หอหมื่นอักษร

ยามเมื่อเมฆฝนพัดผ่าน สองเราจะฝ่าฟันมันไปด้วยกันนะ...

ตอนที่ 76 วันสำคัญ / ตอนที่ 77 คนซื่อสัตย์

ชื่อตอน : ตอนที่ 76 วันสำคัญ / ตอนที่ 77 คนซื่อสัตย์

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ม.ค. 2561 15:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 76 วันสำคัญ / ตอนที่ 77 คนซื่อสัตย์
แบบอักษร



ตอนที่ 76  วันสำคัญ


อวี่เจ๋ออาบน้ำเสร็จแล้ว ชีซิงกับเฉินอวี้ก็เปลี่ยนชุดเรียบร้อยและกำลังยืนอยู่กลางหอพักด้วยท่าทางปิติยินดี "ป่ะ ออกไปฉลองกันหน่อย"

"ฉลองอะไร?" อวี่เจ๋อแกล้งถามทั้งที่รู้คำตอบดี

"ก็ที่หาเงินทุนได้ไงล่ะ!" เฉินอวี้ว่า "นี่มันเรื่องใหญ่เลยนะ ตั้งแต่วันนี้ไปบริษัทของเราก็ก้าวหน้าไปอีกขั้นแล้ว"

“เราก้าวหน้าไปอีกขั้นทุกวันนั่นแหละ ไม่มีอะไรต้องฉลองหรอก"

"ขี้เหนียวจริงๆ เลย" เฉินอวี้บ่น

“การฟุ่มเฟือยในเรื่องที่เหมาะสม จะเป็นการเพิ่มขวัญกำลังใจ" ชีซิงว่า

“ก็ได้ ถ้างั้นพวกนายก็หาร้าน จริงสิ แล้วที่พักของเราหาไว้หรือยัง?"

"หาไว้แล้วสามที่ พรุ่งนี้จะได้แยกกันไปคุยเรื่องค่าเช่ากับเจ้าของที่" ชีซิงว่า

เฉินอวี้หยิบโทรศัพท์ออกมา ยืนหน้าประตูแล้วถ่ายภาพหอพัก

"ทำอะไรน่ะ" ชีซิงถาม

"ถ่ายรูปไว้ไง นี่เป็นออฟฟิศแรกของบริษัทเราเลยนะ! นายว่า วันหนึ่งดรีมเมอร์กรุ๊ปของเรา จะลกายเป็นดรีมเมอร์กรุ๊ปคอร์ปอเรชั่นได้ไหม" 

ชีซิงตบบ่าเฉินอวี้ "ถ้ามีวันนั้น รูปที่นายถ่ายจะมีค่ามากเลย"

อวี่เจ๋อหยิบกะละมังเตรียมที่จะออกไป เฉินอวี้กับชีซิงก็รีบตามมาติดๆ

“พวกนายตามฉันมาทำไม?”

“เราคุยกันว่าจะไปกินข้าวฉลองไม่ใช่เหรอ?"

อวี่เจ๋อดูนาฬิกา "ไม่ได้ ฉันต้องไปรับอวิ๋นตั่วตอนเลิกเรียน"

"ไม่ไปวันนึงไม่ได้เหรอ วันสำคัญแบบนี้แท้ๆ" เฉินอวี้บ่น

"ไม่อย่างนั้นนายก็ไปรับอวิ๋นตั่วแล้วพาเธอไปด้วยกันสิ" ชีซิงเสนอความเห็น

"เราไปฉลองกันแล้วจะพาเด็กไปด้วยทำไม? เราทำบริษัทจริงจังนะ พาเด็กไปด้วยเดี๋ยวคนอื่นก็คิดว่าเราเล่นขายของหรอก!" เฉินอวี้ไม่เห็นด้วย

“พวกนายไปกันก่อนเลย ฉันรับอวิ๋นตั่วไปส่งที่บ้านแล้วจะตามไป" เห็นได้ชัดว่าอวี่เจ๋อเห็นด้วยกับชีซิง

"หรือว่าเด็กคนนี้จะเป็นหนึ่งในพนักงานบริษัทเรา?" เฉินอวี้กระซิบ

"เด็กคนนี้อาจจะเป็นป๋อเล่อ*ของเรา เป็นคนแรกที่เอาเงินมาและอยากจะลงทุนกับเรา เราต้องรู้สำนึกในบุญคุณ" ชีซิงว่า

เฉินอวี้ยิ้มเจื่อนๆ "ถูกต้อง เธอยังเป็นหุ้นส่วนของเราด้วยนะ”

ตอนที่อวี่เจ๋อมาถึงที่หน้าประตูโรงเรียนของอวิ๋นตั่วนั้นยังไม่ถึงเวลาเลิกเรียน ยังเหลือเวลาอยู่สิบกว่านาที เขาจึงไปซื้อเครื่องดื่มจากร้านขายของเล็กๆ ใกล้ประตูโรงเรียน

สัญญาณเลิกเรียนดังขึ้น บรรดาเด็กนักเรียนก็พากันหลั่งไหลออกมาจากในโรงเรียน แต่อวี่เจ๋อก็ยังไม่เห็นอวิ๋นตั่ว จนกระทั่งคนเริ่มน้อยลงเรื่อยๆ แต่เขาก็ยังไม่เห็นเธอ หรือว่าเธอจะก่อเรื่องจนครูกักตัวไว้?

พอดีกับที่เห็นสือเหยียนเดินออกมา อวี่เจ๋อจึงรีบเรียกเธอไว้ "สือเหยียน อวิ๋นตั่วล่ะ?"

"อวิ๋นตั่วทำแบบฝึกหัดผิดหมด ก็เลยถูกครูกักตัวไว้ให้ทำใหม่!" สือเหยียนว่า

พอได้ฟังอวี่เจ๋อก็รู้ว่าสถานการณ์ไม่ดีแล้ว ทำผิดหมดเลยงั้นหรือ? ดูจากสมองของอวิ๋นตั่วแล้ว อย่างน้อยก็น่าจะใช้เวลาแค่หนึ่งชั่วโมง เขาจูงจักรยานวิ่งไปในโรงเรียน ยามหน้าประตูวิ่งมาห้ามก็ห้ามไม่อยู่

พอไปถึงหน้าห้องเรียนถึงได้เห็นว่าคนที่ถูกกักตัวไว้ไม่ได้มีแค่คนเดียว แต่ด้านหลังยังมีนักเรียนชายอีกคน ทั้งสองไม่ได้กำลังทำแบบฝึกหัด แต่กลับกำลังพูดคุยหัวเราะกัน

"มีคนขี้เหนียวคนหนึ่ง วันหนึ่งเขากลับบ้าน พอนั่งลงบนรถเมล์แล้วก็เกิดรู้สึกเสียใจ รู้สึกว่าเงินนั้นไม่คุ้มค่ากับการนั่งรถเมล์ เพราะแบบนั้นก็เลยกระโดดลงจากรถทันที แล้วก็วิ่งตามหลังรถเมล์ไป แล้วก็วิ่งไปจนกลับถึงบ้าน พอกลับถึงบ้าน เขาก็พูดกับภรรยาด้วยความภาคภูมิใจว่าวันนี้ตัวเองวิ่งตามรถเมล์กลับมา ประหยัดเงินไปได้ด้วย ผลสุดท้ายภรรยาของเขาก็บอกว่า ‘คนโง่! ถ้าคุณวิ่งตามรถแท็กซี่จะไม่ประหยัดมากกว่านี้หรอ!’ ” อวิ๋นตั่วว่า

แต่นักเรียนที่นั่งอยู่ด้านหลังก็ไม่มีปฏิกิริยาตอบรับ

"ไม่ตลกเหรอ?" อวิ๋นตั่วถาม

"ฉันเคยฟังมาแล้ว"

"เคยฟังแล้วเหรอ? งั้นฉันจะเล่าเรื่องใหม่ รับรองว่านายยังไม่เคยฟังแน่"



ป๋อเล่อ* : เป็นบุคคลให้ยุดชุนชิว มักใช้ในการเปรียบเทียบว่าเป็น บุคคล หรือส่วนประกอบที่มีความสำคัญ



--------------------​----------​----------​----------​


ตอนที่ 77  คนซื่อสัตย์

อวี่เจ๋อเห็นว่าอวิ๋นตั่วไม่มีท่าทีจะทำแบบฝึกหัดเลยสักนิด ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป เกรงกว่าหนึ่งชั่วโมงก็คงไม่เสร็จ เพราะแบบนั้นเขาจึงจำใจต้องขัดจังหวะเธอ อวี่เจ๋อเคาะประตู อวิ๋นตั่วคิดว่าเป็นคุณครูตาขีดมา เธอก็เลยรีบหันกลับมา ก้มหน้า แต่ก็รีบร้อนเสียจนปากกาตก พอเก็บขึ้นมา เงยหน้าขึ้นมองก็เห็นอวี่เจ๋อพอดี

“ทำไมถึงเป็นพี่ล่ะคะ หนูตกใจแทบแย่เลย!” อวิ๋นตั่วบ่น

“ตัวเองร้อนตัวไปเองแล้วยังกล้าว่าคนอื่นมาทำให้ตัวเองตกใจอีกนะ” อวี่เจ๋อนั่งลงตรงหน้าอวิ๋นตั่ว หยิบแบบฝึกหัดไปดู “คำถามแบบนี้เธอทำผิดหมดเลยเหรอ? คำถามปรนัยนี่อีก ถ้ามั่วก็ต้องมั่วถูกบ้างแหละ เธอทำยังไงให้ผิดหมดน่ะ?”

“ใครบอกว่าหนูทำผิดหมดคะ”

“สือเหยียนไง ถ้าไม่ได้ทำผิดหมดแล้วทำไมถึงไม่ได้กลับบ้านล่ะ?”

“พี่เชื่อคำพูดของสือเหยียนด้วยเหรอ” อวิ๋นตั่วมีท่าทางไม่พอใจ “หนูไม่ได้ทำผิดหมดสักหน่อย แค่ทำผิดเยอะไปหน่อยเท่านั้นเอง อีกอย่างก็ยังมีคนทำผิดมากกว่าหนูด้วย”

อวิ๋นตั่วหันกลับไปมองเทียนอี้แล้วขยิบตาให้ “ใช่ไหมล่ะ?”

เทียนอี้โมโหมาก เขาทำท่าจะตีเธอ

อวิ๋นตั่วจึงรีบหันมาพูดกับอวี่เจ๋อ “หนูทำข้อที่ทำได้หมดแล้ว ข้อที่เหลือหนูทำไม่ได้ค่ะ”

“โจทย์ไม่ยากเลย ครูออกโจทย์เจ้าเล่ห์ไปหน่อยแล้ว พี่จะช่วยทำให้ก่อนแล้วจะกลับไปอธิบายให้ฟัง” อวี่เจ๋อว่า

ขณะที่อวี่เจ๋อหยิบปากกาออกมากำลังจะเขียน อวิ๋นตั่วก็หยิบเอาสมุดออกมาจากกระเป๋า “พี่เขียนลงสมุดนี่ เดี๋ยวหนูจะลอกลงในกระดาษแบบฝึกหัดเอง ไม่อย่างนั้นถ้าคุณครูตาขีดเห็นว่าลายมือไม่เหมือนกัน เดี๋ยวก็มาทำหนูลำบากอีก อีกอย่างพี่อย่าใช้วิธีแก้โจทย์ระดับสูงกว่ามัธยมนะคะ ถ้าคุณครูตาขีดรู้เข้าหนูแย่แน่”

“เรื่องเยอะจริง”

“เราต้องซื่อสัตย์กับเพื่อน ถึงจะไม่เป็นการทรยศต่อมิตรภาพ”

เมื่อไม่มีทางเลือก อวี่เจ๋อจึงจำต้องเขียนลงในกระดาษ เมื่อเขียนไปก็อธิบายการแก้โจทย์แบบสั้นๆ ง่ายๆ ให้อวิ๋นตั่วฟังไปด้วย โดยที่เจ้าตัวเองก็พยักหน้าเออออรับคำไป ดูราวกับว่าฟังเข้าใจ แต่พอถาม ก็ยังสับสนอยู่ดี

“พี่บอกว่ากลับไปจะอธิบายละเอียดๆ อีกทีไม่ใช่เหรอคะ?” เธอยิ้มประจบ

อวี่เจ๋อจนปัญญาแล้วจริงๆ จึงได้แต่ช่วยทำโจทย์ต่อจนเสร็จ


หลังจากที่อวิ๋นตั่วทำเสร็จแล้ว เธอก็เอาแบบฝึกหัดวางลงตรงหน้าเทียนอี้ด้วยความใจกว้าง “ฉันให้ลอก ถือว่ามีสุขร่วมเสพ มีทุกข์ร่วมต้าน”

“ฉันไม่ลอก” เทียนอี้เอ่ยอย่างภาคภูมิใจ

“ถ้างั้นนายก็ต้องอยู่นี่จนมืดแล้วล่ะ”

อวิ๋นตั่วถือกระดาษคำตอบวิ่งเข้าไปในห้องพักครู คุณครูเลิกงานกันหมดแล้ว พอดีที่เธอจะไม่ต้องมาฟังคุณครูตาขีดพูดจาจู้จี้ ไม่อย่างนั้นเวลาคงช้าไปอีก เธอวางกระดาษคำตอบไว้แล้วก็วิ่งกลับออกมา มาเจอเทียนอี้ที่มาส่งงานด้วยเหมือนกัน

“นายทำเสร็จแล้วเหรอ? เร็วขนาดนั้นเลย?”

อวิ๋นตั่ววิ่งกลับไปดูกระดาษคำตอบของเทียนอี้ที่วางไว้บนโต๊ะแล้วก็เห็นว่าเป็นกระดาษเปล่า

“นายส่งกระดาษเปล่าแบบนี้ไม่อย่ามีชีวิตอยู่ต่อแล้วใช่ไหม ดีร้ายยังไงก็เขียนลงไปบ้างสิ!” อวิ๋นตั่วรู้สึกว่าเธอต้องถ่ายทอดประสบการณ์การต่อสู้หลายปีของตัวเองให้เทียนอี้บ้างแล้ว “ก่อนหน้านี้นายอยู่ต่างประเทศมาตลอด คงไม่รู้สถานการณ์ภายในของเราสินะ ฉันจะบอกอะไรให้ ที่นี่น่ะ คุณครูมีอำนาจมาก ถ้าครูพูดอะไร เราก็ต้องทำ ไม่อย่างนั้นนายจะตายอย่างอนาจเลยล่ะ”

เทียนอี้ไม่ได้ซาบซึ้งในน้ำใจเลยแม้แต่น้อย “ฉันเป็นคนซื่อสัตย์ ไม่เหมือนกับคนบางคนที่หาตัวช่วย ที่เธอทำมันเป็นการโกหกรู้ไหม? การที่เธอทำไม่ได้นั้นเป็นปัญหาทางความรู้ แต่การโกหกเป็นปัญหาของนิสัย เธอว่าอันไหนน่ารังเกียจมากกว่ากันล่ะ?”

อวิ๋นตั่วรู้สึกว่าเทียนอี้อยู่ต่างประเทศมากจนปัญญาอ่อนไปเสีบแล้ว “เดี๋ยวพรุ่งนี้นายก็จะรู้เองว่าอะไรที่น่ารังเกียจกว่ากัน”

อวี่เจ๋อยืนดูนาฬิการออยู่ด้านนอก จนอวิ๋นตั่ววิ่งออกมา

“ชีซิงกับเฉินอวี้โทรมาหลายสายแล้ว พวกเขารอกันนานแล้ว” อวี่เจ๋อว่า

“มีอะไรเหรอคะ?”

“พวกเขาจะเลี้ยงข้าวเธอน่ะ”

“ทำไมล่ะคะ?”

“เราได้เงินลงทุนแล้ว” อวี่เจ๋อหัวเราะ

“จริงเหรอคะ!” อวิ๋นตั่วดีใจมากกว่าอวี่เจ๋อเสียอีก “ถ้างั้นก็ควรฉลองกันหน่อยแล้ว ไปกินข้าวที่ไหนคะ?”





แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น