อรภาวาสิริ หญิงแพรว
facebook-icon

ปากแข็ง ขี้หึง หื่นมาก

ซ่อน(เร้น)ปรารถนา ตอนที่7 เฉยชาหรือว่าหึงหวง NC25+

ชื่อตอน : ซ่อน(เร้น)ปรารถนา ตอนที่7 เฉยชาหรือว่าหึงหวง NC25+

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 17.4k

ความคิดเห็น : 22

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ม.ค. 2561 22:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ซ่อน(เร้น)ปรารถนา ตอนที่7 เฉยชาหรือว่าหึงหวง NC25+
แบบอักษร

“ทำไมไม่เคาะประตูก่อน” 

ทั้งที่เขาควรจะหยุดมือ แต่ไม่เลย ปั้นหยาทำให้เขาเกิดอารมณ์มากขึ้นกว่าเดิม ความเสียดเสียวเข้าเล่นงานจนต้องรีบกัดริมฝีปากเอาไว้แน่น ยังดีที่โต๊ะทำงานนี้ใหญ่พอจะบดยังช่วงล่างเอาไว้             


“ปั้นหยาเคาะแล้วนะคะ”

 คนที่โดนกล่าวหารีบปฏิเสธสวนขึ้นทันควัน ก่อนจะสังเกตเห็นใบหน้าของชายหนุ่มที่ขึ้นเป็นสีระเรื่อราวกับคนที่จมอยู่กับในพิษไข้             


“พี่วินไม่สบายหรือเปล่าคะ”

 เธอก้าวเดินเข้าไปหาด้วยความเป็นห่วง แต่ก็กลับโดนเขาเอ่ยปากไล่เหมือนเช่นเคย             


“ฉันไม่เป็นอะไร รีบวางเอกสารเอาไว้ ส่วนเธอออกไปได้แล้ว” 

ยิ่งได้มองร่างอรชรใกล้ๆ ลำขาขาวที่ขยับยกแยกในยามที่ก้าวเดินมันทำให้เขาคิดลึกไปไกล เมื่อเห็นความอวบนูนของเนินสาวที่เป็นรูปเป็นร่างดันเนื้อผ้ากระโปรงแบบยืดรัดตามสัดส่วน             


“พี่วิน เป็นอะไรไปคะ” 

ใบหน้าที่คมคายบิดเบี้ยวกัดฟันแน่นจนตัวงอ เหมือนเขากำลังเจ็บปวดอะไรบางอย่าง             


“ออกไปเดี๋ยวนี้ปั้นหยา” 

ใกล้แล้ว...อีกนิด ทั้งที่มือใหญ่หยุดการรูดสาวแล้ว แต่ความเป็นชายของเขาก็ยังคงมีปฏิกิริยาต่อสาวน้อยตรงหน้า ความตื่นเต้นเพิ่มอารมณ์ทางเพศและความเสียดเสียวให้โดยไม่ทันได้รู้ตัว             


“ค่ะ ปั้นหยาจะรีบออกไป” 

เธอเก็บความรู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจเอาไว้ ก่อนจะหันร่างหมุนกลับแล้วเดินออกไป รู้สึกเจ็บจี๊ดตรงที่หัวใจ ความเป็นห่วงใยที่เธอมีให้ มันคงใช่ไม่ได้กับเขาสินะ             


“อ่าส์...ฉันจะคลั่งตายเพราะเธออยู่แล้ว รู้ตัวไหมปั้นหยา”

 ร่างใหญ่เกร็งกระตุก คำรามเสียงทุ้มต่ำท้นทีเมื่อประตูปิดลง จนในที่สุดก็ทนไม่ไหว แตกระส่ำความต้องการออกมาในที่สุด             


“ซี๊ดดดดส์...โอ้ววววววว!!!” 

ความอดกลั้นสิ้นสุดลงปลดปล่อยความสุขสมให้แตกระส่ำออกมาอย่างท่วมท้นเปรอะเปื้อนเต็มกางเกง ร่างใหญ่เอนกายพิงพนักเก้าอี้หายใจหอบกระเส่าราวกับคนที่หมดแรง ขืนปล่อยให้อารมณ์ชั่ววูบมาครอบงำอยู่บ่อยครั้งอยู่อย่างนี้คงไม่เป็นผลต่อตัวเขานักรวมถึงปั้นหยาด้วย ยากที่จะสะกดความต้องการที่มีเพียงแต่เธอเท่านั้นที่จะช่วยปลดปล่อยเขาได้ 



             อนาวินขออนุญาตจากมารดาเพื่อที่ย้ายกลับไปอยู่คอนโดตามเดิม เนื่องจากเห็นว่าคนป่วยเริ่มอาการดีขึ้นบ้างแล้ว แต่โฉมฉายก็กลับรั้งเอาไว้เหมือนเคย และไม่มีทางที่เขาจะปฏิเสธมารดาได้             


“แม่ก็แก่มากแล้ว จะเจ็ดสิบอีกไม่กี่ปี อยู่กับแม่ก่อนไม่ได้เลยหรือวิน” 

รู้ว่าใช้ไม้นี้แล้วบุตรชายจะใจอ่อน             


“ผมอยู่บ้านก็ได้ครับแม่ แต่ผมขอเปลี่ยนเลขาแทน ผมอยากให้คุณพรรณนีกลับมาทำหน้าที่เดิม”

 การที่มีปั้นหยาเข้ามาป้วนเปี้ยนอยู่ใกล้ๆ มันทำให้เขาลำบากใจกับตัวเอง บางวันถึงกับไม่เป็นอันทำการทำงาน เพราะมัวแต่จัดการอยู่กับความคัดแข็งที่มักจะเกิดขึ้นได้บ่อยครั้งโดยไม่ดูเวล่ำเวลา             


“ปั้นหยามาขอลาออกกับแม่แล้วล่ะ เห็นบอกว่าไม่ถนัดงานเลขาเลย แล้วลูกคิดว่ายังไง” 

โฉมฉายวางแก้วน้ำส้มคั้นลง ก่อนจะหันไปถามลูกชาย             


“ก็คงงั้นมั้งครับ”

 ไม่ใช่สิ เธอทำงานดีมากเลยต่างหาก แต่เป็นเพราะเขาเองที่กดดันให้เธอต้องออกห่าง เพราะกลัวจะอดใจไม่ไหวหากได้อยู่ใกล้กันทุกวันแบบนี้             


“แล้วนี่ปั้นหยาไปไหน ไม่ได้กลับมาด้วยกันหรอกหรือ”

 ใกล้ถึงเวลาตั้งโต๊ะอาหารค่ำแล้ว แต่ยังก็ไร้เงาของลูกสาวคนเล็กอยู่ในบ้าน             


‘นั่นไง งานเข้าแล้วสิเรา’ 

ทุกครั้งเธอมักจะนั่งแท็กซี่และกลับมาถึงบ้านในเวลาไล่เลี่ยกับเขา แต่วันนี้น้องสาวนอกไส้กลับหายไป แล้วเขาจะต้องตอบมารดาไปว่าอย่างไร และในขณะนั้นเองก็ได้ยินเสียงรถแล่นเข้ามาจอดในบ้าน ทำให้มารดาเกิดไปสนใจสิ่งนั้นแทนการเอาคำตอบจากเขา             


“เดี๋ยวผมออกไปดูเองครับ” 



พี่วินก็จะหงุดหงิดหน่อยๆ เพราะช่วงนี้นาง "เก็บกด" แต่พักหลังจะเปลี่ยนเป็น "จับกด" แทน อิอิ

อย่าลืมกดไลค์และคอมเม้นให้หญิงแพรวด้วยนะค๊า

​                                           

​ติดตามการอัพเดท และเข้ามาพูดคุยกับหญิงแพรวได้ที่เพจเลยค่ะ

พิมพ์ตรงช่องค้นหา >> อรภาวาสิริ หญิงแพรว

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น