เต้าหู้ไข่

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 1 เจ้าที่แรง

ชื่อตอน : ตอนที่ 1 เจ้าที่แรง

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.1k

ความคิดเห็น : 30

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ม.ค. 2561 22:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 1 เจ้าที่แรง
แบบอักษร

ตอนที่ 1

เจ้าที่แรง 

วันต่อมาผมใช้เวลาในวันหยุดไปกับการจัดข้าวของให้เข้าที่เข้าทาง กว่าจะเสร็จก็ปาเข้าไปเกือบสามโมงเย็น ถึงได้เดินลงมาหาอะไรกินข้างล่าง ระหว่างเดินลงบันไดก็พบกับผู้หญิงคนหนึ่งที่กำลังหอบหนังสือกับชีทกองโต ด้วยความตัวเล็กและส่วนสูงไม่น่าจะเกินคางผม หนังสือในมือจึงน่าจะหนักเกินไปจึงทำให้เธอหยุดเดินระหว่างทางแล้วกองหนังสือนั่นไว้กับขั้นบันไดก่อนเพื่อหยุดหอบหายใจ 

"ให้ช่วยไหมครับ?"  ผมถามก่อนผู้หญิงคนนั้นจะเงยหน้าขึ้นมอง ผ่านแว่นหนาเตอะกับใบหน้าหมองๆ ใต้ตาคล้ำเหมือนกำลังทำลายสถิติว่ามนุษย์เราอดนอนได้กี่ชั่วโมง ผมกระพริบตาถี่มองเธอที่เอาแต่จ้องแต่ไม่พูดอะไร จึงยกมือโบกเบาๆ อีกคนจึงยิ้มกว้างแล้วตอบกลับมา

"ไม่เป็นไรค่ะ ห้องเราอยู่ตรงนี้เอง"

ผมพยักหน้ารับ แล้วก้าวลงบันไดอีกก้าวเพื่อไปอยู่ขั้นเดียวกับเธอ  

"เพิ่งย้ายมาเหรอ"

"ครับ" ผมตอบก่อนผู้หญิงคนนี้จะก้าวเข้ามาหาผมก้าวหนึ่ง จ้องหน้าแบบที่จ้องเมื่อครู่ จ้องจนผมต้องถอยหลังหนีจนชนราวบันได

"มีอะไรเปล่า?"

"เออ เปล่าๆ แค่ไม่ได้เห็นคนหน้าตาดีในหอนี้มานานมากแล้ว หล่อจนประหลาดใจ"

ผมยิ้มเจื่อนแก้เขิน มันก็ควรเป็นคำชมอะ แต่ทำไมไม่รู้สึกอย่างนั้นวะ

"เราชื่อน้ำขิง เรียนแพทย์อยู่ปีสาม อยู่ห้อง444นะ"

"เรา น่าน อยู่ห้อง888"

"โห นั่นห้องอาถรรพ์เลยป่ะ"

"ฮะ? อาถรรพ์ยังไงอะ"

น้ำขิงมองซ้ายมองขวาแล้วขยับเข้ามากระซิบข้างหู 

"ก็ห้องนั้นตรงกับตึกร้างแปดชั้นพอดีเป๊ะ ห้องอื่นก็ว่างแล้วทำไมไปเลือกห้องนั้นเล่า!"

ผมหัวเราะแห้งๆ จะบอกว่าไม่กลัวอะไรที่คนอื่นกลัวก็ดูจะออกตัวแรงไป เลยได้แต่บอกปัดๆ  

"เราชอบห้องนั้นอะ"

"เออๆ ไว้วันหลังมาเล่าเรื่องหลอนให้ฟัง แต่พรุ่งนี้เรามีควิซอ่านหนังสือไม่ทันแล้ว เจอกันนะ" น้ำขิงว่าแล้วก้มลงหอบหนังสือกองนั่นขึ้นก่อนเดินเข้าห้องแรกของชั้นนั้นไป ส่วนผมเดินลงมาถึงชั้นล่าง ซึ่งเป็นห้องโถงกว้าง ใกล้ๆ กันมีห้องครัวที่อนุญาตให้ทำอาหารได้ บริเวณห้องนั่งเล่นตรงนี้มีทีวีจอยักษ์ โซฟาตัวยาวขนาดใหญ่ที่บรรจุคนได้นับสิบ แต่ตอนนี้มีเพียงป้าทิพย์ เจ้าของหอที่กำลังดูหนังแอคชั่นเสียงกระหึ่มพร้อมกับกินป๊อบคอร์นไปด้วยอย่างสบายใจ ทันทีที่ผมเดินเข้าไปป้าก็หันมาทักทายทันที   

"อ้าว! น้องน่าน เป็นไงบ้างลูก ห้องโอเคไหม"

"โอเคครับป้า แต่ไฟในห้องน้ำมันเปิดไม่ติดอะครับ"

"อ้าวเหรอ? เดี๋ยวป้าให้คนไปดูให้แล้วกัน น้องน่านจะออกไปไหนหรือเปล่าป้าจะได้ขึ้นไปตอนนี้เลย"

"ป้าขึ้นไปเลยก็ได้ครับ ผมออกไปซื้อของก่อนเดี๋ยวกลับมา"

"ได้จ้ะ เดี๋ยวป้าไปดูให้นะ"

ผมพยักหน้ารับป้าทิพย์ก่อนขอตัวออกมาข้างนอก หาข้าวกินและแวะซื้อของใช้นิดหน่อย ใช้เวลาข้างนอกไม่นานก็เลือกกลับหอ ปกติผมค่อนข้างติดหอและการได้อยู่หอพักที่สบายๆ ก็ตอบโจทย์การใช้ชีวิตเรียบง่ายของผม

ในตอนที่กลับมาที่หอ เดินผ่านห้องโถงชั้นล่าง ป้าทิพย์ไม่ได้อยู่ตรงนั้นแล้วแต่เป็นผู้ชายที่มีเพียงกางเกงบ็อกเซอร์ตัวเดียวเท่านั้นที่ปกปิดร่างกายอยู่ เปลือยท่อนบนโชว์เนื้อหนังและกล้ามแน่นๆ ที่ดูดีแบบผู้ชายนักกีฬา เขานั่งกระดกโค้กกระป๋องอยู่ ผมตั้งใจจะเดินผ่านไปเฉยๆ แต่ถูกมือของคนบนโซฟาดึงไว้ก่อนแล้วฉุดลงไปนั่งข้างๆ กำลังจะโวยแต่เสียงของมันก็โพล่งขึ้นมาก่อน

"ผมชื่อเท็น อยู่ห้อง333นะ"

"เอ่อ...อืม"

"ว่างก็แวะไปได้นะ ในห้องมีปลาทองหลายตัวเลย โคตรอยากอวด"

คิ้วผมขมวดเข้าหากันอย่างไม่เข้าใจแต่ก็ทำได้แค่ยิ้มแห้งๆ กลับไป พูดกันตรงๆ  ยังไม่เจอคนปกติในหอนี้เลย ผมไม่มีความต้องการจะนั่งคุยกับเท็นต่อเลยขอตัวขึ้นห้องก่อน  เดินมาหยุดที่ห้องกำลังจะล้วงหากุญแจแต่หันไปเห็นว่าห้องมันถูกเปิดเอาไว้อยู่แล้ว เดาว่าช่างยังซ่อมไฟยังไม่เสร็จ เพราะได้ยินเสียงกุกกักๆ อยู่ในนั้น จึงเดินเข้าไปแล้วตรงไปยังห้องน้ำ  

"ยังไม่เสร็จเหรอครับ"

"เฮ้ย! ตกใจหมด!"

คนที่อยู่ในห้องน้ำหันมาส่งเสียงดัง ทำให้ผมเผลอสะดุ้งไปด้วย แต่ทันทีที่เขาหันขวับมามองกลายเป็นผมที่ต้องตกใจเอง

"เฮ้ย!"

"อะไร?"  เขาถามหน้าตาเฉย แต่ไม่สนใจคำตอบ ก่อนจะกางบันไดออกแล้วปีนขึ้นไป ผมกระพริบตาถี่ ที่ตกใจเพราะมันคือมนุษย์ขี้เมาที่ผมซัดคางมันร่วงไปเมื่อคืนไง ผมว่าเขาจำผมไม่ได้ ผมก็เลยเนียนไม่พูดถึงเรื่องเมื่อคืนไปด้วย 

"นี่เป็นช่างซ่อมไฟเหรอครับ"

"เป็นแม่บ้านมั้ง"

กวนตีน...

"แล้วทำไมยังไม่เสร็จอีกล่ะครับ"

"เสร็จบ้าอะไรล่ะคุณ เพิ่งมาถึง" เขาว่าแล้วล้วงลงในกล่องอุปกรณ์ ผมคิดว่าเขาจะหยิบเครื่องมือสำหรับเปลี่ยนหลอดไฟแต่มันกลายเป็นโค้กขวดหนึ่งที่ติดมือเขาขึ้นมา 

"นี่พี่ มันใช่เวลามาดื่มน้ำตอนนี้ไหม รีบๆ ซ่อมแล้วก็รีบๆ ออกไปสิครับ"

"ใจเย็นดิ คอแห้ง" เขากระดกโค้กขึ้นดื่ม แล้วยื่นขวดให้ผม

"เอาวางไว้ตรงนั้นดิ"

บ้าเอ๊ย ผมรับขวดโค้กแล้ววางลงที่พื้น ก่อนเขาจะขยับตัวขึ้นไปบนบันไดแต่จังหวะนั้นทำให้บันไดที่กางอยู่ขยับคล้ายจะล้ม

"เฮ้ยๆ!" ผมที่ตกใจไปด้วยตรงเข้าไปจับบันไดนั่นเอาไว้ก่อนที่เขาจะร่วงลงมา

"เออๆ จับไว้ดิ"

"ทำเร็วๆ สิครับ"

"จะรีบอะไรนักหนา เอ้าถือ!" เขาถอดหลอดไฟข้างบนส่งให้ผมถือ

ผมกลายเป็นลูกมือช่างอย่างไม่เต็มใจ แต่ทำได้แค่บ่นในใจขณะจับบันไดนั่นเอาไว้ แล้วคอยหยิบจับอุปกรณ์รับส่งให้เขาจนกระทั่งเขาซ่อมมันเสร็จ ผมเดินไปเปิดไฟดูแล้วพบว่ามันกลับมาใช้ได้ปกติ เสร็จจากตรงนั้น เขาจึงก้าวลงมาจากบันได หน้าตาอย่างกับคนยังไม่สร่างเมาเอามือข้างหนึ่งเท้าบันไดแล้วหันมามองผม

"เสร็จแล้วก็ไปสิครับ"

"หอเป็นไง โอเคไหม"

"ก็...โอเคครับ"

"เจอผีไหม"

"ไม่ครับ"

"มาอยู่ที่นี่ไม่กลัวเหรอ" เขาว่าแล้วก้มลงหยิบขวดโค้กที่ดื่มเหลือขึ้นมา

"ไม่ครับ"

"จริง?"

"โหพี่ มันไม่มีจริงหรอก ผีเผออะไร" ผมพูดพลางโบกมือปัดๆ เขาหัวเราะนิดๆ ยกโค้กขึ้นกระดกแล้วชี้ไปที่ข้างหลังผม

"อยู่ข้างหลังนั่นตัวหนึ่งอะ"

"ไม่ตลกนะพี่"

ผมหัวเราะเบาๆ แต่ตัวเขาไม่ขำ ซ้ำยังมองไปข้างหลังผมแล้วพยักหน้าทีหนึ่งราวกับกำลังทักทายใครสักคน ก่อนจะเลื่อนสายตากลับมาหาผม

"พี่ไปอำอย่างนี้กับทุกคนหรือเปล่าถึงไม่มีใครมาเช่าหอนี้เนี่ย"

เขายิ้มนิดๆ แล้วโยนขวดโค้กลงในถังขยะหลังห้องผม

"ไปละ อะไรเสียก็เรียกได้นะ" 

ผมไม่คาดหวังว่าอะไรจะเสียอีก จะต้องไม่มีเหตุที่ให้เขาเข้ามาในห้องผมอีกแน่นอน

"ครับ" ผมตอบรับส่งๆ เขายกบันไดขึ้นแล้วกำลังจะเดินออกไป ก่อนจะหยุดกึกแล้วหันขวับกลับมา เขาหันมองตะกร้าผ้าที่มุมห้องแล้วหยิบเสื้อยืดของผมที่ยังไม่ได้ซักขึ้นมา 

"นี่เสื้อคุณเหรอ"

"ก็อยู่ในห้องผมนี่ ก็ต้องเป็นของผมสิ"

เขาวางบันไดและกล่องอุปกรณ์ลงกับพื้น แล้วโยนเสื้อผมลงตะกร้าอย่างแรงก่อนจะหันขวับมาหาผมด้วยหน้าตาเอาเรื่อง

            อะไรวะ...

"คุณใช่ไหมที่สอยคางผมเมื่อคืน"

"ฮะ?"

"หน้าหอเมื่อคืนอะ"

"อ่ะ...เอ่อ...พี่จำผิดคนแล้วมั้งครับ"

"กูจำเสื้อได้เว้ย!"

เวรชิบ!

"นี่ไปทำอะไรให้ถึงต้องมาทำร้ายร่างกายกัน ยังเจ็บคางอยู่เลยรู้ไหม!"

"ก็พี่พูดจาหยาบคายอะ ผมตกใจก็เลยสะกิดไปทีหนึ่ง เบาๆ"

"สะกิดเหรอ ซัดเปรี้ยงเข้านี่เลย! ไม่ตายก็บุญแล้วเนี่ย! แค่มีน้ำใจลากคนเมาเข้าหอหน่อยไม่ได้เลยหรือไง!"

"ใครมันจะไปรู้วะพี่! เมาเหมือนหมาแล้วมานอนหน้าหอ เป็นใครก็กลัวทั้งนั้นแหละ"

"เหมือนหมาเหรอ! นี่ปากดีเกินไปแล้วนะ" เขาว่าแล้วตรงเข้ามาหา เขาสูงกว่าผมยิ่งในระยะใกล้จึงเห็นชัดในสัดส่วนที่แตกต่าง ผมจึงต้องแหงนหน้ามองคนตรงหน้า

"พี่! อย่าเข้ามานะ อยากโดนอีกหรือไง!" ผมยกกำปั้นขึ้นตั้งการ์ด เอาดิ! แค่ตัวสูงกว่านิดเดียวอย่าคิดว่าจะกลัวนะโว้ย

"ตอนนี้ไม่เมานะ อย่าคิดว่าจะง่ายเหมือนเมื่อคืน"

"เฮ้ย! จะทำอะไรอะ ผมจะบอกให้เจ้าของหอไล่พี่ออกเลยนะ!"

"ไอ้เด็กขี้ฟ้อง!"

"เอาดิ! ฟ้องจริงๆ นะเว้ย! พฤติกรรมก็หยาบ คำพูดก็หยาบ แถมยังขี้เมาอีก ไม่รู้ว่าป้าทิพย์จะจ้างคนแบบนี้ไว้ทำไม พี่น่าจะโดนไล่ออกวันนี้เลย"

"เออ! ก็ฟ้องเลย!"

"ผมบอกจริงๆ นะ!"

เขารวบคอเสื้อผมด้วยมือข้างเดียวแล้วดึงเข้าไปหาอย่างช้าๆ

"บอกเลย...บอกตอนนี้เลย"

"ก็ปล่อยผมสิ ผมจะได้ไปบอกเขาตอนนี้เลย"

"บอกตรงนี้ได้เลย..."

"..."

"ผมนี่แหละเจ้าของหอ"

"..."

ฮึ? อีกทีสิ?

"ว่าไง มีอะไรจะบอกไหม?"

ผมได้แต่ยืนนิ่งเป็นหุ่นยอมให้เขาขยำคอเสื้ออยู่ตรงนี้ ตอนโดนลูกบอลอัดหน้าก็ยังไม่เจ็บเท่าตอนนี้เลยมั้ง หน้ามันแหกจนเหมือนตอนนี้ยืนหัวขาดอยู่อะ หน้าแหลกไม่มีชิ้นดีเลย เอาสิ กูควรทำยังไงต่อล่ะ?

"มีอะไรกันหรือเปล่าคะ" เสียงป้าทิพย์ดังขึ้น ทั้งผมและเขาหันไปมองก่อนคนตรงหน้าจะปล่อยมือออกจากผม แล้วหันไปตอบป้าทิพย์  

"ไม่มีอะไรหรอกป้า แค่ทักทายกันอะครับ"

"แหม ดูสนิทกันไวจังเลยนะคะ กอดคอกันด้วย"

ป้าเอาอะไรมาพูดว่าการที่ไอ้ตัวโย่งนี่ยืนกระชากคอเสื้อและผมก็ตัวนิ่งเป็นเหมือนลูกหมาโดนราชสีห์ขยำนี่เป็นการกอดคอกันอย่างสนิทสนม คือไรป้า?

คนข้างๆ เหยียดยิ้มมุมปากแล้วหันไปเก็บอุปกรณ์และบันไดตรงนั้น ก่อนเดินออกไปก็ไม่ลืมทิ้งคำพูดไว้กับป้าทิพย์

"ฝากดูแลด้วยนะป้า ดูแลให้ดีๆ เลยคนนี้อะ" ประโยคมันก็ดูใจดีหรอก แต่มันไม่มีความจริงใจอะไรตั้งแต่ตอนที่กัดฟันพูดแล้วโว้ย!

"ไงน้องน่าน เรียบร้อยดีนะคะ"

"ครับ ดีครับ"

"งั้นป้าไปนะคะ มีอะไรก็เรียกได้"

"ป้าครับ คนเมื่อกี้เขาเป็นใครเหรอฮะ?"

"นั่นคุณซี เป็นเจ้าของหอนี่แหละค่ะ"

"อ้าว ผมนึกว่าป้าซะอีกที่เป็นเจ้าของหอนี้"

"อ๋อ ป้าเป็นแม่บ้านค่ะ"

"..."

ผมรู้สึกแสบผิวหน้านิดหน่อยเพราะหน้าแหกแล้วแหกอีก แล้วไอ้เจ้าของหอนั่นมันต้องมีเวรกรรมติดตัวขนาดไหนวะถึงเกิดมาราศีไม่จับไม่ป้าแม่บ้าน เงิบไปดิไอ้น่าน

...

   To be continued.

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น