หอหมื่นอักษร

ยามเมื่อเมฆฝนพัดผ่าน สองเราจะฝ่าฟันมันไปด้วยกันนะ...

ตอนที่ 82 เสียงนาฬิกาปลุกแบบพิเศษ / ตอนที่ 83 คุณครูอย่างนาย

ชื่อตอน : ตอนที่ 82 เสียงนาฬิกาปลุกแบบพิเศษ / ตอนที่ 83 คุณครูอย่างนาย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 3.4k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 23 ม.ค. 2561 16:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 82 เสียงนาฬิกาปลุกแบบพิเศษ / ตอนที่ 83 คุณครูอย่างนาย
แบบอักษร



ตอนที่ 82  เสียงนาฬิกาปลุกแบบพิเศษ

หลังจากที่วางสายจากอวิ๋นเฉียวแล้ว อวี่เจ๋อก็โทรเข้ามา อวิ๋นตั่วกลอกตาพลางคิดว่าวันนี้มันวันอะไร ทำไมตัวเองถึงได้เป็นที่ต้องการนัก อวี่เจ๋อไม่เคยโทรหาเธอในเวลาแบบนี้มาก่อนเลยด้วยซ้ำ

พอรับสายแล้วเธอก็ได้ยินเสียงที่เต็มไปด้วยความกระวนกระวายของอวี่เจ๋อดังเข้ามา “พี่โทรหาเธอตั้งหลายสาย ทำไมโทรไม่ติดเลย?”

“หนูเพิ่งคุยกับอวิ๋นเฉียวมาค่ะ” อวิ๋นตั่วว่า

“อ่อ” อวี่เจ๋อถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอก “เธอคุยกับอวิ๋นเฉียวสองชั่วโมงเลยเหรอ”

“อ่า.....” อวิ๋นตั่วกลอกสายตาไปมา “ใช่ค่ะ เราค่อนข้างสนิทกันน่ะค่ะ”

อวี่เจ๋อส่งเสียงหัวเราะมาตามสาย “ทำการบ้านเสร็จหรือยัง?”

“ยังค่ะ”

“สี่ทุ่มแล้ว มัวแต่ชักช้าอยู่นั่นเดี๋ยวก็นอนไม่พอหรอก” น้ำเสียงของอวี่เจ๋อแฝงแววตำหนิเล็กน้อย แต่ก็เจือไปด้วยความห่วงใย “พรุ่งนี้จะไปงีบที่โรงเรียนอีกหรือไง”

“พี่คุยอะไรกับหลินเพียวเพียวคะ?”

“พี่จะอธิบายโจทย์สองข้อสุดท้ายให้ฟัง” อวี่เจ๋อเปลี่ยนเรื่อง

“หนูกำลังถามถึงหลินเพียวเพียวนะคะ”

“เป็นเด็กเป็นเล็กอย่ายุ่งเลย”

“หนูจะไม่ยุ่งได้ยังไงล่ะคะ” อวิ๋นตั่วเริ่มจะไม่พอใจ

“นักเรียนจะยุ่งเรื่องของครูไม่ได้” อวี่เจ๋อพูดจริงจัง

“นักเรียนยุ่งเรื่องของครูไม่ได้อะไรกัน?” เสียงของชีซิงดังขึ้นมาจากอีกฝั่ง “ดึกป่านนี้แล้วยังวิ่งออกมาคนเดียว นายคุยโทรศัพท์กับใครน่ะ?”

“พี่อยู่ข้างนอกเหรอคะ” อวิ๋นตั่วถาม

“ใช่ ในหอมันร้อนน่ะ พี่ก็เลยออกมารับลมหน่อย”

อวิ๋นตั่วรู้สึกเกรงใจขึ้นมา “พี่ไปนอนเถอะค่ะ”

“พี่จะอธิบายง่ายๆ ตั้งใจฟังนะ” อวี่เจ๋อว่า

อวิ๋นตั่วตั้งใจฟังอย่างที่เขาบอกจริงๆ จนกระทั่งอวี่เจ๋ออธิบายโจทย์สองข้อเสร็จ เขาก็ถามว่าเธอเข้าใจไหม ข้อสรุปที่เธอบอกออกมาคือ “หนูค้นพบความลับข้อนึงค่ะ”

“ความลับอะไร?”

“เสียงพี่ในโทรศัพท์น่าฟังกว่าปกติอีกค่ะ จริงๆ นะ!”


คำพูดอย่างที่ทำเอาอวี่เจ๋อลมแทบจับ เขาวางสายไปอย่างไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย


แต่เพิ่งจะวางสายไป อวิ๋นตั่วก็โทรกลับเข้ามาอีกครั้ง “พี่อวี่เจ๋อ พี่ร้องเพลงให้ฟังหน่อยสิคะ หนูจะตั้งเป็นเสียงโทรศัพท์”

“เลิกไร้สาระแล้วรีบทำการบ้านได้แล้ว จะได้นอนเร็วๆ”

“นี่ก็ปาไปสี่ทุ่มแล้ว ยังจะนอนเร็วอะไรได้อีกล่ะคะ” อวิ๋นตั่วเริ่มใช้ลูกไม้ “ถ้าพี่ไม่ร้องเพลง หนูก็จะโทรหาพี่อยู่แบบนี้แหละ”

อวี่เจ๋อมองไปรอบๆ กลางดึกแบบนี้ไม่มีใครแล้ว เขาจึงเอ่ยถามเสียงต่ำออกไป “ร้องเพลงอะไร?”

อวิ๋นตั่วคิดอยู่ครู่หนึ่ง “เรื่องราววันวานก็ได้แต่ชวนให้หวนคิด”

อวี่เจ๋อกระแอมเล็กน้อย ยังไม่ทันจะได้ร้องก็รู้สึกอายขึ้นมาเสียแล้ว “ฟังให้ดีนะ พี่ไม่ร้องรอบสองแล้วนะ”

อวิ๋นตั่วกดอัดเสียงของอวี่เจ๋อ พอร้องเพลงเรื่องราววันวานก็ได้แต่ชวนให้หวนคิดเสร็จ เธอก็ยังได้คืบจะเอาศอก “ขออัดอีกประโยคหนึ่งค่ะ”

“อะไร?”

“อวิ๋นตั่ว ตื่นได้แล้ว!”

“พี่ไม่ใช่นาฬิกาปลุกนะ” อวี่เจ๋อบ่น

“แต่หนูอยากฟังเสียงพี่ปลุกหนูทุกเช้านี่คะ” อวิ๋นตั่วอ้อนวอน “ขอร้องนะคะ เสียงแม่บ้านหลิวไม่น่าฟังเลยสักนิด หนูไม่อยากฟังแล้ว”

“นาฬิกาปลุกล่ะ?”

“นาฬิกาปลุกไม่มีประโยชน์หรอกค่ะ!”

“อวิ๋นตั่ว ตื่นได้แล้ว!” เสียงของอวี่เจ๋อทุ้มต่ำราวกับเสียงหึ่งหึ่งของยุง

“ได้ยินไม่ชัดเลยค่ะ”

“อวิ๋นตั่ว ตื่นได้แล้ว!” อวี่เจ๋อรู้สึกว่าตัวเองไม่มีวิธีรีบมือกับนักเรียนคนนี้เลยจริงๆ

“เสียงใช้ได้แล้ว แต่เมื่อกี้หนูลืมอัด ขออีกครั้งนะคะ” อวิ๋นตั่วว่า

อวี่เจ๋อพูดออกมาด้วยความโมโห “อวิ๋นตั่ว ตื่นได้แล้ว!”

“เรียบร้อยค่ะ!”

“รีบนอน ได้ยินหรือเปล่า?”

“รู้แล้วค่ะ”

อวี่เจ๋อวางสายแล้วกลับเข้าหอพัก พอเปิดประตูออกก็ได้ยินเสียงของเฉินอวี้ที่กำลังถือโทรศัพท์ร้องเพลงอยู่  “*คิดถึงความสนิทสนมกันในยามเด็ก เราสองคลอเคลียอย่างไร้เดียงสาทุกวันคืน......”*  ชีซิงกับเฉินอวี้หัวเราะร่าจนตัวงอ

อวี่เจ๋อแย่งโทรศัพท์ในมือเฉินอวี้มากดลบเสียง

“จะลบก็ลบไปเถอะ ยังไงฉันก็มีสำรองไว้แล้ว” เฉินอวี้เอ่ยด้วยความภาคภูมิใจ

“เก่งจริงๆ นะ ทำไมไม่ไปเป็นสายลับซะเลยล่ะ”

“ไม่ใช่ฉัน ชีซิงเป็นคนอัดต่างหาก” เฉินอวี้ว่า

อวี่เจ๋อถึงกับอึ้งไป คิดไม่ถึงว่าชีซิงจะทำอะไรแบบนี้ ชีซิงพอเห็นท่าไม่ดีก็รีบดึงผ้าห่มคลุมตัว และหนึ่งวินาทีต่อมาก็เริ่มส่งเสียงกรน



--------------------​----------​----------​----------​



ตอนที่ 83  คุณครูอย่างนาย

แต่ว่าคืนนั้นอวิ๋นตั่วกลับไม่ได้นอนทั้งคืน เธอเอาแต่คิดหาทางให้กับอวิ๋นเฉียว แต่ก็คิดไม่ออก เปิดโทรศัพท์ฟังเสียงของอวี่เจ๋อไปด้วย จนท้องฟ้านอกหน้าต่างสว่าง เสียงนาฬิกาปลุกที่ตั้งเป็นเสียงของอวี่เจ๋อก็ดังขึ้น “อวิ๋นตั่ว ตื่นได้แล้ว!”

อวิ๋นตั่วแต่งตัวแล้วเดินลงมาที่ห้องอาหาร แม่บ้านหลิวที่ทำอาหารเช้าเสร็จแล้ว กำลังเตรียมจะขึ้นไปปลุกอวิ๋นตั่ว พอเห็นเธอลงมาเองก็รู้สึกตกใจ “ทำไมวันนี้ตื่นเองได้ล่ะคะ”

“ต่อไปหนูจะตื่นเองทุกวันเลยค่ะ หนูตั้งนาฬิกาปลุกแล้ว”

แม่บ้านหลิวหัวเราะ “มีครั้งไหนที่ตั้งนาฬิกาปลุกแล้วตื่นบ้างคะ ครั้งที่แล้วไปทัศนศึกษา บอกป้าว่าไม่ต้องปลุก จะตั้งนาฬิกาปลุกเอง สุดท้ายนาฬิกาปลุกดังแล้วก็เอื้อมมือไปปิด แถมยังโยนลงพื้นจนพังอีก ส่วนคนก็นอนต่อ แล้วยังมาโทษว่าป้าไม่ยอมปลุกอีก จนสุดท้ายลุงหูต้องไปส่งถึงที่ ถ้าป้าเชื่อว่าหนูจะตื่นเองได้ป้าก็เป็นคุณชายตงกัว*แล้วค่ะ”

“ป้าเปรียบเทียบไม่เหมาะเลยค่ะ หนูไม่ใช่หมาป่า แล้วป้าจะเป็นคุณชายตงกัวได้ยังไงคะ” อวิ๋นตั่วว่า

“ถึงหนูไม่ใช่หมาป่า แต่ก็เป็นเด็กที่หมาป่าคำรามใส่นะคะ” แม่บ้านหลิวว่า

“ไม่ว่าป้าจะเชื่อหรือไม่ แต่ต่อไปหนูต้องตื่นเองได้แน่นอนค่ะ” อวิ๋นตั่วพูดด้วยท่าทางจริงจัง

แม่บ้านหลิวหัวเราะ “ก็ได้ค่ะ แล้วป้าจะรอดู”


หลังจากกินข้าวเช้าเสร็จ อวิ๋นตั่วก็จูงจักรยานออกมา และก็เห็นว่าอวี่เจ๋อรออยู่ที่ปากทางแล้ว

“เมื่อวานนอนไม่หลับเหรอ?” อวี่เจ๋อถาม

อวิ๋นตั่วอ้าปากหาว “ไม่ใช่นอนไม่หลับ แต่ไม่ได้นอนต่างหากค่ะ”

“ทำไมล่ะ?”

“อวิ๋นเฉียวก่อเรื่อง แล้วก็ไม่ยอมให้หนูบอกพ่อกับแม่ พี่มาขอยืมเงิน แต่เงินของหนูอยู่ที่แม่หมดแล้ว หนูไม่รู้จะบอกแม่ยังไงดี”

“อวิ๋นเฉียวก่อเรื่องอะไร?”

“แฟนเขาท้องน่ะค่ะ แต่เขาไม่อยากแต่งงาน ก็เลยจะให้เธอไปเอาเด็กออก ต้องใช้เงินก้อนหนึ่ง”

“อวิ๋นเฉียวมาขอให้เธอช่วยเรื่องนี้น่ะเหรอ?” อวี่เจ๋อเริ่มรู้สึกโมโหขึ้นมา

“นอกจากหนูแล้วเขาก็ไม่มีใครอีกแล้ว เพื่อนพวกนั้นของพี่ก็แค่เพื่อนกินเท่านั้น ไปกินเหล้าด้วยกันได้ แต่พอเกิดเรื่องขึ้นมาก็พึ่งพาใครไม่ได้สักคน” อวิ๋นตั่วว่า

“แต่เธอเป็นแค่เด็กมัธยม เขาที่เป็นพี่ทำแบบนี้มันไม่เหมาะสม!”

อวิ๋นตั่วหันหน้ามามองเขาแล้วหัวเราะออกมา “พี่โมโหเหรอคะ?”

“พี่ก็ต้องโมโหอยู่แล้วสิ ไม่เคยเห็นใครที่พึ่งพาไม่ได้อย่างเขามาก่อนเลยจริงๆ เรื่องแบบนี้เด็กอย่างเธอจะจัดการอะไรได้”

“แต่หนูไม่คิดแบบนั้นนะคะ หนูกลับดีใจที่เขาไม่ได้มองหนูเป็นแค่เด็กคนหนึ่ง ในเวลาแบบนี้เขายังคิดถึงหนู ทำให้หนูรู้สึกว่าตัวเองสำคัญมาก พี่เอาแต่พูดว่าหนูเป็นเด็ก เพราะงั้นมีเรื่องอะไรก็เลยไม่บอกหนู ทำให้หนูรู้สึกว่าตัวเองไร้ประโยชน์ เรารู้จักกันมาหกปีแล้ว พี่ลองคิดดูสิคะว่าหนูได้มีส่วนร่วมในชีวิตพี่จริงๆ ไหม” อวิ๋นตั่วว่า


อวี่เจ๋อชะงักไป ความคิดแรกหลังจากที่ดึงสติกลับมาได้ก็คือเด็กคนนี้โตขึ้นแล้ว ต่อไปเขาคงมองเธอว่าเป็นเด็กไม่ได้อีก

ขี่จักรยานไปคุยกันไปจนมาถึงหน้าประตูโรงเรียนอย่างไม่รู้ตัว อวิ๋นตั่วลงจากรถ หมุนตัวหันกลับมาส่งยิ้มให้อวี่เจ๋อ “ลองคิดดูนะคะ ว่าที่หนูพูดน่ะถูกไหม”

อวี่เจ๋อยืนเหม่ออยู่หน้าประตูโรงเรียน มองตัวหนังสือตัวใหญ่ที่ติดอยู่ด้วยความใจลอย จนกระทั่งชีซิงโทรมาบอกให้เขารีบกลับไป “นายอยู่ไหนเนี่ย! เรานัดกันแล้วไงว่าวันนี้จะไปดูห้อง ฉันจะบอกอะไรให้นะ ห้องสองสามห้องนี้อาจจะถูกแย่งไปก็ได้ ฉันนัดเขาไว้แปดโมง ถ้าไปสายแล้วมีคนตัดหน้าไปก่อนจะมาเสียใจทีหลังก็สายไปแล้วนะ!”

อวี่เจ๋อขึ้นคร่อมจักรยานแล้วขี่ไปทางหอพักอย่างรวดเร็ว

ชีซิงกับเฉินอวี้อาบน้ำเปลี่ยนชุดรอเขาอยู่แล้ว

“ไปส่งอวิ๋นตั่วอีกแล้วเหรอ?” เฉินอวี้ถาม

“อืม” อวี่เจ๋อตอบ

“อวี่เจ๋อ ฉันอยากถามนายอย่างนึงว่า นายกับอวิ๋นตั่วน่ะมีความสัมพันธ์กันยังไง?” เฉินอวี้ถาม

“ความสัมพันธ์อะไรของนาย? ก็ครูกับนักเรียนไง”

“แต่ฉันไม่เคยเห็นครูที่ไหนใส่ใจนักเรียนขนาดนี้มาก่อนเลยนะ”

“นั่นมันเพราะนายไม่เคยเจอครูดีๆ ต่างหาก”

เฉินอวี้หัวเราะออกมาอย่างเจ็บปวดรวดร้าว “ครูอย่างนายน่ะนะ ฉันว่าชั่วชีวิตนี้คงหาได้ยากแล้วล่ะ”




คุณชายตงกัว* ใช้เปรียบเทียบคนที่ไม่แยกแยะถูกผิด มาจากเรื่องเล่า “คุณชายตงกัวกับหมาป่าแห่งจงซาน” เป็นเรื่องเกี่ยวกับคุณชายตงกัวที่บังเอิญช่วยชีวิตหมาป่าจากการล่าของอำมาตย์จ้าว จนต้องสังเวยชีวิตตัวเองให้หมาป่ากิน

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น