หอหมื่นอักษร

ยามเมื่อเมฆฝนพัดผ่าน สองเราจะฝ่าฟันมันไปด้วยกันนะ...

ตอนที่ 68 คุณครูตาขีด / ตอนที่ 69 สั่งสอนคุณครู

ชื่อตอน : ตอนที่ 68 คุณครูตาขีด / ตอนที่ 69 สั่งสอนคุณครู

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ม.ค. 2561 15:39 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 68 คุณครูตาขีด / ตอนที่ 69 สั่งสอนคุณครู
แบบอักษร



ตอนที่ 68  คุณครูตาขีด

ที่จริงคุณครูตาขีดสอนได้สนุกและมีอารมณ์ขันมาก แต่ทว่าสำหรับอวิ๋นตั่วแล้ว คณิตศาสตร์ไม่สนุกเลยจริงๆ อดทนไปได้สิบนาที ก็ทนต่อไปไม่ไหวแล้วจริงๆ เธอจึงตั้งหนังสือขึ้น แล้วแอบนอนหลับหลังหนังสือนั้น

ขณะที่กำลังหลับสบายอยู่นั้น ก็โดนนิ้วจิ้มที่หลังทีหนึ่ง อวิ๋นตั่วสะดุ้งตกใจ “อ๊ะ...” เธอร้องแล้วลุกขึ้นมา

คุณครูตาขีดมองอวิ๋นตั่วแล้วพูดว่า “เธอจะตอบคำถามข้อนี้เหรอ?”

คิ้วของอวิ๋นตั่วขมวดพันกัน เพราะแม้แต่คำถามเธอยังไม่รู้เลย แล้วจะไปตอบได้ยังไงกัน?

เซียวเซียวหยิบหนังสือมาบังหน้า แล้วหันหัวมากระซิบบอกอวิ๋นตั่ว “นักคณิตศาสตร์” (นักคณิตศาสตร์ ในภาษาจีนออกเสียงว่า ‘ชู่เสว่เจีย’ )

อวิ๋นตั่วฟังไม่ชัด “ชู่...ปู้...ชิง”  ซึ่งคำว่านักคณิตศาสตร์นี้ออกเสียงคล้ายกับคำว่า ‘ชู่ปู้ชิง’

คุณครูตาขีดได้ยินผิด จึงพูดขึ้นว่า “ถูกแล้ว ชู่ปู้ชิงคนหนึ่ง แล้วใครอีก?”

สมองของอวิ๋นตั่วมีแต่น้ำแท้ๆ แล้วชู่ปู้ชิงคือใครกัน? ทำไมถึงนับเป็นหนึ่งคน? แล้วยังมีใครอีกล่ะ? อีกคนคือใคร?

เซียวเซียวจึงเขียนคำตอบลงในกระดาษให้เธออ่าน “หัวลัวกง เฉินเสิ่งเซิน หลิวฮุย”

อวิ๋นตั่วมองแล้วอ่านเหมือนกำลังอยู่ในความฝัน “หัวลัวคัง เฉินเซินเซิน หลิวเวย”

เซียวเซียวทอดถอนใจอย่างสิ้นหวัง

คุณครูตาขีดรู้สึกโกรธถึงขีดสุด “ไม่ถูกสักคน ตอนเรียนเธอมัวทำอะไรอยู่?”

“ครุ่นคิดปัญหาอยู่ค่ะ” อวิ๋นตั่วตอบ

“ตอนเรียนไม่ตั้งใจฟัง มัวแต่ครุ่นคิดปัญหาอะไรอยู่?”

อวิ๋นตั่วตอบ “คุณครูอีคะ...คุณครูพูดแบบนี้ไม่ถูกนะคะ...” (ฉายาของคุณครูตาขีดในภาษาจีน ออกเสียงว่า ‘อีเสี้ยนเทียน’ )

เธอยังไม่ทันพูดจบ ตาขีดก็แทรกขึ้นมาก่อนว่า “เธอเรียกครูว่าอะไรนะ?”

“อี...” แล้วอวิ๋นตั่วก็อึ้งไป ตาขีดคือฉายาของเขา และแซ่ของเขาเขาคงไม่ใช่ 'อี' แน่ เธอรีบร้อนก้มลงถามเซียวเซียว “เขาแซ่อะไรนะ?”

“แซ่อ้าย (ซิ่งอ้าย)” เซียวเซียวบอก (อ้ายในทีนี้เป็นแซ่ของคนจีน เขียนว่า 艾 แต่อวิ๋นตั่วเข้าใจผิดว่าเป็นตัวอักษรอ้าย 爱 ที่แปลว่ารัก ส่วนคำว่าแซ่ ในภาษาจีนออกเสียงว่าซิ่ง)

อวิ๋นตั่วฟังผิด จึงนึกสงสัยว่ามีคนที่แซ่ ‘ซินอ้าย’ ด้วยเหรอ? แต่ช่างเถอะ เรียกไปก่อนแล้วค่อยว่ากัน “คุณครูซินอ้ายค่ะ”

เพื่อทั้งห้องต่างพากันหัวเราะเกรียวกราวขึ้นมา จื่อเถิงยิ่งหัวเราะจนเอามือตบต้นขาตัวเอง

คุณครูตาขีดโกรธจนควันออกจมูก “พอหมดคาบแล้ว เธอมาพบครูที่ห้องพักพักครูด้วย!”

อวิ๋นตั่วตำหนิเซียวเซียว “ทำไมเธอไม่พูดให้ชัดกว่านี้หน่อย?”

เซียวเซียวรู้สึกว่าไม่ยุติธรรมกับเธอมาก “ฉันยังพูดไม่ชัดอีกเหรอ เธอนั่นแหละที่ฟังไม่ชัดเอง”

“เธอก็เขียนลงบนกระดาษได้นี่” อวิ๋นตั่วว่า

เซียวเซียวพูดแบบน้ำเสียงไม่ค่อยดีนัก “ฉันเขียนใส่กระดาษ เธอยังตอบไม่ถูกเลย ตอบชื่อสามคนนั้นไม่ถูกสักคน ถ้านักคณิตศาสตร์พวกนั้นได้ยินเธอเรียกชื่อพวกเขาผิดแบบนี้นะ จะต้องปีนหลุมศพขึ้นมาคิดบัญชีกับเธอแน่ เชื่อไหมล่ะ?”

อวิ๋นตั่วโดนเซียวเซียวว่าจนขนลุก “ก็ฉันก็ไม่ได้ตั้งใจนี่ เธอเขียนตัวเล็กไป”

“ยังจะโทษฉันอีก ต่อไปนี้ฉันจะไม่ช่วยเธอแล้ว!”

“เห็นคนลำบากแล้วไม่ช่วย ไม่มีศีลธรรมเลย เธอไม่ใช่คนแบบนั้นนี่”



อวิ๋นตั่วเข้าห้องพักครูอีกครั้งแล้ว

“อวิ๋นตั่ว เธอเข้ามาทำอะไรอีก?” ฟางเจี้ยนเวยแทบไม่อยากเชื่อ

คุณครูตาขีดจึงพูดว่า “ตอนเข้าเรียนใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว เรียนมาจนป่านนี้แล้ว เธอยังไม่รู้เลยว่าประเทศจีนมีนักคณิตศาสตร์คนไหนบ้าง คุณครูลองคิดดูสิ ปัจจุบันมีเงื่อนไขพร้อมให้พวกเธอได้เรียนอย่างสบายขนาดนี้ พวกเธอยังไม่ตั้งใจเรียนอีก รู้สึกผิดต่อพ่อแม่บ้างไหม? พวกเขาพยายามหาทางส่งพวกเธอมาเรียนที่โรงเรียนเรา ถ้ารู้ว่าตอนอยู่โรงเรียนไม่ตั้งใจเรียนเลย เขาจะเสียใจขนาดไหน? ห๊ะ!”

“คุณครูคะ หนูว่าคุณครูพูดถูก แต่คุณครูจะพูดว่าหนูไม่ตั้งใจเรียนเพียงเพราะไม่รู้ชื่อนักคณิตศาสตร์ไม่ได้นะคะ หนูว่าการรู้จักหรือไม่รู้จักนักคณิตศาสตร์ มันไม่เกี่ยวกับการเรียนคณิตศาสตร์ได้ดีนะคะ เช่นหลิวฮุยก็อาจจะไม่รู้จักหัวลัวกงกับเฉินเสิ่งซินก็ได้ เพราะตอนนั้นคนรุ่นหลังยังไม่เกิด แต่นี่ก็ไม่ได้ส่งผลต่อพื้นฐานในการเป็นนักคณิตศาสตร์ของเขานี่ ถูกไหมคะ?” อวิ๋นตั่วว่า

“ตอนนี้พูดจามีเหตุผล แต่เมื่อกี้ทำไมตอบผิดเป็นหลิวเวยแล้วล่ะ”

“หนูพูดผิดค่ะ” อวิ๋นตั่วอธิบาย

“พูดผิดติดต่อกันสามคนเลยเหรอ”

“มันตื่นเต้นค่ะ ลิ้นก็เลยคับปาก” อวิ๋นตั่วแก้ตัว

“พูดจาเหลวไหลให้มันน้อยๆ หน่อย ตอนเรียนไม่ตั้งใจฟังครูสอน มัวแต่ทำอะไรอยู่ล่ะ?”

“หนูกำลังครุ่นคิดปัญหาอยู่จริงๆ นะคะ หนูรู้สึกว่าวิชาความรู้ แบ่งเป็นสองส่วน การฟังเป็นแค่ส่วนหนึ่งของความรู้ การครุ่นคิดก็เป็นส่วนหนึ่งของวิชา ความรู้สำคัญมาก แต่นั่นเป็นการรับสารอย่างเดียว วิชาต่างหากล่ะที่เป็นกระบวนการค้นหาด้วยตัวเอง การครุ่นคิดจึงสำคัญมาก ถูกไหมคะ?” อวิ๋นตั่วว่า

“งั้นเธอบอกครูมาสิ ว่าเธอกำลังครุ่นคิดอะไร” คุณครูถาม

“หนูกำลังคิดว่า ทำไมนิวตันถึงค้นพบกฏแรงดึงดูดตอนลูกแอปเปิ้ลตก” อวิ๋นตั่วตอบ

“เธอรู้สึกว่าเขาโชคดีใช่ไหมล่ะ?”

“ไม่ใช่แน่นอนค่ะ เพราะโอกาสมีไว้สำหรับคนที่เตรียมตัวมาดีเท่านั้น”


--------------------​----------​----------​----------​



ตอนที่ 69  สั่งสอนคุณครู

นับว่าฟางเจี้ยนเวยได้เปิดหูเปิดตาแล้ว เธอไม่เคยเห็นนักเรียนคนไหน ที่อยู่ต่อหน้าคุณครูแล้วสงบเยือกเย็น ไม่สะทกสะท้านแบบนี้มาก่อนเลย

คุณครูตาขีดรู้สึกโกรธมาก ถ้าฟางเจี้ยนเวยไม่ให้อวิ๋นตั่วออกไป เป็นไปได้มากว่าเขาจะโดนอวิ๋นตั่วสั่งสอนเข้าแล้ว

“ครูฟางปล่อยเธอไปทำไมครับ เด็กประเภทนี้น่ะ อาศัยว่าบ้านตัวเองมีเงิน เลยไม่เคารพผู้ใหญ่ ควรจะสั่งสอนเธอสักหน่อยนะครับ” คุณครูตาขีดจิบน้ำชาอึกหนึ่ง รู้สึกโกรธจนหน้าเป็นสีเหมือนตับหมู

“คุณครูจะสอนเธอยังไงคะ สอนให้เธอเชื่อฟังและทำตามเหรอคะ” ฟางเจี้ยนเวยถาม

“ถ้าเถียงครูแบบนี้ โดนตีสักหน่อยจะเป็นไรไปล่ะ เด็กๆ ทุกวันนี้ สู้เด็กยุคก่อนไม่ได้ นั่นก็เพราะอะไรกันล่ะ? ก็เพราะที่บ้านเอาแต่ประคบประหงมจนตีไม่ลงไง ครูก็ไม่กล้าตี ไม่รู้จักว่าอะไรคือกฎระเบียบ โบราณว่าไว้ ถ้าไม่มีกฎระเบียบ ก็ไม่มีวินัย”

“แต่ดิฉันว่าเที่เธอพูดก็มีเหตุผลมากนะคะ วิชาความรู้ ไม่ใช่แค่การเรียน แต่ต้องมีการตั้งคำถามด้วย ระบบการศึกษาของเราตอนนี้สอนให้เรียนอย่างเดียว แต่ไม่ให้ตั้งคำถาม” ฟางเจี้ยนเวยกล่าว

คุณครูตาขีดหัวเราะขึ้นมาแล้วพูดว่า “เธอเพิ่งจบออกมาจากมหาวิทยาลัย ยังเป็นพวกอุดมคตินิยมอยู่ รอให้ผ่านไปสักพักก่อนเถอะ แล้วเธอก็จะรู้เองว่าสิ่งที่เธอคิดมันยากเกินที่จะอยู่ในโลกความจริงได้ ในประเทศเรา อัตราการศึกษาต่อต่างหากล่ะที่มีอิทธิพล ถ้าไม่มีอัตราการศึกษาต่อ ก็ไม่มีอะไรทั้งนั้นแหละ โรงเรียนของพวกเราน่ะ หลายปีมานี้ผู้ปกครองต่างก็แย่งกันส่งลูกหลานมาเรียน เธอดูแถวที่ต่ออยู่หน้าประตูโรงเรียนตอนเปิดเทอมสิ บางทีก็ยาวถึงหน้าบ้านครูใหญ่เลย ญาติๆ ที่ไม่ได้ติดต่อกันมานานของคุณครู จู่ๆ ก็โผล่มา แม้แต่ลูกหลานของคุณลุงที่เฝ้าประตูโรงเรียนยังมาตั้งหลายคนเลย นั่นเพราะอะไรกันล่ะ? เป็นเพราะอุปกรณ์อำนวยความสะดวกของโรงเรียนเราดีเหรอ? หรือเป็นเพราะสภาพแวดล้อมของที่นี่? ไม่ใช่ทั้งนั้นแหละ แต่มันเป็นเพราะอัตราการศึกษาต่อมหาลัยไง!”

ฟางเจี้ยนเวยเริ่มจมอยู่กับความคิด

ทางฝั่งอวิ๋นตั่วนั้นก็เดินกลับมาที่ห้องด้วยชัยชนะอีกครั้ง จื่อเถิงถึงกลับดันแว่นตาของตัวเอง เพราะกลัวมันจะตกลงมา

“ทำไมออกมาเร็วขนาดนี้ล่ะ เธอไม่ได้โดนตีเหรอ?” จื่อเถิงถาม

อวิ๋นตั่วเอียงคอถาม “โดนตีเหรอ จะเป็นไปได้ยังไง?”

“ฉันได้ยินมาว่าคุณครูตาขีดนั่นเจ้าอารมณ์มาก ได้ยินว่ามีคนหนุนหลังเขาอยู่ เทอมที่แล้วเขาตบหน้านักเรียนคนหนึ่งจนบวมฉึ่งเลย ผู้ปกครองของเด็กคนนั้นแจ้งไปที่กระทรวงศึกษาธิการแล้ว แต่ก็ทำอะไรเขาไม่ได้” จื่อเถิงเล่า

อวิ๋นตั่วหัวเราะ “ก็นั่นมันคนอื่นไง ฉันโดนตีได้ด้วยเหรอ? จะบอกอะไรให้นะ ถ้าไม่ใช่เพราะคุณครูฟางห้ามไว้ ฉันคงสั่งสอนไปเขาแล้ว ครูคนนั้นอะไรก็ดีหมด ติดที่ว่าพูดจาออกทะเลไปไกล ว่าฉันไม่ตั้งใจเรียนก็ควรพูดเรื่องที่ฉันไม่ตั้งใจเรียนสิ แต่พูดว่าฉันทำผิดต่อพ่อแม่ ทำผิดต่อสังคม ถ้าเขาพูดต่อไป สงสัยจะพูดว่าฉันทำผิดต่อมนุษยชาติแน่ๆ”

“เธอสั่งสอนคุณครูตาขีดนั่นแล้วเหรอ โม้หรือเปล่า?” เซียวเซียวแทบไม่อยากเชื่อ

“เรื่องแบบนี้จำเป็นต้องโม้ด้วยเหรอ” อวิ๋นตั่วว่า

จื่อเถิงจึงพูดว่า “ต้องโม้แน่ๆ ฉันไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่ามีใครสามารถเอาเปรียบคุณครูตาขีดนั่นได้ ถึงเขาจะไม่ค่อยโอเคเท่าไร แต่การสอนของเขาดีจริงๆ นะ หลายปีมานี้ ห้องที่เขาสอนล้วนแต่ได้อันดับหนึ่งวิชาคณิตศาสตร์มาตลอด คุณครูใหญ่ยังบูชาเขาอย่างกับเทพเลย พวกนักเรียนต่างก็กลัวเขาทั้งนั้นแหละ”

“ถ้างั้นต่อไปก็ถ่อมตัวหน่อย ต้องฉลาดพอที่จะไม่วู่วามจนเสียเปรียบ” เซียวเซียวว่า

อวิ๋นตั่วพยักหน้า “ต่อไปเวลาฉันหลับ พวกเธอก็เตือนฉันหน่อยนะ อย่าให้เขาจับได้เด็ดขาด”

เซียวเซียวกับจื่อเถิงตะลึงจนคางเกือบหล่นถึงพื้น “เธอว่าอะไรนะ? ตอนเธอหลับ ให้พวกเราเตือนเหรอ! นี่มันตรรกะอะไรเนี่ย?”

อวิ๋นตั่วจึงบอกว่า “พวกเธอก็เตือนให้ฉันรู้ตัวหน่อยสิ อย่าให้เขาจับได้ แบบนั้นฉันก็ไม่เป็นไรแล้วไม่ใช่เหรอ? ไม่ต้องห่วง ฉันไม่ใช่คนไร้น้ำใจ ถ้าพวกเธออยากจะหลับบ้าง ฉันก็จะเฝ้ายามให้เหมือนกัน”

“เธอมันบ้าบิ่นเกินไปแล้ว!” จื่อเถิงว่า

“เธออ่านหนังสือนอกในคาบวรรณคดีก็ว่าแย่แล้วนะ แล้วยังจะกล้าหลับในคาบคณิตศาสตร์อีกเหรอ อย่าลืมนะว่าคะแนนคณิตศาสตร์เธอก็คาบเส้นระหว่างผ่านกับตกมาตลอด สงสัยจะได้เป็นที่จับตามองของคุณครูตาขีดแน่เลย ฉันได้ยินมาว่าเขามีมาตรฐานของตัวเอง ใครสอบได้ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย จะต้องตกเป็นที่จับตามองของเขา” เซียวเซียวกล่าว

อวิ๋นตั่วเริ่มรู้สึกปวดหัวแล้ว “นั่นมันเป็นปัญหาของคุณครูตาขีด ในห้องๆ หนึ่ง แน่นอนว่าต้องมีทั้งคะแนนที่สูงกว่าและต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ไม่อย่างนั้นทุกคนต้องสอบได้หกสิบคะแนนหมดเขาถึงจะพอใจเหรอ?”

จื่อเถิงจึงพูดขึ้นว่า “ระดับที่เขาต้องการคือหนึ่งร้อย อย่างน้อยก็ต้องได้เก้าสิบห้าคะแนน”

อวิ๋นตั่วถอนหายใจ “ถ้าอย่างนั้นทั้งชีวิตเขา...คงเต็มไปด้วยความเสียใจ เพราะไม่บรรลุเป้าหมายที่กำหนดไว้!”




แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น