หมามุก17

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

จูบเตือนความจำ END

ชื่อตอน : จูบเตือนความจำ END

คำค้น : ออฟกัน

หมวดหมู่ : นิยาย เรื่องสั้น

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ม.ค. 2561 09:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
จูบเตือนความจำ END
แบบอักษร

ผ่านไป 5 วันแล้วที่กันผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ ออฟได้ยินมาจากม่อนว่า หัวใจที่ได้มาเปลี่ยนให้กัน เป็นหัวใจของบีน ก่อนที่เบ๊บจะสิ้นใจ เบ๊บบอกกับม่อนว่า

“เราคงไม่ไหวจริงๆ แล้วเราก็อยากจะชดใช้ให้พี่กุล เอาหัวใจของเราไปนะ นี่เป็นคำขอสุดท้ายจากเรา ขอร้องนะ”

จากคำขอของบีน พ่อของบีนเองก็เห็นด้วย และยอมชดใช้กับทุกสิ่งทุกอย่างให้กับกัน และครอบครัวผู้เสียชีวิตที่บีนขับรถชน ตอนนี้ทุกคนต่างก็ยอมจบทุกเรื่องไปได้ด้วยดี และเริ่มเข้าสู้โหมดปกติกันหมดแล้ว ออฟกับม่อนก็ยังคงเดินทางมาทำงานกันต่อ เพียงแต่ตอนนี้ไม่มีบีนอยู่ด้วยแล้ว

“มึงนี่ ฟื้นตัวเร็วดีนะ”

“ก็ไม่ได้เป็นอะไรมากนี่หว่า”

“เออ จะว่าไปตั้งแต่ตอนนั้นเราก็ไม่ได้คุยเรื่องของกันเลยนะ มึงคิดยังไงว๊ะ กับการที่พวกเราเห็นกัน ทั้งๆที่กันยังนอนไม่รู้เรื่องอยู่บนเตียง”

“ไม่รู้ดิ อาจจะเป็นอะไรที่เราเชื่อมถึงกันอยู่มั้ง ที่บีนมองเห็นกัน เพราะขับรถชนกัน และอาจจะติดตาจนมองเห็นเพราะความสำนึกผิด ที่มึงอาจเป็นเพราะเป็นคนช่วยกันมาให้ถึงโรงพยาบาลได้อย่างทันการ และกูเห็น..อาจเป็นเพราะตอนที่กูช่วยเข็นกันเข้าห้องฉุกเฉินก็ได้ เหมือนเป็นการช่วยเหลืออ่ะ แบบนี้รึเปล่าว๊ะ”

ม่อนส่ายหัวพร้อมกับทำหน้าแหย่ๆ

“ไม่รู้หว่ะ แต่มึงเอาอะไรแบบนี้มาพูดก็แปลกๆดีนะ ไปทำงานได้ละ ป่ะ”

ม่อนกอดคอออฟแล้วพาเดินเข้าตึกไป ออฟยังคงทำงานต่อไปแบบปกติ แต่ในหัวของเขาก็ยังรู้สึกเป็นห่วงกันอยู่เหมือนกัน ไม่รู้ตอนนี้จะเป็นยังไงบ้าง ฟื้นขึ้นมารึยัง และที่สำคัญ เมื่อฟื้นมาแล้ว กันยังจำออฟได้รึเปล่า


พักเที่ยงออฟมานั่งที่ประจำของเขากับกันอยู่ในมุมหนึ่งของตึก ในมือก็ยังคงถือกล่องแซนวิชอยู่เหมือนเดิม ออฟถอนหายใจยาวแล้วเปิดกล่องแซนวิชจากนั้นจึงหยิบมันขึ้นมาชิ้นหนึ่ง ก่อนจะเอาเข้าปากไป ในหัวก็ยังคงคิดเรื่องของกันไม่ตก จนน้ำตาเริ่มจะคลอเบ้า ก่อนจะรู้สึกว่าบางอย่างกำลังอยู่ตรงหน้า ออฟเงยหน้าขึ้นมามองก็เห็นกันอยู่ในชุดของโรงพยาบาล มือข้างหนึ่งจับเสาน้ำเกลือที่ลากมาด้วย

“ขอโทษครับพี่ นึกว่าไม่มีคนอยู่ซะอีก”

กันยิ้มให้ออฟแล้วหันหลังจะเดินกลับออกไป

“เดี๋ยวสิ”

ออฟเรียกกันไว้ก่อนที่กันจะเดินไป เขาจ้องตากันอยู่นานมาก แต่กันก็ยังยิ้มให้เขาแบบงงๆ ดูจากลักษณะท่าทางการพูดของกัน ออฟก็รู้ดี ว่ากันจำออฟไม่ได้แน่นอน...

“คือ พี่กำลังจะไปพอดีอ่ะ ตามสบายเลยนะ”

ออฟเก็บกล่องแซนวิชแล้วลุกขึ้น ก่อนจะค่อยๆเดินผ่านกันออกไป กันมองตามแล้วเดินไปนั่งลงที่เก้าอี้ ออฟเหลือบมองกันแวบนึงก่อนจะยิ้มให้

“ฟื้นตัวเร็วดีนะ หายไวๆละ”



ออฟเดินมาทำงานอย่างมีความสุขที่กันฟื้นขึ้นมาได้แล้ว จนม่อนสังเกตุเห็นความผิดปกติของเพื่อน

“ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อะไรว๊ะ”

“นี่ มึงรู้ป่าว น้องกันฟื้นแล้วนะเว้ย แถมยังดูแข็งแรงดีด้วย”

“จริงหรอว๊ะ มึงไปเห็นมาหรอ”

“อืม ดูเหมือนหัวใจของบีน จะเข้ากับน้องได้ดีเลยนะ ดูน้องยิ้มได้ร่าเริงเชียว”

ออฟพูดไปด้วยก็ยิ้มไปด้วย นึกถึงรอยยิ้มของกันที่ส่งมาให้เขาเหมือนทุกครั้ง ก็อดที่จะเขินไม่ได้

“อะไรยังไงว๊ะเนี้ย ชอบน้องมันหรอ”

“ไม่ได้ชอบหรอกเว้ย แค่เอ็นดู แต่ตอนนี้รักแล้ว รักมันเข้าไปตอนไหนก็ไม่รู้”

“โหยยยยย อะไรว๊ะเนี้ย น้องกันนี่ต้องมีอะไรที่พิเศษแน่ๆ ทำเอาเพื่อนกูเปลี่ยนรสนิยมได้เนี่ย”

“นั่นดิ มีอะไรพิเศษว๊ะ ที่ทำให้กูรักได้ วันๆแม่ง...ก็เอาแต่มากวนกู”

ออฟตั้งคำถามกับตัวเอง ที่เขาเองก็ไม่รู้คำตอบ ว่าเพราะอะไร ที่ทำให้เขารักกันได้



เลิกงานแล้ว ออฟเดินมาหาน้าแตงที่แผนก เพราะจะรอกลับพร้อมกัน ตอนนี้ก็ยังแอบหวังนิดๆ ว่าจะได้เจอกันอยู่ตรงนั้นด้วย

“รอแปปนะออฟ น้าขอเข้าไปคุยกับหมอกุลก่อน”

“ครับ”

ออฟเดินมานั่งที่เก้าอี้ที่ตั้งอยู่หน้าห้องของหมอกุล เอาโทรศัพท์ขึ้นมากดอะไรไปเรื่อยๆรอน้าแตงทำธุระของตัวเองให้เสร็จ สายตาก็สอดส่องไปเรื่อยๆ เผื่อจะเจอกันขึ้นมาบ้าง และก็เจอจริงๆ กันเดินเข็นเสาน้ำเกลือของตัวเองออกมาจากห้องวีไอพีห้องหนึ่ง แล้วมานั่งลงที่เก้าอี้ข้างๆออฟ

“ว้าว เจอพี่อีกแล้วอ่ะ พี่ทำงานที่นี่หรอ”

ออฟหันไปหากันที่หันหน้ามาคุยกับเขาอยู่ แล้วก็มองชุดของตัวเองที่ใส่อยู่ด้วย จะว่ากวนมั้ยนะ ที่ดันมองไม่ออกว่าทำงานที่นี่

“พี่มาทำกิจกรรมจิตอาสาของสาขาอ่ะ มาสองเดือน”

“ว้าว ดีจังเลยนะครับ ไม่ต้องเรียน”

“ก็มันเป็นช่วงปิดเทอมอ่ะ เปิดเทอมมาก็เรียนเหมือนเดิมนั่นแหละ”

“เออหว่ะ แต่จะว่าไป มองหน้าพี่ดีๆ เหมือนเคยเจอพี่เลยนะ”

“จริงหรอ”

ออฟตอบกลับไปอย่างดีใจ หรือว่ากันกำลังจะจำเขาได้นะ

“อืม ในฝันอ่ะ ฝันเมื่อกี้อ่ะ”

ออฟหุบยิ้มกลับเกือบไม่ทัน แต่ก็รู้สึกตลกนิดๆที่กันยังดูกวนๆอยู่

“เค้าว่ากันว่า คนที่เราฝันถึง มีตัวตนอยู่ทุกคนนั้นแหละ ถึงเราจะบอกว่าเป็นใครก็ไม่รู้จัก แต่คนๆนั้น คือคนที่เดินผ่านกับเราในชีวิตประจำวันกันทุกคนแหละ เพียงแต่เราไม่ได้จดจำเขาไว้แค่นั้นเอง”

“โห สุดยอดอ่ะ พูดอะไรแปลกๆออกมาด้วย”

“แล้วก็เคยเจออะไรแปลกๆมาด้วยนะ”

“เจออะไรอ่ะพี่”

“พูดไปก็เชื่อได้ยากนะ แต่พี่กับกัน เราเคยเจอกันมาก่อนนะ”

กันทำท่าทางตกใจแล้วรีบหันมามองออฟอย่างสนอกสนใจด้วย

“หือ รู้จักชื่อผมด้วยหรอพี่”

“รู้จักเยอะเลยแหละ พี่โคตรหวังเลยนะ ว่าเราจะจำพี่ได้ แต่เราก็จำไม่ได้”

กันกำลังสับสนงงงวยในสิ่งที่ออฟกำลังพูด ออฟรู้ว่ากันคงจะเชื่อได้ยาก ออฟเลยตัดสินใจลุกขึ้นมายืนอยู่ตรงหน้ากัน ก่อนจะโน้มตัวลงไปบรรจงจูบหน้าผากกันทีนึง กันอึ้งไปทันทีแต่ก็ไม่ได้ขัดขืนอะไร เพราะตกใจอยู่ ออฟถอนจูบออฟแล้วมองหน้ากัน

“เราเคยทำแบบนี้กันนะ แต่ตอนนั้นมันแค่บังเอิญ ตอนนี้พี่จงใจ หวังว่ากันจะจำพี่ได้เร็วๆนี้นะ”

“ออฟ กลับกันได้แล้ว”

“ครับน้าแตง”

ออฟถอยห่างออกมาจากกันแล้วเดินตามน้าสาวไป ปล่อยให้กันยังคงอึ้งกับจูบของออฟอยู่ ก่อนที่ทุกอย่างที่เคยประสบพบเจอมาปะติดปะต่อกันจนเป็นเรื่องราวกันหมด



“พรุ่งนี้น้ามาโรงพยาบาลแต่เช้าเลยนะ จะมาพร้อมน้ารึเปล่า”

น้าสาวถามขึ้นขณะกำลังขับรถกลับบ้าน

“กี่โมงครับ”

“หกโมงครึ่ง”

“มาเร็วจัง”

“ก็พรุ่งนี้น้องกันจะออกจากโรงพยาบาลแล้ว พ่อกับแม่จะพาน้องกันไปรักษาต่อเนื่องที่อังกฤษ แล้วก็จะให้น้องกันเรียนที่นั่นเลย ก็เลยจะมาส่งแต่เช้า ว่าไง จะมาด้วยกันรึเปล่า”

“อังกฤษหรอ”

ออฟพูดออกมาเบาๆกับตัวเองแล้วก็รู้สึกเศร้าใจ ที่กันจะต้องจากเขาไปแล้ว แล้วทีนี่ เขาจะรู้ได้ยังไง ว่ากันจะยังจำเขาได้รึเปล่า

“ว่าไง จะไปด้วยรึเปล่า”

“ไม่ดีกว่าครับ”

ออฟตอบน้าสาวกลับไปแล้วมองออกไปนอกรถที่ตอนนี้กำลังมีฝนรินลงมา

“งั้นก็ขอให้มึงโชคดีนะกัน ดูแลตัวเองดีๆด้วย”



6 ปีผ่านไป ที่โรงพยาบาลรัฐแห่งหนึ่ง

ออฟเดินเข้ามาทำงานตามปกติในหน้าที่ของตัวเอง ตอนนี้ออฟได้มาเป็นนักวิชาการสาธารณสุขอยู่ที่ที่เขาเคยได้มาออกจิตอาสา โรงพยาบาลที่เกิดเรื่องราวเยอะแยะมากมายกับเขา แถมยังมีงานที่วุ่นได้ตลอดอีกด้วยซ้ำ ทั้งยังโดนให้เป็นพี่เลี้ยงนักศึกษาที่มาออกจิตอาสาอีก เป็นผู้หญิงสามคน ที่ว่างเมื่อไหร่เป็นต้องเม้าเรื่องผู้ชายเมื่อนั้น แต่ออฟก็ไม่ได้รู้สึกอะไรมาก รู้สึกสนุกด้วยซ้ำ เพราะไม่เงียบเหงา และวันนี้ก็เช่นกัน

“นี่ๆ ฉันได้ยินพี่เภสัชเค้าพูดกัน ว่าวันนี้มีหมอฝึกหัดมาที่โรงพยาบาลเราด้วย เป็นจิตแพทย์ด้วยนะ”

“จริงดิๆ อยากเห็นหน้าจัง”

“เห็นเค้าว่าเป็นน้องชายของหมอที่นี่ มาจากอังกฤษ หน้าหวานๆ ตัวเล็กๆ แต่ดูรวมๆแล้วมีเสน่ห์เว้ย”

“หน้าหวานหรอ เป็นรึเปล่าว๊ะ”

“เป็นไม่เป็นไม่รู้ แต่ชักอยากจะเจอแล้วหว่ะ”

แล้วทั้งสามก็กรี๊ดกร๊าดกันใหญ่ ออฟที่นั่งฟังอยู่ก็รู้สึกอึ้งนิดๆ เพราะที่สามสาวพูดมา มันชักคุ้นๆ

“ถ้าเป็นจริงๆล่ะ มันถือว่าเป็นเรื่องดีมั้ยนะ”

กริ๊งๆๆๆ

เสียงโทรศัพท์มำให้ออฟสะดุ้งแล้วรีบรับสายโทรศัพท์ทันที

“ครับน้าแตง”

“ว่างอยู่รึเปล่า มาหาน้าหน่อยมา หมอกุลอยากจะให้ออฟมาร่วมต้อนรับน้องกันด้วย นี่ รู้รึยังเนี่ย ว่าน้องกันมาเป็นแพทย์ฝึกหัดที่นี่อ่ะ”

“ก็เพิ่งจะรู้จากน้าแตงนี่แหละครับ โอเค งั้นเดี๋ยวผมไปนะครับ”

ออฟตัดสายทิ้ง ก่อนจะรีบเก็บของบนโต๊ะแล้วรีบวิ่งสุดชีวิตไปที่หน้าห้องของหมอกุลทันที

“อ้าวออฟ มาเร็วๆ”

ออฟยิ้มให้หมอกุลแล้วเดินเข้ามาในวงของล้อมที่มีกันยืนอยู่ด้วย กันที่ห่างหายจากเขาไปนาน 6 ปี ตอนนี้ยังคงดูน่ารักและสดใสอยู่เหมือนเดิม เหมือนตอนที่เขาเคยเห็นตอนแรกยังไง ตอนนี้ก็เป็นแบบนั้น และยิ่งเห็นกันตอนนี้ ความคิดถึงมันก็มาสุดหัวใจจริงๆ

“เอาละ หลายคนคงจะรู้จักน้องชายผมคนนี้อยู่แล้ว ยังไงก็ฝากเขาด้วยนะครับ”

“ผมยังเป็นแพทย์ฝึกหัดอยู่ ยังไงก็แนะนำผมด้วยนะครับ”

ทุกคนต่างก็ปรบมือตอนรับเป็นการใหญ่ บางคนก็หลงกับความน่ารักของกันเสียเหลือเกิน

“เดี๋ยวอีกซักครู่ กันจะต้องเข้าไปแนะนำตัวในห้องประชุมด้วย เชิญทุกคนด้วยนะครับ”

ทุกคนต่างก็รับคำแล้วก็ชื่นชมในตัวกันอยู่ตลอด ออฟมองเพียงเท่านั้นก็เดินออกมานั่งในมุมประจำของเขาเหมือนเดิม มุมที่เขามานั่งอยู่ตลอด

“ก้าวหน้าขึ้นไปอีกก้าวแล้วนะ ทำให้เต็มที่ละกัน”

“ขอบคุณครับ”

ออฟสะดุ้งนั่งตัวตรงทันทีเมื่อเห็นกันอยู่ตรงหน้า

“เอ่อ คือว่า พี่จะไปแล้ว”

ออฟยิ้มให้กันแล้วลุกขึ้นจะเดินออกไป

“เดี๋ยวซิครับพี่ออฟ”

ออฟชะงักไปทันทีเมื่อกันเรียกชื่อเขา

“มานั่งคุยกันก่อนไม่ได้หรอครับ นั่งคุยกัน เหมือนทุกๆครั้งที่เราเคยคุยกันไงครับ”

ออฟหันมามองหน้ากันแล้วยิ้มออกมาทันที

“นี่พี่ ไม่ต้องใส่ใจที่ผมพูดออกไปหรอกนะ ผมก็แค่อยากให้พี่ยิ้มอ่ะ แค่นั้นเอง”

ออฟยิ่งยิ้มกว้างออกมาทันทีเมื่อกันพูดประโยคนี่ออกมา พร้อมกับน้ำตาที่เริ่มคลอเบ้า กันเดินเข้ามาใกล้ๆออฟ แล้วยื่นแอปเปิ้ลลูกนึงไปให้

“ขอโทษนะครับ ที่ตอนแรกผมจำพี่ไม่ได้ ยังไงก็...ช่วยรับแอปเปิ้ลขอโทษจากผมด้วยนะ”

ออฟมองแอปเปิ้ลตรงหน้าแล้วยื่นมือไปรับมันมา แต่สีหน้าก็ยังคงอึ้งปนความดีใจไปด้วย ที่กันจำเขาได้แล้ว

“จำได้ตั้งแต่ตอนไหนหรอ”

“ก็ตั้งแต่เมื่อ 6 ปีที่แล้วครับ ผมอยากจะบอกพี่ด้วยตัวผมเองมาก แต่ก็ไม่มีโอกาสได้เจอพี่เลย ตอนผมอยู่ที่อังกฤษ ผม...คิดถึงพี่ทุกวันเลยนะครับ แล้วรู้มั้ย อะไรที่ทำให้ผมคิดออก”

“อะไรหรอ”

กันยิ้มให้ออฟแล้วเอามือทั้งสองข้างจับหน้าออฟประคองไว้ ก่อนจับหน้าออฟกดลงแล้วยืดตัวไปบรรจงจูบหน้าผากของออฟอยู่ซักพัก ก่อนจะถอนจูบออก

“แค่นี่เอง...ผมก็จำได้หมดทุกอย่างเลย”

กันเริ่มมีน้ำตาคลอที่เบ้าด้วยความปลาบปลื้ม ออฟจึงรีบดึงกันเข้ามาสวมกอดไว้อย่างแนบแน่น

“กูโคตรคิดถึงมึงเลย กูโคตรรักมึงด้วย ไม่อยากจะเชื่อเลย ไม่อยากจะเชื่อจริงๆ”

กันกอดออฟกลับบ้างแล้วซุกหน้าตัวเองลงที่อกของออฟ

“ขอบคุณพี่เหมือนกันนะครับ”

“น้องกันคะ น้องกัน”

ออฟกับกันรีบผละออกจากกันแล้วรีบเช็ดน้ำตาตัวเองจนแห้ง

“อ้าว อยู่นี่นี่เอง ได้เวลาเข้าห้องประชุมแล้วนะคะ ออฟด้วยนะ”

“ครับ เดี๋ยวตามไปครับ”

“ครับ”

“งั้นไปค่ะ ไปพร้อมกันนี่แหละ”

น้าแตงหันหลังแล้วเดินนำออกไป ออฟกับกันก็เดินตามหลังน้าแตงไปด้วยและจับมือกันไปด้วย ทั้งสองมองหน้ากันแล้วยิ้มออกมาอย่างดีใจ ต่อจากนี้ พวกเขาทั้งสอง คงไม่ต้องเจออะไรที่มันเหลือเชื่อมากกว่านี้อีกแล้ว เพราะความรักของพวกเขาทั้งสอง มันผ่านเรื่องเหลือเชื่อมามากที่สุดแล้ว ต่อไปมันก็คงจะมีเพียงแค่ความสุขเท่านั้นแหละ

ขอบคุณที่ส่งคนตัวเล็กมาป่วนและกวนใจ ขอบคุณที่ส่งคนตัวสูงมาให้คนตัวเล็กได้ป่วนด้วย ขอบคุณทุกอย่างที่ทำให้เขาทั้งสอง....ได้มาเจอกัน

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น