vampire rose

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 (100%)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 6k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ม.ค. 2561 20:42 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 (100%)
แบบอักษร

ตอนที่ 4

                [พาร์ตของเกรย์]

                ผมกำลังนั่งมองไอ้ผู้ชายตรงหน้าที่กระตุกยิ้มมุมปากให้ผมกวน ๆ สรุปผมได้นั่งรอมันอาบน้ำจนเสร็จ และมันก็ลากผมมากินข้าวด้วย ตอนแรกจะไม่มา...ไอ้เชี่ยนี่ดันเอาเรื่องการฝึกมาพูด มันบอกว่าผมเป็นเทรนให้มันไม่ตามมันไปจะดีเหรอ!!...เออ กูตามมาก็ได้!

ไอ้คนเอาแต่ใจยังไม่หยุดแค่นั้น มันพาผมมาร้านข้าวหรูหรามาก แค่ข้าวแกงร้านธรรมดาสำหรับผมมันก็หรูมากแล้ว นี่...ผมเข้ามาในร้านอาหาร 5 ดาว แถมชุดที่ผมใส่คือเสื้อชุดวอร์มกีฬาขายาว ขัดกับบรรยากาศร้านมาก คนอื่นใส่สูททำงานบริษัทไงครับ ส่วนไอ้ออกศึกดูจะไม่แคร์โลกมากกว่าใคร มันใส่เสื้อยืด กางเกงขาสั้น


                แต่ทำไมมันดูดีไฮโซวะ...


                “อยากกินอะไร สั่งเลยนะครับ มื้อนี้ผมเลี้ยง” มันบอกแบบใจป้ำ แต่ถามว่าคนอย่างผมจะยอมเหรอ เรื่องอะไรจะต้องให้ไอ้เด็กอายุน้อยกว่ามาเลี้ยง!


                “ไม่ต้องเดี๋ยวกูจะจ่ายของกูเอง” ผมบอกพลางเปิดเมนูดูตาแทบค้าง...

นี่มันเมนูอาหารอะไรวะ แพงชะมัด! แพงสำหรับคนอย่างผม ผมไล่สายตาดูเมนูที่ไม่ต่ำกว่าจานละ 300 ...กินเข้าไปจานเดียวเงินกูหมด ไม่ใช่สิ...ไม่พอจ่ายด้วยซ้ำ ผมเอาเงินติดตัวมาแค่ 100 เดียวเอง (พอดีช่วงนี้ค่อนข้างอยู่ในช่วงประหยัด...) พนักงานเดินมารับออร์เดอร์โค้งให้ออกศึกเล็กน้อย เหมือนมันจะมากินที่นี่บ่อยแฮะ


                “เอาสปาเก็ตตี้คาโบนาร่านะ แล้วก็เอาโค้กแบบไม่มีน้ำตาล” มันสั่งอย่างชำนาญ ผมมองเมนูที่มันสั่ง ไอ้เชี่ย...จานละ 400 กว่า ๆ เออ...ส่วนผสมส่งมาแพงปะวะ ทำไมมันราคาเวอร์แบบนี้ ออกศึกสั่งเสร็จมันเงยหน้ามองผม


                “พี่เกรย์จะเอาอะไรครับ สั่งได้เลยนะ” และสายตาของผม เหลือบไปเห็นมุมล่างสุดของเมนู


                “เอาน้ำเปล่าแก้วหนึ่ง...” ผมสั่งไป พนักงานถึงกับงง เช่นเดียวกับไอ้ออกศึกที่ขมวดคิ้ว


                “หา? น้ำเปล่าอะไรครับ ผมให้พี่สั่งข้าว ผมเลี้ยงเองไม่ต้องห่วง” มันบอกอีก


                “ไม่ กูไม่หิว กูจะกินแค่น้ำเปล่า” ผมไม่มีเงินจ่ายนี่...แต่ผมต้องตาโตนิด ๆ กับคำที่มันพูดกับพนักงาน


                “เอาแบบของผมนะครับ อีกที่หนึ่ง แล้วก็เอาน้ำเปล่าอย่างที่พี่เขาสั่งนั่นแหละ” พนักงานรับรู้และเดินจากไป


                “เฮ้ย ไม่เอา มึงจะมาสั่งให้กูทำไม กู...ไม่มีเงินจ่ายเว้ย” ผมพูดเสียงเบาลงเพราะกลัวโต๊ะข้าง ๆ จะโยนจานมาใส่ซะก่อน ออกศึกยกยิ้มเล็กน้อยมันเอาแขนพาดเก้าอี้ประดุจนายแบบถ่ายโฆษณา  


                “ผมบอกว่าเลี้ยงไงครับ พี่นี่คิดมากจัง...เอาเป็นว่าชดเชยเรื่องที่ผมมาวัดตัวสายก็ได้” มันบอกยืนยันอยากจ่าย ผมก็เลย...อยากจะเลี้ยงนักก็ปล่อยมันเลี้ยงไป


                “เออ ๆ ก็ได้” ผมยอมรับให้มันจ่าย เห็นมันทำท่าทางอยากจ่ายนักหนาไงครับ ให้มันจ่ายไปเล๊ย!!


                แต่ผมอยากบอกว่าสปาเก็ตตี้คาโบนาร่ามันอร่อยมาก มันแพงแต่รสชาติมันโอเคสุด ๆ สมราคาของมันแล้วล่ะ ผมกับมันกินข้าวจนอิ่ม เป็นการกินข้าวบ่ายสองที่อิ่มมาก พอดีกว่าไอ้ออกศึกจะอาบน้ำเสร็จก็เลยเวลาบ่ายมากมากโขแล้วครับ ไม่รู้ว่ามันอาบอะไรนานนักหนา


                พวกผมเดินออกมาจากร้าน ผมเหลือบมองนาฬิกาตรงข้อมือของตัวเอง มันเป็นนาฬิกาดูเวลาจักรวาลกาแล็กซี่ทางช้างเผือก พูดให้แลดูเวอร์ไปงั้น มันเป็นนาฬิกาแสนแพงของออกศึกมันนั่นแหละ อ้าว...เกือบลืมถอดคืนมัน


                มันไม่เห็นจะทวงนี่นา


                “ไอ้ออกศึก อ่ะ นาฬิกามึง” ผมถอดออกแล้วยื่นให้ มันรับไปสวมคืนที่ข้อมือมัน พอดีเลยแฮะ ทีกูใส่ทำไมมันหลวมล่ะ? (ก็มึงตัวเล็กกว่าไอ้ออกศึกไงครับไอ้เกรย์...)


                “กูจะกลับบ้านละ วันนี้มึงรีบ ๆ กลับไปพักผ่อนซะ พรุ่งนี้กูจะฝึกจริง ๆ จัง ๆ ละ” ผมสั่งความไว้และเตรียมเดินหนี มันเลยมายืนดักหน้าผมไว้


                “เดี๋ยวครับ ผมไปส่งพี่ที่บ้านเองดีกว่า ไปขึ้นรถ...”


                “ไม่ต้อง กูกลับเองได้” ผมตอบปฏิเสธแบบไร้เยื่อใย ไม่อยากให้ไอ้นี่มันไปบ้าน...กลัวแม่ตกใจมันไง (เกี่ยวกันไหม) อีกอย่างไม่มีความจำเป็นอะไรที่มันต้องไปบ้านผมสักนิด


                ออกศึกยังคงยืนขวางทางไม่ให้ผมไปไหนง่าย ๆ อะไรของมึงวะเนี่ย...


                “ทำไมพี่ต้องเลี่ยงด้วยครับ ซ่อนใครไว้ที่บ้านป่ะเนี่ย แอบซ่อนแฟนไว้เหรอ?” มันถาม ผมเลยเขกหัวมันไปโป๊กหนึ่ง


                “โอ๊ยพี่ ตีทำไม”


                “กูไม่มีแฟน กูโสดโว้ย” ผมหลุดปาก และผมจะไปบอกมันว่าโสดทำแปะไร มันกระตุกยิ้มหล่อจนสาว ๆ ที่เดินไปมาตามถนนหันมามองกันพรึบกับประโยคจากปากมัน


                “บังเอิญจัง ผมก็โสดเหมือนกันครับ” บังเอิญอะไรของมึงงงงง....


คนโสดมันมีเยอะแยะทั่วไปเว้ย คิดกับไอ้นี่แล้วประสาทจะเสีย


                “เรื่องของมึง ไม่เกี่ยวกับกู” ผมบอกกับไอ้ตัวสูงตรงหน้าที่ยืนขวางทางอยู่ ออกศึกยังยืนขวางผมอยู่ ผมกระตุกยิ้ม


                “ตกลงให้ผมไปส่ง...อึก” ผมสวนหมัดใส่ท้องมัน แบบพอให้จุกก็พอไม่ได้เจ็บอะไรมาก แต่ก็ทำให้มันถอยห่าง


“ทำไมพี่ชอบเล่นทีเผลอเนี่ย จุกนะเฮ้ย อ้าว...พี่เกรย์เดี๋ยวสิอย่าเพิ่งไป” มันตะโกนไล่หลังผมที่วิ่งหนีมา ผมยกมือไล่มันไปพลาง ๆ


                “เจอกันพรุ่งนี้ ห้ามเลทห้ามสาย! บาย” ไอ้ออกศึกเห็นผมวิ่งมาไกลมันเลยไม่ได้ตามมา

วันนี้ผมกลับบ้านตั้งแต่หัววันหน่อย กะว่าจะนอนพักผ่อนให้เต็มที่ไปเลย แต่ถึงผมคิดแบบนั้น ผมกลับอยู่เปิดยูทูปดูไอ้ออกศึกต่อยแต่ละนัด ผมว่าจังหวะไอ้นี่มันดีมาก...เออที่ดูนี่ก็เพราะงานนะครับ จะได้รู้ทริคที่มันใช้ ไม่ได้พิศวาสอะไรมันสักกะนิด! (ไอ้เกรย์ครับไม่มีใครว่าอะไรมึงเลยนะ...) ผมนั่งดูไปจนเกือบหมด สมุดโน้ตเล็ก ๆ ของผมจดรายละเอียดเกี่ยวกับมันไว้เพียบ ผมจริงจังเรื่องเทรนมาก...พรุ่งนี้ผมจะเริ่มฝึกมันจริง ๆ ละ แอบตื่นเต้นแฮะ ผมห่างหายกับการจับนวมมาตั้งนานแล้ว


                หวังว่าทุกอย่างมันจะออกมาได้ด้วยดีนะ...สู้เว้ยเกรย์



                รุ่งเช้า

                ผมมาถึงค่ายมวยเวลา 8:30 น. จะว่าไปลืมบอกไอ้ออกศึกว่านัดกี่โมงไปเลยแฮะ ผมเดินเกาหัวแกรก ๆ ให้กับความเอ๋อของตัวเอง นัดอย่างดีแต่ลืมนัดเวลา แต่ผมก็ต้องหยุดเดินเมื่อเข้ามาในค่าย ได้ยินเสียงชกกระสอบทราย...ผมมองผู้ชายสูงตรงหน้าที่มือมีผ้าพันมือป้องกันนิ้วเรียบร้อย กำลังออกหมัดใส่กระสอบทราย เหงื่อหยดพราวเต็มไปหมด                

บ่งบอกให้รู้ว่ามันมานานแล้ว....ไอ้ออกศึกนั่นเอง การปล่อยหมัดเร็วและแรงกำลังพอจะล้มคู่ต่อสู้ได้ ทำให้ผมยืนมองอึ้ง

                จนเจ้าตัวมันหันมาหาผมที่ยืนอยู่ ออกศึกใช้แขนเช็ดเหงื่อที่กำลังจะไหลเข้าตามัน


                “วัวไม่ขยับครับพี่” ผมขมวดคิ้ว และถึงกับส่ายหน้าเอือมกับคำต่อมาของมัน “มอออออ นิ่งไง”


                เออ พูดมอนิ่งตั้งแต่ทีแรกก็จบแล้วไหม...


                “ตลกมากไหมมึง” ผมถาม มันขำ ซึ่งมันน่าขำตรงไหนของมันไม่ทราบ


                “ขำตรงที่มันไม่ขำนี่แหละครับ ผมมาเช้านะวันนี้...ไม่สาย ไม่เลทด้วย เพราะพี่ไม่ได้นักเวลา” มันเดินเข้ามาหาผมด้วยท่าทีกวนพร้อมย้ำในความเบลอของผม


                “เออ ๆ กูลืมเองแหละ มึงมานานแล้วรึไง”


                “มาถึงนี่เจ็ดโมงเช้าครับ” ออกศึกตอบ จนผมแอบคิดว่าคนอย่างมันตื่นเช้าเป็นด้วยเหรอ จริง ๆ มันไม่เช้าซะหน่อย ถ้าเป็นเด็กนักเรียนเขาพากันไปโรงเรียนหมดแล้วโว้ย เจ็ดโมงเนี่ย มันดูจะภูมิใจมากกับการตื่นเช้าในความคิดมโนของมัน  


                “เออพี่ พอดีผมเอาเสื้อผ้าไปซักแล้วลืมเอากระดาษตารางฝึกที่พี่เขียนไว้ออก มันเละเป็นโจ๊กไปแล้ว...” มันพูดอย่างนึกขึ้นได้ อ้าว ไอ้ฟาย...ผมทำอยู่ตั้งนานนะเว้ย นั่งขีด ๆ เขียน ๆ ทั้งวัน


                “ขออีกแผ่นได้มะ จะดูแลอย่างดีเลยคราวนี้” มันแบมือมาขอ ผมเลยเปิดกระเป๋าหยิบตารางที่นั่งทำมาใหม่เมื่อคืนออกมาให้มัน ออกศึกรับไปเก็บไว้ในกระเป๋ากางเกงที่มันถอดเปลี่ยนไว้ในล็อคเกอร์ นี่ถามันเอากางเกงไปซักแล้วมันเละเป็นโจ๊กอีก ผมจะคิดเงินมันแผ่นละร้อยไปเลย! คอยดู (หน้าเลือดมากครับ...) มันเดินกลับมาหาผมที่ยืนกอดอกรอมันอยู่

                “วันนี้เราจะฝึกอะไรก่อนล่ะครับ?”      


                “กูอยากดูเวลามึงป้องกันตัว ว่ามึงใช้เทคนิคอะไร...อะไรของมึง” ผมพูดอยู่ถึงกับผงะออกเมื่อมันก้าวเข้ามาใกล้ระยะประชิด ไอ้เชี่ย! คุยกันไกล ๆ ก็ได้ จะเขยิบเข้ามาใกล้ทำไม


                “ถ้าอยากดูผมใช้เทคนิคการป้องกันตัว ผมก็ต้องมีคู่ต่อสู้ก่อนนะครับ” มันผายมือเชิญให้ผมขึ้นไปบนสังเวียน มันจะประลองกับผมใช่ไหม...ออกศึกยักคิ้วจึก ๆ ใส่ผม


                “เชิญครับพี่เกรย์ ผมอยากดูฝีมือเทรนส่วนตัวของผมเหมือนกัน” มันยกยิ้ม


                “อยากเจ็บตัวมากใช่ไหม ถึงได้อยากดูฝีมือกู?” ผมทำเป็นอวดใส่ มันหัวเราะในลำคอ


                “เดี๋ยวมาดูกันครับ ว่าใครจะเจ็บ...” ผมมองแววตาคมตรงหน้า ก่อนจะเดินไปที่สังเวียน ผมยกมือไหว้แล้วลอดเข้าไปอยู่ในสังเวียนมวย ไอ้ออกศึกเดินตามเข้ามา เนื่องจากตอนนี้ยังถือว่าเป็นเวลาเช้าอยู่ พวกเด็กฝึกคนอื่นเลยยังไม่โผล่หน้ามาสักคน ทำไมพวกนั้นไม่มากันเร็ว ๆ วะ ผมไม่อยากอยู่กับไอ้นี่สองต่อสองเลย!


                “กลัวเหรอครับ นิ่งเชียว” มันยืนอยู่ตรงหน้าผมพร้อมกับเลิกคิ้วยียวน ภาษาชาวบ้านเขาเรียกกวนตีน ผมกอดอก


                “กลัวเชี่ยไร มึงไม่เห็นจะมีอะไรน่ากลัวสักนิด” ไม่น่ากลัวอะไรล่ะ...ดูแข้งมันสิครับ ใหญ่กว่าผมอีก


                ฮือ ไม่ได้เว้ยไอ้เกรย์ มึงต้องเข้มแข็งกว่ามัน กูเป็นเทรนนะเว้ย!


                ผมยกแขนขึ้นเตรียมชก กำกำปั้นแน่น ถึงผมห่างหายการต่อยมวยมานาน แต่ทฤษฏีทุกอย่างของผมยังแน่น! ออกศึกยืนชิวยิ่งกว่าผมอีก แม่ง...


                “ถึงผมจะหล่อ ผมก็มีเบื้องลึกที่อันตรายเหมือนกันนะครับ กลัวผมหน่อยก็ได้” มันพูดขี้เล่นคล้ายกับหยอกสาว เอาคำพูดพวกนี้มาใช้กับผมทำเพื่อ...


                “พูดมากไอ้สัด จะเข้ามาก็เข้ามา!” ผมสั่ง มันตั้งท่าเตรียมชก ผมต้องตั้งหน้าตั้งตาหลบหมัดมันใช่ไหม ถ้ามันสวนกลับมาหาผม หมัดแรกที่ผมปล่อยออกไปใส่ ไอ้ออกศึกหลบทัน แถมยังเร็วมาก ผมเลือกจุดสำคัญคือตรงท้องมัน


                ผมจะต่อยถึงกับชะงักเมื่อมันหลบหลีกและฉุดผมให้ล้มลงไปกับพื้น จริง ๆ เรียกว่ามันทุ่มผมลงจะดีกว่า


                หลังกูกระแทกเต็ม ๆ ...

** **

พรึบ**! ตุบ...**

                “เฮ้ย!! ไอ้เชี่ยยย ไรวะ...” ผมโวยกับร่างสูงที่กำลังคร่อมผมไว้อยู่ ออกศึกกระตุกยิ้มล็อคมือผมไว้สองข้าง


                “อ้าว ก็พี่บอกอยากดูผมป้องกันตัวไงครับ ตั้งใจจะเก็บข้อมูลผมจนไม่มีสมาธิเลยนะ...พี่พลาด” มันพูดเหมือนชนะ ผมกระตุกยิ้ม ไอ้อ่อนเอ๊ย...รู้จักกูน้อยไปละ

ผมเลื่อนตัวเองออกจากการจับกุมของมัน และยกขาข้างหนึ่งพาดไว้บนไหล่ของมัน ออกศึกชะงักเล็กน้อยกับการกระทำอันรวดเร็ว (กูก็ไวได้เหมือนกันเว้ย!) จังหวะที่มันเผลอผมใช้แรงของขาผมบวกกับเทคนิคทำให้มันล้มพลิกเป็นผมคร่อมมันแทน! ว่ะฮ่า...เทคนิคนี้ใช้ได้!


                “ฮ่า! เป็นไงล่ะ ไอ้อ่อน ทฤษฎีกูแน่น! เฮ้ย...” ผมกำลังจะอวดซะหน่อยกลับโดนไอ้ออกศึกพลิกกลับลงไปอยู่ข้างล่างอีก พวกเรากลิ้งไปมาอีกรอบ ผมชะงักกับใบหน้าคมอยู่ห่างไม่ถึงคืบพร้อมกับคำกวนที่มันพูดออกมา


                “หึ ผมเน้นปฏิบัติครับ ไม่เน้นทฤษฎี” ผมปล่อยหมัดไปตรงหน้า มันกำหมัดผมไว้จนมิด...มือมันทำไมใหญ่จังวะ การป้องกันตัวมันยังดีเหมือนเดิมเลยแฮะ แสดงว่าจุดนี้ผมไม่ต้องเน้นเพิ่ม แต่เทคนิคมันยังใช้อันเดิม ๆ อยู่ ผมคิดไปด้วย ผมจะยกขาเตะจุดศูนย์กลางของมัน


ไอ้ออกศึกก็พลิกตัวผมไปอยู่ข้างบนมันแทนอย่างรวดเร็ว มันไม่ปล่อยให้ผมทำร้ายมันได้ ถือว่าป้องกันตัวผ่าน...


                “โอเค! พอแล้ว มึงแสดงให้กูเห็นแล้วว่าการป้องกันมึงเป็นยังไง ไอ้เชี่ย มึงทำอะไร ปล่อย...” ผมบอกแต่ต้องหยุดกึกกับมือหนาที่เลื่อนมาประคองเอวสองข้างของผมไว้


                “เอวคอดจัง ผมกำมือเดียวก็แทบรวบได้หมดอ่ะ” มันพิจารณา เรื่องของเอวกูไหมล่ะ!! เกี่ยวอะไรกับมึงงงง...ใครใช้ให้มึงมาจับเอวกู ผมจะผละเอาออกเป็นจังหวะที่ไอ้พวกเด็กฝึกทั้งหลายแหล่ ลูกน้องไอ้ออกศึกมันเข้ามาจังหวะนี้พอดี


                ผมนั่งคร่อมอยู่ข้างบนไอ้ออกศึก แถมมันยังประคองเอวผมไว้ และพวกเราสองคนมีสภาพเหนื่อยและหอบ พวกเด็กฝึกมันพากันเดินเข้ามามองตาปริบ ๆ


                “เออ...เฮียกับพี่เกรย์ พวกผมไม่ได้จะมาขัดจังหวะนะครับ” พวกมันพูดแค่นั้นแหละ ทั้งผมและออกศึกเด้งตัวออกห่างจากกันทันที พร้อมกับคำปฏิเสธ

                “อะไรของพวกมึง กูกำลังฝึกให้ไอ้ออกศึกอยู่!” ผมบอก ตามมาด้วยเสียงไอ้ออกศึก


                “เออใช่ พี่เขาฝึกเรื่องการป้องกันตัว” ดูหน้าไอ้พวกนั้นดิ มันจะทำหน้าล้อทำไมวะ ก็ฝึกไง เห็นไหม!!


                “อ๋อ ฝึก ๆ ครับ พวกผมเห็น คิก ๆ” คิกพ่องไรของพวกมัน...สายตาไอ้พวกนี้มันต้องคิดอะไรแผลง ๆ ไปไกลแล้วแน่ ๆ ดูหน้าตาแต่ละคนกวนตีนมาก


                “พวกมึงมาก็ดีละ จะได้มาอยู่ฝึกกับไอ้ออกศึก กูจะวางตารางให้พวกมึงฝึกไปพร้อม ๆ กันเลย ส่วนของมึงเข้มกว่าของคนอื่น” ผมหันไปจัดแจง และได้รับเสียงล้อกลับมาจากไอ้พวกเด็กฝึกหัด


                “โหย เฮียมีสิทธิ์พิเศษด้วยเหรอครับเนี่ยพี่เกรย์” ไอ้ออกศึกยักคิ้วให้ลูกน้องมัน


พวกมึงสติดีกันรึเปล่า...บ้ากันทั้งลูกพี่ลูกน้อง


                “อยากโดนกูสั่งทำโทษรึไง! ไปเตรียมใส่ที่พันมือได้แล้วพวกมึง ชักช้า” ผมสั่งเสียงเข้มใส่ พวกมันสะดุ้ง (จริง ๆ มันแกล้งสะดุ้งต่างหาก เสียงผมมันโหดที่ไหนล่ะ...) แต่ก็ขอบใจที่ยังแกล้งกลัวกู


                โปรแกรมที่หนักกว่าคนอื่นหน่อย ดูจะเป็นของออกศึก ก็แหงล่ะ มันจะไปแข่งระดับจังหวัดเพื่อไปคัดระหว่างภาค เหลือเวลาอีกไม่นานครับ เห็นว่าครั้งนี้ป๊าของมันอยากให้มันลงแข่งมาก จากการที่มันห่างหายไปนานหลายปี อ้อ จะว่าไปวันนี้ป๊าของมันเรียกผมไปประชุมนี่ (แบบว่าป๊าบอกถ้าไอ้ออกศึกมันเป็นยังไงบ้าง ไม่เชื่อฟังอะไรก็ไปรายงานป๊าแกได้) 


                ตุบ**! ตุบ ปึ่ก ปึ่ก**

                เสียงการปล่อยหมัดใส่กระสอบทรายบวกกับการเตะดังระงมมาได้สักพัก ผมนั่งมองพวกมันฝึกซ้อมกัน ผมยังเชื่ออยู่เหมือนเดิมว่าคนที่อยู่ในค่ายนี้มีฝีมือกันทั้งนั้น แค่ขาดวินัยนิดหน่อยก็เท่านั้น เนื่องจากขาดเทรนมานำ เลยทำให้พวกมันอาจขี้เกียจไปบ้าง แต่ผมดู ๆ แววพวกมันแล้ว ถ้าสั่งให้ฝึกก็ตั้งใจพอสมควรครับ


                ผมนั่งจดอะไรยุกยิกอยู่คนเดียว ปล่อยให้พวกมันซ้อมกันไปเพราะผมวางตารางไว้ให้แล้ว


ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหน แต่มันล่วงเลยไปถึงบ่ายกว่า ๆ ผมรู้สึกถึงร่างสูงที่มานั่งลงเก้าอี้ข้างผม ไม่ใช่ใครที่ไหน ไอ้ออกศึกเหงื่อเปียกโชก มันเอาผ้าซับ ๆ พร้อมกับยกยิ้มหล่อ ยิ้มหาเชี่ยอะไร...ถ้าเป็นสาวมาเห็นคงได้กรี๊ดสลบตรงนี้แหละครับ แต่โทษทีกูไม่ใช่ผู้หญิงครับ...กูก็เลยไม่กรี๊ด


                “คนอื่นเขาหนีไปกินข้าวหมดแล้ว พี่ไม่ไปกินเหรอ หรือ...รอผม?” มันถามขี้เล่น ผมเลยเงยหน้ามอง


อ้าว...พวกเด็กฝึกหายไปหมดจริงด้วยว่ะ...ไปตอนไหนกัน     

                “เปล่า ใครรอมึงมโนจริง ๆ กูแค่จดอะไรเพลินก็เท่านั้นแหละ...” ผมว่า มันทำหน้าแบบว่ากวนสุด ๆ ออกศึกยกน้ำขวดดื่มจนหมดรวดเดียว กินเร็วมาก ท่าทางจะกระหายน้ำ....แล้วนี่ผมไปจ้องมันกินน้ำทำไม


                “เพลินน่าดูเลยนะครับ เห็นตั้งใจจดมาก ไอ้พวกนั้นท่าทางมันจะไม่กลับมาซ้อมให้พี่แล้วล่ะ ไปกินข้าวก็หายไปเลย” ไอ้ออกศึกมันบอกแบบรู้นิสัยลูกน้องของมัน ผมไม่ได้ว่าจะซ้อมต่อซะหน่อย แต่เดี๋ยว...มันรู้ได้ไงว่าผมตั้งใจจดมาก


                มันมองผมเหรอ ผมเงยหน้ามองแววตาคมที่มองสมุดพกของผม ผมรีบปิดพรึบทันที เพราะมันมีแต่ประวัติของไอ้ออกศึกน่ะสิ...


                “กูไม่ได้บอกว่าจะให้ซ้อมต่อ ซ้อมวันละนิดไปก็แล้วกัน แต่สำหรับมึงต้องซ้อมบ่อย ๆ ทุกวัน กูจะไปธุระซะหน่อย มึงกลับไปนอนพักผ่อนตามสบายของมึงก็แล้วกัน” ผมบอกยาว ๆ พร้อมกับสะพายกระเป๋าเป้ แต่ยังไม่ทันได้ลุก มือหนาดึงข้อมือของผมไว้ก่อน  มึงมาดึงมือกูไว้ทำไมมมมมม...


                “อ้าว คิดว่าจะไปกินข้าวเป็นเพื่อนผมซะอีก” ผมเลิกคิ้วและดึงข้อมือออกจากมัน


                “อะไร มึงจะไปกินก็ไปกินคนเดียวสิ ไม่เห็นจะเกี่ยวกับกูสักนิด” ผมลุกขึ้น มันลุกตามแถมยังเดินตามผมออกมาติด ๆ โวะ ไรวะ


                “พี่จะไปธุระที่ไหน ? ไปทำอะไร” ออกศึกถามพลางหยิบกระเป๋าเป้ของมันที่วางอยู่มาด้วย ผมก้าวเร็ว ๆ ออกไปจากค่าย “พี่เกรย์ ตอบมาสิครับ จะไปไหน” มันจะอยากรู้ไปทำไม... ผมหันกลับไปมองมันที่หยุดเดินเมื่อเห็นผมหยุด


                “กูจะไปไหน แล้วเกี่ยวอะไรกับมึง?” ผมถาม ออกศึกทำหน้าคิด เออ...มึงไหวไหม


                “ก็ไม่ค่อยเกี่ยวหรอก แต่ยังไงพี่ก็เป็นเทรนไง ไปไหน ขอรู้ไม่ได้เหรอ” มันถามหน้าด้าน ๆ แบบอยากรู้มากว่าผมจะไปไหน กูจะไปหาป๊าของมึงไง เรียกไปรายงานความประพฤติของมึง...


                “ไม่ ไม่บอก”


                “โหย แอบไปหาแฟนเหรอ” ไอ้ออกศึกมันถามยิ้ม ๆ ผมขมวดคิ้ว ไอ้นี่มันพูดถึงเรื่องแฟนอีกละ


บอกว่ายังโสด ยังซิงเว้ย!! ...โอ๊ะ อันหลังไม่เกี่ยวเอามาทำไมครับไอ้เกรย์....


                “กูบอกว่าโสด ความจำเสื่อมรึไง คุยกับมึงเสียเวลาชะมัด กูไปละ” ผมกำลังจะเดินไป แทบอยากกระโดดถีบปากของไอ้ออกศึกอยู่แล้ว กับประโยคกวนตีนที่มันพูดออกมา


                “ทำไมพี่ไม่มีล่ะครับ หรือว่าพี่ดุไปงี้เหรอ...” ผมหันไปเจอรอยยิ้มมุมปากของมัน โว้ย คุยกับไอ้นี่ประสาทจะกินจริง ๆ แล้วผมไปสนใจฟังมันทำไม ผมได้ยินเสียงมันหัวเราะตามหลังมาแค่นั้น มันไม่ได้คิดจะตามผมมา


                พอดีแหละครับผมไปหาป๊าของไอ้ออกศึกมัน กะว่าจะถามซะหน่อยว่า ไอ้นี่มันมีปัญหาเรื่องเป็นประสาทรึเปล่า ผมอาจจะโดนไล่ออกได้ ไปกล่าวหาลูกชาวบ้านเขา ผมขึ้นแท็กซี่มาที่บ้านใหญ่ของออกศึกตามที่ได้นัดไว้ ผมถูกเชิญเข้าไปในบ้านก็เจอม๊าของออกศึกยืนยิ้มรอผมอยู่ เอ๋?...



                “มาแล้ว! เหนื่อยไหมจ๊ะ เดินมาไกลไหม มายังไงเอ่ย? ขึ้นแท็กซี่หรือออกศึกมาส่ง” ผมยกมือไหว้ผู้ใหญ่และรับคำถามที่ม๊าออกศึกถามรัวมา


                “ม๊าใจเย็น ๆ หน่อย ไงเกรย์ เป็นยังไงบ้างล่ะ ไอ้ออกศึกมันยอมไปฝึกรึยัง เห็นมันออกไปตั้งแต่เช้า ถือว่าเจ๋งมากที่มันยอมออกไปซ้อมมวยอีกครั้ง” ป๊าของออกศึกเดินออกมาโอบไหล่ม๊าไว้ โห...น่ารักมาก


                “ครับ ออกศึกยอมมาซ้อมแล้วล่ะครับ มันยังฝีมือดีเหมือนเดิมมาก ถ้าฝึกต่ออีกหน่อยน่าจะพร้อมแข่ง” ผมบอก


                “อืม ดีแล้วล่ะ ป๊าอยากให้มันไปทำความฝันของมันให้สำเร็จสักที...ยังไงฝากมันไว้กับเกรย์ด้วยนะ ป๊าเชื่อว่าป๊าไว้ใจเกรย์ได้...” ผมยิ้มแห้ง ๆ ป๊าไว้ใจผมได้ครับ...แต่ไอ้ลูกชายของป๊ามันจะยอมฟังผมสักแค่ไหนกันเชียว


                ผมมารับตารางแข่งที่ป๊าออกศึกทำเอกสารไว้ให้เรียบร้อย และคุยเรื่องนัดแข่งนิดหน่อย ผมมองนาฬิกาที่มันจะบ่าย 4 โมงแล้ว ผมเลยขอตัวกลับก่อน เดี๋ยวไปจ๊ะเอ๋กับไอ้เชี่ยออกศึกที่กลับมาบ้านจะวุ่นวายอีก ผมไม่อยากให้มันรู้ว่าผมมาที่บ้านมันไง เลยไม่ได้บอก...


ผมออกมาจากบ้านออกศึกพร้อมกับกล่องขนมคุกกี้ที่ม๊าของออกศึกทำไว้ ตอนแรกผมบอกว่าไม่เป็นไรครับ      ผมเกรงใจ แต่ม๊าบอกว่าตั้งใจทำไว้ให้ผมเอากลับไปกิน เห็นบอกว่าเป็นน้ำใจเล็กน้อยที่ช่วยดูแลลูกชาย เออ...ผมยังไม่ได้ช่วยดูแลอะไรไอ้ออกศึกเลย แต่ด้วยความที่ไม่อยากปฏิเสธก็เลยรับมาไว้โดยปริยาย


                ผมเลือกที่จะขึ้นแท็กซี่กลับ มาตั้งไกล...ปกติผมไม่ค่อยนั่งหรอกแท็กซี่มันค่อยข้างเปลือง แต่หลัง ๆ มาหลังจากหาเงินได้บ้าง เลยขึ้นบางครั้ง เวลาที่ต้องไปไหนมาไหนไกล ๆ ถ้าเป็นปกติผมปั่นจักรยานเอาครับ ใช้เวลาไม่นานผมก็มาถึงบ้าน ผมจ่ายให้พี่โชเฟอร์ และเหมือนเห็นรถคันคุ้นตาแวบ ๆ ขับผ่านไปก่อนที่ผมจะลงจากรถ


                รถใครวะ...คุ้นตาเหมือนเคยเห็น ผมคิดไปก็เท่านั้น จำไม่ได้อยู่ดี ผมเดินเข้าไปในบ้านและต้องแปลกใจกับถุงข้าวของเยอะแยะเต็มไปหมด แม่ของผมกำลังเก็บมันวางรวม ๆ ไว้ตรงโซฟา


                “อ้าว เกรย์กลับมาแล้วเหรอ สงสัยจะสวนทางกับรุ่นน้องลูกแน่เลย” ผมยกมือไหว้แม่ คิ้วของผมขมวดเป็นปม


                “ของอะไรเยอะแยะครับแม่ แล้วรุ่นน้องอะไร?” ประโยคคำตอบจากแม่ทำให้ผมหันขวับไปมองถุงของที่ถูกซื้อมาทั้งหมด


                “เห็นเขาบอกว่า ชื่อ ออกศึก นะ เขาบอกว่าลูกไปเป็นเทรนให้เขา” หา...เชี่ยยย มันรู้บ้านผมได้ยังไงวะ!!? ผมไม่เคยบอกนี่ เคยแต่กรอกลงประวัติตอนสมัครงาน


                “เห็นเขาบอกอยากเอาของพวกนี้มาให้ลูกน่ะ แม่เลยให้เขาวางไว้แถวนี้” แม่ว่าต่อ


                ผมมองถุงของแบรนด์เนมมีราคาไม่ต่ำกว่าหลักพันทั้งนั้น ผมเหลือบดูมันเป็นพวกเสื้อเชิ้ตกับกางเกงใส่เล่นสบาย ๆ แบบมีราคาทั้งนั้น มันซื้อมาให้ผมทำไมเยอะแยะขนาดนี้?? ผมไม่ได้อยากได้สักนิด ยิ่งถ้าเป็นของแพง ๆ ผมไม่มีทางเอาเด็ดขาด จู่ ๆ ใครมันจะมาซื้อของแพงให้กันแบบนี้ครับ บ้าไปแล้ว


                “แม่ยังไม่ได้แกะของถุงไหนออกใช่ไหมครับ” ผมถามพลางรวบ ๆ ถุงแบรนด์เนมตรงหน้า แม่พยักหน้า


                “ค่ะ แม่ยังไม่ได้แตะอะไรเลย เกรย์จะเอาไปเก็บเข้าตู้เหรอ แม่ช่วยไหม?”


                “ไม่ครับ ผมจะเอาไปคืนมัน”


                “อ้าวทำไมล่ะคะ? เกรย์ไม่ชอบเสื้อผ้าพวกนี้เหรอลูก” แม่ผมถามอย่างแปลกใจ


                “ไม่ชอบครับ เขามาคุยอะไรกับแม่บ้างอ่ะ มีความจำเป็นอะไรต้องมาซื้อของแพงพวกนี้ให้ผมด้วย ไว้ใจไม่ได้ชัด ๆ มันจะมาดูถูกว่าผมไม่มีเงินซื้อเหรอ?” ผมบ่น มือถือถุงจะเอาเข้าไปไว้ในห้องก่อน เดี๋ยวค่อยเอาไปคืนไอ้เชี่ยออกศึกพรุ่งนี้


                “แม่ว่าน้องเขาก็ดูเป็นคนดีมาก ๆ เลยนะเกรย์ ออกศึกคงไม่ได้คิดว่าจะดูถูกลูกหรอกนะ เห็นเขาบอกอยากซื้อให้ลูกจริง ๆ นะคะ” แม่ว่า ผมชะงัก ผมไม่เข้าใจไงว่าจะซื้อมาให้ผมทำไม! ผมไม่ต้องการไม่ได้ขอ....ผมถือของทุกอย่างไว้ในมือเรียบร้อย


                “ยังไงผมก็จะเอาไปคืนมันให้หมดครับ พรุ่งนี้ ผมไม่เอา ไม่อยากได้” ผมยืนยัน แม่เลยไม่ได้ขัดอะไร


                “แบบนั้นก็ได้จ๊ะ แม่ตามใจเกรย์อยู่แล้ว...แต่แม่จะบอกว่า น้องออกศึกเขาดูเป็นรุ่นน้องที่ดีของลูกมากเลยนะ    แม่รู้สึกได้...” แม่ผมว่า ผมกรอกตาไปมา แม่ยังไม่รู้ฤทธิ์ของไอ้หมาบ้าซะแล้วว่ามันโคตรกวน!


                “แม่ไปนอนเถอะครับ กินยารึยัง” ผมเปลี่ยนเรื่อง แม่ยิ้มบาง ๆ


                “ทานแล้วจ๊ะ ได้ลูกนี่แหละที่อยู่ข้าง ๆ ขอบคุณนะ ช่วงนี้ลูกเลยได้ทำงานคนเดียว...” ผมเข้าไปกอดแม่ทั้ง ๆ ที่ยังถือถุงของอยู่


                “ผมอยู่กับแม่แค่สองคน ทำไมผมจะไม่ห่วงแม่ล่ะ ไม่เป็นไรครับ ได้งานเป็นเทรน บ้านเราสบายขึ้นมาหน่อย          ค่าน้ำค่าไฟก็มีพอจ่าย แม่ไม่ต้องห่วงนะครับ ฝันดีครับแม่...” ผมบอกแค่นั้น ก่อนแยกย้ายไปนอน


                ผมขนไอ้ถุงกระดาษแบรนด์เนมมากองทิ้งไว้ข้างเตียง ยี่ห้อที่ติดอยู่ข้างถุงบ่งบอกว่าซื้อมาจากห้างใหญ่ ผมมองไล่ดูถุงอย่างไม่อยากจะแตะมัน แต่เหลือบไปเห็นถุงกระดาษสีขาวเขียนว่า Huawei  เฮ้ย...นี่มันยี่ห้อโทรศัพท์ไม่ใช่เหรอวะ? ผมมองอย่างชังใจนิดหนึ่ง ก่อนจะเอื้อมมาแง้มดู....ไอ้เชี่ย โทรศัพท์จริงด้วย มันซื้อมาให้ผมทำไม!! กูมีโนเกียโทรเข้าโทรออกได้ก็พอแล้ว....แฮะ คือตอนนี้ใช้โทรศัพท์แบบปาลงพื้นยังไม่แตก ทนมาก

ส่วนถุงอื่นเป็นเสื้อผ้าแบรนด์หรูทั้งนั้น เคยเห็นในโทรทัศน์ มันนึกครึ้มอะไรของมัน...ผมวางถุงลงไว้ที่เดิมข้างเตียงแต่ยังไม่ทันจะลุกไปอาบน้ำหรือทำอะไร เสียงโทรศัพท์ของผมดันดังขึ้น (แม้มันดูใกล้จะพังแต่มันก็ได้ยินสัญญาณชัดเจน!...) พอดีผมไม่ได้ติดโทรศัพท์ เลยไม่ได้ซีเรียสอะไรกับการใช้แบบนี้ ผมมองเบอร์ที่ไม่คุ้น


                “ครับ?” ผมรับสายด้วยความสุภาพเพราะไม่รู้ปลายสายคือใคร ก่อนได้ยินเสียงเข้มตอบกลับมา เป็นเหตุให้ผมเปลี่ยนน้ำเสียงโดยอัตโนมัติ


                (“รับสายได้ละมุนใจดีนะครับ”) เสียงไอ้ออกศึก!!


                “สัด!” ผมเอาโทรศัพท์ออกจากหูและดูเบอร์ที่ขึ้นอยู่ มันรู้เบอร์ผมได้ยังไงวะ!!...ผมกรอกไว้ในประวัติอีกนั่นแหละ นี่มันไปแอบดูประวัติผมมารึไง!....


                (“ฮ่า ๆ สัดเต็มหูเลย เปลี่ยนซิมใส่เครื่องใหม่ยังครับ”) หา...?


                “ซิมเชี่ยไร”


                (“โทรศัพท์ไง ที่ซื้อไปฝาก เอาซิมใส่สิครับ”) ผมขมวดคิ้ว กูจะไปทำตามที่มึงบอกทำไมไอ้ฟายยยย....


                “ทำไมกูจะต้องทำตาม เออ โทรมาก็ดี กูจะเอาของไปคืนมึงพรุ่งนี้ทั้งหมด กูไม่ต้องการ”


                (“ทำไมไม่ต้องการล่ะ”) มันถามแบบขี้สงสัย


                “ไม่ต้องรู้”


                (“อ้าว มันต้องมีเหตุผลสิ”) มันยังถามต่อ เออดี...ผมจะมานั่งเถียงกับมันทำไม


                “งั้นมึงซื้อของพวกนี้มาให้กูทำไม เหตุผล?” ผมถามกลับ มันเงียบไป


                (“ก็อยากซื้อให้พี่ไง”) ไหนเหตุผลของมึง...มันไม่มีน้ำหนักมากพอ แบบมันเหมือนจะมาติดสินบนอะไรผม มึงจะแอบอู้ใช่ไหม!! กูรู้ทัน...(คิดเองเออเองไปแล้ว)


                “เหตุผลไม่เพียงพอ กูไม่รับ กูจะเอาไปคืน แค่นี้ล่ะ บาย”


                (“อ้าว ก็อยากซื้อให้นี่ไม่เป็นเหตุผลเหรอ อย่าเพิ่งวางสิ”)


                “ทำไมต้องอยากซื้อ”


                (“หา...ก็...อยากซื้อก็คืออยากซื้อสิครับ ผมอยากซื้อให้พี่”)


                “มึงจะหาสินบน มาอู้การฝึกซ้อมกับกูใช่ไหม! ไอ้เชี่ยกูไม่รับของ ๆ มึง แค่นี้แหละ!” ผมว๊ากมันเข้าให้และได้ยินเสียงแว่ว ๆ ที่หลุดออกมาจากปากมัน


                (“ห๊ะ พี่รู้ทันได้ไงวะ...ฮ่า ๆ”) นั่นไง!! กูว่าแล้ว ไอ้เชี่ยออกศึกไว้ใจไม่ได้!!....

** **

ติ้ด ผมตัดสายทิ้งทันที และวางโทรศัพท์ไว้ตรงที่นอนพลางมองพวกถุงของทั้งหมด ผมจะเอาไปคืนมันให้หมดทุกอย่างเลยแม่ง!!....ไอ้คิดไม่ซื่อ


                แต่ผมดันเหลือบไปเห็นถุงขนม...ขนมไรอ่ะ ข้าวเกรียบกุ้งนี่หว่า ผมชอบนะผมเคยกินตอนเด็กมันอร่อยดี... เอาไปคืนแต่พวกเสื้อผ้ากับของแพง ๆ ก็ได้มั้ง ส่วนขนมน่าจะเป็นไร...ถึงผมจะลังเลว่าจะกินดีไหม แต่มือผม...ไปหยิบขนมมันนั่งเคี้ยวตุ้ย ๆ เรียบร้อย


                กรุบกรอบมาก...





=====================100%===============

​ขอบคุณคอมเมนต์เเละกำลังใจดีๆจากคนอ่านที่น่ารัก

ออกศึกเขาเน้นปฏิบัติค่ะ ไม่เน้นทฤษฏี ><

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น