vampire rose

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 5 (100%)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.9k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ม.ค. 2561 22:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 5 (100%)
แบบอักษร

ตอนที่ 5

                [พาร์ตของเกรย์]

                วันนี้ผมเลือกที่จะปั่นจักรยานจากบ้านมาค่ายมวย กะจะออกกำลังขาก็เลยปั่นมา...

แต่มันลำบากตรงผมต้องแบกถุงแบรนด์เนมมาคืนให้ไอ้ออกศึกด้วยนี่แหละ!! คนตามถนนอาจมองผมแปลก ๆ ว่าแบกอะไรมาเยอะ เมื่อวานผมเอาตารางฝึกไว้ให้มันแล้ว มันน่าจะเริ่มฝึกเองได้ ตารางที่ผมหามาให้มันฝึก ดูจากสภาพร่างกายของมันและดูเทคนิคต่าง ๆ ที่ผมรวบรวมไว้ต้องออกมาเพอร์เฟคแน่นอน แอบอวยตัวเองหน่อย...ผมตั้งใจจริง ๆ นะ! (ทุกคนรู้แล้วครับไอ้เกรย์...)


                ตารางที่ผมวางไว้ให้มัน ง่าย ๆ ไม่มีอะไรยากเกินความสามารถไอ้ออกศึกมันสักนิด


6:00 น. กระโดดเชือก 15-30 นาที

              6:30 น. ชกลม 2 ยก เล่นเชิง 2 ยก ยกเตะเป้า 3 ยก ยกเตะกระสอบ 3 ยก ชกลม 2 ยก

              7:30 น. บริหารกาย

              8:00 น. เริ่มซ้อมออกหมัดจริงจัง

                ตารางผมทำไว้ให้มันคร่าว ๆ ประมาณนี้ เวลาผมก็ไม่ได้ฟิคมากครับ ยืดหยุ่นได้ มีอะไรเพิ่มเติมค่อยใส่ลงไป    โดยพื้นฐานถ้าเป็นนักมวยคนอื่นต้องฝึกหนักกว่านี้ เน้นกว่านี้ แต่นี่ไอ้ออกศึกมันมีพื้นฐานติดตัวอยู่แล้ว แค่เติมเทคนิคให้มันนิด ๆ หน่อย ถือว่าโอเคแล้ว


ผมปั่นจักรยานมาถึงค่ายมวยจนได้ เล่นเอาซะเหงื่อไหลพราก ผมจอดจักรยานคู่ใจของผมทิ้งไว้หน้าค่าย และแบกถุงของพะรุงพะรังเข้าไป พวกเด็กฝึกที่พากันนั่งหน้าสลอนเห็นผมเดินเข้ามาถึงกับรีบลุกขึ้น ทำท่าชกลม


                เออ...พวกมึงไม่ค่อยจะเอาหน้าเลย


                “พี่สวัสดีครับ โอ้ แบกอะไรมาเยอะครับเนี่ย พวกผมช่วย”  พวกมันพากันจะเข้ามาช่วยถือ แต่เสียงเข้มที่ดังขึ้นพร้อมกับเจ้าของเสียงที่มีนวมใส่อยู่ที่มือสองข้างทำให้ทุกคนหยุดชะงัก


                “พี่เอามาคืนผมจริงเหรอเนี่ย?” ออกศึกอยู่ในชุดเสื้อกล้ามดำ กางเกงกีฬาขาสั้น เหงื่อเต็มไปหมด ผมมันเปียกเซอร์ ๆ มันซ้อมจริงจังดีแฮะ


                “ใช่ กูเอามาคืน กูจะเอาไปใส่ไว้ที่รถของมึงให้ เอากุญแจรถมาสิ” ผมบอกพลางแบมือขอกุญแจ ส่วนพวกเด็กฝึกมองกันด้วยสายตาพร้อมเผือกสุดชีวิต ออกศึกมองผมอยู่แวบหนึ่งเลยยอมพยักพเยิดหน้าไปทางกระเป๋าเป้


                “อยู่ในกระเป๋าครับ ค้นเอาได้เลย...แน่ใจนะว่าไม่เอา ผมซื้อของทั้งหมดนี่ให้พี่จริง ๆ นะ” มันถามอีกครั้ง ผมยังยืนยันคำเดิม


                “กูไม่เอา มึงไปซ้อมต่อเถอะไป พวกมึงด้วย! อย่าอู้” ผมไล่และหันไปว๊ากพวกเด็กฝึกที่รอเผือกกันเป็นแถว        พวกมันรีบแยกย้ายไปฝึกกันคนละทาง ผมเดินไปหยิบกระเป๋าไอ้ออกศึกมาค้นหากุญแจ พอผมเจอกุญแจก็เดินถือถุงของออกไปหารถมันที่จอดไว้หน้าค่าย ผมจัดการยัด ๆ ของใส่ในรถมันเรียบร้อยแล้วเดินกลับเข้ามาในค่าย ผมเอากุญแจเก็บคืนใส่กระเป๋าของไอ้ออกศึกที่เดิม


                ผมมองมันกำลังต่อยกระสอบทรายอยู่ ผมเลยเดินไปนั่งข้างเด็กฝึกสองสามคนที่นั่งพักเหนื่อยอยู่

ไม่ทราบว่าพวกมึงฝึกกันถึงไหนวะ กูยังไม่เห็นเหงื่อจะออกสักนิด...แต่ผมไม่ได้ดุอะไรพวกมันหรอก


                “พี่เกรย์น่าทึ่งมากเลยนะครับ” จู่ ๆ หนึ่งในพวกที่นั่งอยู่ก็พูดขึ้น


                “น่าทึ่งอะไรของพวกมึง?”


                “ก็ทำให้เฮียออกศึกกลับมาซ้อมมวยไงครับ ปกติเฮียว่าจะเลิกไปแล้วด้วยซ้ำตั้งแต่มีเรื่องคราวก่อน...” มันเผลอพูดต่อกลับเจอสายตาเข้มที่หูมีการตรวจจับเรดาร์ ออกศึกถอดนวมออกและเดินมาทางนี้


ผมเห็นพวกลูกน้องมันพากันก้มหน้าเงียบ  


                “พวกมึงฝึกกันเสร็จแล้วรึไง? ถ้าฝึกแล้วก็กลับบ้านไป” น้ำเสียงเข้มพูดเรียบ แต่ไล่ชัดเจน พวกลูกน้องไอ้ออกศึกเมื่อโดนลูกพี่ไล่ พวกมันพากันลุกกระวีกระวาดวิ่งหนีหายไปหมด

อ้าว...พวกมึงยังซ้อมได้ไม่ถึงไหนเลยเฮ้ย...กลับมาก่อน


                ผมหันมาเจอมันที่มองผมนิ่ง ออกศึกมองผมก่อนจะเดินกลับไปชกกระสอบทรายต่อ...แถมลูกเตะมันยังแข็งและเตะโคตรแรง เป็นอะไรของมันขึ้นมาวะ...มันทำหน้าเหมือนคิดอะไรในใจ ผมนั่งมองมันเตะตุบ ๆ ต่อยปึ่ก ๆ ขอไม่เข้าไปยุ่งละกันเดี๋ยวผมจะโดนมันเตะก้านคอเอาซะก่อน ไม่ขอเสี่ยง


                จะว่าไปการเป็นเทรน แอบสบายเนอะ...ซะที่ไหนล่ะครับ เวลามันขึ้นชกจริง คนที่กดดันสุดก็ผมนี่แหละ ที่ต้องคอยเชียร์มันโคตร ๆ เพราะถ้ามันพลาด แสดงว่าการสอนของผมไม่มีประสิทธิภาพน่ะสิ ผมนั่งเอามือเท้าคางเปิดดูสมุดพกประจำตัวที่มันมีแต่เรื่องของไอ้ออกศึก ผมทำเพื่องานหรอก ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษสักนิด...


                เวลาผ่านไปสักพักใหญ่ ๆ


                “ไม่หิวรึไงครับ มันจะเที่ยงกว่าแล้ว” เสียงเข้มปลุกผมจากอาการเหม่อ ๆ


ออกศึกเดินมาหยุดตรงหน้าผมตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ และผมไม่รู้ว่ามันเข้าไปอาบน้ำใหม่ตั้งแต่เมื่อไหร่ ใบหน้าหล่อคมกับผมเปียก ๆ มึงทำไมเบ้าหน้าดีขนาดนี้วะ แอบอิจฉาเล็กน้อย


                “เออว่ะจริงด้วย ลืมดูนาฬิกา” ผมบอกพลางดูเวลา มันกระตุกยิ้มนิดหน่อย


                “งั้นไปหาอะไรกินแถว ๆ นี้ก็ได้ พี่อยากกินอะไร” มันชวนเหมือนรู้ว่าผมจะปฏิเสธถ้ามันบอกว่าไปร้านแพง ๆ     ผมมองมันที่กำลังเดินนำผม ทำไมมันไม่เช็ดผมให้แห้งก่อนล่ะ


                “เดี๋ยว ๆ มึงจะออกไปทั้งอย่างนี้เนี่ยนะ ทำไมไม่เช็ดผมก่อนวะ?” ผมลุกขึ้น และชะงักกับออกศึกที่หันหลังกลับมาหาผม  กูตกใจหมดอย่าจู่ ๆ ก็หันมาเซ่...มันยื่นผ้าขนหนูมาให้ผมพร้อมกับโน้มตัวลงมา


                “เช็ดให้ทีสิครับ”


                “เรื่องอะไรกูถึงต้องเช็ดวะ...กูไม่”


                “เช็ดให้ทีสิ...นะครับ มือผมชกกระสอบมาเจ็บมากกก...” มันอ้างขึ้นมาด้วยน้ำเสียงทุ้ม ๆ ฟังเหมือนอ้อน


อ้อนเอิ้นอะไรของมึงไอ้เกรย์...คิดไปนู่น ผมดึงผ้ามันมาด้วยความหงุดหงิดนิด ๆ แต่ก็ยอมเช็ดให้มัน ผมขยี้ ๆ ออกศึกหัวเราะออกมา บรรยากาศค่อนข้างต่างกับตอนก่อนหน้านี้ที่มันเตะกระสอบตุบ ๆ สงสัยมันหิวข้าว...


                “เบา ๆ หน่อยสิ อย่ามือหนัก” ผมเช็ดอยู่ถึงกับหยุดกึกกับแววตาคมเข้มจ้องผมอยู่  ผมเอาผ้าปิดหน้ามัน


                “ก็เช็ดเองไปสิวะ!” ผมบอกทิ้งไว้แค่นั้นก่อนจะเดินออกไปจากค่าย โดยมีไอ้ออกศึกมันวิ่งตามพร้อมเสียงเรียกกวนตามประสามัน


                “พี่เกรย์รอผมด้วยสิครับ เดินเร็วแบบนี้หิวใช่ไหม พี่เกรย์ ๆ” มันตะโกนไล่หลังของผมมา คืออยากจะรู้ว่าคนอื่นมึงกวนแบบนี้ไหมวะ ดูจากลุคไอ้เชี่ยนี่ไม่น่าเป็นคนกวนประสาทเหมือนคนบ้าแบบนี้อ่ะ...แอบด่ามันในใจ


                ผมเดินมาหยุดที่ร้านลูกชิ้นทอด ที่อยู่ไม่ไกลจากค่ายมวยนัก เป็นร้านที่นั่งกินได้ด้วย น่ารักจังแฮะ ออกศึกเดินตามหลังมาก็เอามือสองข้างมาพาดไหล่ผมจากด้านหลัง ผมถึงกับสะดุ้ง เชี่ยยยย...มาเกาะแกะกูแบบนี้เพื่ออะไร? ผมจะใส่ศอก มันโก่งตัวหลบออกจากผม


                “ไอ้เชี่ย เล่นอะไรวะ”


                “ไม่ได้เล่นซะหน่อย ไหล่พี่มันเล็กดี...น่าเอามือวาง” เล็กพ่อง...มึงแหละตัวใหญ่เอง


ผมมองมันยิ้มมุมปากให้ผม ก่อนรอยยิ้มนั้นจะหายไปเมื่อสายตามันเหลือบไปมองข้างหลังผม พร้อมกับเสียงผู้หญิงดังขึ้นทำให้ผมหันไปมอง


                “ออกศึก...” ผู้หญิงขาวสูง สวย...ถ้าผมจำไม่ผิดคนเดียวกับที่อยู่ในคลิปตอนที่ไอ้ออกศึกมันแข่งครั้งที่มันมีเรื่องแน่นอนครับ ออกศึกยืนอยู่ข้างผมกลับไม่ได้พูดอะไรตอบเธอคนนั้นไป แต่มันกลับคว้าข้อมือผมให้เดินกลับไปทางค่ายมวยที่เราเพิ่งเดินมา


                “เฮ้ย ไอ้เชี่ยจะไปไหนวะ ยังไม่ได้ซื้อลูกชิ้นกินเลยนะเว้ย” ผมโวยวายขึ้น ออกศึกลากผมไปด้วยแบบไม่ฟังอะไรทั้งนั้น ผมพยายามจะหยุดมัน “ไอ้ออกศึก หยุดเว้ย จะมาลากกูทำไม”


                “ผมไม่อยากกินร้านนั้น” มันตอบเรียบ ผมรู้สึกถึงมือของมันกำข้อมือผมแน่นขึ้น


                “ทำไมวะ ผู้หญิงคนเมื่อกี้เป็นแฟนเก่ามึงรึไง?” ผมถามออกไปแบบฉลาด เสี่ยงเท้ามันลอยมามาก...คำถามของผมมันหยุดไอ้ออกศึกได้ มันหันกลับมามองสายตาเรียบเฉย


“และผู้หญิงคนนั้นชื่อมายด์ เป็นแรงบันดาลใจที่มึงเคยใส่ไว้ในประวัติ กูพูดถูกไหม” ผมพูดออกไปหมด


                ออกศึกปล่อยแขนผมออกก่อนจะยกยิ้ม


                “ครับ เธอเป็นแฟนเก่าผมเอง แฟนเก่าที่ทรยศผมไปหาคนอื่น...พี่เก่งนี่ รู้ประวัติของผมทุกอย่างเลย”


แหงล่ะ ผมอ่านมาอย่างดีเว้ย...เพื่อจะมาฝึกมันโดยเฉพาะ แต่ว่าแฟนเก่าของมันทรยศเลยเหรอวะ มิน่า มันถึงได้ทำท่าเอื่อยเฉื่อยขนาดนั้น


                “ผมไม่ได้คิดอะไรกับเธอแล้วล่ะ แต่ก็อย่างว่าแหละครับ ความรู้สึกไม่ชอบใจมันยังมีอยู่...ผมเลยไม่อยากจะเห็นหน้าเธอ หรือข้องแวะอะไรด้วยอีก แต่โลกมันกลมซะจริง...” มันบ่นเหมือนใจเย็นลง ผมมองหน้ามันอย่างครุ่นคิด


                แต่ไม่ได้คิดจะถามรายละเอียดอะไรลึกไปกว่านี้


                “ไอ้เชี่ยออกศึก...” ผมเรียกมันที่ยืนหันหลังให้ผมอยู่

“กูมีร้านขนมจะแนะนำมึง ไปกินไหม” ผมชวนเรียกความสนใจจากมันมาก ดูมันทำตาโตสิ....อะไรวะ


ผมก็ชวนคนกินข้าวเป็นโว้ย (ปกติไม่เคยชวนใครทั้งนั้น....)


                “จริงเหรอครับ? ว้าว พี่ชวนผมเองเลยอ่ะ...ได้ครับ ไปหาอะไรกินไกล ๆ แถวนี้ก็ดีเหมือนกัน เอารถผมไป...” มันเสนอให้เอารถมันไป ผมเลยยกมือเบรกไว้

เพราะวันนี้กะจะให้ไอ้ออกศึกมันปั่นจักรยานฟิตกล้ามขาที่สวนสาธารณะด้วยตอนเย็น ๆ ครับ (นี่ก็คิดถึงเรื่องการฝึกหมดเลย...) น่า...ใช้เวลาให้เป็นประโยชน์


                “เดี๋ยวไปจักรยานกูดีกว่า จะได้ออกกำลังขาไปด้วย” ผมสั่ง แอบกังวลว่ามันจะโวยวายไหม

เปล่าเลย...มันไม่โวยแถมยิ้มรับอีกต่างหาก เอ๋?


                “พี่เนี่ยใช้เวลาโคตรคุ้ม...ได้ครับ ถ้าพี่ว่ายังไงก็เอาตามนั้นแหละ มาเหอะ เดี๋ยวพี่จะหิวซะก่อน อดใจรอที่จะไปร้านที่พี่แนะนำไม่ไหวซะแล้วสิ” มันบอกยิ้ม ๆ คนละอารมณ์กับเมื่อกี้เลยแฮะ...

แสดงว่ามันคงไม่ได้รู้สึกอะไรกับแฟนเก่าอย่างที่มันว่า ผมคงต้องพูดกับมันจริง ๆ จัง ๆ เรื่องให้มันหาแรงบันดาลใจใหม่ไงครับ ทีนี้ไอ้ออกศึกจะได้มีกำลังใจครบสมบูรณ์แบบ การคว้าแชมป์ผมเชื่อว่ามันไม่ใช่เรื่องยาก! โฮะ ๆ เป็นไงล่ะ ผมคิดการณ์ไกลมาก...


                ร้านที่ผมพามาคือร้าน...’ขนมแพนเค้ก’ นั่นเอง! มันมองอึ้งกิมกี่อยู่หน้าร้านสักพักจนผมได้ลากมันเข้าไป ผมไม่คิดหรอก ว่ามันจะมีร้านแบบนี้ถ้าผมไม่นั่งค้นหาดูตามเน็ตและรีวิว มันเป็นร้านที่ให้อารมณ์เหมือนอยู่ญี่ปุ่น เป็นชุดแพนเค้กทำกินเองได้


                “เฮ้ย พี่ ผมไม่รู้ว่าร้านนี้มันมาเปิดแถวนี้ ผมพลาดได้ไง” พวกผมนั่งอยู่โต๊ะมุมข้างในสุด


สักพักพนักงานเดินถือพวกแป้งขนมมาเสิร์ฟ มันเป็นแบบบุฟเฟ่ต์คือใครอยากทำรูปอะไรก็ทำกินไป เป็นชุด  น่ารักเก๋ไก๋ไปอีก ไอ้ออกศึกดูหน้าตาตื่นเต้นเบิกบานมาก ท่าทางมันจะชอบมาก...ดีเลย เอาไว้เป็นตัวล่อเวลามันอู้ซ้อม


                “พี่รู้ใจผมจัง” ออกศึกบีบขวดแป้งลงเตาตรงหน้า ผมชะงัก  ใครรู้ใจมึงกัน มโนจริง...แค่บังเอิญอ่านผ่าน ๆ ตาเว้ย (ได้คราวว่านั่งอ่านระเอียดยิบ...งานไงงาน)


                “รู้ใจอะไร กูแค่เอามาเป็นตัวล่อให้มึงมาซ้อมก็เท่านั้นแหละ” ผมเอามือเท้าคางมองมันที่เทแป้งเป็นรูปหัวใจ

แบ๊วเชียวนะมึง... มันกระตุกยิ้ม


                “พี่ก็เข้าใจใช้ตัวล่อมาติดสินบนผมเหมือนกันนะเนี่ย” ผมเห็นมันเทแป้งคล่องแคล่วประดุจคนขายแพนเค้ก         มึงเปลี่ยนอาชีพไปทำแพนเค้กขายน่าจะโอนะ สาวน่าจะเข้าร้านตรึม...

แพนเค้กรูปหัวใจที่มันนั่งทำรึว่าแต่จะกินเอง ทว่ามันกลับถูกยกมาใส่จานของผม...เชี่ยไร


                “อะไรของมึง เอามาให้กูทำไม” ผมมองแพนเค้กรูปหัวใจดวงโต สาวม.ปลายนั่งกินอยู่โต๊ะถัดไปเหลือบมองพวกผมซุบซิบเชียว ไอ้ออกศึกมันเอาแพนเค้กแบ๊วนี่มาให้ผมทำไมล่ะ


                “แพนเค้กฝีมือของผมไงครับ กินเร็ว รูปหัวใจเลยนะ”


                “กูทำเองได้” ผมบอกพลางจะเอามาทำเอง แต่มันยกตะกร้าอุปกรณ์การทำไปหมด อ้าว...ไอ้ฟายยยย


                “ไม่เอาครับ มันร้อน พี่มีหน้าที่กินก็พอ อยากได้รูปอะไรบอกผมได้” ออกศึกยังคงยืนยันคำเดิม ผมมองสิ่งที่อยู่ในจาน เลยใช้ส้อมจิ้มมากินดู มันนุ่มมาก...อร่อยด้วย ห๊อมหอม ผมเคี้ยวตุ้ย ๆ มันยิ้ม


                “เป็นไงครับ อร่อยไหมฝีมือผม” มันอวด


                “อร่อย มันเป็นแป้งของทางร้าน มึงแค่วาดรูปลงไปเฉย ๆ ไอ้สัด” ผมว่า มันหัวเราะนิดหน่อย ออกศึกทำรูปโดราเอม่อนต่อ ผมแอบเหลือบมองเงียบ ๆ ไอ้นี่มันเป็นพวกบ้าการ์ตูนปะวะ ตั้งแต่แพนเค้กใส่เนยเยอะ ๆ แล้วนะเว้ย ผมเผลอมองมันนานไปหน่อยจนมันเงยหน้ามองผม


                “อยากได้รูปอะไรอีกรึเปล่าครับ? ผมจัดให้ได้ทุกรูปนะ” มันเสนอตัว ดูท่าทางไอ้เชี่ยนี่จะสนุกมากกับการทำแพนเค้ก พลิกด้านนู่นด้านนี่ไปเรื่อย มีการตกแต่งราดช็อกโกแลตอีก


                “รูปหมา..”


                “หา พี่ด่าผมเหรอ” ผมถึงกับหลุดขำเล็กน้อย เมื่อออกศึกมันทำหน้าเหวอนิด ๆ ก๊าก...กูด่ามึงแหละ รู้ตัวเร็วจัง


                “เปล่า กูจะไปด่ามึงทำไมล่ะ คิดไปเอง กูแค่อยากกินรูปนี้ รูปหมา” ผมบอกมันทำหน้าเหมือนไม่เชื่อ แต่มันก็ยอมวาดรูปหน้าหมาน้อยน่ารักเชียวครับ


                พวกผมกินแพนเค้กจนอิ่ม (เรียกได้ว่ากินแทนข้าวไปเลย) อันที่จริงไอ้ออกศึกมันต้องคุมน้ำหนักด้วย ที่ผมพามันมากิน ผมเช็คตารางเวลาให้มันเรียบร้อยล่ะ ว่ากินได้อยู่ช่วงนี้

หลังจากวันนี้ไปผมคงต้องคอยคุมอาหารการกินของมันด้วยแล้วล่ะ จะให้เริ่มกินแต่อะไรที่สร้างกล้ามเนื้อ พอกินเสร็จผมกับมันกลับมาที่ค่ายมวยเพื่อมาซ้อมชกลม ปล่อยหมัด ในภาคบ่าย ส่วนไอ้พวกเด็กฝึกหายไปตั้งแต่ที่ไอ้ออกศึกมันไล่แล้ว คือพวกมันถูกไล่ปั๊ปก็ไม่คิดจะกลับมาเลยเหรอ แบบว่าไล่ก็ไปจริง ๆ ตอนแรกไอ้ออกศึกทำท่าเหมือนไม่อยากฝึกต่อเหมือนกัน มันบอกอิ่มแล้วง่วง!


                ฝันไปเหอะว่ากูจะให้มึงไปนอน!...ผมเลยสั่งให้มันไปชกลม กับเตะกระสอบทรายอยู่อย่างนั้น จนกว่าจะถึง 16:00 น. มันเถียงผมอยู่สักพักเลยยอมไปฝึกตามที่ผมจี้สั่ง เพราะผมขู่มันว่าจะฟ้องป๊า โฮะ ๆ ดูก็รู้ว่าผมถือไพ่เหนือกว่ามัน



                จนกระทั่งเวลา 18:00 น.

ผมเกือบงีบหลับไปหลายรอบมาก แต่ต้องบรือตามองไอ้ออกศึกมันชกลมไป ผมนั่งเช็คตารางไปด้วย เดี๋ยวพรุ่งนี้จะพามันไปกรอกใบสมัครสำหรับลงแข่งระดับจังหวัด พอผ่านระดับจังหวัดมันต้องไปแข่งระดับภาค ถึงจะได้ไล่อันดับขึ้นไประดับประเทศได้...


                “ไอ้ออกศึก เดี๋ยวมึงไปปั่นจักรยานกับกูได้ละ” ผมบอกมันที่กำลังเช็ดเหงื่อไหลโชกเต็มไปหมด มันเป่าลมออกมาจากปากด้วยความเหนื่อย

                “โหย พี่ ยังจะไปปั่นอีกเหรอ ผมเหนื่อยชะมัด เมื่อยตัวไปหมด” มันบ่นพร้อมกับเอามือทุบ ๆ ไหล่ตัวเอง

เหอะ...แค่นี้ยังเหนื่อย ต่อไปมึงโดนเขาซัดกลับมาจะได้ไม่ต้องมาบ่นไง


                “ช้า กูจะสั่งให้มึงฝึกเพิ่ม วิ่งอีกสัก 30 รอบ” ผมบอกเสียงเรียบและเดินออกไปรอข้างนอก ไอ้ออกศึกทำตาโตเกาหัวแกรก ๆ


                “พี่! ไรเนี่ย โหดจัง ไม่วิ่งเพิ่มแล้วเหนื่อย รอด้วย” มันรีบวิ่งตามผมมาอย่างด่วนจี๋ตามผมออกมา

ผมนั่งซ้อนท้ายจักรยานโดยไอ้ออกศึกเป็นคนปั่น ถึงจะไม่อยากนั่งแต่จำเป็นต้องนั่งอ่ะครับ ขืนให้ผมเดินมีหวังขาลากแน่ ๆ ปล่อยให้มันปั่นไปนั่นแหละ


                ผมมองแผ่นหลังตรงหน้าที่ปั่นไปแบบสบาย ๆ หลังมันกว้างมาก...โคตรบอดี้ดีอ่ะ เออ...แล้วกูจะมาพิจารณาหลังของมันทำไม ออกศึกเหลือบหันมามองผมที่นั่งอยู่ข้างหลังแวบหนึ่ง ดูทางข้างหน้าไปดิมึง....


                “ไม่กอดเอวเหรอ” คำถามมันทำให้ผมเลิกคิ้ว  หา...

“พี่ไม่กอดเอวผมเหรอ เดี๋ยวตกนะ” ไอ้เชี่ยกูจะไปกอดเอวมึงไว้เพื่ออะไร ไม่ใช่หนังเกาหลีแดนกิมจิเว้ย


                “ปั่นไปเหอะมึง พูดมาก...” ผมด่าเข้าให้ มันปั่นเร็วขึ้น ผมเกือบหล่นจากเบาะ มันแกล้งกู....


                “เห็นไหมเกือบตกแล้ว กอดไว้ก็ได้ ผมไม่ถือหรอก” ไม่เกี่ยวกับมึงถือไม่ถือโว้ย


                “กูไม่กอด ไอ้เชี่ยออกศึกมึงหันไปดูทางข้างหน้า! มาดูกูทำไมวะ” ไอ้นี่มันหันกลับมายิ้มให้ผมซะงั้น มึงจะถีบขึ้นไปบนฟุตบาทอยู่แล้ว ไอ้หมาเอ๊ย...


                “ดูอยู่ไงครับ...อ้อ พี่เกรย์” ผมรู้สึกว่าลมมันปะทะหน้าของผมมาก ผมเลิกคิ้วเชิงคำถาม

“วันนี้ขอบคุณนะครับที่พาผมไปกินแพนเค้ก มันอร่อยมากเลยล่ะ...แถมพี่ยังทำให้ผมอารมณ์ดีอีก”


                “เออ” ผมฟังที่มันพูดอย่างไม่คิดอะไร


                “ไว้เราไปด้วยกันอีกนะ” เสียงเข้มดังมาตามสายลมทำให้ผมมองงง...มันจะไปกับผมอีกทำไม?


                “ไม่ล่ะ มึงอยากกินก็ไปกินคนเดียวสิ” ปกติผมไม่ค่อยเข้าร้านขนมบ่อยหรอกครับ เนื่องจากไม่ได้ชอบกินแถมราคามันกินแต่ละทีก็กระเป๋าเงินแบนได้เหมือนกัน เมื่อกี้ช่วยกันออกกับไอ้ออกศึกมัน (ทีแรกมันจะเลี้ยง ผมไม่ยอมครับคราวนี้ เลยแชร์ ๆ กันจ่ายไป)


                “ได้ไงล่ะ พี่เป็นคนแนะนำผมร้านนี้ พี่ต้องไปกินกับผมอีก” มันพูดแบบเอาแต่ใจ เออออตกลงของมันไป ผมไม่ได้พูดอะไรเพียงแค่ดูแผ่นหลังกว้างตรงหน้าที่กำลังปั่นจักรยานไปเรื่อย ๆ รอบสวน


                ออกศึกปั่นวนสามสี่รอบ ทำให้มันปวดขาได้เหมือนกัน เพราะระยะทางบวกกับน้ำหนักของผมที่รั้งให้มันปั่น ค่อนข้างได้ออกกำลังตรงส่วนขามาก ฮ่า...ผมนอนหงายอยู่ตรงหญ้าใกล้ริมน้ำในสวนสาธารณะ


                ฟุบ เสียงถุงใส่กระป๋องโค้กถูกวางลงข้างผม ไอ้ออกศึกมันนั่งลงพร้อมกับยื่นให้ผม ผมส่ายหน้า


                “ไม่ล่ะ กูไม่หิวน้ำ มึงกินไปเถอะ” ผมบอก ผมไม่ได้ออกกำลังกายแบบมันนี่ จะไปกระหายน้ำได้ยังไง ออกศึกวางกระป๋องโค้กลง และหยิบน้ำเปล่าของมันไปดื่มแทน ยังดีที่มันรู้จักกินน้ำเปล่า...ดีต่อสุขภาพไงครับ


                ผมเหลือบมองมันที่มองคนวิ่งไปมาในสวน ผมกำลังหาจังหวะจะพูด...เรื่องแรงบันดาลใจ


                “ไอ้ออกศึก”


                “ครับ? พี่เกรย์...” มันพูดเสียงหวานกลับมา จึก...พูดเสียงแบบนั้นทำไมวะ มันหันมามองผม


                “ต่อไปนี้ มึงตั้งใจซ้อมจริง ๆ จัง ๆ แบบนี้และไม่เอื่อยเฉื่อยได้ไหม”


                “ผมตั้งใจซ้อมอยู่ ไม่เห็นว่าจะอู้...” มันว่าพลางยกน้ำดื่มจนเกลี้ยง เออ...มึงไม่อู้แต่กำลังใจมึงไม่แข็งแรงไง


                “เริ่มใหม่...” ผมพูดขึ้น เรียกความสนใจจากมันให้มองงงกับสิ่งที่ผมพูด


                “อะไรนะครับ?”


                “กูบอกว่าให้มึงเริ่มใหม่...หาแรงบันดาลใจของมึงใหม่ ทำความฝันของมึงให้เป็นจริงซะ” ออกศึกจ้องผมนิ่ง มันดูอึ้งไปสักพัก ก่อนจะล้มตัวลงนอนข้างผมและเอามือก่ายหน้าผากของมันไว้ ปากมันมีรอยยิ้มจาง ๆ


                “หึ พี่ดูจริงจังกับการปั้นนักมวยดีนะครับ...ถ้าพี่อยากให้ผมหาแรงบันดาลใจใหม่ ก็ได้ครับ...ผมมองแรงบันดาลใจใหม่ของผมมาสักพักแล้วล่ะ...” มันบอก ทำให้ผมลุกขึ้นนั่งมองตื่นเต้น มันบอกว่ามันเจอแรงบันดาลใจใหม่แล้ว!


                “จริงเหรอวะ! ดีเลย งั้นมึงก็จะได้มีกำลังใจในการแข่ง ทีนี้เข้ารอบลึก ๆ ได้สบาย” ผมดีดนิ้วเมื่อเห็นว่าทุกอย่างเป็นไปตามที่ผมวางแผนไว้ โฮะ ๆ...ก่อนผมจะชะงักกับมันที่ลุกขึ้นนั่ง แววตาคมเข้มปะทะกับสายตาของผม


                “แต่ผมต้องถามความเห็นของเขาก่อน ว่าจะยินยอมให้ผม เอาเขามาเป็นแรงบันดาลใจรึเปล่า...” มันบอก ผมเลิกคิ้วเบิกตากว้างกับใบหน้าคมเข้มที่ยื่นเข้ามาโดยที่ไม่ทันตั้งตัว


                “มึงจะไปขอกับเขายังไง...ไอ้เหี้ย...” ผมผงะแต่กลับโดนดึงแขนเข้าไปหาไอ้ออกศึกที่ดึงแขนผมเข้าไปหามัน ก่อนที่จะประกบ...ริมฝีปากของมันลงมากับริมฝีปากของผม !!! เชี่ยยยยยยย....มันจูบผม!! ผมเบิกตากว้าง ปลายลิ้นของมันพยายามตวัดเข้ามาในปากของผม ผมออกแรงผลักมันเต็มแรง


                พลั่ก!! พร้อมกับหมัดของผมที่ปล่อยใส่มุมปากมัน


                “โอ๊ย พี่ ผมเจ็บนะ มือลั่นอีกแล้วเหรอ” ออกศึกจับมุมปากนิด ๆ แต่มันกลับมีเลือดซึมออกมาได้ ผมถึงกับเหวอ   กูต่างหากโว้ยที่ต้องโวยวายว่ามึงมาจูบกูทำเชี่ยอะไร!


                “มึงทำเหี้ยอะไรเนี่ย!!” ครั้งนี้สองแล้วนะเว้ย! (แม้ครั้งแรกมันจะอ้างว่าช่วยให้ผมหายใจออกในผับนั่นก็เถอะ) และผมก็ได้รับคำตอบจากไอ้ออกศึกที่กระตุกยิ้มมุมปาก


                “อ้าว ผมกำลังขออนุญาตแรงบันดาลใจไงครับ”


                “มึงว่าอะไรนะ!”


                “พี่ไงครับ...แรงบันดาลใจใหม่ของผม” ผมตาโตอย่างไม่เข้าใจ

มันจะมาเอาผมไปเป็นแรงบันดาลใจของมันทำไมมมมมม....


                “ทำไมต้องเอากูไปเป็นแรงบันดาลใจของมึง ไม่ได้!” ผมโวย ไม่อนุญาตโว้ย!


                “พี่ใส่ใจกับผมดี...เลยถูกใจน่ะครับ แถมพี่ยังเป็นเทรนอยู่ใกล้สายตาของผมด้วยไง จะผิดอะไรถ้าเลือกพี่มาเป็นแรงบันดาลใจของผม” มันอธิบายเหมือนมีหลักการทั้ง ๆ ที่มันไม่มีหลักการอะไรเลย...

แววตาคมเข้มบ่งบอกว่ามันพูดจริงทุกอย่างทำให้ผมนิ่งไป ก่อนจะเอือมกับประโยคหลงตัวเองของมันที่พูดต่อ

“ใคร ๆ ก็อยากให้ผมเอาเขามาเป็นแรงบันดาลใจทั้งนั้น...พี่ได้สิทธิ์พิเศษเลยนะ ไม่ดีใจหน่อยเหรอ?”


                เกิดมาเพิ่งเคยเห็นคนมั่นเบ้าหน้าขนาดนี้....ไอ้เชี่ย มึงคิดว่ามึงหล่อมากเหรอ...เออ มันหล่อจริง ไม่กล้าเถียง


                “ถ้าพี่ยอม ผมจะยอมมาซ้อมทุกวันไม่มีขาดตกบกพร่องเลยแม้แต่นิดเดียว” ข้อเสนอของมันทำให้ผมหันไปสนใจ มันบอกว่าจะยอมซ้อมทุกวันเลยเหรอ...ออกศึกกระตุกยิ้ม


                “มึงพูดจริงเหรอที่บอกจะมาซ้อมทุกวัน” ผมถามลังเลนิด ๆ และคิดไปด้วย ถ้ามันตั้งใจซ้อมจริง ผลดีก็จะอยู่ที่มันทั้งนั้น


                “จริงสิครับ” ผมเม้มปาก “พี่ไม่เห็นต้องซีเรียสอะไรมาก ก็แค่ยอม ๆ ให้ผมเอาพี่...”มันหยุดพูด ผมเลยมองหน้ามันทันที  มันเว้นจังหวะ “เอาพี่ไปเป็นแรงบันดาลใจ...” มึงจะเว้นจังหวะการพูดหาอะไรวะ...


                “เออ ๆ ก็ได้ แต่! มึงห้ามมาเข้าใกล้กูแบบเมื่อกี้อีก...” ผมตักเตือนมันไว้ ไอ้เชี่ยเดี๋ยวจู่ ๆ ยื่นหน้าเข้ามาใกล้กูอีก รู้สึกขนลุกโว้ย!...ออกศึกหัวเราะออกมาแล้วลุกขึ้นและยื่นมือมาให้ผม


                “หมายถึงห้ามจู่โจมจูบพี่แบบเมื่อกี้เหรอครับ” มันแบมือขอมือผมอยู่แบบนั้น ผมปัดมือมันออกพร้อมกับลุกขึ้นยืนเอง หน้าตามันแม่ง...กวนสุด ไอ้เชี่ยออกศึกพูดเปิดประเด็นขึ้นมาทำไมอีก....ผมว่าการมาเป็นเทรนครั้งนี้เริ่มจะสร้างความอันตรายให้ตัวผมแล้วล่ะ


                “เมื่อกี้ไม่ใช่จูบก็แค่ ปากแตะปาก” ผมบอกอย่างไม่ใส่ใจทั้งที่ความรู้สึก...มันยังอยู่ เชี่ยยยย กูจำภาพหน้ามันใกล้ ๆ ได้อีกแล้ว

“กลับกันได้ละ พรุ่งนี้มึงใส่ชุดธรรมดามาละกัน กูจะพาไปส่งใบสมัครนัดชกที่จะแข่งสัปดาห์หน้า” ผมสั่งไว้ ก่อนที่จะหมุนตัวเดินออกไปจากสวน และผมต้องรีบเดินจ้ำอ้าวหนีไอ้ออกศึกที่ตะโกนไล่หลังมา


                “อ้าว แรงบันดาลใจของผม จะไปไหนล่ะครับ...รอด้วย” ใครมันจะไปยืนรอมึง!....

แรงบันดาลใจของผมเชี่ยอะไรของมันวะ โอ๊ย...ผมไม่เข้าใจทำไมมันต้องมาเลือกผม บอกเลยว่าผมไม่ไว้ใจมัน...ไอ้ออกศึกมันต้องมีแผนอะไรอยู่ในใจแน่ ๆ ไอ้สัด...ป่วนกูมาก ๆ ชักจะปวดหัวแล้วนะเว้ย


                คิดถึงงานเข้าไว้เกรย์ คิดถึงความฝันการปั้นนักมวยเข้าไว้...พรุ่งนี้ผมไปหาผ้าปิดปากมาปิดปากไว้ดีไหม หน้ากากอนามัยหาซื้อได้ที่ไหนบ้าง...


                “พี่เนี่ย...เข้าทฤษฎีเป๊ะเลยนะครับ” มันที่วิ่งไล่ตามหลังผมมาพูดลอย ๆ ทฤษฎีอะไรของมันวะ...


                **“ทฤษฎีที่ว่า...คนน่ารักมักใจร้าย”**  ใครน่ารัก?...น่ารักพ่อง อย่างกูเขาเรียกว่าหล่อเว้ย...(ตัวเตี้ย หน้าเด็ก...มึงหล่อมากครับไอ้เกรย์ หล่อในโลกส่วนตัว...)




=====================100%===================

​ขอบคุณคอมเมนต์เเละกำลังใจดีๆจากคนอ่านที่น่ารัก

​ออกศึกเขาได้เเรงบันดาลใจเเล้วค่าา >__<

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น