หมามุก17

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : กวน

คำค้น : ออฟกัน

หมวดหมู่ : นิยาย เรื่องสั้น

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.9k

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ม.ค. 2561 22:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
กวน
แบบอักษร

ออฟเดินมายืนอยู่หน้าโรงพยาบาลที่เขาจะเข้าไปฝึกจิตอาสา โรงพยาบาลที่ดูใหญ่โตเสียเหลือเกิน เขากำลังคิดอยู่ว่านักศึกษาปี 2 อย่างเขาจะได้ไปอยู่ส่วนไหนของโรงพยาบาลนี้ คงไม่ได้ไปเจออะไรที่มันโหดๆหรอกนะ

“ไหวอยู่มั้งนะ”

ออฟถอนหายใจแล้วเดินเข้ามาในโรงพยาบาล ระหว่างนั้นก็ได้ยินเสียงไซเรนของรถพยาบาลวิ่งเข้ามา ทำเอาเขาเกือบหลบแทบไม่ทัน

“มีอะไรแต่เช้าเนี่ย”

ทั้งพยาบาลและบุรุษพยาบาลเตรียมพร้อมรอรับผู้ป่วยอย่างเร่งรีบ ออฟเห็นแบบนั้นก็รีบวิ่งเข้าไปดูใกล้ๆเหมือนกัน และดูลักษณะน่าจะเกิดอุบัติเหตุขึ้นในเช้านี้ ออฟมองผู้ประสบเหตุที่ถูกเข็นลงมาจากรถ ใบหน้าที่เต็มไปด้วยเลือดและตามตัวเต็มไปด้วยบาดแผล อาการหนักไม่เบา ถึงจะมองหน้าไม่ค่อยชัดแต่ก็พอรู้ว่าเป็นผู้ชาย คนป่วยถูกเข็นกำลังจะผ่านหน้าออฟไป มีอยู่ชั่วขณะหนึ่งที่มือของผู้ป่วยเฉียดมาโดนออฟ ออฟรู้สึกตัวนิดๆก่อนจะรีบวิ่งเข้าไปช่วยเข็นพาผู้ประสบเหตุตรงไปยังห้องฉุกเฉินทันที เมื่อถึงหน้าห้องฉุกเฉินออฟก็ปล่อยมือจากเตียงเข็นและมองตามไปจนประตูห้องฉุกเฉินปิดลง

“ขอให้ปลอดภัยนะครับ”

ออฟพูดทิ้งท้ายกับลมฟ้าอากาศแถวนั้นแล้วหันหลังเดินออกมา จนไปเจอเข้ากับเพื่อนหนุ่มสุดแสนสนิทของเขา

“ไงครับ มาเร็วดีจัง”

“มาวันแรกก็ต้องเร็วหน่อยดิ”

“ครับๆ งั้นไปหาน้ามึงกันเถอะ”

ม่อนเดินไปกอดคอออฟแล้วพาเดินไปหาน้าแตงที่ประจำอยู่ที่ตึกผู้ป่วยใน

“นี่มึงรู้แล้วใช่ม๊ะ ว่าบีมก็มาฝึกที่นี่ด้วย”

“อืม รู้แล้ว แต่ไม่ต้องห่วงเว้ย กูจะพยายามอยู่ในส่วนของกู”

“ให้มันจริงเถอะหว่ะ แต่กูว่าจะสานสัมพันธ์ต่อมันก็ไม่ผิดอะไรนะเว้ย”

“เฮ้ย ไม่มีแบบนั้นหรอกเว้ย แล้วก็อย่ามาพูดเรื่องนี้กับกูอีกนะ กูอยากให้มันจบๆไปซะทีหว่ะ”

ม่อนเงียบลง แต่ก็ยังคงก้มหน้าลากเพื่อนเดินต่อไปจนมาถึงตึกผู้ป่วยใน

“มากันแล้วหรอสองหนุ่ม”

“สวัสดีครับน้าแตง ฝากเนื้อฝากตัวด้วยนะครับ”

“จ้าๆ งั้นเดี๋ยวน้าจะพาไปทำความรู้จักกับหัวหน้าแผนกแล้วก็ทุกคนในแผลกเองนะ แล้วก็ตอนนี้มีเพื่อนเราอีกคนนั่งรออยู่แล้ว เดี๋ยวพาไปเลยดีกว่า ป่ะ”

“คร้าบ”



แผนกระบาดวิทยา

เมื่อน้าแตง ออฟ และม่อนเดินเข้ามาแล้วในห้องหัวหน้าแผนก ก็ได้มาเจอกับบีมมานั่งรออยู่ก่อนแล้ว

“อ่ะ นี้คือหมอกุล เป็นหัวหน้าในแผนกระบาดวิทยา ที่พวกเราสามคนจะต้องมาทำที่แรก และก็จะเปลี่ยนแผนกไปเรื่อยๆทุก 1 อาทิตย์”

“ทุก 1 อาทิตย์เลยหรอครับ”

“ใช่จ่ะ เราจะได้รู้จักทุกคนไปเรื่อยๆด้วย ในระยะเวลาสองเดือนนี้ น้าขอให้ทุกคนสู้ๆนะ ดิฉันขอตัวนะคะคุณหมอ”

“ครับ”

น้าแตงหันไปบอกลากุลแล้วเดินออกไป จากนั้นกุลจึงผายมือให้ทั้งสามนั่งลงด้วยกัน

“ไม่ต้องเรียกพี่ว่าหมอกุลนะ เรียกพี่กุลก็พอ จะได้ดูเป็นกันเองแล้วก็ไม่เครียดด้วย”

“ขอบคุณนะคะพี่กุล แล้วจะแบ่งพวกเรายังไงดีคะ”

“ก็เดี๋ยวพี่จะขอดูคู่มือของพวกเราก่อน ว่าให้ทำอะไรบ้าง หลังจากนั้นพี่จะแบ่งให้เอง งั้นเดี๋ยวพวกเราออกไปเดินดูแผนกก่อนก็ได้ ถ้าเป็นไปได้ก็อย่าลืมแนะนำตัวเองกับพี่ๆด้วยนะ อะไรพอช่วยได้ก็ช่วย นะ”

“ค่ะ”

บีนรับคำแล้วผงกหัวกับเพื่อนทั้งสองก่อนจะลุกเดินออกไปจากห้อง

“ดูวุ่นวายดีนะ”

“ก็มันโรงพยาบาลหนิ ก็ต้องวุ่นวายเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว”

“เฮ้อ คิดถูกหรือคิดผิดเนี้ย ที่ตามไอ้ออฟมา”

“อะไรว๊ะ กูเองก็ไม่ได้ขอป่ะ”

“เออๆ โทษๆ”

“แต่ถ้ากูรู้ว่าผลจะออกมาแบบนี้ กูเองก็ไม่มาดีกว่า”

บีนหยุดเดินแล้วหันหน้ามองออฟ พอรับรู้ในสิ่งที่ชายหนุ่มกำลังจะสื่อออกมา

“หมายถึงเรารึเปล่า”

“เปล่าซะหน่อย เราไม่มีสิทธิ์ไปว่าเธอหรอกนะ”

“ถ้าเป็นแบบนั้นก็ดีเหมือนกัน เราเองก็ถ้ารู้ว่าเป็นเธอ ก็คงจะไปที่อื่นอ่ะ เบื่อขี้หน้า”

บีนพูดใส่หน้าออฟแล้วเดินลิ่วๆออกไป ทิ้งให้ออฟยืนอึ้งกับคำด่าของแฟนเก่าที่เจ็บถึงทรวงใน

“กูไปเข้าห้องน้ำนะ”

“เออๆ”

ออฟเดินแยกออกมาจากม่อน ตรงไปยังห้องน้ำชายที่อยู่ใกล้ๆ ก่อนจะล้างมือแรงๆ เพราะความโมโหตัวเอง ที่ไม่สามารถจะพูดอะไรตอบกลับแฟนเก่าได้เลย

“ทำไม ทำไมต้องยังรัก ทำไมยังต้องคิดถึง”

ออฟตีน้ำในอ้างล้างหน้าอย่างโมโห แล้วหันไปมองหน้าตัวเองที่สะท้อนกับกระจกตรงหน้า

“พี่ทำไรอ่ะ”

เสียงเล็กๆเสียงหนึ่งดังขึ้นมา ทำให้ออฟสะดุ้งแล้วหันไปมองเด็กหนุ่มร่างเล็กตรงหน้า

“เล่นน้ำหรอ?”

เด็กหนุ่มถามต่อด้วยสีหน้าและท่าทียียวนกวนประสาท ทำให้ออฟมองเห็ยแค่แวบแรกก็รู้สึกไม่ชอบขี้หน้าซะแล้ว

“ยุ่ง!!”

ออฟตะคอกกลับไปใส่เด็กหนุ่มแล้วหยิบกระเป๋าเดินออกมา

“อะไรว๊ะ คุยด้วยก็ไม่คุยด้วย แถมหาว่ายุ่งอีก”

“กูได้ยินนะไอ้เตี้ย”

ออฟที่ยังเดินออกไปไม่พ้นชะโงกหัวเข้ามาในห้องน้ำคืนแล้วตอบกลับ

“อ้าว นึกว่าไปพ้นแล้วซะอีกนะเนี้ย”

“กวนตีนหรอไอ้เตี้ย”

“ผมชื่อกันครับ ไม่ได้ชื่อเตี้ย แล้วผมก็ถามพี่ดีๆด้วย พี่ก็ตะคอกกลับมาใส่ผมอีก แบบนี้ไม่น่ารักเลยนะพี่”

“ยุ่งจริงๆนะมึงเนี้ย กลับไปแม่ไป”

กันเดินมาตรงหน้าออฟแล้วทำหน้าทำตาใส่

“ยุ่ง!!”

คนตัวเล็กพูดเสร็จก็สะบัดหน้าเดินผ่านออฟออกไป ทำเอาออฟหัวเสียไม่เบา

“โหยย มันลูกหลานใครว๊ะเนี้ย อย่าให้กูเจออีกรอบนะมึงอ่ะ”

“หรอ งั้นอย่าให้ผมเจอพี่อีกรอบเหมือนกันนะ”

กันชะโงกหัวกลับมาคืนตรงมุมทางเดิน แล้วตอบออฟกลับไป ออฟถอนหายใจแล้วเดินเข้ามาหาใกล้ๆ แต่กันก็ไม่มีท่าทีว่าจะกลัวเลย แถมยังสู้หน้าอีกต่างหาก

“ดูแน่นะเราอ่ะ เก่งจริงๆเลยนะ ต่อปากต่อคำได้ดีเชียว”

“ก็เป็นของผมอยู่แบบนี้แหละ”

“เออ เป็นแบบนี้ให้ได้นานๆนะ เดี๋ยวซักวันจะปากแตกไม่รู้ตัว”

กันเบะปากแล้วยักไหล่ใส่ออฟ ออฟเห็นทีท่าของกันแล้วถอนหายใจอย่างหัวเสีย

“ขอทางด้วยครับ ขอทางด้วย!!”

เสียงของพนักงานคนหนึ่งดังขึ้นเมื่อเขากำลังเข็นเตียงของผู้ป่วยผ่านมาอย่างรวดเร็ว ออฟเห็นแบบนั้นเลยหลบให้ ผิดกับกันที่ยังยืนนิ่งอยู่

“ไอ้เตี้ย หลบดิ”

กันก็ยังคงยืนมองหน้าออฟนิ่งอยู่แบบนั้น จนเตียงที่ถูกเข็นมากำลังจะชนเอาหลังของกันแล้ว ออฟรีบคว้าข้อมือเล็กๆของกันไว้แล้วดึงมาแนบชิดกับตัวทันที แต่แรงเหวี่ยงที่รีบและมากไปทำให้กันล้มลงไปกองกับออฟที่พื้น พร้อมๆกับที่เตียงถูกเข็นผ่านไปอย่างเฉียดฉิว

“เป็นไรรึเปล่าน้อง”

พนักงานถามขึ้นเมื่อเห็นออฟนอนกองลงไปที่พื้น

“ไม่เป็นไรครับพี่ ขอบคุณครับ”

ออฟพยุงตัวเองกับกันให้ลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล พร้อมกับจับตัวกันสำรวจไปมาด้วย

“โหยยย ไอ้เตี้ย บอกให้หลบทำไมไม่หลบว๊ะ เกือบแล้วมั้ยละ”

“ขอโทษครับ”

กันก้มหน้าลงแล้วขอโทษอย่างสำนึกผิด ออฟมองคนตัวเล็กตรงหน้าที่ทำหน้าสำนึกผิดแล้วยิ้มออกมา

“ปลอดภัยก็ดีแล้ว งั้นกูไปละ ไปหาแม่ดีๆก็แล้วกัน”


ออฟบอกลากันแล้วเดินออกไป กันชำเลืองหน้าไปมองตามแล้วเบะปาก ก่อนสายตาจะเหลือบไปเห็นตุ๊กตาตัวหนึ่งหล่นอยู่บริเวณนั้น กันเดินไปหยิบมันขึ้นมาแล้วหันไปมองตามออฟอีกรอบ แต่ออฟก็หายไปแล้ว กันเลยหันมายิ้มให้ตุ๊กตาแล้วเดินกลับไป

ออฟรีบเดินตรงมาตามทางเดินของตึก เพื่อไปเจอกับม่อนและบีนที่รอเขาอยู่

“โทษทีหว่ะ พอดีเจอเด็กที่ไหนก็ไม่รู้ มันมากวน”

“เออ ไม่เป็นไร เข้าไปข้างในกันเถอะ ข้างในมีสัมมนา”

ออฟผงกหัวแล้วเดินตามม่อนกับเบ๊บเข้าไปในห้องประชุม ที่กว้างใหญ่ของโรงพยาบาล ทั้งสามเลือกมานั่งในมุมข้างๆที่ดูสลัวๆ ก่อนจะฟังวิทยากรบรรยายอะไรไปเรื่อยๆ ในขณะที่กำลังเบื่อๆเซงๆกับการสัมมนาตรงหน้า และอึดอัดกับผู้หญิงที่อยู่ข้างๆ ออฟก็กวาดสายตามองไปรอบๆห้องประชุม ก็เหลือบไปเห็นกันนั่งอยู่อีกฝั่งหนึ่ง กันหันมาหาออฟแล้วอมยิ้มให้เบาๆ พร้อมกับยกตุ๊กตาในมือขึ้นมาให้ออฟดู ออฟเห็นแบบนั้นก็รีบหยิบกระเป๋ามาควานหาของบางอย่าง ก่อนจะรู้ว่ามันหายไป และตอนนี้ก็อยู่ในมือของกันแล้ว

“หนอย ไอ้เตี้ย แอบบฉกไปตอนไหนว๊ะ”

ออฟหันไปหากันที่ตอนนี้หายไปจากตรงนั้นแล้ว ก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินออกไปท่ามกลางความงุนงงของเพื่อนตัวเอง

“มันอยู่ไหนเนี้ย กล้าดียังไงเอาของๆกูไป”

ออฟเดินตามหากันไปทั่วบริเวณนั้น จนไปเห็นว่ากันนั่งเล่นตุ๊กตาของเขาอยู่ที่บันไดหนีไฟ จึงรีบคว้าเอาตุ๊กตาจากมือกันมาทันที

“เอามานี้”

“อะไรอ่ะ ผมเก็บได้นะ”

“ก็มันเป็นของกูอ่ะ มึงนั่นแหละที่ขโมยของๆกูไปอ่ะ”

“ไม่ได้ขโมยนะครับ ผมเห็นมันตกอยู่อ่ะ”

ออฟชักหน้ากลับแล้วคิดถึงตอนที่เขากับกันหลบเตียงเข็นหน้าห้องน้ำจนล้มไป ตุ๊กตาอาจจะหล่นออกจากระเป๋าเขาตอนนั้นก็ได้

“ขอโทษแล้วกันนะครับ”

“เรื่องไรอ่ะ”

“ก็เรื่องตุ๊กตาไงครับ”

“ไม่เป็นไรหรอก ดีแล้วที่ยังมีคนเก็บได้อ่ะ แต่ก็ต้องขอบใจมึงก็แล้วกันนะ”

“ไม่เป็นไรครับ ว่าแต่ ทำไมต้องพกตุ๊กตาด้วยอ่ะ พี่เป็นคนคนติดตุ๊กตาอะไรอย่างนี้ใช่ม๊ะ”

ผัวะ!!

“โอ๊ยยยย”

ออฟหันไปตบหัวกันไปทีหนึ่งด้วยความหมั่นใส้กับคำพูดคำจาที่แสนจะกวนเขาดีนัก

“เสือกจริง อยู่เฉยๆไปเลยมึงอ่ะ”

กันลูบหัวตัวเองเบาๆแล้วเบะปากใส่ออฟ

“เออ ถามหน่อย ทำไมเห็นมึงป้วนเปี้ยนจังเลยว๊ะ เป็นเด็กเร่ร่อนรึไง”

“เปล่าซะหน่อย ก็ ผมมีพี่ทำงานอยู่ที่นี่อ่ะ ก็เลยตามมาด้วย อยู่ที่บ้านไม่รู้จะทำไร ช่วงปิดเทอมไปไหนก็ไม่ได้ ครอบครัวผมมีแต่คนทำงานอยู่แต่ในโรงพยาบาล ไม่มีเวลาพาผมไปเที่ยวที่ไหนได้หรอก”

“แล้วไม่มีเพื่อนหรอ เพื่อนไม่พากันนัดไปเที่ยวไหนบ้างหรอ”

“ขี้เกียจไปอ่ะ ถึงจะนัดกันได้ พ่อกับแม่ก็ไม่อนุญาตอยู่ดี คงไม่ไว้ใจให้เด็กอายุ 17 ไปเที่ยวกันไกลๆหรอก”

“อ้าว นี้ยังอยู่ในช่วงมัธยมหรอกเหรอ”

“ครับ กำลังจะขึ้น ม.6 ครับ เป็นไง เด็กมากเลยหรอ”

กันพูดไปด้วยก็ยิ้มให้ออฟไปด้วย ออฟหันมามองกลับแล้วอยากที่จะเอามือไปตบหัวคนตัวเล็กอีกรอบเหลือเกิน

“ก็เด็กมากอ่ะ นึกว่าอยู่มอต้นซะอีก เห็นเตี้ยๆ”

“ไม่ได้เตี้ย แค่พี่สูงกว่าเองอ่ะ”

“ต่อปากต่อคำได้ดีจริงๆนะมึงอ่ะ”

“ก็อยากมีเพื่อนเล่นบ้างอ่ะ มีพี่คนแรกเลยนะ ที่มาต่อปากต่อคำกับผมอ่ะ”

“ขี้เหงาหรอมึงอ่ะ”

กันผงกหัวกลับไปเป็นคำตอบ ซึ่งมันก็ดูขี้เหงาจริงๆนั่นแหละ ไม่งั้นคงไม่มาอยู่กวนเขาแบบนี้หรอก

“เออพี่ แล้วตุ๊กตาตัวนั้นอ่ะ ผมขอไม่ได้หรอ”

กันชี้ไปที่ตุ๊กตาที่อยู่ในมือออฟ ออฟมองตามแล้วยกมันขึ้นมาดู ก่อนภาพในหัวจะเป็นบีนที่กำลังมองตุ๊กตาตัวนี้อยู่ในตู้คีบ

“ให้ไม่ได้หรอกเว้ย อันนี้มีเจ้าของแล้ว”

“หรอ สาวที่ไหนอ่ะ”

“นั่น เสือกอีกละ กลับไปหาพี่มึงไป กูจะไปละ”

ออฟชักสีหน้าใส่กันแล้วเดินหันหลังออกไป

“หึ ชอบด่าจริงๆเลย” กันส่ายหัวแล้วเดินออกไปบ้าง



เมื่อจบการสัมมนา ทุกคนก็เดินออกมาจากห้องประชุมกัน ในเวลานั้นก็เป็นช่วงเที่ยงพอดี ทุกคนเลยไปกินข้าวกันที่ศูนย์อาหาร

“อาหารที่นี้สุดยอดเลยหว่ะ น่ากินทั้งนั้นเลย เมื่อกี้กูสั่งส้มตำไปด้วยนะมึง”

“มึงจะสั่งไรเยอะแยะว๊ะ แค่นี้ก็จะกินไม่หมดอยู่แล้ว”

ออฟชี้ไปที่อาหารตรงหน้า ที่มีทั้งยำ ลูกชิ้น ก๋วยเตี๋ยว ข้าว และอีกมากมายเต็มไปหมดบนโต๊ะ

“เอาน่า ถือว่าเป็นวันแรกที่เราได้มาออกจิตอาสาด้วยกันไง เนาะ เนาะบีนเนาะ”

บีนยิ้มอ่อนๆให้แล้วผงกหัวตาม

“เออ นี่ เราเอาชามะนาวที่บีนชอบมาให้ด้วยนะ”

“ขอบใจนะม่อน รู้ด้วยหรอว่าเราชอบชามะนาวอ่ะ”

ม่อนอึกอักไปเมื่อบีนถามขึ้น พร้อมๆกับที่ออฟกำลังนั่งจ้องหน้าเขาอยู่อย่างสงสัย

“ก็...เวลาเราไปเที่ยวด้วยกันสามคน บีนก็สั่งบ่อยๆไม่ใช่หรอ ก็เลยคิดว่าน่าจะชอบ”

“ม่อนนี่ก็ช่างสังเกตนะ ไม่เหมือนแฟนเก่าของเราเลยอ่ะ ไม่ค่อยจะชอบสังเกตอะไรเลย”

บีนพูดพร้อมกับเหล่มองออฟที่กำลังจิ้มลูกชิ้นไปด้วย ก่อนจะยื่นชานมไปให้ออฟ

“ส่วนเนี้ย ออฟชอบไม่ใช่หรอ เราซื้อมาให้”

ออฟมองตามมือของบีนที่จับแก้วน้ำลากมาตรงหน้าเขา

“นี่รู้ด้วยหรอ ว่าชอบชานมอ่ะ”

“ก็เราใส่ใจอ่ะ”

ออฟกับบีนมองหน้ากันแล้วค่อยๆเผยยิ้มออกมาให้กันเล็กน้อยจนม่อนสังเกตได้

“อะไรยังไง นี่กลับมาคบกันตั้งแต่ตอนไหนเนี้ย”

ออฟกับบีนต่างก็สะดุ้งกับคำพูดของม่อนแล้วรีบหลบหน้าหลบตากันไป

“ไม่มีอะไรซะหน่อย”

“อืม ออฟเป็นคนบอกเลิกเรานะ ถ้าจะกลับมาคืนดีกันก็แป้กไม่เป็นท่ากันพอดี”

ออฟเหมือนรู้สึกอกหักอีกครั้ง เมื่อบีนพูดแบบนั้นออกมา การเลิกกันทั้งๆที่ยังรักแล้วต้องมาเจอกันทุกวันแบบนี้ มันก็ทำให้เจ็บใจไม่เบา

“กูว่า กูไปก่อนดีกว่าหว่ะ”

ออฟกลัวว่าอาการของตัวเองจะแสดงออกมาชัดเจนเกินไป จึงรีบชิ่งหนีลุกเดินออกมาก่อน ถ้าเขาอยู่ตรงนั้นนานๆ เขาคงจะกลั้นน้ำตาไม่ได้แน่ๆ

“ทำไมว๊ะ บอกเลิกเขาไปเอง เต่ทำไมถึงเป็นเราที่มีแผลว๊ะ”

ออฟเดินมานั่งอยู่ที่มุมหนึ่งของตึกแล้วกุมตัวตัวเองไว้ ตอนนี้เขาคิดถึงแต่บีน ในหัวมีแต่บีน จนอยากจะร้องออกมาดังๆ

“นั่งทำไรอ่ะพี่”

ออฟหลับตาอย่างเหนื่อยหน่าย ที่ตอนนี้กันมาหาเขาอีกแล้ว ทำไมมันไม่รู้จักไปทำอย่างอื่นบ้างนะ

“:ทำไมกูต้องมาเจอแต่มึงด้วยเนี่ย”

“ไม่ดีหรอพี่ ที่มาเจอผมอ่ะ”

“แต่เจอตลอดแม่งก็ไม่ไหวหว่ะ ยังกะคอยแต่ตามกูอยู่นั้นแหละ”

กันยิ้มแล้วเดินเข้ามานั่งใกล้ๆออฟจนออฟไม่ทันได้ตั้งตัวและค่อยๆเขยิบออกไปห่างๆ

“อื้ม ผมตามพี่ตลอดเลยนะ ตั้งแต่ที่พี่ออกมาจากห้องประชุม กินข้าว แล้วก็มาที่นี่”

“โหยย นี่มึงไม่มีอะไรจะทำรึไงว๊ะ เป็นสตอล์กเกอร์หรอ”

“เปล่านะ ก็ผมเหงาอ่ะ แล้วพี่ก็น่าสนใจดี เลยตามพี่ตลอดเลย นี่พี่ ผมเห็นนะเมื่อกี้อ่ะ ผู้หญิงคนนั้น แฟนพี่หรอ”

“แฟนบ้าแฟนบออะไร แฟนเก่านะสิ”

“อ้าวหรอ โทษทีนะพี่ ผมไม่รู้อ่ะ”

ออฟส่ายหัวแล้วมองไปมองมาบริเวณ กำลังคิดหาทางที่จะหนีไอ้เด็กแสนกวนคนนี้ ไม่อยากจะมองหน้าที่ดูหวานๆ น่ารักๆ แต่แฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์แสนกล

“เออ ไม่เป็นไร งั้นกูไปก่อนนะ”

“อ้าวพี่ จะรีบไปไหนอ่ะ”

“กูเบื่อขี้หน้ามึงไง”

กันหน้ามุ้ยใส่ออฟ แล้วคว่ำปากใส่ตามหลังไป

“เออพี่ แล้วต่อไปผมจะได้คุยกับพี่อีกมั้ยอ่ะ”

ออฟหยุดเดินแล้วหันหน้ามาหากัน

“ไม่อ่ะ กูไม่อยากเจอมึงละ”

“โหยยย พี่อ่ะ ใจร้ายชะมัดเลย”

ออฟมองท่าทางของกันที่แสดงออกมา มันช่างสมกับการเป็นเด็กเหลือเกิน ก่อนจะยิ้มให้

“เออ นี่กัน”

กันเงยหน้าขึ้นมองออฟ แต่ปากก็ยังคว่ำอยู่

“พี่ชื่อออฟนะ”

กันยิ้มกว้างออกมาทันทีเมื่อออฟพูดจบ

“ขอบคุณนะครับพี่”

กันตะโกนกลับไปคืน แล้วยืนมองออฟที่เดินหันหลังออกไป เขาทั้งสองต่างก็หวังไว้ ว่าพวกเขาคงจะได้เจอและได้คุยกันอีกครั้ง


ความคิดเห็น