bellabel

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

5 การิตาหญิงจิตใจชั่ว

ชื่อตอน : 5 การิตาหญิงจิตใจชั่ว

คำค้น : ชีค, นักรบสาว, ความรัก

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 652

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ม.ค. 2561 13:45 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
5 การิตาหญิงจิตใจชั่ว
แบบอักษร

พระแท่นที่ประทับปูด้วยผ้าขนสัตว์หนานุ่ม พนักทางด้านหลังเผยสีทองอร่ามตา ชีค ซาอุด ผู้ครองเมืองอัลคัสซาร์ประทับเคียงคู่กับพระนางอานี ทรงพระภูษาเต็มพระยศ วาววับด้วยเครื่องประดับจากอัญมณีล้ำค่า

พระนางอานี ในพระชันษาย่างเข้าวัยกลางคน แต่ยังคงความสวยและสง่างามเอาไว้ไม่เสื่อมคลาย พระพักตร์ยังคงระบายด้วยรอยยิ้ม เมื่อเห็น ชีค อาดัมชาร์ เข้ามาประทับที่พระแท่นเล็กลดหลั่นกันลงไป

ชีค ซาอุด ในเครื่องทรงเป็นเสื้อคลุมยาวสีขาว เสื้อแขนยาว และชุดคลุมเนื้อบางสีดำ เดินขอบด้วยแถบสีทอง

บนพระเศียรสวมพระมาลาทรงกลมสีขาว คลุมทับผ้าสีเดียวกันแล้วรัดด้วยเชือกสีดำกันเลื่อนหลุด พระองค์ยังคงจับสายพระเนตรมาที่ ชีค อาดัมชาร์ เช่นเดียวกัน

“อาดัมชาร์ วันนี้แต่งตัวรัดกุม จะไปไหนอีกหรือ”

“ท่านพ่อ หม่อมฉันจะเข้าไปในเมืองทางตอนใต้ สังเกตการณ์ดูท่าทีของผู้คนว่ากล่าวถึงชีคของตนว่าอย่างไร กระด้างกระเดื่องต่อเราหรือไม่”

“โถ ลูกแม่ออกไปทุกวัน ไม่เหน็ดเหนื่อยบ้างหรืออย่างไร แม่เป็นห่วงเจ้ายิ่งนัก เกรงว่าจะได้รับอันตราย”

พระนางอานีตรัสด้วยความเป็นห่วงพระราชโอรสที่ทรงพระภูษาเยี่ยงสามัญชนธรรมดา และซ่อนพระพักตร์เอาไว้ภายใต้ผ้าคลุมผ้าเนื้อบาง ปักลวดลายสวยงาม คลุมพระเศียรโดยพับเป็นรูปสามเหลี่ยม มีพู่ห้อยตามชายอยู่มุมล่างสุดของผ้า ทับบนพระมาลาสีขาว รัดด้วยเชือกจนแน่น

เมื่อพรางพระองค์เช่นนี้ ไม่มีใครเห็นโฉมพระพักตร์ที่แท้จริงว่าเป็นอย่างไร แม้ว่าข้าทาสบริพารในพระราชวังเดินสวนก็ไม่อาจจำได้ว่านี่คือ ชีค อาดัมชาร์

“ไม่ต้องกังวลไปเลยท่านแม่ หม่อมฉันดูแลตัวเองได้เป็นอย่างดี แล้วยังมีนาจิปเคียงข้างใกล้ๆ ทหารติดตามที่ปลอมตัวปะปนไปอีกนับร้อย”

“กระนั้นก็เถอะลูกเอ๋ย หัวอกคนเป็นพ่อเป็นแม่ย่อมห่วง เกรงว่าจะไม่ปลอดภัย หากว่าเจอพวกอันธพาลเห็นว่าเป็นผู้ต่างถิ่นพลัดหลงเข้าไป อาจจะเล่นงานได้”

พระนางอานียังคงห่วงใยพระราชโอรสเช่นเดิม พร้อมกับโอบกอดกระวรกายเอาไว้แน่น ชีค ซาอุด มองความรักของสองแม่ลูกด้วยจิตที่เป็นสุข แม้ว่า ชีค อาดัมชาร์ เติบโตเป็นหนุ่มวัยฉกรรจ์ แต่พระนางอานียังคงกอดหอม ทำราวกับว่าเป็นเด็กเล็กๆ

พระองค์เข้าใจถึงความรู้สึกของสตรี ว่าอ่อนไหวง่าย ไม่อาจเก็บความรู้สึกเอาไว้ได้ รัก ชอบ ชัง โกรธ แสดงออกมาทันที มากบ้างน้อยบ้างแล้วแต่ละบุคคล

ต่างจากพระองค์ ไม่ใส่ใจต่อสิ่งเหล่านี้ เก็บความรู้สึกทั้งหมดเอาไว้ในใจเพียงอย่างเดียว รู้ว่าการกระทำตนเช่นนี้เพื่อไม่ให้ใครรู้ว่าเป็นกษัตริย์ผู้อ่อนแอ

เศร้าใจเพียงใดจะไม่ยอมให้น้ำพระเนตรไหลออกมาเด็ดขาด

“อานี ลูกไปเพื่อความร่มเย็นของเมืองเรา หน้าที่ของผู้นำ เจ้าต้องเข้าใจ อย่าทำให้ลูกต้องเป็นห่วงเลยนะ”

“ท่านพี่ หม่อมฉันพยายามทำใจแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้อยู่ดี ห่วงลูกเหลือเกิน เอาเถิด ในเมื่อไม่อาจเลี่ยงได้ แม่ขออวยพรให้เจ้าจงโชคดี”

“ลูกดีใจที่ได้เกิดมาเป็นลูกของท่านทั้งสอง ขอทำหน้าที่ลูกและผู้ดูแลบ้านเมืองให้ดีที่สุด ลูกจะให้ม้าเร็วส่งข่าวมาเป็นระยะ”

“เจ้าทำเช่นนี้ดีแล้วลูกรัก พ่อขอให้เจ้าปลอดภัย แคล้วคลาดจากสิ่งที่ชั่วร้าย ไม่ว่ามนุษย์หรือปีศาจ ไปเถิด ปฏิบัติหน้าที่ให้สมกับชายชาติทหาร”

“ข้าขอลาท่านพ่อ ท่านแม่”

ชีค อาดัมชาร์ ทำความเคารพองค์ราชันและพระราชินีและตวัดชายผ้าคลุมพรางใบหน้าอย่างรวดเร็ว พร้อมกับสาวพระบาทออกมาจากห้องนั้นให้เร็วที่สุด ไม่อยากเห็นน้ำตาความห่วงหาอาลัยจากพระมารดา

เกรงว่าจะทำให้พระทัยอ่อน ไม่สามารถออกไปปฏิบัติหน้าที่ได้ตามความต้องการ ทว่า พระองค์ชะงักเมื่อเห็นการิตา หญิงงามที่เพิ่งมีเรื่องกันไปไม่กี่วันยอบกายลง หมอบกรานกับพื้น ก้มใบหน้างามงุดลงไปมองตรงปลายรองพระบาท

ไม่มีคำพูดใดๆ จากหญิงสาว สงบเสงี่ยมเรียบร้อย เจียมเนื้อเจียมตัวอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน สลัดมาดนางหงส์ออกไปได้อย่างไม่น่าเชื่อ

“พระองค์ท่าน ขบวนเสด็จพร้อมแล้วพระเจ้าค่ะ”

นาจิปเอ่ยทันทีที่เข้ามาเห็น ชีค อาดัมชาร์ ที่ยังคงจรดพระบาทอยู่กับที่ ครั้นได้ยินเสียงจากเขา พระองค์พยักพระพักตร์และก้าวผ่านร่างนางไปอย่างรวดเร็ว

การิตาน้ำตาตกด้วยความเสียใจ ไม่ได้ยินพระสุรเสียงทักทายจากชีครูปงาม นางมองตามพระวรกายสูงสง่ากระทั่งเลี้ยวหายไปจากประตู รีบลุกขึ้นยืนทันที ใบหน้าเศร้าที่รับรู้ว่าพระองค์ไม่เห็นนางอยู่ในสายตา

“ข้าขอให้พระองค์ปลอดภัย แม้ว่าท่านไม่ใยดีต่อความรักที่มอบให้ ข้ายินดีที่จะรักภักดีต่อท่านเพียงผู้เดียว”

บุตรีแห่งแม่ทัพกล่าวทั้งน้ำตา แต่แล้วก็ต้องรีบยกชายฮิญาบเช็ดคราบหยาดน้ำใสที่ไหลออกมา เมื่อนางกำนัลพากันเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ นางหันมามองก่อนจะสั่งด้วยเสียงเฉียบขาด

“ในเมื่อมากันครบทุกคนแล้ว เริ่มทำความสะอาดทุกพื้นที่ เจ้าคนนั้นตามข้ามาที่ห้องพระบรรทมใน ชีค อาดัมชาร์ เก็บกวาดทำความสะอาด เจ้าคนนั้นล้างอ่างสรง เก็บกลีบบุปผาออกให้หมดแล้วจัดถาดรองแก่นไม้หอมชุดใหม่”

นางสั่งการราวกับเป็นใหญ่ที่สุดในพระราชวัง ใบหน้าเข้มไร้แม้แต่รอยยิ้ม นางกำนัลรู้ว่านางอารมณ์ไม่ดี ถ้าหากว่าขัดใจอาจจะมีเรื่องเดือดร้อน เพื่อความปลอดภัยแห่งชีวิตควรที่จะทำตามคำสั่งโดยไม่ขัดแต่อย่างใด

การิตายังคงควบคุมเหล่านางกำนัลทำความสะอาดอย่างเข้มงวด กระทั่งทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย นางคิดว่าจะต้องเข้าไปดูแลพระนางอานี ประจบเพื่อให้เป็นคนโปรด หวังว่าจะได้รับความเมตตา แต่งตั้งเป็นพระชายา

ก่อนที่จะเข้าไป จัดเสื้อผ้าให้ดูดี ใบหน้าทาทับด้วยแป้งขาว เพิ่มสีแดงบนริมฝีปากอวบ ขอบตาทาด้วยสีฟ้า แก้มทั้งสองข้างเป็นสีชมพูระเรื่อด้วยผงแป้งชนิดพิเศษเพราะรู้ว่าพระนางอานีชอบในสิ่งที่สวยงาม

“พวกเจ้าดูข้าสิว่า สวยงามพร้อมหรือยัง”

การิตาหันมาถามนางกำนัลที่มองด้วยความแปลกใจ ว่าเหตุใดถึงได้พิถีพิถันในการแต่งหน้าและจัดเสื้อผ้าให้ดูดี ทั้งที่ ชีค อาดัมชาร์ ออกไปจากพระราชวังแล้ว การิตาแต่งตัวอวดใคร หรือว่ามีจุดหมายใหม่

ครั้นนางถามซ้ำอีกครั้ง นางกำนัลร่างใหญ่ที่กล้าต่อปากต่อคำเมื่อครั้งที่แล้ว รีบจีบปากจีบคอสอพลอทันที

“สวยงามและดูดีที่สุด เจ้าค่ะ”

“เจ้าเห็นว่าข้าดูดีแล้วใช่ไหม”

“ใช่ เจ้าค่ะ แม่นางดูดีที่สุด เท่าที่เคยเห็นมา ชุดสีครามนี้ก็เช่นกัน ตัดเย็บเข้ากับรูปร่างเป็นอย่างดี ผ้าคลุมหน้าก็สวย ใบหน้าตกแต่งกลมกลืนจนเป็นเนื้อเดียวกัน”

แม้นางกำนัลรู้ว่าฝืนความรู้สึก ประจบเพื่อไม่ให้เป็นที่เพ่งเล็งว่ากระด้างกระเดื่อง นางกำนัลจำยอมที่จะทำในสิ่งที่ใจไม่ต้องการ

การิตาบรรจงยิ้ม คิดว่าสวยงามที่สวย ตาทอประกายวาววับ หัวเราะเพียงเบาๆ หมุนรอบตัวเองไปมา ยกนิ้วกรีดกราย โชว์แหวนพลอยสีแดงเลือดนกตัวเรือนทำจากทองฉลุลายสวยงาม โชว์ให้ดูถึงความร่ำรวยของตนว่ามีฐานะเหนือกว่าใคร

นางไม่รู้เลยว่า ทุกคนที่อยู่ในห้องนั้น ไม่ได้ใส่ใจแต่อย่างใด ต่อให้ร่ำรวยล้นฟ้าแต่นิสัยต่ำทราม ไม่มีใครคบหา นอกจากทำตามหน้าที่เท่านั้น

“เจ้านี่เข้าใจพูด ดีแล้ว ถ้าหากว่าข้าได้เป็นใหญ่เป็นโต เจ้าจะได้เลื่อนขึ้นมาเป็นหัวหน้านางกำนัลและคนอื่นๆ ก็จะได้สิ่งมีค่าเพิ่มขึ้น”

“ขอบพระคุณมากเจ้าค่ะ ข้าขอให้แม่นางสมหวังต่อสิ่งที่ปรารถนาเร็วๆ”

“พวกเราด้วยเช่นกัน ขอให้แม่นางสมหวังทุกอย่าง”

ทุกคนรู้แล้วว่าการิตาเป็นคนที่ชอบให้ผู้อื่นเยินยอ ถ้าหากว่าใครพูดถูกใจจะตอบสนองให้อย่างเต็มที่ จึงพากันชื่นชม แม้ขัดต่อความรู้สึกที่แท้จริง แต่ก็ดีกว่าอยู่เฉยๆ แล้วกลายเป็นว่า ขัดหูขัดตา เปิดช่องทางให้นางกลั่นแกล้ง

หญิงร่างงาม อยู่ในชุดหรูหราเกินฐานะนางกำนัลทั่วไป กำลังคลานเข้ามาใกล้ๆ ในที่สุดหมอบแทบพระบาท พระนางอานีทอดพระเนตรด้วยความแปลกพระทัย เหตุใดการิตาถึงได้เข้ามาหาในลักษณะเช่นนี้

พระนางรู้ว่ามีนางกำนัลทีทำหน้าที่ดูแลตนเองอยู่แล้ว ครั้นเห็นศีรษะที่คลุมด้วยฮิญาบยังคงนิ่งอยู่เช่นเดิม ทรงมีพระราชปฏิสันถารทันที

“เจ้าชื่อการิตาใช่ไหม”

“เพคะ หม่อมฉัน การิตา บุตรีแม่ทัพอาซิฟ เพคะ”

“ข้ารู้ว่าเจ้าเป็นบุตรท่านอาซิฟ เจ้าทำหน้าที่ดูแลอาดัมชาร์ไม่ใช่หรือ”

“เพคะ ทว่า พระองค์เสด็จออกจากพระราชวังไปแล้ว หม่อมฉันไม่ได้ทำหน้าที่ดังกล่าว ขอความเมตตาจากพระนาง”

“เจ้าต้องการอะไร”

พระขนงเรียวโก่งขมวดเข้าหากันด้วยความสงสัย ว่าหญิงงามผู้นี้ต้องการอะไรกันแน่ ท่าทางเต็มไปด้วยลับลมคมใน เกรงว่าจะเป็นอันตราย ขยับเตรียมพระองค์ให้พร้อม รอดูท่าทีครู่หนึ่ง การิตาเคลื่อนร่างเข้าหา จับปลายพระบาทเอาไว้ พระนางอานีสะดุ้ง เบี่ยงปลายพระบาทออกห่างอย่างรวดเร็ว

“ขอพระราชทานอภัยที่ทำให้พระนางตกพระทัย”

“แน่ล่ะ จู่ๆ จับเท้าอย่างนี้ ให้ข้านิ่งเฉยเป็นหินได้อย่างไรเล่า”

“หม่อมฉันขอถวายงานรับใช้ เพคะ”

“หน้าที่นี้ มีคนทำอยู่แล้ว นั่นไงนางกำนัลทั้งสองรู้ใจข้าทุกอย่าง เจ้าอย่ามาแย่งงานพวกเขาเลย หากว่าไม่มีอะไรทำก็ควรพักแล้วรอจนกว่าลูกข้าจะกลับมา”

การิตารู้ว่าพระนางอานีไม่พอพระทัยที่นางก้าวก่ายหน้าที่ของผู้อื่น ซึ่งเป็นที่รู้กันว่าพระนางเข้มงวด เจ้าระเบียบในทุกๆ เรื่อง

จากพระสุรเสียงที่ตรัสออกมา ไม่ใส่ใจต่อนางแม้แต่น้อย จนรู้สึกไม่ดี ทอดถอนใจออกมาเบาๆ ทำความเคารพอีกครั้ง

“หม่อมฉันขอพระราชทานอภัย หากว่ากล่าวสิ่งไม่สมควรออกไป ระคายเคืองต่อพระยุคลบาท ขอรับโทษแต่เพียงผู้เดียว”

“เจ้าไม่ต้องพูดแล้วล่ะ ข้าต้องการพักผ่อน”

“ให้หม่อมฉันนวดเถิดเพคะ”

“ฮื่อ เจ้านี่ช่างตื๊อเสียจริง เอาเถิดหากว่าไม่เบื่อคนแก่ ตามใจก็แล้วกัน ข้าเองก็ใช่ว่าจะเป็นผู้ใจจืดใจดำ ข้านอนล่ะนะ เจ้าอยากบีบจับตรงสิ่งไหนตามสะดวกก็แล้วกัน”

หลังจากการิตายืนยันที่จะปรนนิบัติพัดวีเช่นเดิม พระนางอานียอมทอดพระวรกายนอนลงบนพระแท่น ปล่อยให้การิตาบีบนวดตามส่วนต่างๆ หนักบ้าง เบาบ้าง เน้นกดลงในส่วนที่เห็นว่าพระนางคงจะปวดเมื่อย เพียงครู่เดียว ได้รับคำชมให้ชื่นใจ

“เจ้านี่เอาใจคนแก่เก่งนะ รู้ได้ยังไงว่าข้าชอบแบบนี้”

“หม่อมฉันเดาเอาเพคะ เหมือนท่านพ่อ ว่างไม่ได้เป็นต้องเรียกคนใช้มาบีบนวด บอกว่าสบายเนื้อตัวดี หม่อมฉันรู้ดังนั้น หัดนวดจนคล่องเพคะ”

“ข้ารู้มาว่า พ่อเจ้าเปลี่ยนหน้านางน้อยๆ บ่อยเหมือนกัน”

“เพคะ ในเมื่อเป็นความสุขของท่าน ไม่กล้าที่จะขัด อีกอย่างผู้หญิงพวกนั้นเต็มใจที่จะดูแลท่าน ไม่มีใครเรียกร้องให้เราลำบากใจ”

แม้ว่าการิตาจะอับอายต่อสิ่งที่บิดากระทำตนเป็นผู้มักมากในกามคุณ แต่หญิงสาวไม่อาจปฏิเสธต่อความจริง ใครๆ ก็รู้ว่าท่านชอบสตรีสาว นำมาเป็นนางบำเรอ แต่ละคนล้วนแต่อายุน้อยๆ สลับหมุนเวียนเปลี่ยนไปเรื่อย

สิ่งที่ทำให้นางไม่เดือดร้อนก็คือ ผู้หญิงทุกคนให้ความเคารพ ไม่ก้าวก่ายหรือทำท่าทีกระด้างกระเดื่องใส่

“นับว่าเป็นโชคของท่านอาซิฟ ภรรยาจากไปแล้วไม่เคยเหงา ต่างจากบางคนปล่อยชีวิตให้จมปลักอยู่กับความเศร้า นอกจากจิตใจหดหู่แล้ว ยังแก่กว่าวัย การิตา เจ้าเป็นสุดยอดกุลสตรีจริงๆ ใครได้เป็นภรรยานับว่าเป็นโชคอย่างมหาศาล”

จู่ๆ พระนาอานีชมการิตาให้ชื่นฉ่ำใจ นางไม่รอช้าที่จะถามด้วยความลืมตัว

“พระนาง คิดว่าบุรุษที่ได้หม่อมฉันเป็นภรรยา เขาคือผู้ที่โชคดีหรือเพคะ”

“ใช่ เจ้าพร้อมทั้งรูปสมบัติ นามสมบัติ ใครๆ ก็ชอบทั้งนั้น ข้าดีใจที่เจ้าทำหน้าที่ดูแล ชีค อาดัมชาร์ บุตรชายแห่งข้า”

“หม่อมฉันดีใจที่พระนางชม ขอปฏิบัติทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุด”

“ถ้าหากว่าอาดัมชาร์มีบุตร เจ้าจะรังเกียจไหมที่จะให้เป็นพระพี่เลี้ยง คอยดูแลหลานของเรา”

มือที่กำลังบีบลงที่ปลายพระบาทหยุดชะงักทันที ใบหน้างามซีดเผือด ใจหายวาบต่อสิ่งที่รับฟัง ดวงตากะพริบถี่ๆ เมื่อรู้ว่ามีความร้อนฉาบฉายขึ้นมาอย่างรวดเร็ว

“พระนางตรัสอะไรเพคะ”

“ข้าถามเจ้าว่า ถ้าลูกชายเรามีลูก หมายถึงหลานของข้า ให้เจ้าเป็นพระพี่เลี้ยง ขัดข้องหรือไม่”

“ชีค อาดัมชาร์ ทรงพระอภิเษกหรือเพคะ”

“แน่ล่ะ อีกหน่อยก็ขึ้นครองราชย์แทน ชีค ซาอุด ต้องมีพระมเหสีคู่กายแล้วก็ต้องมีลูกตามมา ยินดีที่จะเป็นพี่เลี้ยงไหมล่ะ”

“ถ้าหากว่าเป็นพระประสงค์ของพระนาง หม่อมฉันยินดี เพคะ”

การิตาตอบรับด้วยใจที่สั่น น้ำตาแทบไหลออกมา รู้ว่าไม่มีสิทธิ์ที่จะเป็นพระชายา ชอกช้ำที่สุดก็ตรงที่กำลังได้รับมอบหมายให้เป็นพระพี่เลี้ยง เมินเสียเถอะ อย่าได้หวังว่าจะเลี้ยงลูกผู้หญิงที่มาเป็นมารหัวใจ เพียงแค่รับปากเอาไว้เท่านั้นเอง

“สตรีนางใดที่จะเป็นพระชายา เพคะ”

นางจะต้องสอบถามให้รู้ความจริงว่าใครคือผู้ที่จะก้าวมาขึ้นแท่นพระชายา ตำแหน่งที่นางหมายปองเอาไว้แต่เพียงผู้เดียว ใครก็ตามที่มาแก่งแย่งจะต้องได้รับโทษอย่างสาหัส ไม่ยอมให้ใครช่วงชิงไปง่ายๆ

“เจ้าหญิงพาซาเร พระราชธิดาแห่งเมืองมาเตเซียร์ คือผู้ที่เหมาะสมที่สุด สวย กิริยามารยาทงาม เรียบร้อยน่ารัก อีกไม่นานข้าจะให้ ชีค อาดัมชาร์ ไปรับนางมาพำนักที่นี่เพื่อให้สนิทสนมกัน”

ทันทีที่การิตารับรู้ถึงผู้ที่จะมาเป็นพระชายาใน ชีค อาดัมชาร์ หัวใจที่พองโตเมื่อครู่พลันแหลกสลาย เรือนร่างแทบไร้เรี่ยวแรง รู้ว่าหมดสิทธิ์ที่จะแข่ง เพราะสตรีนางนั้นเป็นถึงเจ้าหญิงต่างเมือง ฐานันดรทัดเทียมกัน หากแต่ว่า ผู้ที่ทำร้ายน้ำใจให้เจ็บปวดเช่นนี้ อย่าได้หมายว่าจะอยู่อย่างสงบสุข

ความคิดเห็น