ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

มาเฟียไร้รัก 8 100%

ชื่อตอน : มาเฟียไร้รัก 8 100%

คำค้น : มาเฟียไร้รัก

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 29.4k

ความคิดเห็น : 58

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ต.ค. 2561 18:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
มาเฟียไร้รัก 8 100%
แบบอักษร




มาเฟียไร้รัก 8


วิระมองผู้ชายที่วิ่งหน้าตั้งเข้ามาในร้านและมองนาฬิกาข้อมือที่คิดเอาไว้ว่าไม่เกินห้านาทีและก็จริง วีรภาพมายืนตรงหน้าวิระภายในห้านาที พร้อมกับสภาพที่เหงื่อชุ่มไปทั้งตัว เดินมาดีๆไม่ได้ ต้องวิ่งมาสินะ อืมๆๆ


“อย่ามาแย่งชาเขียวฉันนะวีร์” วิระบอกพร้อมใช้มือของตนเองตีลงที่มือของวีรภาพที่จะเอือมมาหยิบแก้วของตนเองไปดื่ม วิระไม่เคยหวงของ แต่ว่าตอนนี้ไม่ใช่ อะไรที่วิระอยากจะกินวิระมักจะหวงมาก ถ้ามันไม่เหนือกว่าแรงจนเกินที่จะอด วีรภาพควรไปยืนสั่งน้ำเองสิ ไม่ใช่มาแย่งวิระและลูกกินแบบนี้!!


“ทำไมขี้หวง”


“ถ้าเดินไปสั่งเองไม่ได้ก็ไม่ต้องกิน”


“เฮ้อ… เอาอะไรเพิ่มอีกมั้ย”


“เอาเค้กช็อกโกแลตอีกชิ้น เร็วๆอย่าช้า” วีรภาพต้องยอมตามใจวิระที่ดูท่าจะหงุดหงิดขึ้นมาเสียอย่างนั้น ไม่รู้ว่าเป็นเพราะท้องรึเปล่าหรือแค่อยากจะเอาคืนวีรภาพกันแน่


วิระนั่งดูดชาเขียวพร้อมกับจ้องมองไปยังวีรภาพไม่คลาดสายตา เพราะอยากรู้ว่าคนแบบนั้นจะสั่งเป็นมั้ย เพราะวีรภาพไม่ค่อยจะมาสั่งอะไรแบบนี้เองหรอก ใช้แต่เฟยนั่นแหละ แต่วิระนี่แหละที่จะใช้ผู้ชายคนนี้ ชดใช้ความผิดที่เอาแต่ใจกับวิระ ทำร้ายจิตใจวิระ และชอบพูดจาไม่คิดถึงคนอื่น วีรภาพต้องเจอหนักๆ


“เค้กช็อกโกแลตได้แล้ว” วีรภาพที่วางจานเค้กที่ทางพนักงานให้มาก่อนกาแฟของตนเองจะเสร็จก็เอามาวางตรงหน้าวิระที่ให้ความสนใจกับเค้กทันที ทั้งๆที่ยังทานชิ้นเก่าไม่หมดเลย


“ขอบคุณ”


“ทานแต่ของหวานๆเดี๋ยวก็อ้วน”


“หุบปากไปเลยวีร์” เพราะวิระน่ะไม่มีทางที่จะอ้วนอย่างแน่นอน ขนาดท้องสามเดือนยังแค่เหมือนมีพุงเล็กๆเท่านั้น


“ไม่พูดก็ได้ แต่เลิกหงุดหงิดเถอะ ขอร้อง” วีรภาพบอกด้วยน้ำที่ค่อนข้างจะนุ่มนวล ซึ่งไม่ได้พูดแบบนี้บ่อย แต่ก็ดีกว่าการที่จะเอาอารมณ์ร้ายๆ ของตนเองไปต่อปากต่อคำกับวิระในเวลานี้


“ก็ได้ งั้นก็นั่งเงียบๆไปเลยนะ” วิระบอกพร้อมกับเริ่มตักเค้กเข้าปากไม่หยุด ทุกวันนี้วิระมีอาการเหมือนคนคุ้มดีคุ้มร้าย มองวีรภาพบางครั้งก็อยากเข้าไปแนบชิด บางครั้งก็อารมณ์เสียหงุดหงิด จนอยากจะเอามือฟาดซ้ำๆให้หายหงุดหงิด อย่างตอนนี้ไง 


วิระรู้สึกอยากเอามือฟาดตั้งแต่จะมาหยิบชาเขียวเย็นของตนเองแล้ว!!!!




ตั้งแต่กลับมาที่ห้องวิระก็เข้าไปนอนในห้องนอนเพราะรู้สึกเพลียๆ จนหลับสนิทไป วีรภาพเลยเข้าห้องน้ำไปชำระร่างกายและทานยาแก้ไข้เข้าไปแล้วเดินไปล้มตัวนอนข้างๆวิระพร้อมกับรั้งตัววิระเข้ามากอดและหลับตาลง ถ้าวิระตื่นตามปกติ วีรภาพคงโดนไล่ออกไปนอนนอกห้องเป็นแน่ ช่วงนี้วิระค่อนข้างหงุดหงิดที่เห็นหน้าของวีรภาพ จนต้องไปถามหมอว่ามีทางแก้มั้ย แต่คำตอบที่ได้คือไม่มี…. 


ลูกในท้องนี่ลูกของวีรภาพจริงแท้แน่นอน ดูจากการค่อนข้างเอาแต่ใจตั้งแต่อยู่ในท้องแบบนี้ เหอะๆ


“อืม…” วิระรู้สึกตัวขึ้นมาเพราะรับรู้ได้ถึงความร้อนที่กำลังโอบรัดร่างกายของตนเองอยู่ พอลืมตาขึ้นมาก็พอจะรู้ได้ว่าวีรภาพคงไข้ขึ้น ตัวถึงได้ร้อนขนาดนี้ วิระเลยยอมลุกจากที่นอนไปหาพามาชุบน้ำเช็ดตัวให้ พอเห็นเสื้อผ้าที่วีรภาพสวมใส่ก็รู้เลยว่าที่ไข้ขึ้นแบบนี้คงเพราะอาบน้ำเย็นแน่ๆ เหอะ!!


“รู้ตัวว่าไม่สบายก็อาบน้ำเย็น เหอะ!!” วิระที่บ่นไปคนเดียว เช็ดตัวไปด้วย หงุดหงิดที่วีรภาพไม่ชอบใส่ใจร่างกายตัวเองเป็นที่สุด ไม่ว่าจะกี่ครั้งก็ชอบละเลยร่างกายและสุขภาพของตนเอง มันน่าหงุดหงิดนะ วิระยอมรับว่าเป็นห่วงวีรภาพเสมอ แต่ความเป็นห่วงของวิระ วีรภาพเคยนึกถึงบ้างมั้ย!!


เพี๊ยะ*!!*

“ตีให้เจ็บ นายมันดื้อ!!” วิระที่อดไม่ได้ที่จะตีเข้าที่ต้นแขนของวีรภาพเต็มแรง นี่เป็นการเอาคืนเหมือนกัน วิระเคยเจ็บมากกว่านี้อีก!!!


“เจ็บนะวิระ” วีรภาพที่รู้สึกตัวขึ้นมาหลังจากที่รับรู้ได้ถึงความเย็นก็ร้องบอก เค้าทำอะไรให้วิระขัดใจอีกแล้วงั้นเหรอ


“ตีให้เจ็บ ไม่ได้ตีให้รู้สึกดีสักหน่อย”


“อารมณ์เสียอะไรอีกแล้ว”


“ทำไมไม่รู้จักดูแลตัวเองให้มากกว่านี้ รู้ว่าป่วยแล้วอาบน้ำเย็นทำไม ถ้าอยากตายก็บอก ฉันจะได้เอาปืนยิงหัวให้!!”


“ขอโทษ อย่าทำหน้าแบบนี้สิ ฉันขอโทษ” วีรภาพบอก เมื่อใบหน้าที่บึ้งตึงของวิระมีหยาดน้ำตาคลอดเบ้า ทั้งๆที่ตนเองเป็นคนโวยวายเรื่องตาย แต่ทำไมวิระต้องมาร้องไห้เองด้วย……


“นายก็ดีแต่พูดขอโทษ ฉันไม่ชอบรู้มั้ย”


“งั้นเปลี่ยนเป็นว่าฉันจะไม่ทำอีก หยุดร้องนะ ฉันไม่อยากเห็นน้ำตาของนาย” วีรภาพรั้งตัววิระลงมากอดทั้งๆที่ในมือวิระยังมีผ้าที่เอามาชุบน้ำเช็ดตัวให้ตนเอง น้ำตาของวิระที่ไหลออกมามันทำให้วีรภาพเจ็บปวด ไม่เคยชอบน้ำตาของวิระที่ต้องร้องออกมาเพราะเค้า


“นายมันนิสัยไม่ดี ฮึก…”


“ฉันรู้ๆ ฉันมันคนไม่ดี”


“เพราะนายมันคนไม่ดี นายต้องอยู่ชดใช้สิ่งที่นายทำไปนานๆเข้าใจมั้ย” เพราะวิระไม่อนุญาตให้วีรภาพเป็นอะไรทั้งนั้น!


..............................................40%.............................................



วิระที่ตื่นแต่เช้ามาทำข้าวต้มและทำอาหารอย่างอื่น ทั้งที่วีรภาพยังนอนซมอยู่บนเตียง ตลอดทั้งคืนที่วิระลุกขึ้นมาเช็ดตัวให้เกือบทั้งคืน เพราะจู่ๆวีรภาพก็ไข้ขึ้น ตอนวิระปลุกขึ้นมาทานยากลางดึกเหมือนวีรภาพจะไม่มีสติด้วย


“ทำเป็นอวดเก่ง แล้วเป็นไง นอนซม เหอะ!!” คนข้าวต้มในหม้อไปก็บ่นไป วิระไม่เข้าใจว่าทำไมวีรภาพไม่ทิ้งไอ้นิสัยเย่อหยิ่งออกไปสักที บางทีวิระมองก็อดหมั่นไส้ไม่ได้ คนเราจะเย่อหยิ่งอะไรขนาดนั้น เหอะ!!



เพี๊ยะๆๆ

วิระที่ทำข้าวต้มสำหรับคนป่วยและทำอาหารในส่วนของตนเองเสร็จก็เข้ามาปลุกวีรภาพที่ยังไม่ตื่น แต่คงเป็นเพราะเห็นใบหน้าหลับของวีรภาพที่ดูไร้พิษสงนั้นมันทำให้วิระใช้ฝ่ามือตบลงบนใบหน้านั้นอย่างเต็มแรงเพื่อปลุกให้ตื่น ซึ่งมันก็ได้ผลวีรภาพตื่นขึ้นมาทันทีที่โดนตบปลุก…


“เจ็บนะวิระ”


“ตื่นมาทานข้าวจะได้เช็ดตัวแล้วทานยา”


“ไว้ก่อนได้มั้ย ยังไม่อยากลุก”


“แล้วแต่ ถ้าไม่กินก็แค่ทิ้งลงถังขยะ เหอะ!!!” วิระบอกก่อนจะเดินออกมาจากห้องนอน พร้อมกับนั่งทานอาหารในส่วนของตนเองโดยไม่รอวีรภาพด้วยอารมณ์หงุดหงิด ถ้าวิระทานเสร็จและวีรภาพยังไม่ออกมาวิระจะเอาไปเททิ้งจริงๆวิระไม่ได้น้อยใจเลยสักนิด ไม่ได้น้อยใจจริงๆ ถ้าวีรภาพจะไม่ออกมาทาน…..


“นั่งหน้างอเชียววิระ”


“หยุดพูดไปเลย ฉันอิ่มแล้ว ถ้านายจะไม่ทานก็เอาไปเททิ้งด้วยแล้วกัน” กว่าวีรภาพจะออกมาทานข้าววิระก็อิ่มพอดี และก็ลุกขึ้นเอาจานไปเก็บพร้อมกับหยิบน้ำมะพร้าวที่แช่ไว้ในตู้เย็นของตนเองออกไปที่ห้องนั่งเล่น ทิ้งให้วีรภาพทานข้าวต่อคนเดียว เพราะเห็นหน้าแล้วหงุดหงิดถ้าตัวร้อนขึ้นมาอีกวิระจะปล่อยให้ตายคาเตียงเลย!!


“ไม่เห็นมีอะไรดูเลย น่าเบื่อจริงๆ” วิระที่เปิดโทรทัศน์และกดรีโมทค้นหาช่องที่ตนเองพอจะดูได้ ก่อนจะเจอช่องหนังฆาตกรรมที่ปกติไม่ค่อยดูหนังประเภทนี้เท่าไร เพราะในชีวิตก็ไม่ได้เจออะไรที่มันจรรโลงใจ ถ้าว่างก็อ่านหนังสือเสียมากกว่า แต่วันนี้วิระกลับหยุดดูหนังเรื่องนี้ ในมือก็ถือน้ำมะพร้าวดูดไปด้วยเรื่อยๆจนหมดแก้วแล้วจึงวางลงก่อนจะเอาหมอนอิงขึ้นมากอดโดยที่ตายังจ้องมองจอโทรทัศน์ไม่กระพริบ และก็ไม่สนใจด้วยว่าที่นั่งข้างตนเองจะมีใครมานั่งใกล้ๆ



หมับ*!!*

“อย่ามากอด รำคาญ”


“โกรธเหรอ”


“ไม่ได้โกรธ ไปไกลๆเลย เหม็นขี้หน้า” วิระบอกพร้อมกับใช้มือหยิกที่แขนของวีรภาพที่เข้ามากอดเอวตนเอง รำคาญ!! ตอนวิระหงุดหงิดชอบมาเข้าใกล้


“ไม่ไป ฉันมันคนหน้าด้าน”


“ตามใจ แต่อยู่เงียบๆด้วย คนจะดูหนัง” เมื่อวิระบอกแบบนั้นวีรภาพก็ล้มตัวนอนหนุนตักวิระ แค่ออกมาทานข้าวด้วยไม่ทันก็งอนแถมยังมีอาการเหม็นขี้หน้าอีก เอาใจยากจังเลย แต่ก็ดีกว่าวิระที่ไม่เคยพูดหรือแสดงอารมณ์อะไรนั่นแหละ……


วิระที่นั่งดูหนังไปสักพักก็ก้มลงมามองวีรภาพที่นอนหลับสนิทอยู่บนตักของตนเอง เลยเอามือของตนเองทาบหน้าผากวีรภาพเพื่อวัดไข้ ก็พบว่าตัวของวีรภาพไม่ค่อยร้อนเหมือนเมื่อคืนเลยเผลอยิ้มบางๆออกมาที่มุมปาก ตื่นมาล่ะทำตัวน่าตบตลอด แต่ช่วงนี้เริ่มกลับมาทำตัวดี สงสัยกลัวลูกไม่รัก แต่ก็ดีวิระจะได้มีเรื่องขู่ให้กลัว เหอะๆ


“สวัสดีช่วงบ่ายวิระ ฉันมารับนายไปทำธุระ” เฟยที่ก้าวเข้ามาในห้องของเจ้านายของตนเอง ก่อนจะเอ่ยบอกวิระที่ยังคงนั่งเป็นหมอนหนุนให้วีรภาพอยู่ที่เดิม แต่วันนี้วีรภาพจะออกไปข้างนอกไม่เห็นบอกวิระเลย จะออกไปไหนกัน?


“ธุระอะไร”


“เรื่องนี้นายต้องถามนายเอง รบกวนช่วยปลุกนายด้วยนะ อีกสิบห้านาทีฉันจะเข้ามาใหม่” เฟยบอกแค่นั้นก่อนจะเดินออกไปจากห้อง ทิ้งให้วิระต้องปลุกวีรภาพขึ้นมา จะออกไปไหนทำไมไม่บอก ทำเป็นเก็บเงียบ มันน่านัก!!


“หยิกทำไมวิระ” วีรภาพที่ตื่นขึ้นมาอีกครั้งเพราะแรงหยิกที่เจ้าของตักที่ตนเองนอนอยู่หยิกเข้ามาเต็มๆแรง จนสะดุ้งตื่นขึ้นมา


“ลุกขึ้นไปเตรียมตัวออกไปกับเฟย เฟยมาตามแล้ว”


“อืม ขอบคุณที่ปลุก”


“ไปไหนก็ไปเลย”


“หืม? โกรธอะไรเนี่ย”


“ไม่ได้โกรธ”


“ไม่ได้โกรธแต่มองตาขวางนี่นะวิระ ฉันออกไปแค่แปปเดียว เดี๋ยวก็กลับ ขอโทษที่ไม่ได้บอก”


“มันก็เรื่องของนาย เราสองคนก็ไม่ได้ใส่ใจในความสัมพันธ์ขนาดนั้น นายไม่ต้องบอกทุกเรื่องหรอก” แม้จะพูดแบบนั้น แต่น้ำเสียงของวิระก็สั่นเครือวันนี้วิระน้อยใจวีรภาพหลายเรื่องจนหงุดหงิดตัวเอง น้อยใจทั้งๆที่ไม่ควรน้อยใจ ในอดีตวิระเคยนิ่งกว่านี้ แต่ตอนนี้วิระไม่สามารถควบคุมตัวเองได้เลยสักนิด………


“ฉันขอโทษจริงๆ แต่มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร อีกอย่างนายดูเพลียๆฉันไม่อยากพาออกไปด้วย ขอโทษนะ แต่อย่าพูดแบบนั้น ฉันเสียใจที่ทำให้นายน้อยใจ” วีรภาพจับใบหน้าของวิระให้หันมามองตนเอง ก็ไม่คิดว่าวิระจะงอนกับเรื่องแค่นี้ วีรภาพคิดไม่ถึงหรือตนเองอาจจะคิดน้อยไปด้วยซ้ำ


“ฉันไม่ได้น้อยใจ จะไปไหนก็ไปเลย ฉันอยู่คนเดียวได้วีร์”


“งั้นเดี๋ยวซื้อเค้กมะพร้าวมาฝากนะ ฉันขอโทษที่ไม่ได้บอก” วีรภาพจูบลงบนริมฝีปากวิระเบาๆเพื่อเป็นการงอนง้อ แต่วิระก็ไม่ได้จูบตอบเพราะยังรู้สึกไม่ชอบใจอยู่ จนวีรภาพยอมแพ้เพราะต้องลุกขึ้นไปแต่งตัว และก็ไม่ลืมเดินเข้าหอมแก้มคนขี้งอนเบาๆส่งท้ายหลังจากที่เข้าไปแต่งตัวเสร็จและกำลังจะออกไปจากห้องอีกครั้ง


“จะรีบไปรีบกลับนะ”




วีรภาพเดินเข้ามาในร้านอาหารหรูขึ้นชื่อของฮ่องกงและได้เปิดห้องไว้เพื่อคุยเรื่องสำคัญกับคนที่นัดไว้ “เจ้าหราน” หรือมาเฟียในมุมมืด แค่ให้เฟยจัดการนัดไป เพียงไม่ถึงวันเจ้าหรานก็ตอบรับกลับมา ซึ่งพอมาถึงวีรภาพก็เห็นเจ้าหรานกำลังนั่งรออยู่ที่โต๊ะ ใบหน้าของเจ้าหรานยังคงไม่แสดงอารมณ์อะไรออกมาเหมือนเดิม และวีรภาพก็ไม่คิดจะใส่ใจ ที่มาเจอวันนี้ก็แค่ต้องการมาพุดคุยธุระเท่านั้น


“ว่าธุระของนายมา” พอวีรภาพนั่งลง เจ้าหรานก็เอ่ยปากพูดขึ้นทันที และก็ทำให้วีรภาพพึงพอใจ ไม่ต้องพูดอ้อมค้อมอะไรให้มากความทั้งนั้น นี่เป็นสิ่งที่วีรภาพชอบในตัวหมอนี่


“หึหึ ใจร้อนยิ่งกว่าฉันอีกนะ ฉันว่าคงไม่ต้องพูดมาก เฟยคงคุยกับนายก่อนหน้านี้แล้ว เสี่ยวหาน จัดการมันซะ”


“ฉันต้องทำตามที่นายสั่งรึไง” น้ำเสียงเยียบเย็นของเจ้าหรานถามขึ้น


“นายคงไม่ลืมผู้มีพระคุณของนายขอร้องหรอกนะ กำจัดมันซะ เพราะมันก็เป็นหนามตำใจในธุรกิจของนาย นายคงไม่ปล่อยให้มันเหิมเกริมใช่มั้ย”


“ที่ใจร้อนขนาดนี้ เป็นเพราะมันยุ่งกับคนของนายรึไง จุดอ่อน หึ!!”


“อย่ายุ่งเรื่องของฉัน เพราะนายมีหน้าที่แค่จัดการมัน”


“ก็ได้ ถ้าเรื่องนี้จบแล้ว เราสองคนจะได้ไม่มีอะไรติดค้างกันอีก”


“ได้ แต่ต้องให้เร็วที่สุด เพราะฉันไม่ไว้ใจมัน” และถ้ามันไม่คิดยุ่งกับวิระแต่แรก วีรภาพก็จะปล่อยมันไป เรื่องธุรกิจที่มันแหย่ขาเข้ามากวนประสาทก็ไม่คิดจะกำจัดมันทิ้งแบบนี้ แต่นี่มันคิดการณ์ใหญ่ มันคิดจะมาแย่งวิระไปจากเค้า คิดจะแย่งเมียคนอื่นแบบหน้าด้านๆ ก็อย่าคิดว่าเค้าจะไว้ชีวิตมัน!!!!!!!!




..............................................100%.........................................................

อย่าทำให้เมียโกรธสิคะพี่วีร์~~

ปล. เห็นคนถามมาวิระไม่มีชื่อเล่นเหรอ ชื่อจริงกับชื่อเล่นชื่อเดียวกันจ้าาาาา

ปล2. ยังไม่เช็คคำผิด

ความคิดเห็น