอบนั้นเอง!”

          ยามรุ่งอรุณเปล่งแสงสุริยันสดใส นกหัวขวานใช้จะงอยปากจิ้มแทะเปลือกไม้เสียงดังเตาะๆปลุกทุกคนให้ตื่นรับเช้าวันใหม่ เมรัย นารี เรไร และลีโอน่า ลีโอน่าอาบน้ำล้างเนื้อชำระความงัวเงียสิ่งเหลือทิ้งจากความฝันยามนิทรา ครั้นได้เวลาสำรวจเมืองนีออนอีกครั้ง วันนี้อากาศแจ่มใสปลอดโปร่งเพราะเมฆฝนพึ่งลอยพัดผ่านเมืองเมื่อคืน นักไวโอลินสาวนึกขอบคุณท้องฟ้าแจ่มใส พวกนางทานไข่กระทะชีสเป็นมื้อเช้า

           ยามนี้ทั้งกลุ่มกำลังเดินเล่นที่ย่านการค้าที่มีผู้คนพลุ่งพล่าน

          ภารกิจวันนี้คือจับจ่ายซื้อของ พวกสาวๆเลือกเดินชมสินค้าอย่างร่าเริง แต่ละคนได้สิ่งที่ต้องการคนละสองสามอย่าง เมรัยซื้อช่อดอกไม้ให้นารีและเรไรเป็นของขวัญเนื่องด้วยวันนี้เมรัยอารมณ์ดียิ่งนัก นางจึงซื้อให้สหายทั้งสอง แม้ว่านั้นจะไม่ใช่เงินส่วนตัวของนางก็ตาม เงินที่ใช้เป็นเงินนารี ดวงดาวน้อยรับดอกไม้ด้วยสีหน้ายิ้มแย้มปนเอือมระอาห้าส่วน ความรู้สึกเหมือนเพื่อนชวนไปทานข้าวแต่ใช้เงินนางจ่าย ยอดเยี่ยม

          นารีซื้อแจกันและภาพเขียนแผนที่เมืองนีออน เรไรลังเลว่าจักซื้ออันใดดีระหว่างตุ๊กตาขนปุกปุยกับโคมไฟแก้วเจียระไน พลันตัดสินใจเลือกโคมไฟลายมังกรแก้วสีแดงทับทิม เพราะโคมไฟเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองนีออน ฉะนั้นนางควรเลือกมัน ปักษาน้อยคิดเช่นเดียวกับนักไวโอลินสาว นางซื้อโคมไฟเช่นกัน เพราะโคมไฟที่นี้มีพลังมาโฮวิเศษอัดแน่นภายใน มันมีจิตวิญญาณภูตตะเกียง แฝงความขลังลึกลับ

          หลังจากใช้เวลาเดินเล่นตลอดวัน ทั้งกลุ่มเลือกทานมื้อเย็นที่ร้านอาหารชิวา ร้านนี้มีลูกค้าต่างถิ่นมากกว่าชาวเมือง อาจเพราะพวกนางมาทานก่อนเวลาเลิกงานกระมัง นารีใช้เวลามื้อเย็นจัดประชุมหารือเรื่องแผนท่องดินแดนมหัศจรรย์ วันพรุ่งเป็นวันสำคัญที่พวกนางต้องเดินทางแล้ว ปกติลีโอน่าเวลาจะเดินทางข้ามเมือง นางจักขอติดสอยร่วมกับกองคาราวานพ่อค้า ทำเช่นเดียวกับพวกเมรัย เพราะในกลุ่มพวกนางไม่มีใครเป็นผู้ชาย ดังนั้นเวลาเดินทางจึงมิควรเช่ารถม้า มันอันตรายและลำบาก เปลืองแรง อีกทั้งเวลาเจอปัญหา โจรป่าหรือฝูงสัตว์ร้ายยามกลางคืน กลุ่มที่มีแต่เด็กสาวตัวเล็กตัวน้อยคงไม่รอด ได้กลายเป็นเนื้อบด

          กองคาราวานพ่อค้ามีกำหนดออกจากเมืองวันพรุ่งยามฟ้าสาง นารีถามตารางเวลากับผู้ใหญ่หัวหน้ากองคาราวานที่พวกนางอาศัยมาเมืองนีออนครั้งก่อน เมรัยชอบกองคาราวานพ่อค้ากลุ่มนั้นมาก พ่อค้าหนุ่มแน่นและมีทหารคุ้มกัน ราคาที่ต้องจ่ายเพื่อร่วมทางด้วยไม่แพงนัก เพราะนางเป็นเด็กหน้าน่ารักจนผู้ใหญ่อายุเท่าคุณปู่คุณตาใจอ่อนยวบ ออดอ้อนนิดหน่อยก็ได้ราคาถูกกว่ามาตรฐาน   

          “เช่นนั้นตามนี้นะคะ”

          “…”ลีโอน่าวางแก้วชาพยักหน้ายิ้มละไมโดยไม่มีข้อโต้แย้ง พวกนางทานมื้อเย็นจนอิ่มท้อง ยามเดินจากร้านอาหาร ลีโอน่าหยุดชะงักและบอกกับทุกคน “พลบค่ำวันนี้ข้าสัญญากับภูตตะเกียงว่าจักเล่นเพลงอำลาให้ฟัง”

          หญิงสาวศึกษาเรื่องภูตตะเกียงและรับรู้เรื่องนิสัย ความชอบของภูตตะเกียง ภูตตะเกียงชอบฟังเพลง บทเพลงที่เขาชื่นชอบมีหลากหลาย ยิ่งเพลงต่างแคว้นต่างดินแดนที่มักมาพร้อมกับนักเดินทางพเนจร บทเพลงต่างเมืองเปี่ยมด้วยไอมาโฮและความงามอันวิจิตการตา ความรู้สึกร้อยพันที่แตกต่างและเหมือนกันแม้อยู่ห่างไกลคนละทวีป ทำให้ภูตตะเกียงหลงรักเสียงดนตรี ลีโอน่าเคยให้สัญญากับภูตตะเกียง บางทีนั้นอาจเป็นสัญญากับตัวนางเอง ที่อยากเล่นเพลงให้ภูตตะเกียงฟัง ก่อนนางจักจากไป

          ลานกลางหน้าหอสมุด ลีโอน่าปรากฏกายอย่างเงียบกริบราวภูตพรายและเริ่มบรรเลงทำนองเสนาะ พวกเมรัยแอบซุ่มที่ด้านข้างลาน คอยชะโงกหัวมองชาวเมืองนีออนสลับมองลีโอน่า แสงตะวันเจิดจ้าลาลับขอบฟ้าพลางแท่งเทียนบนเสาไฟเปล่งแสงริบหรี่ ดวงไฟเล็กจิ๋วลุกโชติช่วงขึ้นแม้ไม่มีใครแตะต้อง ความพิศวงเริ่มคืบคลานและแตกหน่อหยั่งรากปกครองทั่วทุกมุมลานกว้าง แผ่นหินจัตุรัส แม่น้ำใสมีปลากัด ริ้วคลื่นลมหนาว และประชาชนแย้มยิ้มเบิงบาน เสียงดนตรีดังแผ่วเบาประหนึ่งเสียงกล่อมของมารดา กระนั้นกลับสั่นกังวานสะกิดถึงก้นบึ้งหัวใจ ชาวเมืองนีออนไม่ว่าเด็ก ผู้ใหญ่หรือผู้เฒ่า ทุกคนที่พึ่งเดินกลับจากห้องสมุด ทุกคนที่ยังคงจดจ่อกับหนังสือบนโต๊ะเพียงลำพัก

          แต่ละคนต่างรับฟังเสียงดนตรีด้วยใจสุขเกษม เสียงเพรียงพร้อมด้วยจิตใจทำให้เรื่องราวเทวนิยายมีชีวิตชีวา เสียงบทเพลงที่ทำให้นกหางพิณอ้าปากและกางปีกขับร้องผสานเสียง

          พลังมาโฮสีเปลวเพลิงกองร่างเป็นภูตตะเตียง คราวนี้เขามิได้ร่วมเล่นดนตรีคู่กับนาง แต่เขาเลือกนั่งฟังอย่างสงบเสงี่ยมบนยอดเสาไฟ ท้องฟ้าสีน้ำเงินเข้มทอแสงดาราระยิบแพรวพราวเป็นฉากหลังให้กับลีโอน่าขับให้นางทอประกายเล่อค่าดุจนักดนตรีผู้ยิ่งใหญ่ เรือนผมสีดำยาวถึงแผ่นหลังส่ายลู่ไล่ตามไวโอลินที่เคลื่อนไหวช้าๆ ท่วงท่าที่แสดงถึงอารมณ์ผู้เล่นสื่อถึงความสนุกสนามที่ส่งต่อสู่คนรอบข้าง

          เพราะนางคือนักไวโอลินและนักเดินทาง หากยังไม่พบสถานที่นางสมควรหยุดเดิน นางย่อมต้องเดินทางต่อไปวันแล้ววันเล่า เพื่อตามหาคนผู้นั้น อีกครึ่งของหัวใจนาง

          แปะๆๆ

          เสียงปรบมือดังระงมคราวหญิงสาวลดไวโอลินลงพร้อมโค้งคำนับอย่างสง่างาม ลีโอน่าเอียงคอฉีกยิ้มอ่อนโยนกล่าวตอบท้ายด้วยประโยคเช่นวันวาน

          “ด้วยความยินดี”

          ภูตตะเกียงแกว่งขาและยอมรับบทเพลงของนาง เขาลอยละล่องลงสู่พื้นเบื้องล่าง ท่ามกลางฝูงชนคับคั่ง ไม่มีใครมองเห็นภูตตะเกียงนอกจากลีโอน่า และเมรัย

          “ขอให้ความหวังสถิตอยู่กับเจ้าตลอดกาล..[ปณิธานแห่งฟาเรเวลล์]”

          ภูตตะเกียงยื่นมือให้ลีโอน่า หญิงสาวน้อมรับคำอวยพรจากตำนานลี้ลับที่ยังคงเฝ้าปกป้องเมืองนีออน เขาลูบไวโอลินของนาง พลางคลี่ยิ้มและสลายลับเป็นละอองดวงไฟจางๆ ทิ้งไว้เพียงเสียงคำอวยพรที่ดังสั่นสะท้อนในใจลีโอน่า หญิงสาวเชื่อในตำนาน และเพราะนางเชื่อ นางจึงมองเห็นสิ่งที่คนอื่นมองไม่เห็น ลีโอน่าหลับตา พึมพำเสียงค่อย “ขอให้ท่านมีความหวังตลอดกาลเช่นกัน..”

          เรื่องราวของพวกนางที่เมืองนีออนสิ้นสุดลงด้วยคำอำลาจากสองผู้สร้างความหวัง ลีโอน่าเคยผิดหวังในชีวิต กระนั้นมีหลายครั้งที่สมหวังเช่นกัน นักไวโอลินสาวมีความเชื่อ และความเชื่อนั้นทำให้นางเฉยชาและปล่อยวางภาระลงจากบ่า นางใช้ชีวิตอย่างอิสระ ในโลกที่กว้างใหญ่ไพรศาล บนโลกที่ทุกความฝันสามารถกลายเป็นจริง…

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น