หมามุก17

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : รู้สึกดี

คำค้น : ออฟกัน

หมวดหมู่ : นิยาย เรื่องสั้น

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.9k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ม.ค. 2561 23:26 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
รู้สึกดี
แบบอักษร

ผ่านวันแรกในตึกฉุกเฉินไปได้อย่างเหน็ดเหนื่อย ออฟทิ้งตัวลงนอนที่ที่นอนแล้วหลับตาลง เขาไม่เคยต้องมาเจออะไรแบบนี้มาก่อนเลย นี่เป็นเพียงแค่การเริ่มต้นเท่านั้น เหลืออีก 4 วันในแผนกฉุกเฉิน ที่ไม่รู้เจออะไรอีก และวันนี้ก็เป็นอีกวัน ที่น้าแตงไม่ได้กลับบ้าน ออฟลุกขึ้นมาแล้วหยิบงานในกระเป๋าออกมาเพื่อจะทำงาน แต่พอจับปากกาขึ้นมาจะเขียน เรื่องกันก็ดันโผล่เข้ามาในหัวจนได้

“มึงเป็นอะไรว๊ะเนี้ย ไอ้ออฟ เฮ้อ แล้ววันไหนจะได้เจอกันอีกนะ”

ออฟคิดไปก็แปลกใจกับตัวเองไป เขาไม่ใช่คนที่จะมาสนิทกับใครได้ง่ายๆ แต่กับกันเขากลับรู้สึกดีด้วยอย่างบอกไม่ถูก แค่เวลาอาทิตย์เดียวที่ได้เจอและคุยกัน มันทำให้เขารู้สึกผูกพันธ์อย่างบอกไม่ถูก แค่วันนี้วันเดียวที่เขาพยายามตามหากัน มันก็ดูแปลกๆไปแล้ว

“หวังว่าพรุ่งนี้จะได้เจอกันนะ ฝันดีนะไอ้เตี้ย”


เช้าวันต่อมา ออฟมาทำงานตามปกติเหมือนทุกวัน และก็เจอบีนที่มาถึงก่อนคนอื่นอยู่เสมอ

“มาเช้าตามเคยเลยนะ”

“อืม รถเราซ่อมยังไม่เสร็จอ่ะ เลยต้องเผื่อเวลาไว้ แต่เหมือนจะเผื่อเยอะไปหน่อย”

“อ้าว รถเป็นไรอ่ะ”

“ก็...อุบัติเหตุนิดหน่อยอ่ะ ตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้วอ่ะ”

สีหน้าของหญิงสาวดูเศร้าลง เหมือนจะคิดบางอย่างได้

“แล้วเป็นไงบ้าง เดินทางลำบากมั้ย”

“ก็นิดหน่อยอ่ะ เพิ่งจะรู้จริงๆนะเนี้ย ว่าการนั่งรอรถเมล์กับแท๊กซี่ มันก็ไม่ใช่เรื่อง่ายเลย”

“สู้ๆเอาหน่อยนะ เดี๋ยวก็ชินเหมือนเรานั่นแหละ”

“นั่นนะสิ เคยบ่นเรื่องนี้กับเธอไว้เยอะเหมือนกัน พอมาเจอเองบ้าง เหมือนกรรมตามทันเลย”

“อย่าพูดแบบนั้นดิ ถือว่าได้เรียนรู้ชีวิตอีกแบบไง”

บีนยิ้มให้ออฟที่พูดออกมาจนทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นมาได้บ้าง ออฟเองก็ยิ้มตอบกลับไป ที่บีนเริ่มจะเข้าใจอะไรขึ้นมาได้บ้างแล้ว

“มาทำไรเนี้ยห๊ะ มาทำไร ขโมยใช่มั้ย”

ม่อนเดินเข้ามาพร้อมกับจับคอเสื้อของกันลากเข้ามาด้วย ออฟเห็นแบบนั้นก็รีบวิ่งเข้ามาห้ามทันที

“อะไรของมึงเนี้ยไอ้ม่อน ปล่อยน้องก่อน”

“ก็เห็นมันด้อมๆมองๆอยู่หน้าประตูอ่ะ ดูมีพิรุธ”

“กูรู้จักน้องมัน ปล่อยก่อน”

ม่อนมองหน้ากันแล้วปล่อยเสื้อกันอย่างที่ออฟบอก

“น้องชื่อกันเว้ย เป็นน้องของ...”

“พี่ออฟ!!”

กันร้องเรียกชื่อออฟดักไว้แล้วมองหน้าออฟ สายตาพยายามสื่อสารว่าอย่าบอกว่าเขาเป็นน้องของกุล

“เป็นน้องของคนที่ทำงานที่นี่แหละ น้องมันอยู่ที่นี่มาก่อนเรานะเว้ย”

“น้องหน้าตาคุ้นๆนะ ใช่คนที่มาเกาะประตูห้องฉุกเฉินเมื่อวานรึเปล่า”

“ครับ ผมเองแหละ”

กันตอบบีนกลับพร้อมกับยิ้มทักทายกลับไปด้วย

“แล้วเรามาทำไรอ่ะ”

“ก็มาหาพี่นั่นแหละพี่ออฟ กลัวว่าจะไม่เจอเวลาอื่นอ่ะ”

“เออ แล้วรู้จักน้องมันได้ไงว๊ะ”

ม่อนถามขึ้นมา ทำเอาออฟเริ่มจะเลิ่กลัก ก่อนจะตอบไปตามความจริง เพราะหน้าตากันในตอนนี้ดูกวนไม่เบาเลย

“ก็รู้จักตั้งแต่วันแรกที่เข้ามาเลยอ่ะ มากวนตีนกู”

“พี่ออฟอ่ะ อ่ะ ผมเจอพี่แล้ว ผมไปก่อนดีกว่า เดี๋ยวพี่ผมตามหา”

กันยกมือไหว้บีนกับม่อนแล้วเดินออกจากห้องไป

“เออ หน้าตาหวานๆนะ แต่ก็ดูกวนตีนดี”

“ใช่มั้ย มึงรู้สึกเหมือนกูแล้วใช่มั้ยม่อน”

“เรารู้สึกว่า เราเคยเจอหน้าน้องคนนี้ที่ไหนก็ไม่รู้อ่ะ”

“อ้าว ก็ไหนบีนบอกว่าเจอเมื่อวานหน้าห้องฉุกเฉินไง”

“ไม่ใช่ออฟ เจอก่อนหน้านั้นอีก”

บีนยังคงมองตามหลังของกันที่เดินออกไปแล้วอย่างครุ่นคิด ว่าเธอเคยเจอกันที่ไหนมาก่อนแน่ๆ


วันนี้เป็นคิวของออฟที่จะต้องออกมานั่งเก็บเคสซักประวัติ หลังจากที่เมื่อวานเบ๊บเก็บเคสไปได้ครบทุกคนแล้ว ส่วนม่อนกับบีนก็อยู่ช่วยงานที่ห้องฉุกเฉินกับโอ๋ วันนี้ก็รู้สึกดีไปอีกแบบที่ไม่มีอุบัติเหตุหรือเคสที่ร้ายแรงอะไรมาก เช้านี้ทุกคนเลยเหมือนได้ผ่อนคลายไปบ้าง

“ไปกินข้าวกันเถอะพวกเรา”

“ไปกินกันก่อนเลยนะ”

“เออๆ ไปกันเถอะบีน”

บีนผงกหัวแล้วเดินตามม่อนออกไป จนมาถึงที่โรงอาหาร บีนก็นั่งเขี่ยๆข้าวในจานเล่น ในหัวก็คิดถึงแต่เรื่องของกัน แต่คิดยังไงก็คิดไม่ออก ว่าเหมือนเคยเจอกันที่ไหน

“เป็นไรอ่ะบีน ไม่หิวหรอ”

“อ่อ เปล่าอ่ะ แค่คิดไรนิดหน่อย”

บีนพยายามกลบเกลื่อนหน้าตาของตัวเองแล้วตักข้าวเข้าปากไปคำนึง

“คิดเรื่องออฟรึเปล่าอ่ะ”

“ทำไมถึงคิดว่าเราคิดเรื่องออฟอ่ะ”

“อ้าว หรือว่าไม่จริงอ่ะ นี่ เราเคยไปคุยกับออฟเรื่องบีนเหมือนกันนะ ออฟบอกว่า ออฟเองก็ยังรักบีนอยุ่นะ บีนหล่ะ ไม่ได้รักออฟแล้วจริงๆหรอ”

บีนเงียบคิดไปแปปนึงแล้วก้มหน้าลง

“ก็ยังรักนั่นแหละ แต่เราเลือกแล้วหนิ ว่าเป็นเพื่อนกันดีกว่า”

“แล้ว...ไม่เจ็บหรอ”

“เจ็บไรอ่ะ”

“ก็ยังรักกันทั้งสองคนอ่ะ แต่ต้องมาแกล้งบอกว่าเป็นเพื่อนกันดีกว่า เราว่ามันฝืนกว่าที่บอกว่าเบื่อกันอีกนะ”

“แล้วจะให้ทำไงอ่ะ จะให้กลับไปรึไง”

“ถูก สองหันหน้าคุยกันดีๆดิ ยอมรับในบางเรื่องของกันและกันให้ได้ เราเชื่อ ไอ้ออฟก็คงอยากจะกลับมาเหมือนกัน”

บีนยิ้มให้ม่อนแต่ไม่พูดอะไรตอบกลับไป ก่อนจะก้มหน้ากินข้าวต่อ ม่อนรู้ว่ามันอาจจะหนักใจสำหรับบีน และคำพูดของเขาอาจจะทำให้บีนลำบากใจก็ได้ จากนั้นจึงหยิบของบางอย่างในกระเป๋าออกมา

“บีน เรามีของจะให้”

“อะไรหรอ”

ม่อนยื่นตุ๊กตาไม้ตัวเล็กเป็นพวงกุญแจน่ารักๆไปตรงหน้าบีน

“คือ เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เราไปเที่ยวกับที่บ้านอ่ะ เลยซื้อมาฝาก กะจะให้ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว แต่มันยุ่งๆไปหน่อยอ่ะ”

บีนรับตุ๊กตาไม้จากม่อนมาดูแล้วยิ้ม

“ขอบใจนะ น่ารักมากเลย”

“ไม่เป็นไรหรอก แต่เรื่องออฟอ่ะ เราเอาใจช่วยเลยนะ”

บีนผงกหัวให้ม่อนแล้วตักผักในจานข้าวของตัวเองให้ม่อน ทั้งสองหัวเราะให้กันแล้วกินข้าวกันต่อไปอย่างมีความสุข


ออฟเดินถือแซนวิชกล่องหนึ่งมาที่อีกตึกหนึ่ง แล้วนั่งลงตรงมุมเงียบๆที่เขาเคยนั่งเป็นประจำ มองซ้ายมองขวาหาร่างคนตัวเล็กที่ชอบกวนเขา และชอบผลุบๆโผล่ๆมันไปแทบทุกที

“ไอ้เตี้ยมันจะมามั้ยเนี้ย”

ออฟนั่งมองกล่องแซนวิชในมือแล้วยิ้มออกมา ในขณะนั้นกันก็เดินมาที่มุมนี้พอดี เขามองเห็นออฟที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว ก่อนจะค่อยๆเดินมาใกล้ๆ

“พี่ออฟ”

“ไง”

กันยิ้มให้ออฟแล้วรีบวิ่งมานั่งข้างๆอย่างดีใจ

“ดีใจอ่ะ วันนี้ได้เจอพี่อีกแล้ว”

“ก็ไม่มีงานอะไรหนักๆอ่ะ เลยมาเจอได้”

“แล้วไม่ไปกินข้าวกับเพื่อนพี่หรอ”

“ไม่อ่ะ กูเตรียมของกูมาแล้ว”

ออฟยกกล่องแซนวิชของตัวเองให้กันดู แล้วเปิดฝาออก ก่อนจะยื่นแซนวิชไปให้กันชิ้นนึง

“ขอบคุณครับ”

“เออ ไม่เป็นไร มา กินพร้อมกันนะ”

กันผงกหัวแล้วรอออฟหยิบแซนวิชของตัวเองบ้าง

“นับ 1-3 แล้วกินเลยนะ”

“ครับ”

“1..2..3”

สิ้นเสียงออฟ ทั้งสองก็กัดแซนวิชเข้าปากไปพร้อมกัน แล้วเคี้ยวอย่างเอร็ดอร่อย

“อร่อยจัง พี่ทำเองหรอ”

“อืม ทำเองกับมือเลย”

กันผงกหัวแล้วกัดแซนวิชกินเข้าไปอีกคำหนึ่ง ออฟมองกันกินแล้วก็ยิ้มตาม ก่อนในหัวจะคิดไปถึงเรื่องที่เขาสงสัยตั้งแต่เมื่อวาน เรื่องที่กุลกับน้าสาวของเขาคุยกันเกี่ยวกับเรื่องกัน โรคประจำตัวที่กันกำลังเป็นอยู่

“กัน กูถามไรหน่อยดิ”

“เอาดิพี่”

ออฟเช็ดปากของตัวเองแล้วหันหน้ามาหากัน

“ได้ยินมาว่าไม่สบาย เป็นอะไรอ่ะ”

กันหยุดเคี้ยวแซนวิชแล้วอมมันไว้แบบนั้น ไม่พูดอะไร

“ถ้าไม่อยากตอบ ก็ไม่เป็นไรนะ กูขอโทษก็แล้วกัน ที่ไปถามอะไรแบบนี้”

กันรีบส่ายหน้าใหญ่แล้วทำเสียงอู้อี้ในปาก

“เป็นไรอ่ะ”

“น้ำ...ติดคออ่ะ”

“อ้าว ก็ก็นึกว่าเป็นอะไร อ่ะน้ำ”

ออฟยื่นน้ำไปให้กันแล้วลูบหลังกันเบาๆ กันกระดกน้ำลงคอไปอึกนึงแล้วถอนหายใจออกมาจนพอรู้สึกดีขึ้นมาได้บ้าง

“เฮ้อ รู้สึกดี เมื่อกี้พี่ถามว่าไรนะ”

“อ้าว ไม่ได้ฟังหรอ”

กันส่ายหัวตอบกลับมาให้ออฟแทน ออฟถอนหายใจแล้วเริ่มถามอีกครั้ง

“คือ กูได้ยินมาว่ามึงไม่สบาย เป็นอะไรหรอ”

“อ๋อ โรคประจำตัวอ่ะครับ โรคหัวใจ เพราะโรคแบบนี้แหละครับ ที่ทำให้ผมไม่ค่อยได้ออกไปไหนมาไหนกับเพื่อน เพราะที่บ้านไม่อนุญาต กลัวว่ามันจะกำเริบขึ้นมาอ่ะครับ ขนาดให้อยู่บ้านคนเดียวก็ไม่ได้ ผมเลยต้องตามพี่ผมมาโรงพยาบาลทุกวัน ใกล้มือหมอด้วยเผื่อผมเป็นอะไรไป”

“อย่างนี้นี่เอง แล้วพ่อกับแม่ละ”

“พ่อกับแม่ก็ทำงานอยู่อีกที่หนึ่งครับ ผมชอบมากับพี่มากกว่า พี่ก็รู้หนิ อยู่กับผู้อาวุโสอ่ะ มันไม่สนุก”

“อ๋อ เออ แล้วเคยกำเริบขึ้นมาบ้างมั้ยอ่ะ”

“เคยตอน ป.4 ครับ ตอนเข้าค่ายลูกเสือที่โรงเรียน และหลังจากกำเริบตอนนั้นแหละครับ ผมเลยได้รู้จักโรงพยาบาลดีเลย วันหยุดหรือปิดเทอม แม่ก็หิ้วผมไปทำงานด้วยตลอด จนพี่ผมได้มาเป็นหมอนี่แหละ เลยหันมาตามพี่แทน”

ออฟผงกหัวอย่างรับรู้ แล้วกัดแซนวิชกินต่อไป ก่อนที่กันจะพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ดูเศร้าๆ

“ดูลำบากนะว่ามั้ยพี่”

“มันก็ดีแล้ว ที่ได้อยู่ใกล้โรงพยาบาลอ่ะ ยังไงก็ดูแลตัวเองดีๆก็แล้วกันนะ กูเป็นห่วง”

กันหันควับมามองออฟอย่างรวดเร็วแล้วยิ้มออกมาทั้งที่ปากยังกัดแซนวิช

“อี้เอ็นอ่วงอ๋งอ้วยอ๋อ (พี่เป็นห่วงผมด้วยหรอ)”

“อะไรของมึงเนี้ย กินให้เสร็จก่อนแล้วค่อยพูดก็ได้”

กันผงกหัวแล้วเคี้ยวแซนวิชต่อ แต่ตาก็ยังคงมองออฟอยู่แบบนั้น

“ยิ้มอะไรของมึงเนี้ย”

“ป่าว ฮึฮึ”



หลังจากเลิกงานแล้ว ออฟก็เดินออกมาที่หน้าโรงพยาบาลเพื่อจะกลับบ้าน แต่ก็มาเจอบีนนั่งดักรออยู่

“อ้าวบีน ยังไม่กลับหรอ”

“ยังอ่ะ เรารอออฟอยู่”

“รอเรา?”

ออฟขมวดคิ้วอย่างงงๆ แล้วเอียงคอไปอย่างสงสัย

“จะไปไหนรึเปล่า มีธุระต่อมั้ย จะขอคุยด้วยหน่อยอ่ะ”

“ไม่มีอะไรหรอก ถ้าอยากคุยด้วยก็เอาดิ”

“อืม ไปนั่งที่ร้านกาแฟข้างๆโรงพยาบาลกันมั้ย”

“เอาดิ”

ออฟผงกหัวให้แล้วเดินคู่กันไปที่ร้านกาแฟที่ตั้งอยู่ข้างโรงพยาบาล ก่อนจะสั่งน้ำกันไปคนละแก้ว แล้วเลือกมุมเงียบๆนั่งกันสองคน

“รู้สึกถึงบรรยากาศเก่าๆเลยว่าม๊ะ”

“อืม แล้วนี่ บีนมีไรหรอ”

“อ๋อ คือ เราจะถามเรื่องของน้องกันอ่ะ ออฟไปรู้จักน้องได้ยังไงหรอ”

“อืมมม ก็ตั้งแต่เข้ามาที่นี่วันแรกเลยอ่ะ ไปเจอกันที่ห้องน้ำ แล้วก็ได้คุยกันมาตลอดเลย แค่นั้นแหละ”

“แค่นั้น จริงๆหรอ”

ออฟหลบหน้าเบแล้วเม้มปากแน่น คิดว่าเขาคงต้องพูดความจริงออกไปแล้ว เมื่อสายตาของบีนมองมาเหมือนจะเค้นเอาความจริง

“อันที่จริงก็คือ เราทำตุ๊กตาหล่นอ่ะ น้องมันเลยเก็บได้ ก็เลยต้องตามไปเอาคืนกับมัน จากนั้นก็เลยได้เจอกันบ่อยๆ”

“ตุ๊กตาหรอ”

“อืม ก็อันนั้นแหละ อันที่เราว่าจะให้เบ๊บอ่ะ”

ออฟตอบไปก็ยิ้มไปด้วย

“เออ แล้วบีนถามถึงกันทำไมอ่ะ มีอะไรรึเปล่า”

“คือ เราเองก็ไม่แน่ใจอ่ะนะ แต่เรารู้สึกว่า เราเคยเห็นกันที่ไหนมาก่อน ตอนแรกว่าจะไม่คิดแล้วนะ เพราะอาจจะเป็นคนหน้าเหมือนก็ได้ แต่ไม่รู้ทำไม มันถึงสลัดหน้ากันออกจากหัวไม่ได้อ่ะ”

“คิดมากไปป่าวบีน เห็นว่าน้องหน้าตาน่ารักรึเปล่า”

“ออฟชมน้องหรอเนี่ย”

ออฟหุบยิ้มเก็บเกือบไม่ทันเมื่อบีนทักขึ้นมา เอาเข้าจริงที่พูดไปเมื่อกี้ก็เผลอนั่นแหละ

“ก็..เห็นน้องมันหน้าหวานๆไง ใครเห็นก็ว่ามันน่ารักหมดนั่นแหละ”

ออฟแก้ตัวไปแล้วเกาหัวแก้เขินด้วย

“โอเค เราอาจจะคิดมากไปก็ได้ ขอบใจนะที่มานั่งคุยด้วยอ่ะ”

“ไม่เป็นไร แล้วนี่จะกลับยังไงอ่ะ”

“ก็ต้องแท๊กซี่อยู่แล้ว ง่ายกว่า งั้นเรากลับกันเถอะ เดี๋ยวมืดซะก่อน”

ออฟผงกหัวแล้วลุกขึ้นเดินตามบีนออกมานอกร้าน

“ยังไงก็ขอบใจอีกรอบนะ”

“ไม่เป็นไร”

“เราต้องข้ามฝั่งไปขึ้นรถอ่ะ ยังไงก็แยกกันตรงนี้ก็ได้นะ คนละทางกันอยู่แล้ว”

“อืม”

บีนโบกมือให้ออฟแล้วหันหลังข้ามถนนทันทีโดยไม่ได้มองรถที่กำลังแล่นมา


ปี๊น ปี๊นนนนน


บีนชะงักแล้วหันไปมองรถอย่างตกตะลึง

“บีน ระวัง!!”

ออฟรีบวิ่งไปคว้าเอวบีนแล้วดึงเข้ามาประชิดตัวทันที

“ไม่เป็นไรนะ”

บีนอึ้งนิดๆแล้วหันไปมองหน้าออฟที่อยู่ข้างหลังตัวเอง

“ไม่เป็นไร”

“เอางี้ เดี๋ยวเราพาข้ามไปดีกว่านะ”

ออฟปล่อยมือจากเอวบีนแล้วเลื่อนมาจับที่มือแทน ก่อนจะพาเดินข้ามถนนไปอีกฝั่ง บีนมองตามมือของออฟแล้วยิ้มออกมาอย่างเขินๆ เพราะออฟไม่เคยได้จับมือเธอเดินแบบนี้เลย จนกระทั่งถึงอีกฝั่งของถนน

“ขอบใจนะ”

“ไม่เป็นไร กลับดีๆนะ เดี๋ยวเราไปก่อนละ”

ออฟโบกมือให้บีนแล้วหันหลังเดินออกไป โดยมีบีนมองตามแล้วยิ้มให้กับหลังของออฟที่เดินห่างออกไป



วันต่อมาที่โรงพยาบาล เช้านี้ยังคงวุ่นอยู่กับอุบัติเหตุรถขนนักเรียนไปแข่งกีฬาในช่วงปิดเทอมชนกับรถกระบะ ทำให้ทุกคนต่างก็วิ่งแจ้นกันอย่างวุ่นวาย ออฟ ม่อน และบีนก็ด้วย ที่ต้องมาช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้กับนักเรียนที่นั่งรอทำแผลกันราวสิบกว่าคน บางคนก็ร้องไห้เพราะกลัวและตกใจ ก็ต้องปลอบประโลมกันไป และในมุมหนึ่งของโรงพยาบาล กันหลบมุมมองมาที่ออฟที่กำลังช่วยดูเด็กนักเรียนอยู่ แล้วเผลอยิ้มออกมา

“สู้ๆนะครับพี่ออฟ วันนี้คงวุ่นน่าดูแน่ๆ”

กันให้กำลังใจออฟเบาๆกับตัวเอง แล้วเดินออกไปจากมุมตึก

“เฮ้อ วันนี้หนักกว่าทุกวันอีกนะเนี้ย”

“เหนื่อยหรอม่อน”

“ก็ไม่เท่าไหร่หรอกบีน เออ แล้วไอ่ออฟอ่ะ”

“เห็นว่ากำลงันั่งอยู่กับเด็กคนนึงอ่ะ รอผู้ปกครองมารับ”

“อ๋อ อืม”


หน้าห้องฉุกเฉิน ออฟนั่งอยู่กับเด็กคนหนึ่ง เป็นคนสุดท้ายที่รอพ่อกับแม่มารับกลับบ้าน

“ชื่อไรอ่ะ เก่งนะเรา ไม่ร้องเลย”

“ชื่อปืนครับ อยู่ชั้น ป.5 เป็นหัวหน้าห้องด้วย ต้องไม่ร้องครับ จะได้ดูแลเพื่อนได้”

“น่ารักจริงๆเลยนะ แล้วที่จะไปเนี่ย ไปแข่งอะไรหรอ”

“ฟุตบอลครับ ที่โรงเรียนพาไปแข่งตลอดปิดเทอมเลยนะ ได้แชมป์ตลอดด้วย ยกเว้นก็แต่ปีนี้แหละครับ”

เด็กชายแสดงอาการเศร้าลง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้เด็กชายต้องพลาดการแข่งขัน สำหรัลเด็กๆแบบนี้ คงจะเสียใจอยู่ไม่น้อย

“ไม่เป็นไรหรอก สู้ใหม่ก็ได้ ตอนนี้ก็ไปพักรักษาตัวก่อน”

“ครับพี่”

ซักพักหนึ่งพ่อแม่ของปืนก็มารับลูกชายของพวกเขา ปืนยกมือไหว้ออฟแล้วเดินตามพ่อกับแม่ไปขึ้นรถ ออฟมองตามจนรถหายลับตาไป ก่อนจะเหลือบมองนาฬิกาที่ข้อมือ บ่งบอกว่าเที่ยงแล้ว จึงเดินกลับเข้าห้องมาหยิบกล่องแซนวิชแล้วเดินมานั่งรอกันที่ตึกเหมือนเดิม แต่รอยังไง ก็ไม่เห็นกันมาซักที ออฟเลยเปิดกล่องแซนวิชและหยิบมันมากินชิ้นหนึ่ง แต่สายตาก็ยังเหลือบมองหากันเป็นระยะ แต่กันก็ไม่มา ออฟถอนหายใจแล้วลุกขึ้นเดินกลับมาที่ห้องเหมือนเดิม ก่อนที่สีหน้าจะเปลี่ยนเป็นบูดบึ้ง

“หายไปไหนว๊ะไอ้เตี้ย”

ออฟเก็บกล่องแซนวิชไว้แล้วหยิบงานของตัวเองมาทำตามปกติ แต่ในหัวก็ยังคิดอยู่ ว่าทำไมกันถึงไม่มาเจอเขา จนออฟได้มีโอกาสไปหาน้าแตง ถึงจะหวังไว้นิดๆว่าจะได้เจอกัน แต่ตอนนี้อาการงอนมันมาเต็มแล้ว เมื่อเดินผ่านมาหน้าห้องของกุล ก็เป็นอย่างที่หวัง กันกำลังนั่งตีขาตัวเองเล่นอยู่หน้าห้องของกุล ออฟเห็นแบบนั้นก็ดีใจ อยากจะทัก แต่ก็แข็งใจไม่ทักดีกว่า

“พี่ออฟ มาทำไรอ่ะ”

“เรื่องของกู”

ออฟตอบไปเสียงห้วนๆ

“ทำไมเสียงเป็นแบบนั้นอ่ะพี่ ใครทำไรให้โกรธป่ะ”

“ก็ไม่มีอะไรหรอก แค่ตอนเที่ยงไปนั่งกินแซนวิชมาอ่ะ”

ออฟพูดแค่นั้นแล้วเดินเข้าห้องไปหาน้าแตง กันเอียงคออย่างสงสัย แล้วทบทวนคำพูดของออฟใหม่

“ไปกินแซนวิชหรอ หรือว่าพี่ออฟนั่งรอเรา พี่ออฟรอเราหรอ โอ๊ยยยย แย่แล้ว”

กันกุมหัวตัวเองอย่างรู้สึกผิดที่เขาไม่ได้ไปหาออฟ และออฟอาจจะเคืองด้วยที่เขาไม่ได้ไปหา

“ทำไงดีเนี้ย”

กันหันซ้ายหันขวา ว่าจะทำยังไงให้ออฟหายเคือง ก่อนจะยิ้มมุมปากนิดๆแล้ววิ่งหายไป ออฟเอางานให้น้าแตงเสร็จก็เดินออกมานอกห้อง มองไปที่หน้าห้องของกุลที่ตอนนี้ไม่มีกันอยู่ตรงนั้นแล้ว

“มันหายไปไหนเนี้ย”

ออฟส่ายหัวแล้วเดินกลับตึกไป ระหว่างจะเลี้ยวตรงมุมตึกก็เจอกันยืนเบะปากอยู่

“เป็นไรอ่ะ”

กันไม่พูดอะไร แต่เริ่มเผยยิ้มออกมาแล้วยื่นแอปเปิ้ลลูกหนึ่งไปตรงหน้าออฟแทน

“ให้ทำไม”

“ขอโทษไงครับ ขอโทษที่ไม่ได้ไปหาพี่ตอนเที่ยงนะ”

“เอาแอปเปิ้ลมาขอโทษหรอ”

กันผงกหัวให้รัวๆ แต่สีหน้าก็ยังคงยิ้มให้ออฟอยู่

“ช่วยรับแอปเปิ้ลขอโทษจากผมด้วยนะ”

“แล้วถ้ากูไม่รับล่ะ”

“ก็แสดงว่าพี่ยังโกรธผมอยู่ไง”

กันตอบไปด้วยแล้วเปลี่ยนสีหน้าเป็นอ้อนวอนออฟอย่างสุดฤทธิ์ ออฟมองแล้วก็เกือบข่มหัวเราะไม่ไหว เลยหยิบลูกแอปเปิ้ลจากมือกันมา กันเห็นออฟหยิบไปแล้วก็ฉีกยิ้มให้ออฟใหญ่

“เย้ พี่รับแอปเปิ้ลผมไปแล้ว ดีใจจัง”

“ก็ให้มันเสร็จๆไปเฉยๆนี่แหละ เดี๋ยวมึงจะร้องไห้ไง”

“ไม่ร้องหรอก ผมเข้มแข็งพอน่า”

“เข้มแข็งให้ได้ตลอดเลยนะ แล้วก็ยิ้มให้ตลอดเลยด้วย ต่อสู้กับมันให้ได้นะ”

กันรู้ดีว่าออฟหมายถึงอะไร ก่อนจะผงกหัวรับ

“งั้นกูไปทำงานละ ไปนะ”

“ครับ ตั้งใจทำงานนะครับพี่”

กันตะโกนตามหลังออฟที่เดินออกไปแล้วโบกมือให้อย่างดีอกดีใจ ออฟเดินเข้ามาที่ห้องแล้วมองแอปเปิ้ลในมือก่อนจะยิ้มให้มัน ในหัวก็คิดถึงรอยยิ้มของกันที่มาขอโทษเขา ออฟเองก็เผลอยิ้มออกมาอย่างไม่รู้ตัว ก่อนจะตั้งสติของตัวเองได้

“กูเป็นไรของกูว๊ะเนี่ย จะยิ้มทำไมว๊ะ”

ออฟเก็บลูกแอปเปิ้ลไว้ในกระเป๋าแล้วนั่งเขียนงานต่อ แต่เขียนไปได้นิดเดียวก็เผลอยิ้มออกมาอีกเพราะตอนนี้ในหัวมีแต่หน้ากันเต็มไปหมด

“เป็นไรของกูว๊ะเนี้ย เลิกยิ้มได้แล้วมั้ง ฮึ้ยยยยยย”

ออฟฟุบหน้าตัวเองลงกับโต๊ะด้วยความเขินอาย ที่ตอนนี้หน้าของกันมาวนเวียนอยู่ใกล้ๆเขาตลอด



“เธอทำอะไรของเธออยู่ ถ้าคนไข้เป็นอะไรขึ้นมาเธอจะทำยังไง”

“หนูขอโทษจริงๆนะคะ แต่หนูไม่กล้าทำอะไรมากกว่านั้นจริงๆ”

“ไม่ไหวเลยนะ ที่มหาลัยไม่ได้สอนเลยรึไง เรื่องง่ายๆเท่านั้นเองนะ”

“หนูขอโทษจริงๆค่ะพี่ปู”

บีนถูกปูที่เป็นหมออยู่ที่ห้องฉุกเฉินดุเอาแต่เช้า เพียงเพราะมีคนโดนมีดบาดมา และไม่สามารถที่จะเย็บให้ได้ จึงทำได้แค่ห้ามเลือดไว้ และกำลังจะเรียกหมอ คนเจ็บก็ดันเป็นลม บีนจึงต้องหาแอมโมเนียมาให้ดม พร้อมกับปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้ แต่ปูไม่พอใจ เพราะกลัวว่าคนไข้จะเป็นอะไรหนักมากกว่า

“เดี๋ยวๆ มีอะไรกันน่ะ”

“มาพอดีเลยพี่โอ๋ เด็กคนนี้นี่สิ มีคนไข้โดนมีดบาดมาล้างแผลแต่เช้า แต่กลับเย็บแผลไม่เป็น คนไข้ก็เป็นลมอีก”

“นี่ปู น้องเค้ามาแค่จิตอาสานะ ไม่ได้มาฝึกงานจริงจัง และอีกอย่างอ่ะ ไม่เย็บก็ถูกแล้ว และเธอเองก็เป็นหมอ เธอก็ทำเป็น แค่มารับช่วงต่อจากน้องแค่นั้นเอง”

“แต่คนไข้เป็นลมนะพี่”

“พอก่อน เดี๋ยวพี่คุยเอง”

โอ๋ปรามปูไว้ แล้วหันมาหาบีนที่ก้มหน้าน้ำตาคลอเบ้าอยู่

“ไหนเล่ามาซิ มันเป็นยังไง”

“คือว่า มีคุณป้าโดนมีดบาดจากการทำอาหารเช้ามาล้างแผลค่ะ แล้วแผลลึกมาก หนูเองก็มาเช้ามากด้วย อีกอย่างยังไม่มีใครเข้ามา หนูเลยพยายามห้ามเลือดไว้ให้ก่อนค่ะ ว่าจะไปตามหมออีกแผนกหนึ่งมา แต่คนเจ็บก็ดันเป็นลมไป อาจจะเพราะเสียเลือดไปมากด้วย หนูก็เลยปฐมพยาบาลเบื้องต้นให้ค่ะ แล้วพี่ปูก็เข้ามาพอดีค่ะ”

“ใช่ แล้วก็มาเห็นไง ว่าเด็กพวกนี้ มันทำอะไรไม่เป็นจริงๆ”

“ปู พี่บอกแล้วไง ว่าน้องมาแค่จิตอาสา แล้วก็ยังอยู่ปี2 กันทั้งสามคนด้วย ดีแล้วที่น้องไม่ทำอ่ะ ถ้าคนอื่นรู้เข้าน้องอาจจะโดนหนักเลยนะ ในคู่มือของน้องก็มีบอก ว่าน้องเค้ายังทำพวกนี้ไม่ได้ ส่วนเธอเอง ควรจะเข้าใจในสิ่งที่พี่พูดด้วย พี่เข้าใจที่น้องมันพูดดีแล้ว แล้วคนไข้เป็นยังไงบ้าง”

“ปูจัดการเรียบร้อยแล้วค่ะ ยังนอนอยู่ที่เตียงอยู่ค่ะ”

“อืม งั้นเรื่องนี้ขอให้จบลงที่ตรงนี้นะ ไปทำงานต่อเถอะ”

ปูผงกหัวแล้วเดินออกไป แต่สายตาก็ยังไม่เลิกเหล่มองบีนที่ก้มหน้าอยู่ด้วย

“ส่วนบีน พี่อนุญาติให้เราไปพักก่อนก็ได้นะ ไม่ต้องกลัวอะไรแล้ว โอเคนะ”

บีนเงยหน้าขึ้นมามองโอ๋แล้วยิ้ม ก่อนจะเดินออกไปจากห้อง ตรงไปที่บันไดหนีไฟและเดินขึ้นไปข้างบนจนมาถึงดาดฟ้า บีนเดินมาเกาะขอบตึกแล้วมองทอดออกไป

“ขึ้นมาทำไรอ่ะบีน”

“อ้าวม่อน ขึ้นมาสูดอากาศหน่อยอ่ะ อากาศบนตึกอ่ะ ดีที่สุดแล้วในกรุงเทพ”

“อืม ก็จริงอย่างที่เบ๊บว่านั้นแหละ”

ม่อนเดินเข้ามายืนข้างๆบีนแล้วเกาะขอบตึกบ้าง แต่สายตาของเขาไม่ได้มองออกไปไหน นอกจากมองไปที่บีน

“เราได้ยินเรื่องเมื่อเช้าอ่ะ บีนไม่เป็นไรใช่มั้ย”

“เฮ้อ ก็เฟลนิดๆอ่ะ อุตส่าห์พยายามไม่ให้เกินขอบเขตงานของตัวเองแล้วแท้ๆ ก็ยังโดนบ่น ถ้าเราเรียนแพทย์พยาบาลก็ว่าไปอย่าง”

“นี้คงรู้สึกไม่ดีมากเลยอะดิ”

“ก็พอสมควรอ่ะ ก็เลยมารับอากาศดีๆข้างบนตึกแบบนี้ไง”

“แต่ทำไมยังดูไม่ค่อยโอเคเลยอ่ะ”

“ไม่รู้ดิ อยากให้มันโอเคเร็วๆเหมือนกัน”

“อยากโอเคเร็วๆเราพอมีวิธีนะ”

“อะไรหรอ”

ม่อนปล่อยมือจากของตึกแล้วกางแขนของเขาออก

“ลองดูดิ”

บีนมองม่อนแล้วลองทำตามบ้าง

“อืม แล้วยังไงต่อ”

“หลับตาลง แล้วบีนจะรู้สึกดี เวลามีลมมาปะทะหน้าและมือของเรา มันเป็นเหมือนกำลังใจที่โคตรจะดีเลยนะ”

บีนหลับตาลงบ้าง และในความเงียบบนตึก ก็ถูกแทนด้วยเสียงของลมที่มาปะทะหน้าทำให้รู้สึกสดชื่นและเย็นฉ่ำอย่างบอกไม่ถูกจนบีนค่อยๆยิ้มออกมาอย่างรู้สึกดี ม่อนค่อยๆลืมตาแล้วเหลือบไปมองบีนจนตัวเองก็เผลอยิ้มออกมาบ้าง


ตอนบ่ายนี้กันค่อยๆเดินย่องมาที่ตึกฉุกเฉิน แล้วเขยิบๆไปที่หน้าห้องทำงาน จากนั้นจึงค่อยๆเปิดประตูเข้ามา แล้วชะเง้อหน้ามองผ่านแผงกันที่กั้นระหว่างโต๊ะทำงานและโต๊ะประชุม เห็นออฟกำลังนั่งประชุมงานอยกับหมอในแผนก กันยิ้มแป้นส่งไปให้ออฟที่ตอนนี้เหลือบมามองเห็นกันแล้ว

“ไอ้เตี้ยมันมาทำไรเนี้ย”

กันยกมือโบกให้ออฟอย่างเงียบ ออฟเองก็ดุกันผ่านสายตามาเงียบๆเหมือนกัน แต่กันก็ยังคงทำหน้าตาทะเล้นใส่ออฟอยู่แบบนั้น ออฟทั้งทำตาโตใส่ ทำปากขมุบขมิบใส่ แต่กันก็ยังไม่ไปแถมยังทำท่าทางหัวเราะเยาะเขาอีก

“เป็นไรว๊ะไอ้ออฟ ตะคริวกินหน้ามึงรึไง”

“ไม่ใช่ มึงดูไอ้เตี้ยดิ มากวนตีนได้อีก”

ม่อนมองไปที่กันที่ตอนนี้กำลังทำหน้าทำตาล้อเลียนออฟสุดฤทธิ์จนเผลอหลุดขำออกมาทันที

“ฮุบ!!”

“เป็นไรอ่ะม่อน”

“อ๋อ หึ....ไม่มีไรครับพี่โอ๋ หึหึหึ”

“นี่ๆ ตั้งใจฟังหน่อย”

“ครับ”

ม่อนตอบรับโอ๋ไปแต่ก็ยังคงขำไม่หยุดจนออฟต้องรีบบิดเอวม่อนทันทีให้ได้สติ และตอนนี้กันก็หนีหายไปจากตรงนั้นแล้ว เมื่อเลิกประชุมออฟไม่รีรออะไรทั้งนั้น เขารีบตรงดิ่งตามไปหากันทันที

“มึงไปทำไรที่นั้น”

“ก็ไปกวนพี่เล่นไง”

“แล้วไม่เห็นรึไง ว่าประชุมอยู่อ่ะ”

“เห็นครับ แล้วก็ขอโทษด้วย แต่ผมอยากจะเห็นหน้าพี่มากกว่าไง”

ออฟส่ายหัวแล้วเดินมานั่งลงข้างๆกัน

“ทีหลังอย่าทำแบบนั้นนะ เข้าใจมั้ย”

“เข้าใจครับ”

กันก้มหน้ายอมรับผิดแต่โดยดี ออฟเห็นแล้วก็อดยิ้มในความน่ารักทุกๆอิริยาบถของกัน ก่อนจะยื่นมือไปยีหัวกันเล่น

“เชื่อฟังง่ายๆอย่างนี้ดีแล้ว จะได้คบกันได้นานๆ”

“หื้อ คบหรอ นี่ผมเป็นแฟนพี่แล้วหรอ”

ผัวะ!!

“เอาอีกแล้ว ตีหัวอีกแล้ว”

“มึงพูดอะไรของมึงล่ะ ไอ้นี้หนิ อย่ามาฉวยโอกาสกูนะ”

“ขอโทษคร้าบ”

กันพูดขอโทษอีกรอบ แล้วยังคงก้มหน้าสำนึกผิดต่อไป

“งั้นกูไปทำงานต่อละ”

กันผงกหัวให้เป็นคำตอบไป ออฟลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินกลับตึกไป ระหว่างนั้นก็เห็นน้าแตงเดินมาพอดี

“ออฟ เจอตัวพอดีเลย”

“ว่าไงครับน้าแตง”

“วันนี้น้ากลับดึกนะ ไม่ต้องล็อคประตูข้างนอก”

“ทำอะไรหรอครับ”

“วันนี้เค้าจะเซอไพรส์วันเกิดให้หมอกุลกัน เลยว่าจะอยู่ฉลองกันนิดๆหน่อยๆ”

ออฟครุ่นคิด ถ้าฉลองวันเกิดของหมอกุล งั้นกันก็ยังต้องอยู่ด้วยสิ

“งั้น ผมอยู่ด้วยได้มั้ยอ่ะ แต่ว่าผมไม่กวนน้าหรอกนะ จะรออยู่ข้างนอก”

“เอางั้นก็ได้ ไปทำงานได้แล้วไป”

“ครับ”

ออฟหันหลังเดินกลับไปพร้อมกับรอยยิ้ม ที่เขาจะได้เจอกันอีกรอบ



หลังเลิกงานแล้วออฟก็เดินมาที่ตึกอีกฝั่ง แล้วมานั่งในมุมที่เขานั่งอยู่ประจำกับกัน

“มันจะมามั้ยนะ ไม่สิ มันรู้มั้ยว่าเรายังไม่กลับ”

ออฟเปิดกระเป๋าแล้วหยิบลูกแอปเปิ้ลที่กันให้เขาตั้งแต่เมื่อวานขึ้นมา ก่อนจะกัดมันไปคำนึง

“พี่ออฟ!!”

“แค่ก แค่ก”

ออฟสำลักแอปเปิ้ลเพราะตกใจกับเสียงของกันที่ทักขึ้นมาเลยหันไปดุคนตัวเล็กที่ทำท่ายียวนใส่

“จะเสียงดังทำไมเนี้ย กูตกใจหมด”

กันหัวเราะแล้วเดินมานั่งข้างๆออฟ

“ทำไมยังไม่กลับอ่ะพี่”

“รอน้ากูอ่ะ เห็นว่าวันนี้วันเกิดพี่มึงหนิ ทำไมไม่ไปสังสรรค์กับเค้าล่ะ”

“มีแต่ผู้ใหญ่ทั้งนั้นอ่ะ ขี้เกียจไปนั่งฟังเขาเม้ามอยกัน ก็เลยจะมานั่งเล่นเงียบๆคนเดียว แต่ผมว่าตอนนี้ไม่ใช่คนเดียวแล้วแหละ”

“อืม ก็ดีเหมือนกัน ก็หวังไว้นะ ว่าจะได้มาเจอมึงเนี้ย”

“งั้นหรอ อยากเจอผมหรอเนี้ย”

“ก็เออดิ ไม่มีคนให้ด่าเล่นหนิ”

“ใจร้ายจริงๆเลยพี่หนิ”

ทั้งสองนั่งหัวเราะและคุยกันอย่างสนุกสนาน จนเวลาล่วงเลยมาจนดึกแล้ว ตอนนี้ทั้งสองก็เริ่มจะเงียบไปแล้ว ออฟห้าวรอบหนึ่ง ตาของเขาก็จะปิดลงไปแล้ว ออฟหันไปมองกันที่ตอนนี้กำลังนั่งสัปหงกอยู่ข้างๆ นี่เป็นครั้งแรกที่ออฟได้มาเห็นกันนั่งหลับอยู่แบบนี้ และยิ่งมอง ทำไมยิ่งน่ารักด้วยก็ไม่รู้ ออฟเขยิบไปข้างๆกันแล้วเอื้อมมือของตัวเองไปกดหัวกันลงมาที่ไหลของเขา ออฟมองกันที่งัวเงียกับไหลของเขาก็ยิ้มอย่างเขินๆ ก่อนจะเริ่มรู้สึกง่วงอีกรอบ และหลับไปพร้อมกับกันตรงนั้น

ความคิดเห็น