หอหมื่นอักษร

ยามเมื่อเมฆฝนพัดผ่าน สองเราจะฝ่าฟันมันไปด้วยกันนะ...

ตอนที่ 54 ชื่อทางวิชาการของมันคือ 'มัธยัสถ์' / ตอนที่ 55 การลงทุนหนึ่งร้อยหยวน

ชื่อตอน : ตอนที่ 54 ชื่อทางวิชาการของมันคือ 'มัธยัสถ์' / ตอนที่ 55 การลงทุนหนึ่งร้อยหยวน

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.5k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 14 ม.ค. 2561 13:24 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 54 ชื่อทางวิชาการของมันคือ 'มัธยัสถ์' / ตอนที่ 55 การลงทุนหนึ่งร้อยหยวน
แบบอักษร



ตอนที่ 54  ชื่อทางวิชาการของมันคือ 'มัธยัสถ์'

อวิ๋นตั่วเสียใจมาก ทำไมอวี่เจ๋อไม่ต้องการเงินของเธอล่ะ? เธอก็อยากที่จะมีส่วนช่วยกับสิ่งที่เขาทำเหมือนกัน

วันนั้นอวิ๋นตั่วแบกกระเป๋านักเรียนไปที่มหาลัยขอองอวี่เจ๋อ เธอเจอชีซิงตรงประตู แล้วชีซิงก็พาเธอไปที่หอพัก ว่ากันว่าหอพักชายนั้นจะรกมาก แต่ห้องที่อวี่เจ๋อพักอยู่กลับสะอาดผิดปกติ

 “ห้องของพวกพี่สะอาดจัง!” อวิ๋นตั่วตกตะลึง

“เฉินอวี้เป็นคนเก็บกวาดน่ะ  เขาบอกว่าถ้ารกเกินไป มันจะไปรบกวนสิ่งของที่สะอาด” ชีซิงว่า

“แล้วพี่อวี่เจ๋อล่ะคะ?”

ชีซิงมองไปรอบๆ ห้อง เหมือนกับกำลังหาใครอยู่ อวิ๋นตั่วไม่รู้จริงๆ ว่าเขาโง่ หรือว่าเธอเองที่โง่กันแน่ ไม่นึกเลยว่าจะเห็นเขาหาคนด้วยวิธีนี้ ของในหอก็มีนิดเดียว มองปราดเดียวก็รู้ว่าไม่มีอะไรน่าค้นหา และอีกอย่าง อวี่เจ๋อก็ไม่ได้คนที่ชอบเล่นซ่อนแอบด้วย

พอมองดูรอบหนึ่งแล้ว ชีซิงผู้ที่หาอะไรไม่เจอเลยก็เกาหัวแล้วตอบว่า “คงออกไปข้างนอกแล้วมั้ง”

“พี่รู้หรือเปล่าคะว่าเขาไปไหน” อวิ๋นตั่วถาม

“ไม่แน่ใจนะ เดี๋ยวฉันลองโทรถามให้ก็แล้วกัน” ชีซิงตอบ

ชีซิงโทรหาอวี่เจ๋อ อวิ๋นตั่วนั่งลงบนเตียงที่อยู่ข้างหลังของชีซิง แล้วรอฟังเขาพูด

“ฮัลโหล นายอยู่ไหนน่ะ?”

“อยู่มหาลัยเหรอ ทำไมฉันไม่เห็นนายเลยล่ะ?”

“ไร้สาระน่า ฉันก็เป็นหนึ่งในผู้ถือหุ้นของบริษัทนะ ในฐานะหุ้นส่วน ฉันถามไม่ได้เหรอว่านายอยู่ที่ไหน”

“รีบกลับมาเร็ว อวิ๋นตั่วมาแล้ว...ใช่...ไม่ได้จำผิด...เป็นอวิ๋นตั่วนั่นแหละ”

ชีซิงวางสายโทรศัพท์ แล้วก็พูดกับอวิ๋นตั่วว่า “อวี่เจ๋อเขาไม่เชื่อว่าเธอมา”

“แล้วเขาจะกลับมาหรือเปล่าคะ?”

“มาสิ เขาน่าจะรู้ว่าฉันไม่มีความจำเป็นที่จะต้องหลอกเขา” ชีซิงตอบ

“ถ้าอย่างนั้นหนูจะรอเขาค่ะ”

“อื้ม อย่างนั้นเธอก็นั่งรอที่นี่แล้วกัน อยากกินอะไรไหม เดี๋ยวฉันไปซื้อให้”

“ไม่เป็นไรค่ะ” อวิ๋นตั่วตอบ

ชีซิงรู้สึกว่าการอยู่ในหอกับเด็กผู้หญิงสองต่อสองนั้นมันดูแปลกๆ เช่นนั้นเขาจึงบอกว่า “เดี๋ยวฉันไปซื้อไอศกรีมให้เธอดีกว่า”

ไม่รอให้อวิ๋นตั่วปฏิเสธ เขาก็วิ่งออกไปอย่างทันที

พอชีซิงเพิ่งจะออกไป เฉินอวี้ก็กลับมาแล้ว เฉินอวี้ถือกะละมังล้างหน้าอยู่ในมือ ผมเปียกชื้น ท่าทางดูเหมือนว่าเพิ่งไปอาบน้ำมา อวิ๋นตั่วหันไปมองท้องฟ้าอยู่ครู่หนึ่ง เธอคิดว่านี่ไม่น่าจะใช่เวลาอาบน้ำนะ?

“พี่ไปอาบน้ำมาเหรอคะ” อวิ๋นตั่วถาม

“เธอเข้ามาอยู่ในหอของพวกเราได้ยังไงเนี่ย?” เฉินอวี้แปลกใจ

“พี่ชีซิงพาหนูเข้ามาค่ะ”

เฉินอวี้แอบด่าชีซิงอยู่ในใจ พาผู้หญิงเข้ามาในห้องโดยไม่ถามความเห็นจากเขา พอเห็นว่าอวิ๋นตั่วนั่งอยู่บนเตียงตัวเอง เขาก็เดินไปข้างหน้าอวิ๋นตั่ว แล้วพยุงเธอมานั่งลงบนเตียงที่อยู่ตรงข้าม “เธอนั่งตรงนี้นะ นี่เป็นเตียงของพี่อวี่เจ๋อของเธอ”

 “พี่ถือเรื่องนี้ด้วยเหรอ?” อวิ๋นตั่วถาม

“แน่นอนสิ คนที่จะนั่งเตียงของฉันได้ ก็ต้องคำนวณวันเดือนปีเกิดก่อนว่าเหมาะสมหรือเปล่า”

“แค่นั่งเตียงของพี่ ไม่ได้จะแต่งงานกับพี่สักหน่อย” อวิ๋นตั่วว่า

“จุดที่เล็กที่สุด จะทำให้เราเห็นธาตุแท้ของสิ่งนั้น เธอเข้าใจหรือเปล่า”

อวิ๋นตั่วแลบลิ้นออกมา ไม่เข้าใจว่าทำไมอวี่เจ๋อต้องเปิดบริษัทร่วมกับคนแบบนี้ด้วย เธอรู้สึกว่าเฉินอวี้เหมาะที่จะเปิดสำนักดูดวงมากกว่า

“เธอบอกว่าชีซิงพาเธอมาที่นี่ แล้วเขาไปไหนแล้วล่ะ?”

“เขาไปซื้อไอกครีมค่ะ” อวิ๋นตั่วเอ่ยตอบ

“คนขี้งกแบบชีซิงไปซื้อไอกครีมให้เธอเนี่ยนะ?” เฉินอวี้ดูไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ แต่เขาก็เหมือนถูกความจริงตบหน้าเข้าหนึ่งฉาด เพราะตอนหันกลับไป ก็เห็นชีซิงถือไอศกรีมสองอันยืนอยู่ข้างหลัง ตาของเขาลุกเป็นไฟด้วยความโกรธ

เฉินอวี้รีบร้อนอธิบายว่า “ฉันจะอธิบายความจริงให้ฟังนะ ฉันไม่ได้ว่านายนะ ฉันเองก็รู้สึกว่าความขี้เหนียวเนี่ยมันเป็นคุณธรรมอย่างหนึ่งด้วย ชื่อทางวิชาการของมันคือ 'มัธยัสถ์' ”

ชีซิงส่งไอศกรีมในมือในอวิ๋นตั่วอันหนึ่ง อวิ๋นตั่วรับไว้แล้วกำลังจะกินเข้าไป แต่เห็นเฉินอวี้ถามชีซิงขึ้นพอดีเสียก่อน “แล้วของฉันล่ะ?”

“ฉันไม่รู้ว่านายอยู่ด้วย เลยซื้อมาแค่สองอัน” ชีซิงตอบ

“หนูให้พี่ค่ะ” อวิ๋นตั่วว่า

“ไม่ต้องหรอก ยังไงฉันก็โตกว่า เธอเป็นเด็ก ฉันจะไปกินของเธอได้ยังไง” แม้เฉินอวี้จะพูดแบบนี้ แต่สายตาของเขากลับจ้องไอกครีมในมือของอวิ๋นตั่วอยู่ตลอด

อวิ๋นตั่วส่งไอกครีมให้เฉินอวี้ “พี่กินเถอะค่ะ ตอนหนูมานี่ก็กินไปแล้วอันหนึ่ง คุณแม่ไม่ให้หนูกินเยอะ”

เฉินอวี้หยิบไอศกรีมมา “ถ้างั้นฉันไม่เกรงใจแล้วนะ”

--------------------​----------​----------​----------​



ตอนที่ 55  การลงทุนหนึ่งร้อยหยวน

อวี่เจ๋อกลับมาแล้ว เหงื่อของเขาออกเต็มหัว เฉินอวี้กินไอศกรีมไปแล้วครึ่งหนึ่ง พอเห็นท่าทางของอวี่เจ๋อแล้ว เขาก็อดไม่ได้ที่จะส่งไอศกรีมในมือให้ “เอาสักอันหนึ่งไหม”

อวี่เจ๋อผลักมือของเขาออก แล้วเดินตรงเข้าไปหาอวิ๋นตั่ว “เธอมาได้ยังไง?”

อวิ๋นตั่วหยิบกระเป๋านักเรียนที่วางบนโต๊ะออกมาด้วยท่าทางเบิกบานใจ เธอรูดซิปกระเป๋าแล้วหยิบเงินออกมา “หนูอยากเป็นหุ้นส่วนค่ะ”

เฉินอวี้กับชีซิงนอนคว่ำลงกับโต๊ะทันที  จู่ๆ เด็กน้อยคนหนึ่งก็นำเงินมามากมายขนาดนี้ ทำให้พวกเขารู้สึกเสียศักดิ์ศรีมากจริงๆ

“ในนี้มีอยู่กี่บาทล่ะ?” ชีซิงถาม

“ห้าหมื่นสามพันหยวนค่ะ” อวิ๋นตั่วตอบ

เฉินอวี้ถอนหายใจออกมาเฮือกหนึ่งแล้วถามว่า “เธอไปเอามาจากไหน?”

“นี่เป็นเงินค่าขนมของหนูค่ะ”

“เงินค่าขะ...ขนม?” เฉินอวี้พูดติดอ่างขึ้นมาทันที “ชีซิง เราไปซื้อถุงน่องที่ตลาดมาสองคู่ แล้วไปปล้นธนาคารกันดีไหม?”

อวี่เจ๋อหยิบเงินแล้วเก็บเข้าไปในกระเป๋านักเรียนอวิ๋นตั่ว “อย่าก่อเรื่องเลย รีบเอาเงินกลับบ้านไปเถอะ”

อวิ๋นตั่วจับกระเป๋านักเรียนไว้ ไม่ยอมให้อวี่เจ๋อเอาเงินใส่กระเป๋า “หนูไม่ได้ก่อเรื่องนะคะ พี่อวี่ซีบอกหนูแล้ว ตอนนี้พี่ต้องใช้เงิน หนูเก็บเงินไว้ในกระปุกหมูมันก็ไม่งอกเงยขึ้นมาหรอก ถ้าเอาไว้ที่พี่ ก็ถือว่าหนูเป็นหุ้นส่วนไม่ใช่เหรอคะ”

ชีซิงพูดพลางยกนิ้วโป้งให้  “อายุยังน้อย แต่หัวทางการค้าดีมาก!”

เฉินอวี้ยื่นมือออกมาจะรับเงินไว้ “ฉันว่าความคิดของอวิ๋นตั่วก็ดีเหมือนกันนะ อวี่เจ๋อ นายเป็นครูเธอมาหกปี เรื่องดีๆ แบบนี้ ไม่มีเหตุผลที่จะไม่ให้นักเรียนของนายร่วมด้วยนี่น่า”

อวิ๋นตั่วพยักหน้าอย่างหนักแน่น “ใช่ค่ะๆ!”

“ใช่อะไรของเธอ!” อวี่เจ๋อตีมือของเฉินอวี้แรงๆ เข้าทีหนึ่ง แล้วแย่งกระเป๋ามาจากมือของอวิ๋นตั่ว นำเงินยัดกลับเข้าไป “เดี๋ยวพี่ไปส่งเธอกลับบ้าน”

“หนูไม่กลับ!” อวิ๋นตั่วสลัดมืออกจากอวี่เจ๋อ “นอกจากพี่จะบอกหนูว่าเพราะอะไร”

“เธอยังเป็นเด็ก” อวี่เจ๋อว่า

“เป็นเด็กแล้วยังไงคะ เด็กลงทุนหาเงินเองไม่ได้หรือยังไง?”

“นั่นสิ ฉันว่าเราควรเคารพการตัดสินใจของอวิ๋นตั่วนะ” เฉินอวี้พูด แล้วกำลังจะเดินไปจูงอวิ๋นตั่ว แต่เขาโดนอวี่เจ๋อจ้องเสียก่อน จึงได้แต่รีบกลับเข้าที่เดิม

อวิ๋นตั่วบอกว่า “พี่เคยสอนหนูนี่คะ ถ้าเป็นเรื่องที่ตัวเองคิดว่าถูกก็ต้องยืนหยัดทำต่อไป หนูคิดว่ามันเป็นเรื่องที่ถูกต้องค่ะ ถึงหนูจะอายุน้อย แต่หนูแยกแยะถูกผิดได้ หนูรู้ว่าพี่ต้องการเงินไปใช้ในทางที่ถูกต้อง แถมหนูก็ไม่ได้ให้พี่ฟรีๆ ด้วย พอพี่ได้กำไรแล้ว ก็ค่อยให้ส่วนแบ่งกับหนูก็ได้นี่!”

“ที่เธอพูดนั่นก็มีเหตุผล แต่เธอต้องรู้นะว่าตอนนี้เธอยังไม่โตเป็นผู้ใหญ่ การลงทุนของเธอต้องผ่านการยินยอมจากคุณพ่อคุณแม่ พี่ถามหน่อย ที่เธอออกมาเนี่ย คุณแม่เธอรู้หรือเปล่า?” อวี่เจ๋อถาม

อวิ๋นตั่วก้มหน้า “หนูรีบออกมา ก็เลยไม่ทันได้บอก”

“บอกไม่ทันหรือตั้งใจที่จะไม่บอกกันแน่?” อวี่เจ๋อถาม

อวิ๋นตั่วไม่พูดอะไรต่อ เธอไม่ได้คิดถึงปัญหานี่ให้รอบคอบก่อน พออวี่เจ๋อถามแบบนี้ เธอลองคิดไปคิดมา ก็รู้สึกว่าเธอไม่อยากให้พ่อแม่รู้เรื่องนี้จริงๆ เพราะเธอกลัวชูยินจะคัดค้าน หรือไม่ก็อาจเข้าใจอวี่เจ๋อผิดไป แม้เธอจะคิดว่าเรื่องนี้คือธุรกิจ เพราะเธอเคยฟังพ่อเรื่องพูดเรื่องลงทุนอยู่หลายครั้ง แต่ชูยินคงไม่คิดแบบนั้น คงคิดว่าตนเป็นเด็ก ไม่รู้เรื่องอะไร แล้วโดนอวี่เจ๋อหลอกลวง เธอไม่อยากให้มีเรื่องอึดอัดใจแบบนี้เกิดขึ้น

อวิ๋นตั่วเงยหน้าขึ้นมองอวี่เจ๋อ แล้วเธอก็เข้าใจอย่างทันที ที่อวี่เจ๋อไม่ยอมรับไว้ ก็เพราะเขารู้ว่าจะมีเรื่องอึดอัดใจแบบนี้เกิดขึ้น

“พี่อวี่เจ๋อ หนูรู้สึกจริงๆ นะคะว่าสิ่งที่พี่ทำมีอนาคตมาก หนูสนับสนุนสิ่งที่พี่ทำนะ”

“พี่รู้” อวี่เจ๋อลูบหัวเธอพลางพูดว่า “แต่เธอยังเป็นเด็ก ไม่ควรที่จะรีบเข้ามายุ่งเรื่องแบบนี้”

“ถ้ารอจนถึงตอนที่กิจการของพี่ใหญ่ขึ้นในอนาคต เงินแค่นี้ของหนูคงไม่พอแล้วล่ะค่ะ” อวิ๋นตั่วว่า

“ถ้าอย่างนั้นเธอก็เอามาหนึ่งร้อยหยวน พี่จะถือว่าเธอเป็นหุ้นไอพีโอ ดีไหม?”

“หนึ่งร้อยหยวนก็ได้เหรอคะ?” อวิ๋นตั่วถาม

“ใครใช้ให้เธอเป็นนักเรียนพี่ล่ะ พี่เลยให้สิทธิพิเศษไง ให้เธอใช้เส้นได้” อวี่เจ๋อตอบ




แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น