หอหมื่นอักษร
facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ยามเมื่อเมฆฝนพัดผ่าน สองเราจะฝ่าฟันมันไปด้วยกันนะ...

ตอนที่ 56 หนูจดจำทุกเรื่องของพี่ได้ / ตอนที่ 57 กระต่ายหนึ่งตัวมีกี่ขา

ชื่อตอน : ตอนที่ 56 หนูจดจำทุกเรื่องของพี่ได้ / ตอนที่ 57 กระต่ายหนึ่งตัวมีกี่ขา

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ม.ค. 2561 13:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 56 หนูจดจำทุกเรื่องของพี่ได้ / ตอนที่ 57 กระต่ายหนึ่งตัวมีกี่ขา
แบบอักษร



ตอนที่ 56  หนูจดจำทุกเรื่องของพี่ได้

อวิ๋นตั่วเดินตามหลังอวี่เจ๋อออกไปจากหอพัก พวกเขาเพิ่งจะถึงหน้าประตู ชีซิงก็วิ่งตามมาจากในห้อง “ลูกพี่ นางฟ้าโทรมา”

“รอพี่ตรงนี้แป๊บหนึ่งนะ” อวี่เจ๋อบอกอวิ๋นตั่ว

อวิ๋นตั่วยืนอยู่ตรงระเบียง มองตามอวี่เจ๋อที่เดินเข้าหอพักไป ผ่านไปสองนาทีเขาก็ออกมา พร้อมใบหน้าที่อิ่มเอิบไปด้วยความสุข

“มีข่าวดีอะไรเหรอคะ?” อวิ๋นตั่วถาม

“ช่างมันเถอะ” อวี่เจ๋อตอบ

“บอกหนูได้ไหมคะ?”

“มีนักลงทุนคนหนึ่ง เขานัดเจอพวกพี่พรุ่งนี้น่ะ”

“ผู้หญิงเหรอ?” อวิ๋นตั่วถาม

“ผู้ชาย” อวี่เจ๋อมองอวิ๋นตั่วก่อนจะถามว่า “เด็กน้อยจะสนใจเรื่องพวกนี้ไปทำไมกัน”

“เมื่อกี้เพิ่งได้ยินพี่ชีซิงพูดว่านางฟ้า มีนางฟ้าที่เป็นผู้ชายด้วยเหรอคะ” อวิ๋นตั่วว่า

อวี่เจ๋อหัวเราะออกมาแล้วตอบว่า “นั่นเป็นเพื่อนที่ช่วยติดต่อให้น่ะ”

“เธอก็อยู่ในบริษัทของพวกพี่เหรอ?” อวิ๋นตั่วถามขึ้นอีกครั้ง

“ไม่ใช่หรอก แต่เขารู้ว่าพี่กำลังหาทุนอยู่ ก็เลยมาช่วยน่ะ”

อวิ๋นตั่วเริ่มรู้สึกไม่พอใจเสียแล้ว อวี่เจ๋อรับความช่วยเหลือจากนางฟ้าคนนั้น แต่กลับไม่ยอมให้เธอลงทุนด้วย เช่นนั้นระหว่างทางที่กลับบ้าน เธอจึงไม่พูดอะไรเลยตลอดทาง

อวี่เจ๋อพาเธอไปนั่งรถเมล์แล้วถามว่า “เธอเคยนั่งรถเมล์หรือเปล่า?”

แต่เธอไม่ตอบอะไร

ในที่สุด อวี่เจ๋อก็มองออกว่าสีหน้าของอวิ๋นตั่วนั่นไม่ปกติ เขาจึงถามด้วยความเป็นห่วง “เป็นอะไรไป?”

อวิ๋นตั่วตอบว่า “หนูเคยนั่งรถเมล์ค่ะ ตอนอายุเจ็ดขวบ ถือโดนัทไปขออาศัยอยู่บ้านพี่ นั่นเป็นครั้งแรกที่หนูนั่งรถเมล์ คนเดียว ตอนกลางคืน”

อวี่เจ๋อมองอวิ๋นตั่ว เขารู้สึกแปลกมาก เขาก็แค่ถามเท่านั้นเอง เธอถึงกับต้องโกรธขนาดนี้เลยหรือ?

พอรถเมล์ถึงป้าย อวิ๋นตั่วก็กระฟัดกระเฟียดเดินลงจากรถไป อวี่เจ๋อก็มองตามหลังเธอ นี่ยังไม่ถึงป้ายที่ต้องลงนี่น่า? เธอทำเหมือนไม่ได้ยินอะไร จนอวี่เจ๋อรู้สึกจนใจ แล้วต้องลงรถตามเธอไป

“อวิ๋นตั่ว!” อวี่เจ๋อเดินตามเธอไป “เมื่อกี้ยังดีๆ กันอยู่เลย ทำไมโกรธซะแล้วล่ะ? แบบนี้ไม่ดีเลยนะ มีนักเรียนที่ไหนเขาชักสีหน้าใส่ครูแบบนี้กันบ้าง? นี่ หยุดก่อนสิ ไม่อย่างนั้นพี่จะโกรธแล้วนะ! พี่จะโกรธจริงๆ นะ!”

อวิ๋นตั่วหยุดเดิน อวี่เจ๋อจึงเผยยิ้มออกมาทันที แล้วเดินไปตรงหน้าของเธอ “เป็นอะไรไป?”

อวิ๋นตั่วตอบว่า “หนูแค่รู้สึกเสียใจค่ะ สำหรับพี่ หนูก็ไม่สำคัญแบบนี้เสมอ เรื่องของหนูพี่ไม่เคยเก็บไปใจเลยสักนิด”


อวี่เจ๋อรู้สึกว่านี่ไม่ยุติธรรมเสียแล้ว เขารู้สึกว่าตัวเองเป็นครูที่มีความรับผิดชอบที่สุดในโลกแล้ว หลายปีมานี้ สิ่งที่เขาทำต่อนักเรียนคนนี้ เรียกว่าทุ่มเทด้วยชีวิตจิตใจก็ว่าได้ ทุกอาทิตย์ไม่ว่าจะฝนตกแดดออก เขาก็มาที่บ้านของอวิ๋นตรงเวลาตลอด ตรวจการบ้านของอวิ๋นตั่วก่อน ฟังเธอเล่าเรื่องเฮฮาในโรงเรียน เรื่องมิตรภาพและความขัดแย้งของเธอกับเพื่อน จากนั้นก็เริ่มเข้าบทเรียน ลิสต์รายการหนังสือ ไปอ่านหนังสือเป็นเพื่อนเธอ

อวี่เจ๋อชอบอ่านหนังสือกับอวิ๋นตั่ว เธอมีคำถามที่น่าสนใจมากมาย บางครั้งก็ทำให้เขาได้เปิดหูเปิดตาด้วย บ่อยครั้งที่พวกเขาต่างคนต่างหอบหนังสือเล่มหนึ่งมานั่งอ่านตรงข้ามกัน ทั้งห้องเงียบจนได้ยินแค่เสียงเปิดหนังสือ ในห้องหนังสือที่เงียบสงบ มีเพียงกลิ่นหอมอ่อนๆ ทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายมาก


อวี่เจ๋อยังไม่หุบยิ้ม เขามองว่าอวิ๋นตั่วโกรธเหมือนเด็กน้อย จึงไม่ถือสาเธอ


เดิมทีรอยยิ้มของอวี่เจ๋อนั้นก็ดูดีมากอยู่แล้ว แต่ตอนนี้อวิ๋นตั่วโกรธอยู่ เธอกำลังโกรธ แต่เขายังยิ้มอยู่ได้ นั่นยิ่งทำให้สิ่งที่เธอกล่าวหาเขาดูเป็นจริงมากขึ้น

“พี่ยังขำอยู่อีก มีอะไรน่าขำนักเหรอคะ!”

อวี่เจ๋อจึงเอ่ยถามขึ้น “ไหนลองว่ามาซิ พี่ไม่ใส่ใจเธอยังไง?”

“ก็พี่ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าหนูเคยนั่งรถเมล์หรือเปล่า!” อวิ๋นตั่วว่า

โทษฐานนี้ฟังดูแปลกประหลาดเกินไป อวี่เจ๋อไม่อาจยอมรับได้ “ก็พี่ไม่เคยเห็นเธอนั่งรถเมล์จริงๆ นี่”

อวิ๋นตั่วเถียง “แต่หลังจากที่เราเจอกัน หนูจำทุกเรื่องที่เกี่ยวกับพี่ได้นะคะ”

“นั่นมันก็แค่สิ่งที่เธอเห็นและได้ยินเท่านั้น ถูกไหม?” อวี่เจ๋อว่า


อวิ๋นตั่วมีสายลับอยู่คนหนึ่ง นั่นก็คืออวี่ซี ที่จริงอวี่เจ๋อไม่ค่อยชอบพูดเรื่องของตัวเองนัก เรื่องทุกอย่างของอวี่เจ๋อ ส่วนใหญ่เธอได้ฟังมาจากอวี่ซี


อวิ๋นตั่วรู้สึกว่านี่ไม่ยุติธรรมอีกแล้ว “เรื่องของหนู หนูเต็มใจบอกพี่ทุกอย่างเลยนะคะ แต่พี่ไม่เคยเล่าเรื่องของพี่ให้หนูฟังบ้างเลย แล้วอีกอย่าง พี่ก็ไม่เคยจำเรื่องของหนูได้เลยด้วย”



--------------------​----------​----------​----------​



ตอนที่ 57  กระต่ายหนึ่งตัวมีกี่ขา

จำไม่ได้จริงๆ น่ะเหรอ?

พออวี่เจ๋อกลับมาที่หอพัก เขาเอนกายนอนลงบนเตียง ในหัวคิดแต่เรื่องของอวิ๋นตั่ว สาเหตุที่พวกเขารู้จักกัน เป็นเพราะเธอสอบได้ 27 คะแนน เลยต้องการครูสอนพิเศษ ฐานะทางการเงินของเขาไม่ดี จึงอยากหาเงินเพิ่ม เพื่อจะซื้อหนังสือเยอะๆ อวิ๋นเฉียวมาบอกให้เขาไปเป็นครูสอนพิเศษ บอกว่าที่บ้านของเขามีห้องหนังสือ อวี่เจ๋อก็เลยสนใจ ได้ทั้งเงิน ได้ทั้งอ่านหนังสือ เขาจะปฏิเสธได้อย่างไรล่ะ

กระดาบคำตอบแผ่นนั้น เขาจำได้ดี เป็นวิชาคณิตศาตร์ ชูยินบอกว่า ถ้าเป็นวิชาภาษาและวรรณคดีเธอไม่สนใจหรอก เพราะภาษาและวรรณคดีของนักเรียน ป.1 เป็นสิ่งที่ต้องท่องจำ ถ้าสอบได้คะแนนไม่ดี นั่นก็หมายความว่าอวิ๋นตั่วไม่ได้ขยันมากพอ แต่สำหรับวิชาคณิตศาสตร์นั้นต่างกัน เพราะมันเกี่ยวข้องกับไอคิว สิ่งนี้มักทำให้ชูยินรู้สึกว่าไอคิวของอวิ๋นตั่วมีปัญหา ก่อนหน้านี้มีคำถามอยู่ข้อหนึ่ง คำถามที่ถามว่า 'กระต่ายหนึ่งตัวมีกี่ขา?' คำถามง่ายขนาดนี้ แต่อวิ๋นตั่วกลับตอบผิด เธอตอบว่าสามขา ตอนนั้นชูยินแทบจะเป็นบ้า แค่กระต่ายหนึ่งตัวมีกี่ขา ทำไมลูกสาวของเธอถึงไม่รู้

“ทำไมกระตายหนึ่งตัวถึงมีสามขาล่ะ” อวี่เจ๋อถามอวิ๋นตั่ว

อวิ๋นตั่วตอบว่า “เพราะกระต่ายน้อยสีขาว เวลากระโดดมันน่ารักจริงๆ หนูว่าที่มันกระโดดเพราะขามันพิการแน่เลย มันเลยกลายเป็นกระต่ายสามขา ไม่อย่างนั้นแทนที่มันจะเดิน แล้วทำไมมันต้องกระโดดด้วยล่ะคะ”

พอคิดถึงสิ่งนี้ อวี่เจ๋อก็อดหัวเราะขึ้นมาไม่ได้ อวิ๋นตั่วเธอมีตรรกะเป็นของตัวเอง ทุกครั้งที่ตอบผิด เธอมักจะอธิบายเหตุผลได้เสมอ ไม่ใช่ว่าเธอตอบไม่ได้ เธอแค่ไม่ยอมรับตรรกะที่ถูกต้องของคนอื่นก็เท่านั้น บางครั้งอวี่เจ๋อก็เรียกร้องความเป็นธรรมให้เธอ ทำไมต้องบอกว่าเธอตอบผิดด้วยล่ะ แค่ทุกคนคิดว่ามันถูก มันก็ต้องถูกอย่างนั้นน่ะเหรอ? เหมือนกับตัวอักษรจีนที่แปลว่า 'คน' ประกอบด้วยขีดซ้ายและขวาสองขีด ถ้าในยุคแรกมีบางคนคิดว่าควรเติมขีดข้างบนไปด้วย แล้วสืบต่อกันมาเป็นพันปี แบบนี้ตัวอักษรที่แปลว่า 'คน' มันก็เขียนได้สองแบบแล้วไม่ใช่หรือไง?

เฉินอวี้ที่อยู่ข้างๆ เห็นว่าเขาไม่พูดจาอะไร จึงไปถามชีซิงว่า “พอไปส่งนักเรียนหญิงคนนั้นกลับมา เขาก็เป็นแบบนี้แล้ว ไม่รู้ว่าไปหงุดหงิดอะไรมา”

ชีซิงยื่นมือขวาออกมาโบกผ่านตาของอวี่เจ๋อ

“ฉันไม่ได้ตาบอดนะ!” ในที่สุดอวี่เจ๋อก็พูดออกมาแล้ว

ชีซิงหัวเราะขึ้นแล้วถามว่า “คิดอะไรอยู่?”

“ไม่มีอะไรนี่” อวี่เจ๋อตอบ

“ใจแคบว่ะ ปิดบังเพื่อน” ชีซิงว่า

อวี่เจ๋อลุกขึ้น จัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อยแล้วพูดว่า “เจียงหนานนัดหยางซินหัวให้พวกเราแล้ว พวกนายเตรียมตัวได้แล้ว”

“หยาง...หยางซินหัว!” เฉินอวี้พูดติดอ่างขึ้นมาอย่างทันที “ใช่...ใช่หยางซินหัวคนนั้นหรือเปล่า?”

อวี่เจ๋อพูดย้ำอีกครั้ง “ใช่ หยางซินหัวคนนั้นแหละ เตรียมของให้เรียบร้อย เจียงหนานบอกว่าพวกเรามีเวลาแค่สิบนาที”

เฉินอวี้สั่นไปทั้งตัว “ไม่ได้ ฉันตื่นเต้นจะตายอยู่แล้ว”

“ยังอยู่หออยู่เลย จะตื่นเต้นอะไรกัน?” ชีซิงอดที่จะด่าไม่ได้ว่าเขาไม่เอาไหน

เฉินอวี้หมุนตัวกลับไปจะหยิบปฏิทินโหราศาสตร์ขึ้นมา  “ไม่ได้ ฉันต้องดูดวงก่อน”

อวี่เจ๋อดึงแขนของเขาไว้แล้วบอกว่า “นายเป็นการเป็นงานหน่อยได้ไหม!”


ทั้งสามมาถึงบริษัทลงทุนหัวหยวนแล้ว พวกเขากำลังยืนรออยู่หน้าตึกใหญ่ รู้สึกท้อใจอยู่เล็กน้อย เพราะพวกเขาไม่เคยพบคนใหญ่คนโตแบบนี้มาก่อน

“ถ้าพูดไม่ดี จะโดนไล่ออกมาหรือเปล่านะ?” ชีซิงถาม

เฉินอวี้พยักหน้า “ได้ยินมาว่าเขาค่อนข้างที่จะเจ้าอารมณ์ มีข่าวของเขาน้อยมาก ข่าวล่าสุดก็ปีก่อนนู่น ที่มีนักข่าวคนหนึ่งเจอเขาที่สนามบิน ไม่รู้นักข่าวคนนั้นไปยั่วโมโหอะไรเขาเข้า เลยโดนทุบกล้องแตกเลย!”

“เจ้าอารมณ์ขนาดนั้นเลยเหรอ?” ชีซิงถาม

เฉินอวี้พยักหน้า “ฉันบอกแล้วไงว่าควรเปิดปฏิทินโหราศาสตร์ดูก่อน ดูว่ามีข้อห้ามอะไรบ้าง?”

“นายว่าอยู่ต่อหน้าเขาแล้วห้ามทำอะไรบ้างล่ะ?” ชีซิงถาม

เฉินอวี้ส่ายหน้า “ฉันจะไปรู้ได้ยังไงล่ะ?”

“ควรไปถามเจียงหนานดูนะ เธอต้องรู้แน่นอน” ชีซิงกล่าว

เฉินอวี้จึงบอกว่า “ไม่แน่หรอก ที่พ่อของเจียงหนานกับหยางซินหัวเป็นเพื่อนร่วมชั้นกัน เรื่องมันก็นานเป็นชาติแล้ว ทุกวันนี้นายทุนระดับโลกอย่างเขา จะมาเที่ยวเล่นกับอาจารย์มหาลัยได้บ่อยๆ หรือไงล่ะ? ตอนนี้เขาเห็นแก่หน้าเจียงหนานหรอก เลยยอมมาพบพวกเรา เจียงหนานทำเต็มที่แล้วล่ะ”

“มันก็ไม่แน่หรอก ความชอบของคนเรา มักเกิดขึ้นตอนวัยรุ่นนะ ศาตราจารย์เจียงต้องรู้จุดอ่อนของเขาแน่ นี่แหละคือข้อดีของอดีตเพื่อนร่วมชั้นเรียน!” ชีซิงกล่าว

เฉินอวี้ยังคงเถียงไม่ลดละ “แล้วนายรู้เรื่องความชอบของฉันไหมล่ะ?”

“เลิกพูดเหลวไหลเถอะ!” อวี่เจ๋อขัดคำพูดของทั้งสองคนขึ้น “เข้าไปก่อนค่อยว่ากัน พวกนายก็เตรียมทางหนีทีไล่ไว้สิ จะกลัวอะไร!”





แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}