facebook-icon

ปากแข็ง ขี้หึง หื่นมาก

ซ่อน(เร้น)ปรารถนา ตอนที่3 อย่าใกล้กันเลย 60%

ชื่อตอน : ซ่อน(เร้น)ปรารถนา ตอนที่3 อย่าใกล้กันเลย 60%

คำค้น : NC อีโรติก ซ่อนเร้น ปรารถนา อนาวิน พี่วิน ปั้นหยา

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.3k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ม.ค. 2561 17:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ซ่อน(เร้น)ปรารถนา ตอนที่3 อย่าใกล้กันเลย 60%
แบบอักษร

รถตู้คันสีดำเคลื่อนเข้ามาจอดพร้อมกับร่างของหญิงวัยห้าสิบหกปีก้าวลงมาจากรถทันทีที่ประตูเลื่อนเปิด


             “สวัสดีค่ะคุณแม่ ปั้นหยาคิดถึงคุณแม่ที่สุดเลย”

 เธอรีบพุ่งตัวเข้าไปกอดมารดาด้วยความคิดถึง ไม่ได้เจอกันเกือบสองปีแล้วตั้งแต่ที่โฉมฉายบินไปหาเธอที่อเมริกาเมื่อปีก่อน            


 “ยังขี้อ้อนเหมือนเดิมเลยนะเรา” 

นับตั้งแต่ที่ขอปั้นหยามาเป็นลูกบุญธรรมก็ราวสิบห้าปีได้แล้ว แต่ลูกสาวคนเล็กก็ยังคงมีนิสัยขี้อ้อนเหมือนเคย


             “ก็ปั้นหยารักคุณแม่นี่คะ เหนื่อยหรือเปล่าเดี๋ยวปั้นหยานวดให้นะ” 

ไม่ทันได้รับคำตอบก็ดันร่างของมารดาลงนั่งบนโซฟาก่อนจะอ่อมไปด้านหลังใช้ฝ่ามือจับไหล่บีบนวดคลึงเพื่อหวังให้โฉมฉายได้ผ่อนคลาย             


“ฝีมือใช้ได้เลยนะ ไว้เราไปนวดให้พี่วินเค้าบ้างสิ รายนั้นเอาแต่นั่งทำงานจ้องหน้าจอคอมพิวเตอร์ทั้งวันเลย”

 คำพูดของมารดาทำเอาปั้นหยาชะงักไป ก่อนจะขยับมือบีบนวดคลายเส้นต่อราวกับไม่ได้รู้สึกอะไร ทั้งที่แอบหวั่นไหวไม่น้อย             


“แล้วตาวินไปไหนล่ะ ยังไม่กลับจากบริษัทเหรอสำลี”

 เมื่อเห็นว่าลูกสาวคนเล็กนิ่งงันไป คงไม่พ้นโดนอนาวินดุอีกตามเคย จึงต้องหันไปถามเอากับสำลี            


 “คุณวินย้ายข้าวย้ายของออกไปอยู่ที่คอนโดได้สองสามวันแล้วค่ะ”

 สำลีรายงานตามความเป็นจริง ถึงแม้จะอยากรู้สาเหตุนี้ แต่ก็ไม่คิดจะยุ่งเรื่องของเจ้านาย จึงเดินหลบมุมออกไป


             “ตาวินนี่ยังไงนะ นับวันยิ่งทำตัวลึกลับ” 

โฉมฉายบ่นพึมพำด้วยความไม่เข้าใจในตัวของบุตรชาย มีบางครั้งคราวที่ต้องดูงานจนดึกดื่นแล้วต้องพักที่คอนโดเพราะอยู่ใกล้บริษัทมากกว่า แต่ก็ไม่มีครั้งไหนที่ถึงกับต้องขนข้าวขนของออกไปแบบนี้            


 “ว่าแต่ปั้นหยาตอนนี้พร้อมจะเรียนรู้งานหรือยังลูก”

 รีบพูดเข้าประเด็น เพราะในเวลานี้ปั้นหยาก็เรียนจบมาแล้ว ควรจะเข้าทำงานเป็นผู้บริหารเพื่อสืบทอดกิจการต่อไปในภายภาคหน้า   


          “แล้วแต่คุณแม่เลยค่ะ ปั้นหยาพร้อมเสมอ” ว่

าแล้วสักวันก็ต้องมาถึง คงหนีไม่พ้นคำว่าพี่ชายกับน้องสาวที่ต้องช่วยกันบริหารบริษัทต่อจากผู้เป็นมารดาต่อไป โอกาสในชีวิตมีไม่มากนัก และเมื่อคุณหญิงโฉมฉายยื่นโอกาสนั้นให้ เธอก็ควรจะจงรักภักดีต่อผู้มีพระคุณ ไม่มีหนทางที่เธอจะได้ลงเอยกับอนาวินเลยแม้แต่นิดเดียว            


 “งั้นเตรียมตัวให้พร้อม พรุ่งนี้แม่จะส่งให้ปั้นหยาไปฝึกงานที่บริษัทของพี่เตชิน”

 โฉมฉายรู้ว่าระหว่างอนาวินกับปั้นหยาไม่ค่อยจะลงรอยกันเท่าไหร่นัก การฝึกงานที่บริษัทในครั้งนี้อาจจะเป็นปัญหาเสียมากกว่าที่จะเป็นผลดี และอีกอย่างทั้งเตชินและปั้นหยาก็ยังสนิทสนมกันมาตั้งแต่ที่อยู่บ้านเด็กกำพร้า เพราะครอบครัวของเตชินได้ให้ความช่วยเหลือบริจาคเงินหลายสิบล้านบาทต่อปีให้กับที่นั่นอีกด้วย            


 “จริงเหรอคะ โอเคค่ะ ปั้นหยาตกลง”

 นอกจากเพื่อนรักอย่างแฟรงค์ก็มีเตชินนี่แหละที่คอยอยู่เคียงข้างกับเธอเสมอมา เพราะเตชินคือพี่ชายที่ใจดีและแสนอบอุ่นของเธอ  




            ในยามที่เคร่งเครียดทำให้อนาวินเลือกที่จะหมกมุ่นอยู่แต่กับงานที่บริษัท กำไรจากการขายสินค้าออนไลน์ในไตรมาสนี้ พุ่งสุงกว่าที่ผ่านมาเกือบแปดสิบเปอร์เซ็นต์ของยอดโดยรวมทั้งหมด ซึ่งเป็นที่น่าพอใจกับบรรดาหุ้นส่วนเป็นอย่างมาก หลังจากจบการประชุมร่างใหญ่ก็รีบเดินออกจากบริษัททันทีเพราะมีนัดกับลลิตาในเวลาห้าโมงเย็นตามคำสั่งของมารดาที่เขาเองก็ขัดใจไม่ได้             


“น้องปั้นหยานี่เรียนรู้งานได้ไวมากเลยค่ะ ดากับนายเตแทบไม่ต้องได้สอนอะไร”

 การพูดคุยในระหว่างที่ดินเนอร์ ถูกหยิบยกเรื่องของปั้นหยาขึ้นมาพูดคุยด้วยความชื่นชมของลลิตาเอง 


             “เรียนรู้งาน?” 

คิ้วหนายกขึ้นอย่างไม่แน่ชัดในความหมายนั้นสักเท่าไหร่             


“คุณป้าฝากน้องปั้นหยาให้มาฝึกงานที่ดีไวท์ นี่พี่วินยังไม่ทราบเรื่องนี้หรือคะ”

 บางทีการที่อนาวินย้ายออกมาอยู่คอนโดเพียงลำพังคงจะพลาดเรื่องราวและข่าวสารของคนในบ้านไปบ้าง


             “เอ่อครับ พอจะได้ยินคุณแม่พูดอยู่เหมือนกัน สงสัยพี่จะมัวแต่ทำงานเลยไม่ค่อยได้สนใจใครเท่าไหร่”

 อนาวินไม่ได้ใส่ใจมากนัก มันก็ดีอยู่แล้วที่ปั้นหยาออกไปห่างๆจากตัวเขา            


 “รวมถึงดาด้วยหรือเปล่าคะ” 

อดน้อยใจไม่ได้ ทั้งที่รู้จักกันมาตั้งนานแต่อนาวินก็ยังไม่ยอมเปิดตัวว่าคบหากับเธอเป็นคนรักเสียที งานนี้เราคงไม่ได้คิดไปเองใช่ไหมว่าเขาเองมีใจให้เหมือนกัน            


 “ไม่ใช่ครับ พี่ไม่ได้หมายถึงดา” 

อนาวินรีบปฏิเสธทันควัน แต่กลับได้นับเสียงหัวเราะของลลิตาตอบกลับมา             


“ดาล้อเล่นน่ะค่ะ”

 บรรยากาศของดินเนอร์ในค่ำคืนนี้เต็มไปด้วยความโรแมนติกของดนตรีแนวคลาสสิค ลลิตามีใจให้กับอนาวินอยู่ไม่น้อย แต่ถือว่าตัวเองนั้นเป็นผู้หญิงจึงไม่ควรบอกรักชายหนุ่มก่อน ถึงแม้ว่าอายุอานามจะปาขึ้นเลขสามแล้วก็ตาม




จากนี้ไปมันก็จะเริ่มมีความหึงหวง มีความหน่วง นิดๆหน่อยๆ

~มันจึงเป็นความรักที่ไม่ถึงกับสุข เป็นความทุกข์ที่ไม่ถึงกับเศร้า~ เพลง หน่วง ก็มาจ้า

ความคิดเห็น