หมามุก17

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ถ้าใส่ใจละ

คำค้น : ออฟกัน

หมวดหมู่ : นิยาย เรื่องสั้น

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 2

ปรับปรุงล่าสุด : 28 ม.ค. 2561 22:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ถ้าใส่ใจละ
แบบอักษร

ม่อนกับออฟหันหน้ามามองหน้ากันด้วยความงงสุดขีดกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าในเพียงแค่ไม่กี่เสี้ยววินาทีเท่านั้น ที่อยู่ๆ กันที่กำลังนอนเจ็บปวดทุรนทุราย ดันหายไปต่อหน้าต่อคาพวกเขาแบบนี้

“เป็นไปได้ไงว๊ะ ไอ่ออฟ”

“แล้ว กันหายไปไหนอ่ะ”

“อะไรนะ กันหรอ??”

น้าแตงออกอาการตกตะลึงเมื่อออฟพูดถึงชื่อของกัน

“พี่แตงๆ ไปดูน้องกันทีค่ะ น้องกันแย่แล้ว”

เสียงเรียกของพยาบาลคนหนึ่งทำให้น้าแตงตกใจแล้วรีบวิ่งเข้าไปที่ห้องวีไอพีห้องหนึ่ง ออฟกับม่อนมองหน้ากันแล้วรีบวิ่งตามน้าแตงไปที่หน้าห้องทันที ออฟชะเง้อหน้ามองผ่านกระจกเข้าไปในห้อง ก็เห็นร่างเล็กร่างหนึ่งกำลังกระตุกอยู่บนเตียง พยายามจะเพ่งมองใบหน้าแต่ก็มองไม่เห็น

“ชีพจรเริ่มลดลงแล้ว รีบไปตามหมอกุลมาเร็ว”

“ค่ะ”



กริ๊งงงง

“ฮัลโหลครับ....ครับ...เดี๋ยวผมไปเดี๋ยวนี้นะครับ”

กุลตัดสายโทรศัพท์ทิ้งแล้วมองหน้าบีนที่ยังยืนนิ่งทั้งน้ำตา

“ถ้ากันเป็นอะไรไป อย่าหวังว่าเธอจะได้อยู่ดีมีสุข”

กุลทิ้งท้ายทั้งคำพูดและสายตาที่ดุดันใส่บีน แล้วรีบเดินลงไปจากดาดฟ้าทันที บีนมองตามกุลจนลับตาไปก่อนจะทรุดตัวลงพื้นอย่างหมดเรี่ยงหมดแรง



กุลรีบวิ่งมาที่ห้องของกันทันที เห็นสภาพของกันที่นอนกระตุกอย่างรุนแรงก็ตกใจจนจะบ้าตาย

“พี่แตง ทำไมเป็นแบบนี้อ่ะ”

“พี่ก็ไม่ทราบเหมือนกันค่ะ เห็นพยาบาลมาตาม น้องกันก็กระตุกไปแล้ว”

“เฮ้ยไอ้กุล หัวใจน้องกันผิดปกติเกินไปแล้วหว่ะ กูว่าต้องย้ายน้องแล้วหว่ะ”

นัท เพื่อนของกุล เป็นหมออยู่ที่แผนกศัลยกรรมทรวงอก แนะนำให้กุลพากันย้ายไปอยู่ที่แผนกของตัวเอง เพื่อที่กันจะได้อยู่ใกล้กับหมอผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน กุลเองก็รีบตอบตกลงรับทันที นัทจึงพยักหน้าให้คนเข็นกันที่ตอนนี้หยุดกระตุกแล้วออกไป เมื่อเตียงถูกเข็นออกไปจากห้อง ออฟที่ยังรออยู่ตรงนั้นรีบวิ่งเข้าไปดูทันที ก่อนจะอึ้งและตกใจอย่างสุดขีดที่เห็นกันนอนอยู่บนเตียงที่ถูกเข็นออกไปจนเซไปหาม่อน

“ไอ่ออฟ เป็นไรว๊ะ”

“ทำไม ทำไมกันนอนอยู่นั้นว๊ะ”

ม่อนมองตามเตียงที่เคลื่อนออกไปก็ตกใจไม่แพ้กัน

“กูไม่รู้ แล้วที่เราเห็น มันหมายความว่ายังไงว๊ะ”

ออฟทรุดตัวลงนั่งกับเก้าอี้อย่างหมดแรง ไม่คิดว่าตัวเองจะมาเจอเรื่องแปลกประหลาดแบบนี้ ตลอดเวลาเกือบสองอาทิตย์ เขาคุยกับกันอยู่ไม่ใช่หรอ แล้วทำไมที่เห็นเมื่อกี้ เป็นกันที่นอนอยู่ล่ะ

“นี่เราเจออะไรกันว๊ะม่อน เราก็คุยกับเขาได้ไม่ใช่หรอ”

ขณะที่ทั้งสองกำลังอึ้งอยู่ น้าแตงก็เดินตรงมาหาทั้งสองทันที

“นี่ ทั้งสองคน ทำไมยังไม่ไปทำงานอีก มันได้เวลาแล้วนะ”

“น้าแตง เมื่อกี้ใครอ่ะ”

“อืม น้าก็กำลังอยากถามพอดี ทำไมถึงถามว่ากันอยู่ไหน”

ออฟลุกขึ้นเดินตรงไปหาน้าสาว ใบหน้ายังคงอึ้งกับเหตุการณ์ที่พบเจอ

“น้าแตงบอกมาก่อน ที่ออกไปเมื่อกี้อ่ะ หมายความว่าไง”

“นั่นอ่ะ น้องกัน เป็นน้องของหมอกุล น้องกันโดนรถชนตอนกำลังจะเดินทางมาหาหมอกุลที่โรงพยาบาล นั่นเป็นครั้งแรกที่น้องกันเดินทางมาเอง และก็เป็นครั้งแรกที่มันช่างโชคร้ายกับน้องกันมาก น้องเป็นโรคหัวใจด้วย ความตกใจบวกกับโรคประจำตัวและการถูกชน ทำให้น้องกันอาการหนักพอสมควร ตอนนั้นก็คงเป็นตอนที่พวกเรามาทำงานวันแรกนั่นแหละ น้องกันถูกส่งมารักษาที่นี่ นอนไม่ได้สติมาเกือบสองอาทิตย์แล้วแหละ

“เป็นไปได้ยังไงอ่ะ”

ออฟหันไปมองหน้าม่อนที่อึ้งกับคำพูดของน้าแตงอยู่

“แล้ววันนั้น มีเคสเดียวหรอครับ ที่โดนรถชนมาที่โรงพยาบาล”

“ใช่ เป็นช่วงเช้าเลย ช่วงที่คนเขากำลังเดินทางมาทำงานกันอ่ะ”

“เดี๋ยวก่อนนะ”

ออฟนึกถึงวันแรกที่เดินเข้ามาที่โรงพยาบาล แล้วมีรถของโรงพยาบาลตรงเข้ามาจอดพอดี ออฟจำได้ว่า วันนั้น เขาเองก็เป็นคนช่วยเข็นคนเจ็บจนเข้าห้องฉุกฉินไปด้วย

“งั้นก็เป็นกันหรอกหรอ”

“ออฟหมายถึงอะไรอ่ะ”

“พี่แตงคะ หมอกุลถามหาค่ะ”

“เดี๋ยวพี่ไปจ๊ะ เออ เราสองคนอย่าลืมไปทำงานนะ”

น้าแตงทิ้งท้ายไว้แล้วรีบเดินหากุลทันที ม่อนเดินมาหาออฟแล้วจับไหลเพื่อนไว้

“วันแรกที่เราเข้ามาทำงาน ตอนเช้าด้วย ถ้ากูจำไม่ผิด กูเป็นคนขี่มอไซต์นำรถมาที่นี่นะเว้ยออฟ”

“คือไรว๊ะ”

“ก็วันนั้นกูผ่านไปตรงนั้นพอดี เลยมีโอกาสได้ช่วย ถ้าจำไม่ผิด มีคนตายคนนึง เป็นคนแก่ ส่วนเด็กที่โดนชนด้วยอาการสาหัส หน้าเปื้อนเลือดเต็มไปหมดเลยหว่ะ มองก็ไม่ชัดเท่าไหร่ นั้นคือน้องกันหรอว๊ะ”

ออฟน้ำตาไหลออกมาโดยไม่รู้ตัว เขาเอามือจับหน้าผากตัวเองแล้วนั่งลงที่เก้าอี้อีกรอบ ยังคงมีคำถามมากมายอยู่ในหัว ว่าที่เขาเจอ มันคืออะไรกันแน่ เป็นวิญญาณหรือเป็นแค่จิตของกันที่หลุดออกมา


ที่หน้าห้องไอซียู กันถูกย้ายมาที่นี่ และอาการยังคงทรงตัว ไม่ได้ดีขึ้นมาเลย

“เท่าที่ตรวจดู หนักเลยหว่ะ ถ้าเป็นไปได้ ก็คงต้องผ่าตัดเปลี่ยนหัวใจ”

“หัวใจไม่ได้หาง่ายๆเลยนะเว้ย”

“กูรู้ แต่ถ้าไม่เปลี่ยน น้องกันคงมีชีวิตอยู่ได้นะ แต่ไม่เหมือนคนอื่น เพราะมันอาจจะกำเริบขึ้นมาตอนไหนอีกก็ได้ เอาเป็นว่า กูจะให้เพื่อนกูช่วยอีกแรงแล้วกันนะ มันต้องมีเว้ย เชื่อกู”

นัทตบไหล่กุลเบาๆแล้วเดินออกไป กุลมองน้องชายตัวเองแล้วเดินออกมาจากหน้าห้อง ก่อนจะมาเจอบีนอยู่ตรงหน้า

“น้องพี่...เป็นอะไรมากมั้ยคะ”

กุลเดินเข้าไปหาบีนอย่างรวดเร็วแล้วจับแขนกระชากอย่างแรง

“เพิ่งจะมาถามอะไรตอนนี้ ก่อนหน้านั้นเธอหายไปไหนมาบีน เธอมัวไปทำอะไรอยู่ห๊ะ”

“พี่กุล ปล่อยหนูนะหนูเจ็บ”

“น้องฉันเจ็บกว่าเธอเยอะนะบีน แค่นี้อย่ามาทำเป็นสำออยหน่อยเลย”

น้าแตงเดินเข้ามาเห็นพอดีเลยรีบเข้ามาห้ามกุลไว้

“หมอกุลใจเย็นๆค่ะ”

“เย็นไม่ไหวหรอกพี่แตง ดูสิ หน้าตาดูไม่สำนึกเลยด้วยซ้ำ นี่ถ้าไม่ถูกจับได้ คงไม่มายืนทำหน้าตาตอแหลอยู่ตรงนี้หรอก”

“ไม่เอาค่ะหมอ ปล่อยให้ตำรวจเขาจัดการดีกว่านะคะ ตอนนี้ตำรวจกำลังมาที่นี่นะคะ”

“ดี งั้นก็เอาตัวเองให้รอดให้ได้นะ ฉันมีหลักฐานที่จะเอาผิดเธอทุกอย่าง อยากหนีนักใช่มั้ย คราวนี้ก็ดิ้นให้หลุดแล้วกันนะ”

กุลชี้หน้าบีนแล้วเดินชนไหลบีนออกไป โดยมีน้าแตงวิ่งตามไปด้วย บีนหันไปที่ห้องไอซียูแล้วเดินไปที่หน้าประตูห้อง

“ขอโทษนะคะ ที่หนีแบบนั้น อย่าโกรธอย่าเคืองกันเลยนะคะ ฉันขอโทษจริงๆ ถ้าอะไรที่พอชดใช้ให้ได้ ฉันจะทำให้นะ”

บีนพูดจบก็เดินร้องห่มร้องไห้ออกมาจากประตูห้อง ซึ่งตอนนั้นก็มีออฟที่ได้ยินหมดทุกอย่างแล้ว ออฟถอนหายใจแล้วเดินตามบีนออกไป บีนเดินตรงมาที่หน้าโรงพยาบาลแล้วมองหาแท๊กซี่ซักคัน เพื่อจะหนีไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด

“ยังจะหนีอีกหรอบีน”

“ออฟ”

“ตำรวจกำลังจะมาที่นี่นะ ยังจะหนีอีกหรอ นี่ไม่สำนึกผิดอะไรเลยหรอ”

“สำนึกสิ แต่เราไม่อยากเจอตำรวจหนิ ไม่อยากเจออะไรทั้งนั้น เราไม่อยากเข้าคุก”

“ใครทำอะไรไว้ก็ต้องได้รับโทษแบบนั้นแหละ ยอมรับความจริงเถอะบีน”

บีนหันกลับไปมองถนนที่มีวิ่งผ่านไปมาอย่างรวดเร็ว แล้วหันมาหาออฟอีกครั้ง

“เรากลัว มันไม่ใช่สิ่งที่เราต้องการ ถ้าเราไม่หนี เราก็ต้องเข้าคุก ถ้าเราหนี เราก็โดนตามล่าตัว”

“ใช่ไง ไม่เอาน่าบีน ยังไงหมอกุลก็คงไม่ใจร้ายขนาดนั้นหรอก”

“ไม่หรอก เขากะเอาเราให้ตายเลยด้วยซ้ำ แต่มันก็น่าจะดีนะ ถ้าเราตาย เราจะได้ไม่ต้องทรมานด้วย”

“บีน จะทำอะไรอ่ะ”

บีนมองถนนเบื้องหน้าแล้วหลับตาลง จากนั้นจึงก้าวเท้าลงไปบนถนนที่มีรถเล็กรถใหญ่ผ่านไปมาให้วุ่น

“บีน หยุดนะ!!”


ปี๊น ปี๊นนนนนนนนนนนนนนนนน


ออฟรีบวิ่งเข้าไปหาบีนเพื่อจะฉุดบีนเข้ามาคืน แต่มันก็ไม่ทันซะแล้ว


โคร้มมมมมมม


ร่างของบีนและออฟลอยละลิ่วตามแรงชนของรถกระบะตกไปคนละทิศคนละทาง ร่างของบีนตกไปกระแทกกับแผงกั้นถนน ส่วนออฟลอยมาตกอยู่บนพื้นหญ้าหน้าป้ายโรงพยาบาล ทุกคนที่เห็นเหตุการณ์ต่างก็ตกตะลึงแล้วรีบเข้าไปให้การช่วยเหลือทันที ออฟกับบีนถูกเข็นเข้ามาที่ห้องฉุกเฉินอย่างเร่งรีบ จากการประเมินอาการเบื้องต้น บีนมีอาการที่หนักหนามากกว่าออฟ เพราะร่างไปกระแทงกํบแผงกันถนนที่เป็นปูน ทั้งคู่อยู่ในมือของหมอแล้ว ออฟพ้นขีดอันตราย ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังไม่ได้สติ ส่วนบีนนั้น หมอบอกว่า 50/50 จนตอนนี้ทั้งคู่ก็ถูกแยกมาที่ห้องใกล้ๆกันแล้ว น้าแตงดูตื่นมากเมื่อรู้ข่าว ร้องห่มร้องไห้ปานจะขาดใจจนม่อนต้องมาปลอบว่าออฟไม่เป็นไรแล้ว

ม่อนเดินมาที่ห้องของบีน ที่ตอนนี้บีนยังคงหลับอยู่ ม่อนไม่อยากรบกวนอะไรก่อนจะเดินออกไป สองวันแล้ว ที่ออฟกับบีนยังคงอยู่ในสภาพเดิม ตอนนี้น้าแตงก็ไม่เป็นอันทำงาน ต้องมานั่งเฝ้าหลานชายสุดที่รักเพียงคนเดียวของเธอ ม่อนก็ทำงานแบบไม่มีกระจิตกระใจจะทำอะไรเลย ทุกอย่างมันหดหู่ไปหมด ม่อนลุกขึ้นแล้วเดินไปหาเพื่อนของเขาทั้งสองคน หน้าห้องของบีนก็เห็นพ่อของบีนกำลังยืนคุยกับตำรวจด้วยสีหน้าเคร่งเครียด จากนั้นตำรวจจึงเดินออกไป

“อ้าวม่อน”

“สวัสดีครับพ่อ ผมมาหาบีนครับ”

“อืม เข้าไปหาสิ”

ม่อนผงกหัวแล้วเดินเข้าไปหาบีน ที่ยังหลับอยู่ ม่อนไม่รู้จะพูดอะไรออกไป ได้แต่ยื่นมือไปจับมือบีนไว้แล้วกุมไว้แน่น

“อย่าเป็นอะไรนะบีน สู้เข้าไว้นะ”

ม่อนจะปล่อยมือจากบีน แต่แล้วบีนก็บีบมือม่อนกลับมา ม่อนตกใจแล้วหันไปมองหน้าบีนที่กำลังลืมตาขึ้นมา

“บีน บีนตื่นแล้ว”

ม่อนรีบเรียกพ่อของบีนให้เข้ามาด้วยความดีใจ พ่อเข้ามาเห็นบีนลืมตาก็ดีใจรีบเดินเข้าไปจับมือบีนไว้อีกคน

“ตื่นแล้วหรอลูก”

“หนู..ไม่ไหวแล้ว”

บีนพูดมาเสียงเบา แต่ก็พอทำให้ม่อนกับพ่อได้ยิน

“ไม่ ลูกต้องสู้สิ”

“หนู...เจ็บมาก...พ่อ..หนูไม่ไหว...จริงๆ”

“อย่าพูดแบบนั้นดิบีน”

บีนพยายามดึงมือของม่อนให้ลงมาฟังในสิ่งที่เธอจะพูดต่อไปนี้ ก่อนที่บีนจะค่อยๆปล่อยมือของเธอออกจากม่อน แล้วหลับลงไปอีกครั้ง โดยไม่มีการตื่นขึ้นมาอีกเลย...



สองวันหลังจากที่ผ่านงานศพของบีนไปแล้ว พร้อมๆกับที่ออฟได้ตื่นขึ้นมา ทำให้ม่อนกับบน้าแตงต่างพากันดีใจจนพูดไม่ออกเลยทีเดียว

“ทำไมมึงหลับไปนานแบบนี้ว๊ะเนี่ย”

“เออ กูขอโทษ”

“แล้วแบบนี้จะยังหลับอีกมั้ยว๊ะ”

“มึงแช่งกูหรอ”

“โทษๆ”

ม่อนยิ้มเป็นกำลังใจให้เพื่อนที่นอนอยู่บนเตียง ระหว่างนั้นกุลก็เดินเข้ามาในห้องพอดี

“เป็นไงเรา ตื่นแล้วหรอ”

“ครับ รู้สึกสดชื่นอย่างบอกไม่ถูกเลยครับ”

“ดีแล้วแหละ”

“ครับ แล้วบีนละครับ เป็นยังไงบ้าง”

กุล น้าแตง ม่อน ต่างก็หลบสายตาของออฟ ออฟสังเกตเห็นถึงความผิดปกติและพยายามจะซักเพื่อนให้ได้

“ม่อน บีนล่ะ”

“บีน..เสียแล้ว”

“ห๊ะ”

“เบ๊บเสียแล้ว เพิ่งเผาไปเมื่อสองวันก่อน ก่อนที่มึงจะฟื้น”

ออฟอึ้งไปทันที ก่อนที่น้ำตาจะคลอเบ้าออกมา ไม่คิดไม่ฝันว่าจะเกิดเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น นี่บีนตั้งใจแบบนี้จริงๆหรอ ม่อนเองก็ก้มหน้านิ่ง จำใจที่จะต้องบอกออกไป เพราะยังไง ออฟเองก็ต้องได้รู้ความจริงเข้าซักวัน



คืนนี้ออฟนอนที่คนเดียว เพราะน้าแตงมีเวรที่ต้องเข้า ออฟนอนมองออกไปนอกหน้าระเบียงห้องที่ตอนนี้ข้างนอกมืดไปแล้ว มีเพียงแสงไฟส่องเข้ามาสลัวๆ ออฟกำลังคิดถึงเรื่องของบีน ไม่อยากจะเชื่อว่ามันจะเป็นเรื่องจริง ก่อนจะนึกเลยไปถึงเรื่องของกันด้วย

“มึงเป็นยังไงบ้างเนี้ย กัน มึงโอเคอยู่ใช่มั้ย”

“โอเคครับ”

ออฟสะดุ้งแล้วรีบหันไปตามเสียงกัน เห็นกันนั่งอยู่ที่เก้าอี้ข้างๆตัวเขา

“ได้ข่าวว่าโดนรถชน เป็นยังไงบ้างครับ”

“ก็..ดีขึ้นแล้ว ไม่เป็นอะไรมากแล้ว”

เสียงของออฟดูอึกอักเล็กน้อยด้วยความดีใจ ที่ตอนนี้กันมานั่งอยู่ตรงหน้าของเขาแล้ว

“ดีจังเลย แต่ว่า พี่ไม่ได้กลัวผมใช่มั้ย”

“ทำไมต้องกลัวด้วยอ่ะ มึงไม่ได้เป็นผีนะ”

“ครับ ผมเป็นแค่จิตที่หลุดออกมาเดินเล่นเฉยๆ เดินเล่นจนเจอรักเลยนะ”

กันยังคงทะเล้นและกวนออฟอยู่ตามสไตล์ของกันอยู่

“ยังเล่นไม่เลิกจริงๆนะมึงอ่ะ”

ออฟยิ้มแล้วหันหน้ากลับมาคืน

“ก็บอกแล้ว ว่าอย่าใส่ใจที่ผมพูดมาก ผมแค่อยากให้พี่ยิ้มได้ แค่นั้นเองครับ”

“แล้วถ้ากูใส่ใจละ มึงจะโอเคมั้ย”

กันอึ้งไปกับคำพูดออฟแล้วยิ้มกลับไปอย่างเขินๆ ก่อนจะเปลี่ยนเรื่องไปคุยเรื่องอื่นแทน

“ผมจะผ่าตัดพรุ่งนี้แล้วนะครับพี่ออฟ ผมหวังไว้ด้วย ว่าผมคงจะหายไปจากไอ้โรคนี้ซักที”

“ยินดีด้วยนะ ขอให้มันผ่านไปได้ด้วยดีนะ”

“ครับ ผมสัญญานะ ว่าจะจำพี่ให้ได้”

“อืม สัญญาแล้วนะ”

ออฟหันไปยิ้มให้กันแล้วหันไปมองข้างนอกระเบียงอีกครั้ง

“เฮ้อ อยากให้ถึงพรุ่งนี้เร็วๆเนาะ”

ออฟหันกลับไปมองกันอีกที ที่ตอนนี้หายไปจากตรงนั้นแล้ว กันคงจะเตรียมตัวเข้าสู้โหมดปกติของตัวเองแล้ว ออฟยิ้มให้กับความว่างเปล่าตรงหน้า ก่อนน้ำตาจะค่อยๆคลอเบ้า และพูดคำสารภาพที่เขาอยากจะบอกกัน

“กูรักมึงนะ กัน”


ความคิดเห็น