หอหมื่นอักษร

ยามเมื่อเมฆฝนพัดผ่าน สองเราจะฝ่าฟันมันไปด้วยกันนะ...

ตอนที่ 88 ความสุขของคนอื่น / ตอนที่ 89 การผจญภัยในซอยเล็ก

ชื่อตอน : ตอนที่ 88 ความสุขของคนอื่น / ตอนที่ 89 การผจญภัยในซอยเล็ก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.4k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ม.ค. 2561 15:53 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 88 ความสุขของคนอื่น / ตอนที่ 89 การผจญภัยในซอยเล็ก
แบบอักษร



ตอนที่ 88  ความสุขของคนอื่น


ทั้งสองคนวิ่งเข้าไปในห้องหนังสือ เซียวเซียวยังคงงุนงง “หนังสืออะไร ฉันจะยืมหนังสืออะไรของเธอเหรอ?”

อวิ๋นตั่วทำลับๆ ล่อๆ ก่อนที่จะวิ่งไปปิดประตูเพราะกลัวว่าชูยินจะตามมา “ต่อไปถ้าแม่ฉันพูดถึงเรื่องเงินบริจาค เธอจำไว้เลยนะว่าห้ามตอบไปตรงๆ”

เซียวเซียวรู้สึกสับสนมากกว่าเดิม “บริจาคเงินอะไรเหรอ บริจาคเงินครั้งไหน?”

“เธอจำไว้ว่าอย่าตอบไปตรงๆ ก็พอ” อวิ๋นตั่วว่า

เซียวเซียวคิดอยู่ครู่หนึ่ง และก็คล้ายจะเข้าใจอะไรขึ้นมา “เธอโกหกเอาเงินแม่!”

“อย่าพูดมั่วๆ สิ!”

“งั้นก็บอกมาสิว่าทำไม?”

“มันเป็นความลับ ฉันบอกเธอไม่ได้”

“เราสองคนเป็นเพื่อนสนิทกันนะ เธอยังไม่ยอมบอกฉันอีกเหรอ?”

“ไม่บอกน่ะดีกับเธอแล้ว เธอจะได้ไม่ต้องตกใจอกสั่นขวัญแขวน”

“เรื่องไม่ดีเหรอ?”

“อย่าเดามั่วได้หรือเปล่าเนี่ย” อวิ๋นตั่ววางคางบนโต๊ะ “มาหาฉันมีเรื่องอะไรเหรอ”

“ฉันคิดว่าตอนนี้อวี่เจ๋อน่าจะอยู่บ้านเธอก็เลยอยากจะมาเรียนด้วย แต่เขากลับไม่อยู่ ทำไมล่ะ? เขาเลิกสอนแล้วเหรอ?”

“ช่วงนี้เขาลาหยุด เพราะเรื่องบริษัทน่ะ”

“เขาเปิดบริษัทเองเหรอ ถ้าอย่างนั้นต่อไปเขาก็จะไม่มาเป็นครูให้เธอแล้วใช่หรือเปล่า”

“ใครบอกล่ะ ฉันคุยกับเขาแล้ว เขาจะเป็นครูสอนพิเศษจนกว่าฉันจะจบม.ปลาย”

“เธอพูดน่ะไม่น่าเชื่อหรอก”

“ไม่น่าเชื่อได้ยังไง ที่โรงเรียนฉันเลือกครูไม่ได้ ที่บ้านก็ยังเลือกไม่ได้อีกเหรอ?”


“ก๊อกๆ” เสียงเคาะประตูดังขึ้น อวิ๋นตั่วคิดว่าเป็นชูยิน เธอก็เลยรีบลุกขึ้นทำท่าหาหนังสือ “เข้ามาเลยค่ะ!”

ทว่าสุดท้ายคนที่เข้ามานั้นก็คือแม่บ้านหลิวที่ยกน้ำบ๊วยเข้ามาด้วยหนึ่งแก้ว “คุณนายให้ป้าเอาน้ำบ๊วยมาให้ค่ะ”

อวิ๋นตั่วยกมือลูบอก “ตกใจแทบแย่แหน่ะ! ป้านี่จริงๆ เลยนะคะ แค่น้ำบ๊วยแก้วเดียวเอง ต้องถึงกับเอามาให้เลยเหรอ ไม่ใช่ของดีอะไรสักหน่อย”

“น้ำบ๊วยถึงแม้จะไม่มีราคา แต่ก็มีน้ำใจของป้าอยู่ในนั้นนะคะ” แม่บ้านหลิวเอ่ยขึ้นหน้านิ่ง “ป้ารู้ว่าตอนนี้อวิ๋นตั่วโตแล้ว ไม่สนใจหัวใจของป้าแล้ว ถ้าไม่อยากดื่มก็ไม่เป็นไรค่ะ ป้าเอากลับไปดื่มเองก็ได้”

อวิ๋นตั่วรู้ว่าตัวเองพลั้งปากพูดไม่ดีไป เช่นนั้นก็รีบรั้งแม่บ้านหลิวไว้ แล้วหันหน้าไปบอกว่า “หนูผิดไปแล้วค่ะ น้ำบ๊วยของป้าเยี่ยมที่สุดเลย หนูชอบน้ำบ๊วยที่ป้าทำนะคะ”

อวิ๋นตั่วรับแก้วในมือของแม่บ้านหลิวมาวางไว้บนโต๊ะ จากนั้นแม่บ้านหลิวถึงได้กลับออกไปด้วยความพอใจ

เซียวเซียวที่นั่งอยู่ข้างกันกลับยกมือปิดปากแล้วหัวเราะออกมา

“เธอรู้ไหมว่าฉันอิจฉาเธอมาก ในบ้านเธอเป็นเหมือนเจ้าหญิงเลย พ่อแม่ของเธอน่ะไม่ต้องพูดถึง แม้แต่แม่บ้านหลิว ป้าหวง ลุงหู ทุกคนต่างก็ทะนุถนอมเธอ และดูออกเลยว่าที่พวกเขาดีกับเธอนั้น ไม่ใช่แค่เพราะพวกเขาทำงานให้กับบ้านเธอ แต่เป็นเพราะพวกเขาเป็นห่วงเธอจากใจจริง ชอบเธอจริงๆ ไม่เหมือนบ้านฉัน......”


เมื่อพูดถึงบ้านตัวเอง เซียวเซียวก็ดูเศร้าขึ้นมา


บ้านของเซียวเซียวค่อนข้างซับซ้อน แม่ของเธอไม่ใช่ภรรยาคนแรกของพ่อ เดิมทีเป็นเพียงเลขาคนหนึ่งในบริษัทของพ่อเธอเท่านั้น พ่อของเธอคิดอยากให้มีคนมาสืบทอดธุรกิจ แต่ภรรยาคนแรกนั้นไม่สามารถตั้งครรภ์ได้สักที แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็เป็นคู่สามีภรรยาที่ร่วมทุกข์ร่วมสุขมาด้วยกัน ตอนแรกที่พ่อของเซียวเซียวเพิ่งเริ่มธุรกิจ ครอบครัวของภรรยาคนแรกก็ออกเงินก้อนใหญ่ให้ ดังนั้นตอนนี้ภรรยาคนแรกของพ่อจึงมีหุ้นอยู่ในบริษัทครึ่งหนึ่ง และเพราะเรื่องนี้ ทั้งสองคนก็เลยยังไม่ได้หย่าขาดจากกัน

ภายหลังเมื่อแม่ของเซียวเซียวตั้งท้อง ก็เลยบังคับให้พ่อของเธอไปหย่า และก็ถูกภรรยาคนแรกแบ่งทรัพย์สินไปครึ่งหนึ่ง ในที่สุดเมื่อคลอดเซียวเซียวออกมา พ่อของเซียวเซียวก็หวังอยากได้ลูกชายเพื่อสืบทอดธุรกิจ แต่พอเห็นว่าแม่ของเธอคลอดออกมาเป็นเด็กผู้หญิง ก็รู้สึกว่าตัวเองถูกหลอก และทำตัวไม่ดีกับพวกเธอสองแม่ลูก โชคดีที่แม่ของเซียวเซียวต่อสู้จนตั้งท้องคนที่สอง และคลอดออกมาเป็นลูกชาย หลังจากนั้นทั้งบ้านก็ให้ความสนใจแต่กับลูกชาย จนเซียวเซียวเหมือนคนไร้ตัวตน




--------------------​----------​----------​----------​




ตอนที่ 89  การผจญภัยในซอยเล็ก


คนเรามักจะไม่เห็นค่าในสิ่งที่ตนมี ตรงกันข้าม อวิ๋นตั่วกลับอิจฉาเซียวเซียว เธอรู้สึกว่าเซียวเซียวน่ะดีมาก ไม่ต้องมีใครมาคอยยุ่งวุ่นวาย สบายสุดๆ เธอไม่ชอบให้ใครมายุ่ง ใครอยากจะทำอะไรก็ทำ ไม่เหมือนกับตอนนี้ พออวิ๋นเฉียวอยู่ต่างประเทศ ความสนใจทั้งหมดของแม่ก็มาโฟกัสอยู่ที่ตัวเธอ ไม่ว่าเธอจะทำอะไรก็ไม่สามารถที่จะหลบพ้นสายตาของคนเป็นแม่ได้ ถ้าหากแม่ไม่ยุ่ง ก็ยังมีสายสืบของแม่คอยจับตามองอีก บางครั้งเธอก็รู้สึกแปลกใจว่าทำไมแม่ถึงรู้เรื่องนี้ได้ พอเมื่อมีความลับของตัวเอง อวิ๋นตั่วก็จะรู้สึกตื่นเต้นมาก คล้ายเป็นการยั่วยุคนเป็นแม่อย่างหนึ่ง เหมือนกับเรื่องที่อวิ๋นเฉียวขอยืมเงิน ไม่ใช่แค่เธออยากช่วยเหลือเขาเท่านั้น แต่ยังเป็นการยั่วยุแม่ในใจอีกด้วย

“เราออกไปเที่ยวกันดีไหม” อวิ๋นตั่วเปิดหนังสือแล้วก็รู้สึกว่าอยู่บ้านเฉยๆ นี่มันน่าเบื่อจริงๆ

“ไปไหนล่ะ?” เซียวเซียวถาม

“ไปบริษัทอวี่เจ๋อ ไปดูว่าพวกเขาย้ายของกันเสร็จหรือยัง” อวิ๋นตั่วรู้สึกว่าความคิดของตัวเองนั้นเยี่ยมมาก “จู่ๆ ก็โผล่ไป อวี่เจ๋อต้องตกใจแน่”

ความกระตือรืนร้นของเซียวเซียวพลันลดฮวบทันที "เขาย้ายบ้านแล้วเราจะไปทำอะไรกัน ไปก่อกวนคนอื่นทั้งที่ไม่มีเรื่องอะไรน่ะเหรอ น่าเกลียดจะตาย"

“ไม่หรอก หุ้นส่วนสองคนของเขาน่ะน่าสนใจมากเลยนะ ถ้าเธอได้รู้จักจะต้องชอบแน่ๆ"

“ฉันไม่ไป”

อวิ๋นตั่วคิดอยู่ครู่หนึ่ง "ถ้างั้นเราชวนช่างจื่อเถิงไปขี่รถเล่นไหม ขี่ไปถึงที่ไหนก็ไปที่นั่นแหละ ดีไหม?"

“มันจะอันตรายไปหน่อยหรือเปล่า”

“มันก็เป็นการผจญภัยอย่างนึงไง" คำคำนี้กลับทำให้หัวใจที่รักการผจญภัยของอวิ๋นตั่วตื่นเต้นขึ้นมาแล้ว

เธอโทรศัพท์หาจื่อเถิงให้เขาขี่จักรยานมารอที่หน้าบ้านเธอ ยังไม่ทันที่จื่อเถิงจะเข้าใจ เขาก็ขี่รถมาถึงหน้าบ้านของอวิ๋นตั่วแล้ว เขากดกริ่ง จากนั้นอวิ๋นตั่วกับเซียวเซียวก็จูงจักรยานออกมา

“จะไปไหนกัน?”

“ไปผจญภัยกัน เห็นซอยเล็กๆ ที่ไหนก็เลี้ยวเข้าไปที่นั่น" อวิ๋นตั่วดูตื่นเต้นมาก เธอไม่เคยท่องเที่ยวแบบนี้มาก่อนเลย

เซียวเซียวตามไปทางด้านหลังอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก และพยายามที่ห้ามปรามเพื่อนของตัวเอง "เราแค่ลงเขาไปก็พอมั้ง อย่าไปไกลนักเลย"

“ฉันได้ยินอวี่เจ๋อบอกว่าซอยเล็กๆ ของเมืองนี้สวยมาก ถนนแต่ละสายนั้นมีเอกลักษณ์ของตัวเอง มีทั้งที่เงียบสงบ มีทั้งสว่างไสว มีทั้งอึมครึม มีทั้งเปลี่ยว มีทั้งแคบและยาว"

จื่อเถิงว่า "คำก็อวี่เจ๋อบอก สองคำก็อวี่เจ๋อบอก อวี่เจ๋อพูดอะไรเธอก็เชื่อไปซะหมด ถ้าจะพูดนะซอยพวกนี้ พอฝนตก ก็จะมีคนถือร่มกระดาษน้ำมันเดินช้าๆ กลางสายฝน ขี่รถ......”

จื่อเถิงยังไม่ทันที่จะพูดจบก็เห็นว่าอวิ๋นตั่วขี่จักรยานลงเขาไปแล้ว

เซียวเซียวตะโกนตามหลังไป “รอฉันด้วยสิ!”

“ฉันด้วย” จื่อเถิงอยู่หลังสุด



ในตอนบ่ายเช่นนี้ แสงสว่างที่ส่องมาค่อนข้างเลือนราง รถจักรยานของทั้งสามขี่ไปข้างหน้าอย่างไม่รีบร้อน ซอยที่ทั้งแคบและยาวอบอวลไปด้วยกลิ่นอายของการผจญภัยที่อวิ๋นตั่วปรารถนา ที่อีกฝั่งนั้นจะมีอะไรรออยู่นะ? หรือจะมีหญิงสาวผู้มาพร้อมกลิ่นดอกไม้หอมปรากฏตัวตรงหน้าจริงๆ ถ้าถือร่มกระดาษน้ำมันด้วยก็ยิ่งดีเลย ทว่าพอเงยหน้ามองท้องฟ้าสีฟ้าแล้วก็ให้รู้สึกว่าอากาศแบบนี้คงไม่น่าจะต้องถือร่มสักเท่าไหร่

ไม่สิ ต้องถือร่มกระดาษน้ำมันด้วย ไม่อย่างนั้นจะไม่ให้อภัยเลย! อวิ๋นตั่วคิดอย่างไร้เหตุผล

หลังจากนั้น ตรงหน้าก็มีคนปรากฎตัวขึ้นมาจริงๆ เพียงแต่ไม่ได้ถือร่มกระดาษน้ำมันและไม่ใช่ผู้หญิง

อวิ๋นตั่วหยุดรถลง มองจากไกลๆ ก็เห็นเป็นผู้ชายสามคนกำลังล้อมผู้ชายคนหนึ่งอยู่ หน้าตาน่ากลัว และคนที่ถูกล้อมไว้ เมื่อดูจากด้านหลังแล้วก็ให้ความรู้สึกคุ้นตามาก

พอเห็นอวิ๋นตั่วหยุดรถ จื่อเถิงก็กำเบรกหยุดรถลงข้างๆ เธอ สองเท้าเหยียบลงพื้นเพื่อทรงตัว “มีอะไรเหรอ?”

อวิ๋นตั่วบุ้ยปาก “ดูคนนั้นสิ นั่นใครน่ะ?”

ในที่สุดเซียวเซียวก็ตามมาทัน เธอเพ่งมองไป “นั่นหยูเทียนอี้ไม่ใช่เหรอ? ต้องทะเลาะกับใครอยู่แน่ๆ เลย เรารีบไปกันเถอะ เดี๋ยวจะพลอยแย่ไปด้วย”






แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น