หมามุก17

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : เอ็นดู

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย เรื่องสั้น

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ม.ค. 2561 23:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เอ็นดู
แบบอักษร

เช้าวันต่อมา ออฟเดินทางมาที่โรงพยาบาลตามปกติ แต่ไม่ได้มาพร้อมกับน้าแตง เพราะน้าแตงต้องอยู่เวรดึก เวลาทำงานของน้าแตงในแต่ละวันต่างกันไปหมด จนออฟคิดว่าน้าแต่งแบ่งเวลาและพักผ่อนยังไงได้ ออฟเดินเข้ามาในห้องที่มีโต๊ะวางติดกันสามตัว เอาไว้เป็นโต๊ะทำงานสำหรับพวกเขาสามคน ออฟวางกระเป๋าของตัวเองบนโต๊ะแล้วนั่งลงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดดูไปเรื่อยๆ

“เจ็ดโมงครึ่งหรอเนี่ย กูมาเร็วไปรึเปล่าว๊ะ”

ออฟเก็บโทรศัพท์ไว้คืนแล้วเดินออกมานอกห้อง จนมาเจอเข้ากับกุลที่กำลังจะเดินเข้าห้องด้วย

“สวัสดีครับพี่กุล”

“สวัสดีออฟ เป็นยังไงบ้าง วันนี้จะทำอะไรหรอ”

“ก็คงจะเก็บเคสซักสองเคสครับ เคสผู้ป่วยเรื้อรัง”

“อืม ดีมาก ถ้าไม่เข้าใจอะไร หรืออยากจะได้เคสไหนก็บอกได้เลยนะ”

“ครับ ขอบคุณนะครับ”

ออฟก้มหัวให้กุลนิดๆ ก่อนจะเดินผ่านไป แต่ยังไม่ทันที่จะเดินผ่านไปไกลก็ได้ยินเสียงกุลพูดขึ้นมา

“พี่จะทำงานแล้วนะกัน”

ออฟหันไปมองกุลที่เดินเข้าห้องไปแล้ว แล้วหันไปเจอกันที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขา ก็ทำให้เขาแปลกใจนิดๆ

“มาตั้งแต่ตอนไหนเนี้ยไอ้เตี้ย”

“ก็เมื่อกี้ไง ที่พี่ผมเรียกอ่ะ”

“อ้าว นี่เป็นน้องพี่กุลหรอ”

“ครับ นั่นแหละพี่ผม ก็ผมบอกแล้ว ว่าผมมากับพี่ชายบ่อยๆอ่ะ”

ออฟกลอกตามองบนครุ่นคิดถึงสิ่งที่เขาเคยคุยกับกันเมื่อวาน ก็พอจะจำได้ลางๆ

“อ่อ ถ้างั้นกูก็ต้องเห็นมึงบ่อยๆแล้วอ่ะดิ”

“เห็นหน้าผมบ่อยๆไม่ดีหรอพี่”

“ดีกับผีอะไร ยิ่งเจอยิ่งกวนตีน”

“พี่น่าจะพูดดีๆกับผมบ้างนะ ในฐานะผู้มีพระคุณที่เก็บตุ๊กตาไว้ให้พี่ได้อ่ะ”

กันพูดไปด้วยก็เดินมาดักหน้าออฟไปด้วย นั่นยิ่งทำให้เขาเริ่มจะรำคาญขึ้นมาแล้ว

“อะไรของมึงเนี้ย จะมาทวงบุญคุณอะไรอีก”

กันยิ้มเยาะและยักไหล่ใส่ออฟไปทีหนึ่ง ออฟส่ายหัวแล้วหยิบขนมออกมาจากกระเป๋าเสื้อกาวน์ก่อนจะยื่นไปให้กัน

“อ่ะ เอาไปกิน”

“ให้ผมจริงอ่ะ”

“เออ เอาไป”

กันค่อยๆยื่นมือไปรับขนมจากออฟมา แต่สายตาก็ยังคงจ้องมองเขาอยู่

“ไม่ได้ใส่ยานอนหลับอะไรใช่มั้ยครับ”

“อะไรอีกเนี้ย”

“เอ้า ก็..เผื่อเดี๋ยวพี่อาจจะสนใจในตัวผม จนอยากจะกลืนกินผมจนทนไม่ไหว ก็เลยต้องหาอะไรมาล่อลวงเพื่อทำมิดีมิร้ายผม ขนมนี้พี่อาจใส่อะไรลงไปก็เป็นดะ..”

ผัวะ!!

ก่อนที่กันจะพูดอะไรแปลกๆไปมาก ออฟก็ตบหัวกันจนเกือบจะทิ่มลงพื้น

“เพ้อเจ้อแล้วไอ้เตี้ย!!”

“โอ๊ยยยยยย เจ็บอ่ะ”

“คิดบ้าคิดบออะไรของมึง อย่าหลงตัวเองให้มาก กูไม่ได้พิศวาทอะไรแบบมึงเลย”

“แหมๆ แค่ล้อเล่นนิดหน่อยเองนะ ก็ไม่เห็นต้องทำอะไรรุนแรงเลยอ่ะ”

“เออ ขอโทษก็แล้วกัน ว่าแต่ จะกินมั้ยขนมอ่ะ ถ้ายังกลัวกูเอาคืนนะ”

ออฟยื่นมือจะไปคว้าเอาขนมคืน แต่กันก็รีบดึงมือหนี

“อย่านะพี่ ให้มาแล้วจะเอาคืนได้ไงอ่ะ ระวังหนูมันจะมากัดหูเอานะ”

“ไปเอามาจากไหนว๊ะเนี้ย โบราณสัส เออ กินให้อร่อยก็แล้วกัน กูไปทำงานละ”

“ครับ ขอบคุณสำหรับขนมนะพี่”

ออฟเดินไปด้วยก็ยกมือให้กันไปด้วย ก่อนจะเดินไปหยิบสมุดบันทึกตามไปสบทบกับเพื่อนที่รออยู่กันแล้ว

“มัวไปไหนมาว๊ะ เดี๋ยวเคสก็หมดก่อนหรอก”

“โทษที ขี้นานไปหหน่อย”

ออฟหาข้อแก้ตัวส่งไปๆ ใครจะไปบอก ว่าจริงๆมัวแต่ไปทะเลาะกับเด็กกวนส้นแบบกันมา ออฟเผลอยิ้มไปนิดๆเมื่อนึกถึงกัน ถึงจะกวน จะป่วน แต่มันก็เชื่อฟังอยู่บ้างแหละนะ



“อ่ะ คนไข้คนนี้เป็นโรคเบาหวานนะ พึ่งแอดมิดเมื่อคืนก่อนเพราะมีอาการช็อค เจาะน้ำตาลดูแล้ว น้ำตาลขึ้นไป 425 เป็นค่าที่สูงกว่าปกติมาก ก็เลยต้องนอนดูอาการ”

“อืม งั้นเคสนี้บีนขอนะคะ”

บีนอาสาเอาเคสผู้ป่วยรายแรกไปแล้ว หลักจากนั้นน้าแตงก็พาดูเคสอื่นไปเรื่อยๆ จนได้ครบกันหมดทุกคน ที่เหลือก็จะเป็นหน้าที่ของพวกเขาที่จะต้องตามมาดูอาการเรื่อยๆ


พักเที่ยง

“โหยยย คนไข้เคสกูเก็บข้อมูลยากมากอ่ะ แทบไม่พูดอะไรเลย ต้องคอยติดตามตลอด เผื่อญาติเขามาวันไหนจะได้ถาม เพลียเลยกู”

ม่อนฟุบหัวลงกับโต๊ะ พร้อมกับสาธยายงานของตัวเองอย่างเหนื่อยหน่าย จนออฟต้องพูดปลอบกลับ

“เอาน่ามึง สู้ๆหน่อยก็แล้วกัน”

“แล้วเปลี่ยนเคสไม่ได้หรอ”

“ก็อยากเปลี่ยนนะบีน แต่ไม่รู้จะหาเคสแปลกๆแบบนี้ได้ที่ไหนละ”

ทั้งสามนั่งคุยกันไปด้วยก็กินข้าวไปด้วย พร้อมกับแลกเปลี่ยนข้อมูลของเคสผู้ป่วยกันอย่างสนุกสนาน

“เออ งั้นเดี๋ยวขอไปซื้อน้ำก่อนนะ”

ออฟหยิบกระเป๋าเงินออกมาจากเป้ของตัวเอง แล้วจะลุกออกไป ระหว่างนั้นมือก็ดันเกี่ยวกระเป๋าเป้ตัวเองร่วงลงที่พื้น

“เป็นไรว๊ะมึง ดูดิ ร่วงหมดละ”

ออฟนั่งลงไปเก็บของที่ร่วงของตัวเอง ก่อนที่มือหนึ่งยื่นของบางอย่างมาให้ ออฟมองตามมือเรียวยาวนั้นไปก็เป็นบีน ที่กำลังยื่นตุ๊กตากลับไปมาให้เขา

“มันหล่นมาหาเราอ่ะ ของออฟใช่ม๊ะ”

ออฟรีบหยิบมาใส่กระเป๋าทันทีอย่างเขินๆ

“อะไรว๊ะ นี่พกตุ๊กตาด้วยหรอว๊ะ ตั้งแต่ตอนไหนเนี้ยมึง”

“ยุ่งไรมึง”

ออฟบอกปัดแล้วรีบเดินไปซื้อน้ำทันที

“อะไรของมันว๊ะ แล้วมันไปได้ตุ๊กตามาจากไหนเนี้ย”

“ของเราเองแหละ”

“ห๊ะ”

ม่อนตกใจแล้วหันควับไปมองหน้านิ่งของบีนทันที

“น่าจะเป็นของเราเองแหละมั้ง เพราะก่อนจะเลิกกัน เราจำได้ว่าเคยจ้องตุ๊กตาตัวนั้นในตู้คีบอ่ะ”

“งั้นหรอ เสียดายเนาะ ออฟกับบีนไม่น่าเลิกกันเลย”

“ช่างเหอะ เป็นแบบนี้ก็ดีแล้ว เราโอเค”

บีนบอกปัดแล้วก้มหน้ากินข้าวต่อไป ม่อนมองตามแล้วแอบอย่างหวังนิดๆ ที่จะให้เพื่อนรักของเขาอย่างออฟ และผู้หญิงที่เขาแอบรักอย่างบีนได้กลับมาคบกันอย่างเดิม


เมื่อกินข้าวเสร็จทุกคนต่างก็แยกย้ายไปทำธุระส่วนตัวกัน ออฟเดินมาในมุมหนึ่งของโรงพยาบาลที่ไม่ค่อยจะมีคนเดินผ่านกันมากนัก แต่ก็ต้องมาเจอกับกันที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว ออฟหยุดชะงักแล้วค่อยๆหันกลับไป เพราะไม่อยากจะมาต่อปากต่อคำกับกันซักเท่าไหร่

“จะรีบไปไหนอ่ะพี่”

ออฟรู้ว่าหนีไปไม่ได้แล้ว เลยหันไปหากันที่นั่งยิ้มให้เขาอยู่

“มาคุยกันก่อนเด้”

“กูไม่อยากคุยกับมึง”

“อู๊ยย จุกสัด”

กันหลับตาแล้วนิ่วหน้าไปมา

“แล้วมาทำไรตรงนี้อ่ะ”

“ก็มานั่งเล่นคนเดียว อยู่กับคนอื่นจะไปช่วยอะไรเขาได้ล่ะ ถูกม๊ะ”

ออฟก้มหน้านิดๆแล้วเดินมานั่งข้างๆกัน

“นี่ ตามพี่ตัวเองมาทุกวัน แล้วสุดท้ายก็ยังต้องมานั่งอยู่คนเดียวเหมือนเดิม จะมาทำไมว๊ะ”

“ก็ไม่เห็นเป็นไรเลยนิครับ อยู่ที่นี่ยังเดินเล่นไปได้เรื่อยๆ ก็สนุกไปอีกแบบนะ”

“ต่อมความรู้สึกมึงมันผิดแปลกไปจากคนอื่นรึไงว๊ะ”

“ผมก็ร่าเริงแบบนี้เป็นปกติอยู่แล้ว ไม่รู้จะเครียดไปทำไม แล้วอีกอย่างนะ ยิ่งเจอพี่ ผมก็ยิ่งมีความสุขเลยนะ”

ออฟหันไปมองหน้ากันแล้วเผลอยิ้มออกมาตาม

“นั่นๆ ยิ้มแล้วอะดิ ไหนว่าไม่ชอบอะไรแบบผมไง”

ออฟรีบหุบยิ้มแล้วหันควับไปหากันทันที

“อะไรของมึงเนี้ย พูดซะกูขนลุกเชียว”

ออฟยังคงหัวเราะตามหลังไปอีก เพราะใบหน้าที่ดูน่ารักและดูอ้อนๆเขาไปด้วย

“นี่ มึงหยุดทำหน้าแบบนั้นซักที กูไม่มีขนมให้หรอก”

ออฟพูดจบก็ลุกขึ้นจะเดินออกไป

“โหยพี่ อะไรอ่ะ แล้วที่ยิ้มๆอยู่อ่ะ ไม่ใช่เพราะความน่ารักของผมรึไงอ่ะ”

“หลงตัวเองไม่เลิกนะมึงอ่ะ กูไปละ”

“พี่ออฟอ่ะ นี่พี่ไม่ชอบผมบ้างหรอ เอ่อ ไม่ได้หมายถึง ชอบแบบนั้นหรอกนะ”

ออฟหยุดเดินแล้วหันมาหากันที่ยืนเบะปากมองเขาอยู่

“เออ ไม่ได้ชอบหรอก.....แต่เอ็นดู”

ออฟพูดออกไปพร้อมกับหันไปมองหน้ากันที่ยืนยิ้มแฉ่งมาให้เขา

“เย้ๆ”

กันกระโดดโลดเต้นอยู่คนเดียวอย่างดีอกดีใจ ส่วนออฟก็มองดูกันแล้วยิ้มตามกับความน่ารักของเขา ก่อนจะเดินเลี่ยงไปทำงานต่อไป



“ออฟ”

ออฟหันไปตามเสียงเรียกของน้าสาวที่กำลังเดินตรงมาหาเขาอย่างรวดเร็ว

“ครับ”

“คืองี้นะ น้าได้รับคำสั่งให้ดูแลคนไข้พิเศษคนหนึ่งจากหมอกุล และคืนนี้ก็เลยต้องจัดเวรและเวลากระทันหัน น้าไม่ได้กลับบ้านนะ หาอะไรกินเองก็แล้วกันนะ”

ออฟผงกหัวกลับไปให้น้าสาว ขณะที่กำลังเขียนงานของตัวเองอยู่ที่โต๊ะทำงาน

“งั้นน้าขอตัวก่อนนะ ตั้งใจทำงานกันนะเด็กๆ”

“ค่า น้าแตง”

น้าสาวทิ้งรอยยิ้มที่สดใสไว้ให้แล้วเดินจากไป

“เสร็จแล้ว”

“ดีใจด้วยนะม่อน เสร็จซักที จะได้เริ่งงานใหม่ได้”

“นั่นอะดิ ขอบใจนะบีน แล้วก็ปวดฉี่ด้วย ขอไปเข้าห้องน้ำแปปนะ”

ม่อนวางงานที่เสร็จของตัวเองไว้ แล้วเดินออกไปเข้าห้องน้ำทันที เหลือเพียงบีนกับออฟ ที่ยังนั่งทำงานกันอยู่ บีนชำเลืองมองออฟไปเป็นระยะๆ ไม่ต่างจากออฟเองด้วย ในหัวทั้งสองกำลังต่างก็คิดทบทวน ว่าจะเอายังไงดี กับอดีตตรงหน้า

“เอ่อ ออฟ”

“หือ”

“เราถามอะไรหน่อยดิ”

“อะไรหรอ”

“ตุ๊กตานั่นอ่ะ...ของเราหรอ”

ออฟก้มหน้าลง แล้วขีดๆเขียนๆปากกาในมือลงไปที่กระดาษอย่างอายๆ

“อืม มันเป็นของบีนนั่นแหละ เรากะจะเอาให้ตั้งวันที่เราคีบได้ละ ขอโทษนะ ที่ไม่ได้ให้”

“เราก็ขอโทษเหมือนกัน ที่ตอนนั่นเราไม่เชื่อมั่นในตัวออฟ ถ้าเราคิดอะไรได้เร็วกว่านี้ เราก็คงไม่ต้องเลิกกัน เอ๊ะ ไม่สิ ออฟก็คงไม่ต้องบอกเรา”

“เฮ้ย ไม่เป็นไรหรอกบีน เราเองก็คงเป็นแฟนที่น่าเบื่อจริงๆนั่นแหละ แต่ตอนนี้ เราน่าจะเป็นเพื่อนกันได้นะ”

“นั่นนะสิ อันที่จริงนี่เป็นครั้งแรกเลยนะ ตั้งแต่ที่เลิกกัน ที่เราได้คุยกันแบบนี้อ่ะ”

ออฟมองหน้าบีนแล้วผงกหัวกลับไปคืน

“รู้สึกดีนะว่ามั้ย”

“ก็ประมาณนั้นอ่ะ”

ทั้งสองยิ้มให้กันได้อีกครั้งอย่างมีความสุข โดยมีสายตาของเพื่อนรักอย่างม่อนแอบมองผ่านช่องประตูมาอย่างเจ็บๆ



“กลับแล้วนะทุกคน”

“อืม กลับดีๆนะบีน”

ม่อนโบกมือให้บีนที่กำลังเดินออกจากห้องไป แล้วหันมาหาออฟที่กำลังเก็บกระเป๋าของตัวเองอยู่

“นี่ กูเห็นนะ คุยกันดีๆได้แล้วหนิ”

“ก็แค่คุยกันดีๆ เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันอ่ะ”

“อะไรคือเป็นเพื่อนว๊ะ ยังรักกันอยู่ไม่ใช่หรอ ง้อเค้าดิ”

ออฟยืนตัวตรงแล้วถอนหายใจใส่เพื่อนตัวเอง

“ไม่ต้องมาพูดเรื่องนี้กับกูแล้วนะ”

“เฮ้ย กูขอโทษน่า”

“เออ กลับได้แล้ว คนที่ออกจากห้องเป็นคนสุดท้ายต้องปิดไฟใช่ม๊ะ”

“ไม่ดีกว่าว๊ะ กูออกไปก่อนดีกว่า”

ม่อนรีบคว้ากระเป๋าของตัวเองแล้วออกจากห้องไปทันที ออฟรีบเร่งเก็บของของตัวเองให้เสร็จโดยเร็วแล้ว ก่อนจะเอื่อมมือไปปิดไฟห้องแล้วเดินออกมา ออฟเดินมาเรื่อยตามทางเดินจนมาเจอกับน้าแตงที่กำลังออกมาจากห้องคนไข้

“น้าแตง”

“อ้าว จะกลับแล้วหรอออฟ”

“ครับ นี่ห้องคนไข้พิเศษที่ว่าใช่ม๊ะ”

“ใช่ ถ้ามีอะไรอยากให้น้าดู ก็มาหาน้าที่นี่นะ ยังไงก็กลับบ้านดีๆละ นี่ก็เริ่มจะดึกแล้ว เดี๋ยวน้าไปทำธุระที่แผนกอื่นก่อน”

“ครับ”

ออฟรับคำแล้วมองตามน้าสาวที่เดินออกไป

“จะกลับแล้วหรอพี่”

ออฟได้ยินเสียงนี้ก็ถอนหายใจทันที เพราะรู้ดี ว่ามันเป็นเสียงของใคร

“มึงอีกแล้วหรอไอ้เตี้ย”

“อะไรอ่ะ พูดไม่เพราะกับผมอีกแล้วอ่ะ”

กันเบะปากใส่ออฟแล้วโยกตัวไปมา

“อะไรของมึงอีกเนี้ย ง้องแง้งจริงๆ”

“ก็แค่อยากคุยด้วยเท่านั้นเองครับ”

“กูไม่อยากคุยไง วันนี้กูเจอมึงสามเวลาเหมือนอาหารแต่ละวันเลยนะเนี้ย”

“ก็ดีไม่ใช่หรอ ไหนว่าเอ็นดูผมไง”

“ตอนนั้นอ่ะใช่ ตอนนี้อ่ะ เริ่มไม่ละ”

“พี่อ่ะ”

กันหน้ามุ้ยแล้วเดินไปนั่งเก้าอี้ที่ตั้งอยู่แถวนั้น ออฟมองตามแล้วเดินไปนั่งลงข้างๆบ้าง กันเหล่ตามองแล้วถามกลับไปเบาๆ

“ไม่กลับบ้านรึไงพี่”

“กลับดิ แล้วมึงไม่กลับรึไง”

“ก็พี่กุลยังไม่กลับเลยอ่ะครับ ผมก็อยู่รอพี่กุลเนี้ยแหละ”

“อ่อ งั้นเดี๋ยวกูอยู่เป็นเพื่อนก็ได้”

“จริงหรอ นี่เอ็นดูผมขึ้นมาอีกแล้วใช่ป่ะ”

กันหันมายิ้มให้ออฟอย่างดีอกดีใจ ที่ออฟเริ่มจะคุยดีๆกับเขาแล้ว

“จะไม่เอ็นดูก็ตอนนี้นี่แหละ”

“เอ็นดูต่อก็ได้คร้าบ แล้วบ้านพี่กับโรงพยาบาลห่างกันป่าวอ่ะ”

“ก็ไม่ห่างมากหรอก เดินทางสะดวกอยู่ ถามทำไมอ่ะ อยากไปเล่นบ้านกูหรอ ได้นะ วันนี้น้ากูอยู่เวร”

“โหยย อย่าพูดเองเออเองดิพี่ ไม่ได้หมายความว่าแบบนั้นซักหน่อยอ่ะ ก็แค่...เป็นห่วงความปลอดภัยไง กลัวว่าจะต้องเดินทางนาน อะไรแบบนี้อ่ะ”

“นี่เป็นห่วงกันด้วยหรอ”

“อ้าว ไม่ได้หรอ”

ออฟส่ายหัวให้กันนิดๆ กันถอนหายใจแล้วเอนหลังไปติดกับพนักเก้าอี้

“เหนื่อยจัง อยากกลับบ้านแล้วอ่ะ เมื่อไหร่พี่กุลจะเสร็จนะ”

“ให้กูไปตามให้ม๊ะ”

“อ่อ ไม่เป็นไรครับ”

“ก็เห็นอยากกลับอ่ะ ไม่อยากอยู่คุยกันแล้วรึไง”

กันเหลือบมองออฟนิดๆแล้วอมยิ้ม ในระหว่างนั้น เสียงของกุลก็ดังขึ้นมาเบาๆใกล้ๆออฟกับกันที่นั่งกันอยู่

“กัน พี่จะกลับบ้านแล้วนะ”

“ครับ”

กันรับคำกุลที่หันหลังเดินไปแล้ว

“ผมกลับแล้วนะพี่ เดี๋ยวพี่กุลไม่รอ ดูดิ รีบเดินไปไหนก็ไม่รู้”

“เออๆ”

กันยิ้มให้ออฟแล้วรีบวิ่งตามหลังของพี่ชายตัวเองไปอย่างรวดเร็ว ออฟเองก็ลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินออกไปบ้าง เพื่อจะกลับบ้าน



1 อาทิตย์ผ่านไป “เอาละ ผ่านไปแล้ว 1 อาทิตย์ กับงานและแผนกที่เบาๆเบาะๆ วันนี้รู้กันใช่มั้ย ว่าเราจะต้องเปลี่ยนที่สิงสถิตแล้ว”

“ที่ไหนหรอครับน้าแตง”

ม่อนถามไปด้วยขณะที่กำลังดื่มน้ำหลังกินขนมปังเสร็จ

“ER จ๊ะ” (ER=อุบัติเหตุและฉุกเฉิน)

“พรู้ดดดดดดดด”

ม่อนได้ยินชื่อก็ปล่อยน้ำในปากออกมาจนเละโต๊ะหมด

“ม่อน เลอะหมด”

“ขอโทษครับน้าแตง แต่ผมตกใจอ่ะ”

สีหน้าของม่อนบ่งบอกถึงความตกใจจริงๆ มืออีกข้างก็คว้าเอาทิชชู่มาเช็ดโต๊ะอย่างรวดเร็วด้วย

“นั้นดิน้าแตง เราต้องไปทำอะไรตรงนั้นด้วยหรอ”

“ไม่ต้องตื่นตกใจไป เราเรียนสาธารณสุขไม่ใช่หรอ แล้วอีกอย่างเรามาแค่จิตอาสา เค้าจะให้พวกเราแค่คัดกรองผู้ป่วยเฉยๆ ไม่ได้ทำอะไรแบบที่เราคิดกันหรอก สบายใจได้”

ทั้งสามผงกหัวอย่างเข้าใจและโล่งใจ เพราะเคยได้ยินมาว่า ห้องฉุกเฉินนี่แหละ เป็นอะไรที่หนักที่สุดแล้ว

“เดี๋ยวน้าพาไปนะ ที่นั้นจะมีคนมารับช่วงต่อ อ่ะ เก็บของแล้วลุกค่ะ”

ทั้งสามรีบเก็บของกันแล้วเดินตามน้าแตงมาจนถึงหน้าห้องฉุกเฉิน

“รอตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวน้ามา”

น้าสาวบอกเสร็จก็เดินหายเข้าไปข้างในห้องๆหนึ่ง ม่อนมองไปที่ชื่อห้องก็เม้มปากแน่น ก่อนจะหันมามองตาเพื่อนทั้งสองปริบๆ

“ออฟ มึงดูดิ แค่ชื่อที่ติดข้างหน้า กูก็จะบ้าตายละ”

“อย่าคิดอะไรไปก่อนดิ น้าแตงก็บอกแล้ว ว่ามันไม่ได้น่ากลัวซักหน่อย”

“ใช่ ม่อนอ่ะ อย่าพูดให้เรารู้สึกกลัวดิ”

“อ้าว ก็เราไม่รู้ว่าต่อไปเราจะต้องเจออะไรบ้างหนิ”

ระหว่างที่ทั้งสามกำลังหวาดระแวงกับแผนกที่กำลังยืนอยู่ น้าแตงก็เดินออกมาพร้อมกับผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่ดูท่าทางใจดี และสดใส ออฟมองแล้วก็รู้สึกประหม่านิดๆ จะว่าไป งานที่นี่ก็ดูน่าจะหนัก แต่ทำไมถึงดูสดใสได้นะ แล้วเขาจะอยู่ให้เป็นแบบนี้ได้มั้ยนะ

“อ่ะเด็กๆ นี่พี่โอ๋นะ เป็นหมอประจำอยู่ที่แผนกนี่ พี่โอ๋จะเป็นคนสอนงานเราทุกอย่าง แล้วก็อย่าลืมนะ มีเคสอะไรก็ปรึกษาพี่เขาได้ เดี๋ยวน้าไปก่อนนะ จะรีบไปดูคนไข้”

ทั้งสามยกมือไหว้โอ๋และน้าแตงพร้อมๆกัน น้าแตงหันไปฝากฝังทั้งสามกับโอ๋อีกครั้งแล้วเดินจากไปโดยทั้งสามเองก็มองตามตาละห้อยจนโอ๋สังเกตได้

“อ่ะ ไม่ต้องตื่นตกใจอะไรนะ ตอนนี้ยังไม่มีอะไรร้ายแรงหรอก เบาๆก็แค่ล้างแผลที่หมอนัดมาล้างทุกวันก็แค่นั้น เห็นว่ามีเคสซักประวัติด้วยใช่มั้ย เก็บตรงนี้เลยก็ได้นะ พี่ไม่ว่าอะไร แต่อย่าลืมเอามาให้พี่ตรวจดูด้วยนะ”

“ค่ะ เอ่อ แล้วพวกหนูต้องประจำอยู่ตรงไหนคะ”

“ข้างในห้องทำงานนี่แหละ พี่จัดเตรียมไว้ให้แล้ว เดี๋ยวเข้าไปนั่งทำงานของตัวเองก่อนก็แล้วกันนะ ถ้าใครจะเก็บเคสซักประวัติ ก็มาบอกพี่ก็แล้วกัน”

“ครับ/ค่ะ”

หลังรับคำจากโอ๋เสร็จ ทั้งสามก็เดินเข้ามาในห้องทำงานที่มีโต๊ะเตรียมไว้ให้แต่ละคนแล้ว

“เฮ้อ หวังว่าวันนี้จะไม่ต้องเจออะไรที่ร้ายๆนะ”

“อย่าพูดแบบนั้นดิม่อน คนจะเจ็บจะป่วย มันไม่ได้บอกล่วงหน้าหรอกนะ”

“บีนพูดถูก มึงอ่ะ คิดมากไปป่าว”

บีนผงกหัวตามคำพูดออฟแล้วหยิบงานของตัวเองออกมา

“เอางี้นะ เรามีเวลาอยู่แผนกนี้อาทิตย์นึง เรื่องซักประวัติ เราก็เอากันคนละวันเลยนะ จะได้ไม่ซ้ำกันด้วย แล้ววันนี้ เราขอก่อนนะ”

บีนพูดเสร็จก็เดินออกไป

“แล้วกูทำไรว๊ะ”

“งานเก่ามึงไง ยังไม่เสร็จไม่ใช่หรอ ทำไปดิ”

ออฟหัวเราะใสส่ม่อนที่ทำหน้ามุ้ยใส่เขาแล้วเดินออกจากห้องไปตามทางเดินต่างๆในตึก อันที่จริงตึกนี้กับตึกก่อนหน้าที่เขาอยู่ อยู่ห่างกันแค่นิดเดียว แต่ออฟก็ยังหวังนิดๆ ว่าเขาจะได้เจอกัน

“ยังไม่ได้บอกกันเลยนะเนี้ย ว่าย้ายมาแผนกอื่นแล้ว มันจะรอเราอยู่มั้ยนะ”

ออฟเหลือบมองไปที่ตึกข้างๆ และมองไปทั่วชั้น เพราะกันก็มักจะผลุบๆโผล่ๆไปเรื่อยแบบงงๆ ชอบมาแบบแปลกๆ แล้วก็หายไปแบบแปลกๆ

กริ๊งงงงง

ออฟหยิบโทรศัพท์มาดูก็เห็นเป็นเบอร์ของม่อนที่โทรเข้ามา ก่อนจะกดรับสาย

“ไงว๊ะ”

“มึงอยู่ไหน มานี่ด่วนเลย มีเคสฉุกเฉินเว้ย”

“เออๆ ไปเดี๋ยวนี้แหละ”

ออฟวางสายไปแล้วรีบวิ่งตรงไปยังห้องฉุกเฉินที่ตอนนี้กำลังวุ่นวาย เพราะมีอุบัติเหตุรถมอเตอร์ไซต์ชนกัน

“มาเร็วๆ ช่วยพี่ห้ามเลือดก่อน”

ออฟรีบวิ่งไปกดแผลของผู้หญิงคนหนึ่งตามที่โอ๋บอกที่กำลังนอนร้องอย่างเจ็บปวดอยู่ที่เตียง

“มอไซต์ชนกันหว่ะมึง ท่าจะหนักด้วย”

“เออๆ ช่วยกันห้ามเลือดกันก่อนดีกว่า”

“ไหวมั้ยทั้งสอง ช่วยก่อนนะ”

โอ๋และหมอคนอื่นๆกำลังเตรียมเซตล้างแผลกันอย่างเร่งรีบ เพราะคนเจ็บมีหลายคน แต่ละคนก็หนักๆกันทั้งนั้น ในมุมหนึ่ง กันกำลังเกาะประตูมองเข้ามาในห้องฉุกเฉิน ที่มีออฟช่วยกดแผลคนเจ็บอยู่อย่างตั้งใจ จนเผลอยิ้มออกมา

“ดูมุ่งมั่นดีนะพี่เนี้ย”

บีนถือน้ำเกลือล้างแผลวิ่งมาจะเข้าห้องฉุกเฉินก็ต้องชะงักลง เมื่อเห็นเด็กชายคนหนึ่งยืนเกาะประตูอยู่

“น้องคะ”

“ครับ”

กันผละออกจากประตูแล้วหันมามองบีนอย่างตกตะลึง

“เป็นญาติกับคนเจ็บรึเปล่าคะ”

“เอ่อ เปล่าครับ”

“งั้นรบกวนน้องไปนั่งรอที่เก้าอี้ก่อนนะคะ”

กันผงกหัวให้บีนแล้วถอยออกมาจากประตู บีนเองก็รีบวิ่งเข้าไปข้างในทันที กันค่อยเขยิบเข้าไปใกล้ๆประตูอีกครั้ง แล้วยังคงมองตรงไปที่ออฟอยู่

“สู้ๆนะครับพี่ออฟ ไว้ว่างๆเจอกันนะ”

กันยิ้มให้ออฟที่ไม่ได้มองหน้าเขาและพูดให้กำลังใจอีกฝ่ายเบาๆ ก่อนจะผละออกจากประตูเดินออกไป



หลังจากเสร็จงานตรงนั้น ออฟก็มานั่งพักหลบมุมเงียบอยู่คนเดียว ก่อนจะถอนหายใจยาวออกมา แล้วยกแก้วน้ำในมือขึ้นมาดื่มอย่างเหน็ดเหนื่อย ที่ไม่คิดว่าจะต้องมาเจอเรื่องแบบนี้ ก็มาเจอจนได้ แต่ก็ถือว่าดี ได้รู้มันนิดๆหน่อยๆก็เอา

“แค่ช่วยเขานิดๆหน่อยๆ แต่ทำไมมันรู้สึกเหนื่อยๆแบบนี้นะ”

ออฟเอนหลังไปพิงกับพนักเก้าอี้แล้วหลับตาลง พร้อมๆกับที่กันเดินจะตรงมาหาออฟพอดี

“พี่....”

“ออฟ!!”

ออฟลืมตาขึ้นตามเสียงเรียกของบีนที่เรียกเขาเสียงดังลั่น

“มีไรหรอบีน”

“มีมาอีกแล้วอ่ะ ไปช่วยที”

“เออๆ”

ออฟลุงขึ้นแล้วโยนแก้วน้ำพลาสติกลงถังขยะ ก่อนจะชำเลียงมองไปเห็นกันที่ยืนอยู่ไกลๆจากเขา

“แปปนึงนะ เดี๋ยวพี่มาคุยด้วยแน่นอน”

ออฟยิ้มอ่อนๆให้กันที่ยืนอยู่ห่างๆเขาแล้วรีบวิ่งตรงไปยังห้องฉุกเฉิน กันหน้าหง่อยลงไปทันที ถึงจะเป็นรอยยิ้มจากออฟที่ส่งมาให้ แต่กันก็อยากจะคุยกับเขามากกว่า กันจึงจำใจต้องเดินคอตกหันกลับเข้าไปในตึกอย่างเดิม



“ขอโทษด้วยนะ ทั้งที่คิดว่าพวกเธอไม่น่าจะมาเจออะไรแบบนี้แล้ว แต่มันฉุกลหุกจริงๆอ่ะ”

โอ๋บอกกับทั้งสามคนที่ตอนนี้นั่งหอบอยู่ที่โต๊ะของตัวเอง เพราะเป็นสิ่งที่ทั้งสามเคบเจอครั้งแรก เลยทำเอาเหนื่อยไปเยอะเหมือนกัน

“นั่นนะสิครับ ยังกะเป็นการรับน้องอย่างนั้นแหละ”

“ไม่เป็นไรหรอกครับพี่โอ๋ ผมเข้าใจ อันที่จริงก็ดีนะครับ ได้ความรู้พื้นฐานมาเต็มเลย”

“ดีใจจัง ที่พวกเราโอเคกันเนี้ย งั้นก็ไปพักกันได้แล้ว เที่ยงพอดีเลย พี่ไปก่อนนะ”

โอ๋พูดจบก็เดินออกจากห้องไป ม่อนมองตามหลังโอ๋จนโอ๋หายลับตาไปก็ทิ้งตัวลงไปกับโต๊ะตรงหน้าทันที

“เฮ้อออ สุดยอดเลยหว่ะ”

“เอาน่า ได้ช่วยคนอื่นก็ถือว่าดีอยู่แล้วไม่ใช่รึไง”

“อืม สู้หน่อยนะม่อน เป็นกำลังใจให้ทั้งสองคนเลย”

ม่อนได้ยินเสียงบีนแบบนั้นก็ดีดตัวเองมานั่งหลังตรงทันที

“รู้สึกดีขึ้นมาเลยอ่ะ งั้นเราไปกินข้าวกันเถอะ”

“เออ ไปกินกันก่อนเลยนะ เรายังไม่ค่อยหิวอ่ะ”

“เอางั้นก็ได้ เดี๋ยวเราซื้อไรมาฝากแล้วกัน”

“ขอบใจนะ”

บีนยิ้มให้ออฟแล้วเดินออกจากห้องโดยมีม่อนเดินตามออกไป ออฟเองก็เดินออกมาด้วย แต่เปลี่ยนเส้นทางมาที่ตึกอีกฝั่งหนึ่งที่พวกเขาเคยอยู่ตอนแรก ตรงไปที่มุมๆหนึ่งที่มักจะเจอกับกันอยู่บ่อยๆ แต่ตอนนี้กลับไม่มีกันอยู่ตรงนั้นแล้ว ออฟนั่งรออยู่นานก็ไม่เห็นกันซักที จนจะหมดเวลาพักแล้ว ก็ยังไม่เจอกัน เลยถอดใจเดินกลับไป ระหว่างนั้นก็เดินผ่านไปที่หน้าห้องของกุลด้วย เผื่อจะเจอกันอยู่แถวนั้น แต่กลับเจอกุลกับน้าแตงยืนคุยกันอยู่สองคนแทน

“เค้าไม่คิดจะรับผิดชอบอะไรเลยหรอครับ”

“จากที่เขาพูดมา มันก็ดูบ่ายเบี่ยงตลอดเลยนะคะ อย่างนี้เราจะทำยังไงดีคะ”

“ต้องเคลียร์กับเขาให้รู้เรื่องครับ ไม่งั้นคงต้องได้ขึ้นโรงขึ้นศาลแน่ๆ น้องชายผมเองก็มีโรคประจำตัวอยู่ด้วย เกิดเป็นอะไรขึ้นมาอีกคน ผมจะทำยังไง”

ออฟแอบได้ยินที่ทั้งสองคุยกัน ถึงจะไม่รู้ว่าเรื่องอะไร แต่อย่างหนึ่งที่รู้คือ กันมีโรคประจำตัวงั้นหรอ

“ไอ้เตี้ยเป็นอะไรว๊ะ”

ออฟพยายามที่จะฟังอีก แต่ทั้งคู่ดันเดินเข้าห้องไปแล้ว เลยถอยหลังเดินออกมาก็เจอกันยืนอยู่ข้างหลังเขาอยู่แล้ว

“เหี้ย!!”

“ตกใจหรอพี่”

เสียงถามกลับมาที่ยังแสดงถึงความกวนกับใบหน้าที่ยียวนนั้น ทำเอาออฟอยากจะเอามือไปเขกกะโหลกกันเสียเหลือเกิน

“ก็เออดิว๊ะ มาไม่ให้ซุ่มให้เสียงเลยนะมึงเนี้ย”

“ขอโทษครับ”

กันก้มหน้าลงอย่างสำนึกผิด ออฟมองแล้วก็ถอนหายใจ ก่อนจะยื่นมือไปจับไหล่กัน

“ไม่เป็นไรหรอก แล้วนี้มาจากไหนเนี้ย กูไปนั่งรอมึงตั้งนาน”

“ผมก็เดินเล่นไปเรื่อยอะครับ เห็นว่าพี่ยุ่งๆอยู่ด้วย คงไม่มีเวลามาคุยเล่นกับผม”

“ก็มาแล้วนี่ไง”

“แล้วก็จะไปแล้ว นี่ก็ใกล้ได้เวลาทำงานแล้วนี่ครับ”

ออฟเลิกคิ้วแล้วยกข้อมือที่มีนาฬิกามาดูเวลา

“เออ จริงด้วย”

“นี่พี่ออฟ ถ้าไม่ว่างจริงๆก็ไม่ต้องมาก็ได้นะครับ ผมเคยเดินเล่นที่นี่มาคนเดียวหลายปีแล้ว ผมโอเค”

ออฟชักมือตัวเองกลับแล้วเม้มปากแน่น

“ไม่เป็นไรแน่นะ”

กันผงกหัวกลับมาให้เป็นคำตอบ

“อืม งั้นพี่ไปทำงานก่อนนะ”

กันเงยหน้าขึ้นมองออฟแล้วฉีกยิ้มให้

“นี่เป็นครั้งแรกเลยนะ ที่พี่แทนตัวเองว่า พี่ อ่ะ”

“ดีใช่ม๊ะ”

“ดีมากเลยครับ ที่พี่พูดเพราะๆกับผมได้ซักที”

“งั้นกูไม่พูดละ กูไปทำงานดีกว่า บาย ไอ้เตี้ย”

กันหุบยิ้มคืนเกือบไม่ทัน ก่อนจะกำหมัดแล้วยกใส่ตามหลังออฟไป

“ฮึ้ย รู้งี้กูไม่ทักดีกว่า อุ๊ย พูดไม่เพราะเลย พูดกูทำไมเนี้ย นั้น พูดอีกแล้ว”

กันตบปากตัวเองเบาๆแล้วเดินเข้าห้องทำงานของกุลไป แต่ก็ยังไม่วายที่จะชะโงกหัวออกมามองหลังของออฟที่หายไปตรงมุมทางเดิน ก่อนจะยิ้มออกมาอย่างเขินๆ

ความคิดเห็น