หอหมื่นอักษร

ยามเมื่อเมฆฝนพัดผ่าน สองเราจะฝ่าฟันมันไปด้วยกันนะ...

ตอนที่ 64 ครูคนใหม่ / ตอนที่ 65 นักเรียนใหม่

ชื่อตอน : ตอนที่ 64 ครูคนใหม่ / ตอนที่ 65 นักเรียนใหม่

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ม.ค. 2561 15:50 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 64 ครูคนใหม่ / ตอนที่ 65 นักเรียนใหม่
แบบอักษร



ตอนที่ 64  ครูคนใหม่

“ครูขอแนะนำตัวก่อนนะคะ ครูแซ่ฟาง ชื่อฟางเจี้ยนเวย เป็นครูประจำชั้นและครูสอนภาษาจีนของพวกเธอ ครูเพิ่งเรียนจบแล้วก็มาเป็นครูที่นี่เลย ไม่เคยมีประสบการณ์มาก่อน เพราะฉะนั้นก็ขอฝากตัวด้วยนะคะ” คุณครูฟางพูดจบแล้วก็โค้งตัวลงด้วยความนอบน้อมจริงใจ

เหล่านักเรียนล้วนแต่เคยเห็นภาพเช่นนี้ พวกเขาเคยเห็นครูมาใหม่อยู่ไม่น้อย ตอนมาแรกๆ ก็ดูท่าทางประหม่า ดูราวกับนางฟ้า แต่พอผ่านไปไม่ถึงสามเดือน จากนางฟ้าก็กลายเป็นปีศาจ พูดอะไรออกมาทีก็แทบจะกลายเป็นคำราม

คุณครูฟางพูดต่อว่า “วันนี้ยังมีอีกคนที่มาใหม่พร้อมกับครู เขาชื่อหยูเทียนอี้ พวกเรามาต้อนรับเขาหน่อยดีไหม”

ในห้องเรียนมีเสียงปรบมือกันเกรียวกราว ครูฟางกวักมือเรียกนักเรียนที่อยู่หน้าห้องให้เข้ามา

เริ่มแรกเลยอวิ๋นตั่วเห็นเพียงเสี้ยวหน้าของเขา จมูกโด่งเป็นสัน แพขนตายาว ผิวสีเข้ม จนกระทั่งเขาหันหน้ามาเผชิญหน้ากับนักเรียนทุกคน ก็เกิดความวุ่นวายเล็กๆ ขึ้นในหมู่เด็กสาว

เซียวเซียวเอ่ยกับอวิ๋นตั่วเสียงเบาว่า “เขาหล่อมากเลย!”

อวิ๋นตั่วไม่ได้ออกความเห็นอะไร ทว่าในใจเธอกลับคิดว่าคนตรงหน้าไม่ได้ดูดีกว่าอวี่เจ๋อเลย ดูเหมือนแม้แต่พี่ชายของเธอเขาก็ยังเทียบไม่ได้

ครูฟางชี้ไปที่ที่นั่งด้านหลังของอวิ๋นตั่วพลางเอ่ยบอก “เทียนอี้ เธอไปนั่งหลังอวิ๋นตั่วนะ”

เทียนอี้เดินจากหน้าชั้นเรียนตรงไปยังที่นั่งด้านหลังของอวิ๋นตั่ว เมื่อเดินไปได้เกือบครึ่งห้อง สายตาของเด็กสาวก็อดที่จะเหลียวมองตามไม่ได้

อวิ๋นตั่วคิดว่าญาติที่อยู่ไกล อย่างไรก็สู้เพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงไม่ได้ ดังนั้นเพื่อผูกมิตร เธอจึงเป็นคนที่เอ่ยทักทายกับเทียนอี้ก่อน “สวัสดี ฉันชื่ออวิ๋นตั่ว”

เทียนอี้ตอบกลับด้วยท่าทางเหยียดๆ “ฉันรู้แล้ว”

เมื่อทำดีด้วยแล้ว แต่อีกฝ่ายกลับตอบกลับมาด้วยท่าทีเย็นชาเช่นนี้ ก็ทำเอาอวิ๋นตั่วหมุนตัวกลับไปอย่างเซ็งๆ

เซียวเซียวที่อยู่ข้างกันหัวเราะใส่เธอ “ถูกปฏิเสธล่ะสิ สมน้ำหน้า!”

“คนคนนี้นี่เจ้าอารมณ์ชะมัด” อวิ๋นตั่วว่า

“ถ้าไม่ใช่คนเจ้าอารมณ์ เขาจะไปสร้างปัญหาให้ชาวต่างชาติจนกลับมาสร้างปัญหาให้เราแบบนี้ได้เหรอ? เธอว่าพ่อของเขาคิดยังไงล่ะ ก็คงเพราะสร้างปัญหาให้พี่น้อง ถึงได้ส่งไปต่างประเทศแบบนั้น ก็เหมือนกับพี่ชายของเธอไง”

อวิ๋นตั่วจ้องเซียวเซียวเขม็ง “พี่ชายฉันไปทำอะไรให้เธอ มาว่าเขาทำไม?”

“ฉันก็แค่ยกตัวอย่างเท่านั้นเอง” เซียวเซียวว่า

“อวิ๋นตั่ว เซียวเซียว เริ่มเรียนแล้ว ห้ามคุยกัน” ครูฟางสังเกตเห็นอวิ๋นตั่วกับเซียวเซียวเข้า เธอจึงได้เรียกชื่อแล้วตำหนิเอา

เจ้าของชื่อทั้งสองได้แต่แลบลิ้นแล้วทำหน้าทะเล้นใส่กัน


ปกติแล้วในคลาสวิชาภาษาจีน อวิ๋นตั่วจะฟังอาจารย์สอนแค่ครึ่งเดียว พอเวลาผ่านไปสักพัก เธอก็หยิบเอาหนังสือนิยายออกมาอ่านจนหมดเวลา และแน่นอนว่าจะต้องแอบอ่าน จะให้ครูรู้ไม่ได้ และเซียวเซียวเองก็เป็นหนึ่งเกราะกำบังของเธอ ครูเดินมาแล้วกระแอมหนึ่งครั้ง ถามคำถาม เขียนคำถาม แล้วโยนลงบนโต๊ะของเธอ เป็นแบบนี้มาหลายปีแล้ว และอวิ๋นตั่วก็คิดว่าไม่มีปัญหาอะไร


ในที่สุดวันหนึ่ง เธอก็ถูกจับได้


หนังสือถูกยึดไป


อวิ๋นตั่วตามคุณครูไป อยากที่จะขอหนังสือคืน “คุณครูฟางคะ เอาหนังสือคืนหนูเถอะค่ะ ต่อไปหนูไม่กล้าทำอีกแล้ว ครูดูสิค่ะวันนี้เพิ่งเปิดเรียนวันแรก ครูก็ยึดของของนักเรียนแล้ว เทอมนี้ยังอีกนานนะคะ แล้วเราจะอยู่ร่วมกันได้ยังไง”

“ปากเล็กๆ นี่รู้จักพูดรู้จักจาเหลือเกินนะ เธออ่านหนังสือนิยายตั้งแต่คาบแรกของครู นั่นแสดงให้เห็นว่าเธอไม่เห็นครูภาษาจีนของเธออยู่ในสายตาเลยสักนิด ก็แค่ดีมาดีตอบ สนองตอบไปตามมารยาทเท่านั้น”

“ดีมาดีตอบจะมีประโยชน์อะไรล่ะคะ?”

“ถ้างั้นไหนลองบอกมาสิว่าควรจะใช้คำว่าอะไรดี?”

“เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวรค่ะ” อวิ๋นตั่วว่า “สุภาษิตนี้ว่าไว้ดีมาก เมื่อไหร่ที่เวรย่อมระงับด้วยการไม่จองเวร เราก็จะยิ้มให้กันได้ ไม่ต้องสนใจเรื่องบุญคุณความแค้น ดีไหมคะ?”

ฟางเจี้ยนเวยมองอวิ๋นตั่วด้วยความชอบใจ “ครูไม่รู้เลยจริงๆ ว่าในชั้นเรียนจะมีนักเรียนที่ช่างพูดแบบนี้อยู่ด้วย อวิ๋นตั่ว ถือว่าเราคุยกันเข้าใจแล้ว จำไว้เป็นบทเรียนนะ ถ้าคราวหน้าครูจับได้อีก เธอจะไม่ได้หนังสือคืนง่ายๆ แบบนี้”

เมื่ออวิ๋นตั่วถือหนังสือกลับเข้าห้องเรียน เซียวเซียวก็แสดงท่าทางชื่นชมเธอเป็นอย่างมาก “ใช้ได้นี่ เธอเอาหนังสือกลับมาได้จริงๆ ทำได้ยังไงน่ะ?”

“ก็มีชั้นเชิงในการพูดน่ะสิ!” อวิ๋นตั่วว่า

และเธอก็ได้ยินเพียงเสียงหัวเราะเยาะดังมาจากทางด้านหลังเท่านั้น


--------------------​----------​----------​




ตอนที่ 65  นักเรียนใหม่

อวิ๋นตั่วหันกลับไปถามหยูเทียนอี้ “นายหัวเราะอะไร?”

“แค่หัวเราะเฉยๆ ไม่ได้เหรอ ที่นี่ฉันไม่มีแม้แต่สิทธิ์ที่จะหัวเราะเลยหรือไง”

อวิ๋นตั่วฟังน้ำเสียงที่ไม่ค่อยได้ยินจากใครของอีกฝ่ายแล้วก็จ้องหน้าคนพูดเขม็ง ก่อนที่จะหันกลับไปกระซิบกับเซียวเซียวเสียงเบา “ตอนเด็กคงขาดแคลเซียม โตมาก็เลยขาดความรักแน่ๆ!”

ทั้งสองหัวเราะเสียงเบากันอยู่สองคน คิดว่าไม่มีใครได้ยิน แต่คาดไม่ถึงว่าจะมีเสียงตึงดังขึ้น จากนั้นก็มีกองหนังสือลอยมาจากทางด้านหลัง กระแทกเข้าเต็มๆ ที่หัวของอวิ๋นตั่ว

ทั้งห้องเรียนตกอยู่ในความเงียบ สายตาทุกคู่จับจ้องอยู่ที่ร่างของอวิ๋นตั่วกับเทียนอี้


อวิ๋นตั่วทนรับกับอารมณ์แบบนี้ได้ที่ไหนกัน เธอตบโต๊ะแล้วลุกขึ้นยืน “บ้าไปแล้วหรือไง! ฉันไปทำอะไรให้นายกัน!”

เทียนอี้ยิ้มเยาะ พลางเอ่ยว่า “คำพูดนี้ควรจะเป็นฉันพูดกับเธอมากกว่าหรือเปล่า นินทาคนอื่นลับหลัง ไม่กลัวโดนนินทาบ้างหรือไง!”

“ฉันนินทาลับหลังอะไร?”

“แล้วเมื่อกี้เธอพูดอะไร?”

หัวใจของอวิ๋นตั่วเต้นสะดุดไปหนึ่งจังหวะ เธอเป็นฝ่ายผิดจริงๆ แต่เธอก็ยังปากแข็ง “ผู้ชายทำร้ายผู้หญิงแบบนี้ ไม่อายบ้างหรือไง? ขอโทษฉันเดี๋ยวนี้เลย!”

แต่เทียนอี้ไม่ยอม “ไม่เห็นเคยได้ยินเลยว่าถ้าผู้หญิงลอบวางเพลิงฆ่าคนแล้วจะได้รับสิทธิ์งดเว้นโทษ ให้ฉันขอโทษ เธอไม่ลองถามคนอื่นดูล่ะว่าในพจนานุกรมของปู่หยูอย่างฉันมีคำว่าขอโทษหรือเปล่า”

สองคำนี้ได้ผลชะงัด พูดอย่างนี้อวิ๋นตั่วก็เท่ากับเด็กกว่าเขาสองรุ่น กลายเป็นหลานสาวเขา แล้วแบบนี้เธอจะทนได้ยังไง? เธอถือแก้ว จากนั้นก็สาดใส่เทียนอี้ทันที

น้ำทั้งแก้วสาดเข้าไปเต็มหน้าของเทียนอี้ โดยที่เจ้าตัวเองก็ไม่เคยถูกทำอะไรแบบนี้มาก่อน ที่ว่าเอาชนะเด็กต่างชาติได้นั่น หรือจะเป็นแค่ชื่อเสียงจอมปลอม? ไม่ได้การแล้ว! เขาจะไม่ยอมถูกผู้หญิงกลั่นแกล้งเด็ดขาด!

เมื่อถูกเทียนอี้จ้อง เซียวเซียวก็ชักจะเริ่มกลัว เธอได้แต่พูดงึมงำบอกว่า “ฉันจะไปตามคุณครู”

แต่กลับมีเพื่อนนักเรียนที่มองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยความสะใจ ก่อนที่จะรั้งเซียวเซียวไว้ “พายุดาบดวลสะท้านฟ้า เรื่องเจ๋งๆ แบบนี้จะไปตามครูมาทำไม!”

เพื่อนนักเรียนคนอื่นๆ ก็เห็นด้วย “ใช่ๆ ดูไปก่อนแล้วค่อยว่ากันดีกว่า”

บางคนก็เอาโทรศัพท์ออกมา เตรียมตัวที่จะไลฟ์สด “ช่วยคิดแคปชั่นหน่อยสิ เอาเจ๋งๆ เลยนะ”

“พายุดาบดวลสะท้านฟ้า เมื่อกี้โจวเผิงก็พูดไปแล้วไง!”

“ช่วยมีความคิดสร้างสรรค์กว่านี้หน่อยได้ไม่เหรอไง?”

“ศึกปะทะระหว่างชายหญิง ใครเหนือกว่ากัน!”

“ชื่อนี้ใช้ได้!”

เพื่อนนักเรียนแบ่งออกเป็นสองฝั่ง ฝั่งหนึ่งสนับสนุนอวิ๋นตั่ว ส่วนอีกฝั่งสนับสนุนเทียนอี้ นักเรียนหญิงส่วนมากอยู่ข้างเทียนอี้ ส่วนนักเรียนชายก็อยู่ข้างอวิ๋นตั่ว

“อวิ๋นตั่ว สู้ๆ เราเชื่อว่าเธอเป็นซุปเปอร์วูแมน!” เพื่อนผู้ชายช่วยส่งเสียงเชียร์อวิ๋นตั่ว

“เทียนอี้ อย่าทำให้ชื่อเสียงแห่งยุทธภพของนายต้องผิดหวังล่ะ!” เพื่อนผู้หญิงให้กำลังใจเทียนอี้

เสียงเชียร์ของเพื่อนทั้งห้องราวกับบีบบังคับทั้งสองคนอยู่กลายๆ ถ้าไม่ลงมือ คงต้องขอโทษเพื่อนๆ แย่


ถ้าอย่างนั้นสู้เลยดีกว่า!


เสียงของครูฟางดังขึ้นตอนอวิ๋นตั่วเพิ่งจะพับแขนเสื้อ “ทำอะไรกัน!”

เสียงเชียร์ของทุกคนพลันเงียบลง ต่างทยอยแยกย้ายกันเข้าที่นั่งของตัวเอง จากนั้นก็จัดเสื้อผ้า กลายเป็นเด็กเรียบร้อยทันที

ครูฟางเดินมาหยุดตรงหน้าอวิ๋นตั่ว อวิ๋นตั่วก้มหน้าลง ท่าทางราวกับคนจนตรอก แขนเสื้อข้างหนึ่งเพิ่งพับขึ้นได้ครึ่งเดียว ส่วนอีกข้างยังปล่อยลงมา

“นี่...จอมยุทธ์หญิง เธอจะไปสู้กับใครเหรอ?”

คนถูกถามเหลือบมองเทียนอี้แวบหนึ่ง ครูฟางเองก็มองตามสายตาของอวิ๋นตั่วไปหยุดอยู่ที่เทียนอี้

“นี่เพิ่งจะวันแรกนะ จะทักทายกันด้วยวิทยายุทธ์แบบนี้คงไม่ค่อยดีมั้ง?”

“จะฆ่าจะแกงก็ตามสบายเลย!” เทียนอี้บ่นพึมพำ

ครูฟางหัวเราะออกมาน้อยๆ “ยังจะหยิ่งทระนงอยู่อีก อ่านหนังสือกำลังภายในกันมาเยอะเลยล่ะสิ? ตามครูไปที่ห้องพักครูทั้งสองคนเลย!”



ทั้งสองเดินตามครูฟางไปที่ห้องพักครู

“บอกมาสิว่าทำไมถึงทะเลาะกัน” ครูฟางถาม

“ยังไม่ได้ทะเลาะกันนี่คะ” อวิ๋นตั่วตอบ

“จะโทษว่าครูเข้าไปเร็วเกินไปหรือไง?”

อวิ๋นตั่วกับเทียนอี้หัวเราะขึ้นมาพร้อมกันโดยบังเอิญ

“ยังจะหัวเราะอีก ตลกมากนักหรือไง?”

“เปล่าค่ะ” อวิ๋นตั่วอธิบาย “ที่จริงเราสองคนก็ไม่ได้มีความแค้นอะไรกันมาก่อน ตอนนี้ถือว่าถ้าไม่ทะเลาะก็จะไม่รู้จักกัน ใช่หรือเปล่าคะ?”

อวิ๋นตั่วมองเทียนอี้ ก็ดูเหมือนว่าเขากำลังพิจารณาว่าจะยอมรับมิตรภาพที่เธอหยิบยื่นให้หรือไม่





แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น