หอหมื่นอักษร
facebook-icon Instagram-icon

ยามเมื่อเมฆฝนพัดผ่าน สองเราจะฝ่าฟันมันไปด้วยกันนะ...

ตอนที่ 80 บ้านนี้มีผู้หญิง / ตอนที่ 81 โทรศัพท์กลางดึก

ชื่อตอน : ตอนที่ 80 บ้านนี้มีผู้หญิง / ตอนที่ 81 โทรศัพท์กลางดึก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ม.ค. 2561 15:34 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 80 บ้านนี้มีผู้หญิง / ตอนที่ 81 โทรศัพท์กลางดึก
แบบอักษร



ตอนที่ 80  บ้านนี้มีผู้หญิง

วงไพ่นกกระจอกตอนเย็นของชูยินเริ่มแล้ว อวิ๋นตั่วเข้าไปทักทายคนเป็นแม่ในห้องเล่นไพ่ ก่อนที่จะรีบขึ้นไปยังชั้นบน

“อวิ๋นตั่วนี่สวยวันสวยคืนจริงๆ!” คุณนายฟางที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับชูยินเอ่ยขึ้น “เธออายุเท่าไหร่แล้วน่ะ? เรามาหมั้นหมายลูกๆ ของเราไว้ดีไหม?”

ชูยินยังไม่ทันได้เอ่ยปาก คุณนายหลี่ที่นั่งอยู่ทางด้านซ้ายมือของคุณนายฟางก็เอ่ยขึ้น “พี่ฟางนี่ไม่รู้จักพอจริงๆ เลยนะคะ เล่นไพ่กันอยู่ เจอผู้หญิงที่เหมาะสมเข้าหน่อยก็จะหมั้นหมายให้ลูกตัวเองเสียแล้ว สองวันก่อนเล่นไพ่นกกระจอกกับคุณนายอู๋ เห็นลูกสาวเขาแล้วก็บอกจะหมั้นหมายให้ลูกตัวเอง ฉันขอถามสักหน่อยเถอะค่ะ พี่มีลูกชายกี่คนกันแน่?”

คุณนายฟางอดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ “ฉันน่ะเหรอ ฉันเห็นอะไรดีๆ แล้วก็ไม่อยากปล่อยไปต่างหาก วันนั้นที่เห็นลูกสาวบ้านคุณนายอู๋น่ะ เธออย่าพูดเลย ลูกสาวบ้านนั้นสะโอดสะอง ราวกับดอกชบาพ้นน้ำ วันนี้มาเจออวิ๋นตั่ว หน้าตาของเธอสะสวยราวกับหญิงงามล่มเมือง ฉันล่ะชอบจริงๆ”

“ไม่ใช่ว่าฉันประจบอะไรหรอกนะคะ แต่สาวๆ ในแวดวงเราน่ะ ไม่มีใครหน้าตาดีไปกว่าอวิ๋นตั่วแล้วล่ะค่ะ ฉันเองก็คิดว่าอวิ๋นตั่วเหมาะกับคำว่าคนสวยแล้วจริงๆ คนสวยที่ฉันบอกน่ะคือ หน้าตาราวกับดอกไม้ เสียงราวกับนก ดวงตาราวกับพระจันทร์ กิริยาราวกับต้นหลิว กระดูกราวกับหยก กล้ามเนื้อราวกับหิมะ ท่าทางราวกับน้ำในฤดูใบไม้ร่วง มีบทกวีในหัวใจ อวิ๋นตั่วน่ะ หากมองดีๆ แล้ว ทั้งดวงตา จมูก ริมฝีปาก ใบหน้าแบบนี้น่ะ ดูดีจนแทบพูดไม่ออกเชียว” คุณนายฉินที่เงียบมาตลอดก็พูดขึ้นบ้าง

“คุณนายฉินนี่เป็นคนมีความรู้จริงๆ นะคะ สามารถพูดอะไรที่คนอย่างเราอยากจะพูดแต่พูดไม่ออก” คุณนายฟางว่า

ชูยินได้ยินแบบนั้นแล้วก็รู้สึกตัวลอย ทว่ากลับพูดออกไปว่า “เธอยังเด็กอยู่เลย จะดูดีอย่างที่พวกเธอว่าได้ยังไงกัน ในอนาคตยังไม่รู้เลยว่าโตมาจะเป็นยังไง”

“เธออายุสิบสามแล้วใช่ไหม?” คุณนายฉินถาม

ชูยินพยักหน้า “ถ้านับตามสวี่ซุ่ย*ก็สิบสามแล้ว”

“เขาว่ากันว่าดูตอนเด็กก็รู้แล้วว่าต่อไปจะเป็นอย่างไร นี่อายุสิบสามยังเยี่ยมขนาดนี้ อนาคตมีแต่ดีขึ้นเรื่อยๆ แน่” คุณนายฟางว่า

คุณนายฉินกับคุณนายหลี่รีบพยักหน้า บอกให้รู้ว่าเห็นด้วยกับคุณนายฟาง

ชูยินได้ฟังแล้วก็ยิ่งทำอะไรไม่ถูก ในใจก็รู้สึกมีความสุข จนไม่ได้นับเลขในมือ ทำให้เธอเสียไปสามหมื่นกว่า แต่ก็ยังคงยืนยิ้มกว้างส่งทั้งสามคนขึ้นรถกลับออกไปได้อยู่


ชูยินกลับเข้ามาในบ้าน นึกถึงคำของคุณนายฉินแล้วก็อดไม่ได้ที่จะฮัมเพลงออกมา ป้าหวังที่เก็บโต๊ะเสร็จกลับออกมาเห็นชูยินฮัมเพลงอยู่จึงเอ่ยถาม “วันนี้คุณนายมือขึ้นหรือคะ?”

“ใครว่าฉันมือขึ้นล่ะ วันนี้ฉันเสียอยู่คนเดียวเลย” ชูยินว่า

คำตอบอย่างที่ทำเอาคุณหวังแอบคิดในใจ เสียอยู่คนเดียวแต่ยังมีความสุขได้แบบนี้ หรือจะเสียจนเพี้ยนไปแล้ว

ชูยินขึ้นไปยังชั้นบน พอเดินเข้าไปในห้องแล้วก็นึกขึ้นได้ต้องไปดูคนสวยของเธอสักหน่อย เธอเดินไปที่หน้าห้องของอวิ๋นตั่ว เคาะประตู แต่ว่าก็ไม่มีเสียงตอบรับ

“อวิ๋นตั่ว!” ชูยินเรียกไปพร้อมกับผลักประตูเข้าไปด้วย

อวิ๋นตั่ววิ่งออกมาจากห้องน้ำ ก่อนที่จะเอ่ยตำหนิ “ทำไมแม่ไม่เคาะประตูคะ?”

“แม่เคาะตั้งนานแล้ว แต่ลูกไม่ขานรับสักที”

“หนูเข้าห้องน้ำอยู่ค่ะ”

“นานขนาดนั้นเลยเหรอ?”

“ใช่ค่ะ”

“ไปกินอะไรไม่ดีมาใช่ไหม วันนี้ไปกินอะไรกับครูหลิวมา?”

“กินที่โรงอาหารมหาลัยของครูค่ะ”

“โรงอาหารมหาลัยเขาไม่ค่อยให้ความสำคัญกับอาหารหรอกนะ” ชูยินว่า

“ถ้าคุณครูที่โรงอาหารมาได้ยินคำพูดของแม่เข้าต้องไม่พอใจแน่ๆ อย่างน้อยอาหารในโรงอาหารของเราก็พิถีพิถันมากนะคะ”

“ค่าอาหารเทอมล่ะตั้งสองหมื่น ถ้าไม่พิถีพิถันน่ะสิ แม่จะร้องเรียนเขา!” ชูยินอุทาน

“ถ้าไม่มีเรื่องอะไรแม่ก็ออกไปได้แล้วค่ะ หนูยังทำการบ้านไม่เสร็จเลย”

ชูยินมองนาฬิกาปลุกเล็กๆ บนโต๊ะของอวิ๋นตั่ว “สองทุ่มแล้วยังทำไม่เสร็จอีกเหรอ? แบบนี้จะนอนไม่พอเอานะ”

“ไม่เป็นไรหรอกคะ หนูค่อยงีบพรุ่งนี้ตอนกลางวันก็ได้”

“ตอนกลางวันจะงีบได้ยังไง?”

อวิ๋นตั่วรู้ตัวว่าตัวเองเผลอหลุดปากออกไปเสียแล้ว ก็ได้แต่แลบลิ้นแล้วว่า “ช่วงพักไงคะ แม่ไม่เคยอ่านหนังสือเหรอ งานวิจัยล่าสุดบอกว่า หลับตาพักผ่อนหนึ่งนาทีก็เท่ากับการนอนหลับหนึ่งชั่วโมงเลยนะ”

“จริงเหรอ? แม่ไม่เห็นจะเคยได้ยินเลย”

“ถ้ามีเวลาแม่ก็อ่านหนังสือพิมพ์บ้างสิคะ ไม่ใช่เอาแต่เล่นไพ่นกกระจอกทั้งวัน ไม่อย่างนั้นจะตามโลกไม่ทันเอานะ”

ชูยินแอบรู้สึกอายนิดๆ “นี่ลูกกำลังสอนแม่เหรอ บ้านนี้นี่แม่ชักจะไม่มีที่ยืนมากขึ้นทุกวันแล้วนะ”


สวี่ซุ่ย*  เป็นวิธีการนับอายุแบบหนึ่ง โดยที่จะเริ่มนับอายุเป็น 1 ขวบตั้งแต่ที่เด็กเกิด จนครบวันเกิดอีกรอบจะนับเป็น 2 ขวบ เป็นการนับอายุที่มากกว่าอายุที่คนไทยนับ 1 ปี



--------------------​----------​----------​----------​



ตอนที่ 81  โทรศัพท์กลางดึก

พอชูยินออกไป อวิ๋นตั่วก็วิ่งเข้าห้องน้ำเป็นรอบที่ห้า อวิ๋นตั่วไม่เข้าใจเลยว่าทำไมเพียงกินหมาล่าทั่งไปครั้งเดียว ถึงทำให้ท้องเธอเป็นแบบนี้ได้?

มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะส่งเสียงดัง เวลาแบบนี้ใครยังโทรมาอีกนะ ให้เขารอไปก่อนแล้วกัน

จนกระทั่งเธอออกมาจากห้องน้ำ โทรศัพท์ก็ยังคงดังอยู่ เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูเบอร์โทร เป็นอวิ๋นเฉียวนั่นเอง ในตอนนั้นอวิ๋นตั่วก็เริ่มรู้สึกโมโหขึ้นมาแล้ว “พี่! รู้ไหมว่านี่มันกี่โมงแล้ว ทำไมยังโทรมาอีกคะ!”

“ยังไม่นอนอีกเหรอ”

“ยังค่ะ!”

“ยังไม่นอนแล้วต้องโมโหด้วยเหรอ?” อวิ๋นเฉียวที่อยู่ปลายสายไม่รู้ร้อนรู้หนาว “ไม่มีอะไรหรอก พี่แค่เป็นห่วงเธอ ทำไมถึงรับสายช้านักล่ะ ทำอะไรอยู่?”

“ทำการบ้านค่ะ”

“โกหก เธอทำการบ้านจนลืมรับโทรศัพท์ตั้งแต่เมื่อไหร่? โทรศัพท์ดังแบบนี้เธอยังมีสมาธิทำการบ้านอยู่อีกเหรอ?”

อวิ๋นตั่วจำใจต้องบอกความจริงกับเขาไป “หนูเข้าห้องน้ำ”

“ท้องเสียเหรอ?”

“พี่รู้ได้ยังไง?”

“เดาเอาน่ะ”

อวิ๋นตั่วรู้ตัวว่าตัวเองเผลอหลุดปากไป แต่ก็แก้ตัวไม่ทันแล้ว เธอจึงกำชับพี่ชายว่า “พี่อย่าบอกแม่นะ”

คำที่ทำให้คนฉลาดอย่างอวิ๋นเฉียวรู้ได้ในทันที “มีเรื่องอะไรเหรอ? เธอไปกินอะไรมา?”

“หมาล่าทั่ง”

“อวี่เจ๋อพาไปกินเหรอ?”

“พี่ไม่ต้องยุ่งหรอก แต่ยังไงก็ห้ามบอกแม่นะ” อวิ๋นตั่วกำชับเขาอีกครั้ง

“โอเค ไม่พูดก็ไม่พูด แต่เธอต้องให้ค่าปิดปากพี่หน่อยนะ”

“พี่ไม่อายบ้างเลยหรือไง เป็นพี่แท้ๆ แต่มาขอเงินน้องแบบนี้น่ะ!”

“พี่มีปัญหา ต้องการเงินสักก้อน เธอช่วยพี่ตอนลำบาก พี่ต้องตอบแทนเธอแน่ๆ” อวิ๋นเฉียวจนปัญญาแล้ว

อวิ๋นตั่วได้ยินดังนั้นก็ดีใจขึ้นมา “มีปัญหาเหรอ ปัญหาอะไร? พูดมาให้หนูดีใจหน่อยสิ?”

“เธอเป็นน้องพี่แน่หรือเปล่าเนี่ย ทำไมพี่ลำบากแล้วเธอถึงดีใจล่ะห๊ะ?”

“อยากจะยืมเงินหนูแล้วยังจะไม่ให้หนูดีใจอีกเหรอ อีกอย่างนะพี่รู้ความลับของหนูแล้ว พี่ต้องเอาความลับของพี่มาแลกสิ ไม่งั้นหนูไม่สบายใจ”

“ที่จริงก็ไม่มีอะไรหรอก คือแดนนี่ท้องน่ะ” อวิ๋นเฉียวว่า

“งั้นหนูก็เป็นอาน่ะสิ!” อวิ๋นตั่วร้องออกมา

“เธอบ้าไปแล้วเหรอ พี่ยังไม่ได้แต่งงานจะมีลูกได้ยังไง?”

“พี่คิดจะให้แดนนี่ไปเอาเด็กออกเหรอ? พี่คะ นั่นน่ะชีวิตหนึ่งเลยนะ!”

“ตอนนี้เป็นแค่เซลล์อยู่” อวิ๋นเฉียวว่า “เรื่องนี้ห้ามบอกพ่อกับแม่นะ เอาเด็กออกต้องใช้เงินก้อนหนึ่ง ค่าบำรุงร่างกาย ค่ารักษาพยาบาล และก็ค่าเลิกกับแดนนี่ แต่ตอนนี้พี่ยังขาดอีกเกือบแสนห้า”

“หนูไม่มีเงินเยอะขนาดนั้นหรอกค่ะ”

“เธอเห็นผู้ชายดีกว่าพี่เหรอ เธอมีเงินไปลงทุนกับอวี่เจ๋อ แต่กับพี่แท้ๆ กลับไม่มีเงินให้ยืมเนี่ยนะ?”

“พี่ก็รู้ว่าแม่เก็บบัตรหนูไว้ เงินในกระปุกหมูที่หนูทุบออกมา แม่ก็ช่วยฝากเข้าบัญชีแล้ว หนูไม่มีเงินจริงๆ”

“งั้นเธอก็ช่วยพี่คิดหาทางหน่อยสิ”

“หนูเป็นแค่นักเรียนมัธยมนะคะ หนูจะช่วยหาทางอะไรได้ล่ะ พี่จะให้หนูหาเหตุผลอะไรไปทำให้คนเชื่อว่าหนูต้องการเงินแสนห้า?”

อวิ๋นเฉียวเงียบไป

“พี่บอกพ่อกับแม่ดีไหม” อวิ๋นตั่วออกความเห็น

“ไม่ได้ เธอห้ามให้พ่อกับแม่รู้เด็ดขาด” อวิ๋นเฉียวยืนยันหนักแน่น “พ่อยังไม่เท่าไหร่ แต่ถ้าแม่รู้ล่ะก็ แม่ต้องให้แดนนี่เก็บเด็กไว้แน่ๆ พี่ไม่ได้คิดจะแต่งงานกับเธอ ถ้ายอมให้เด็กคลอดแล้วจะเกิดอะไรขึ้น?”

“พี่ไม่ได้คิดจะแต่งงานกับเธอ แต่ก็ทำเธอท้องเนี่ยนะ?” อวิ๋นตั่วร้องออกมา

“มันเป็นอุบัติเหตุ พี่ป้องกันแล้ว แต่แดนนี่ก็ทำอะไรบางอย่าง เธอคิดจะใช้เด็กจับพี่ บังคับให้พี่อยู่ในกรอบ”

อวิ๋นตั่วได้ยินเสียงอวิ๋นเฉียวกัดฟันกรอดดังผ่านสายโทรศัพท์มา

“งั้นก็บอกพ่อ ไม่ต้องบอกแม่สิ”

“เธอก็รู้ข้อตกลงของพ่อกับแม่ไม่ใช่หรือไง เรื่องของบริษัทแม่สามารถเข้าแทรกได้ แต่เรื่องในบ้าน โดยเฉพาะเรื่องของเราสองคน แม่มีสิทธิ์ขาด เรื่องนี้ ยังไงพ่อก็ต้องบอกแม่ อวิ๋นตั่ว พี่ขอร้องล่ะ ช่วยพี่หาทางหน่อยนะ ขอให้แม่ยอมเอาบัตรให้เธอ”

“เดี๋ยวหนูจะลองดู”

“พี่คิดถึงเธอนะ พี่รู้ว่าเธอน่ะดีกับพี่ที่สุดแล้ว” อวิ๋นเฉียวหัวเราะ

“พี่คะ หนูว่าพี่ไปคบกับคนที่พี่รักและเธอก็รักพี่สักครั้งเถอะค่ะ”

อวิ๋นตั่วพูดด้วยความจริงจัง ที่อีกด้านของปลายสาย อวิ๋นเฉียวเงียบไปนาน ก่อนที่จะพูดออกมาว่า “พี่รู้แล้ว จริงสิ พี่ส่งรูปไปให้ เธอได้รับหรือยัง?”

“ได้แล้วค่ะ หนูเก็บไว้เป็นอย่างดีเลย”






แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น