หอหมื่นอักษร
facebook-icon Instagram-icon

ยามเมื่อเมฆฝนพัดผ่าน สองเราจะฝ่าฟันมันไปด้วยกันนะ...

ตอนที่ 52 อาการของผู้หญิงมีความรัก / ตอนที่ 53 การลงทุนมีความเสี่ยง ​

ชื่อตอน : ตอนที่ 52 อาการของผู้หญิงมีความรัก / ตอนที่ 53 การลงทุนมีความเสี่ยง ​

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 1.7k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 13 ม.ค. 2561 14:49 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 52 อาการของผู้หญิงมีความรัก / ตอนที่ 53 การลงทุนมีความเสี่ยง ​
แบบอักษร



ตอนที่ 52  อาการของผู้หญิงมีความรัก

อีกไม่กี่วันจะถึงวันเกิดของแฟนอวี่ซี ที่อวี่ซีลากอวิ๋นตั่วออกมา ก็เพื่อที่จะไปซื้อของขวัญสักชิ้นให้แฟนของเธอ

“นี่เป็นวันเกิดปีแรกของเขาที่เราได้อยู่ด้วยกัน เธอว่าฉันจะให้อะไรเขาดี”

อวิ๋นตั่วไม่มีประสบการณ์ในเรื่องแบบนี้ เธอมองอวี่ซีแบบงงๆ แล้วพูดว่า “ขอแค่เป็นของขวัญจากคนที่ตัวเองรัก ไม่ว่าจะเป็นอะไรก็มีค่าทั้งนั้นไม่ใช่เหรอคะ”

“ให้ตายเถอะ พี่ฉันสอนเธอจนกลายเป็นอะไรไปแล้วเนี่ย สมัยนี้น่ะนะ ผู้ชายกับผู้หญิงอยู่ด้วยกัน มีใครไม่อยากทำคะแนน ไม่อยากรู้ความชอบของอีกฝ่ายบ้างล่ะ”

“แบบนี้จะไม่เหนื่อยเหรอคะ” อวิ๋นตั่วถาม

“ทั้งเหนื่อยและมีความสุขไง”

“ถ้าอย่างนั้น ก็ซื้อเนคไทให้เขาสักเส้นสิคะ” อวิ๋นตั่วพูดพลางหยิบเนคไทออกมาเส้นหนึ่ง แล้วส่งให้อวี่ซี

อวี่ซีตกตะลึงอีกครั้ง “ตอนนี้มันยุคไหนแล้ว ใครเขาให้เนกไทกันล่ะ”

“ให้เนคไทมันล้าสมัยไปแล้วเหรอคะ” อวิ๋นตั่วไม่รู้เลยสักนิด “พี่ลองไปถามเพื่อนร่วมชั้นพี่ดูสิคะว่าพวกเธอให้อะไรแฟนเป็นของขวัญ”

“ถ้าฉันให้ตามคนอื่น มันจะมีอะไรแปลกใหม่กันล่ะ”

“พี่นี่เอาใจยากจัง!”

อวิ๋นตั่วทำแก้มป่อง เธอเลยถือโอกาสนี้เลิกช่วยอวี่ซีเลือกของขวัญซะเลย

“พี่เพิ่งบอกว่าพี่อวี่เจ๋อเปิดบริษัท เป็นบริษัทอะไรเหรอคะ” อวิ๋นตั่วสงสัย

“ฉันเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน เหมือนเป็นบริษัทพวกที่พัฒนาซอฟแวร์นะ แบบสั่งอาหารได้บนคอมพิวเตอร์ คนที่อยู่บ้านอยากจะกินอะไรก็ได้กิน เขาบอกว่าปัจจุบันนี้มันทำเงินได้ดีที่สุด โดยเฉพาะกับพวกผู้หญิง เด็กๆ แล้วก็คนขี้เกียจ มีร้านอาหารมากมาย มีคนจำนวนมากที่อยากทานอาหารแต่ไม่อยากออกไปซื้อข้างนอก เมื่อก่อนตอนที่เรียน พวกเขาลองโปรโมทดู ก็เห็นว่าได้ผลลัพธ์ดีทีเดียว เขาก็เลยร่วมมือกับร้านอาหารรอบๆ มหาลัย แต่ละครั้งที่ขายซอฟแวร์นี้ได้ ก็จะได้ส่วนแบ่งสองเปอร์เซนต์ ผลก็คือเพียงแค่ช่วงเวลาสั้นๆ ปีเดียว เธอลองเดาสิว่าเขาทำเงินได้เท่าไหร่?”

อวิ๋นตั่วเดาไม่ออก

พอพูดถึงเรื่องเงิน อวี่ซีก็ดูเหมือนจะตื่นเต้นเป็นพิเศษ “ฉันลองประมาณดูแล้วน่าจะเป็นแสนนะ”

“พี่เองก็ไม่รู้เหรอคะ”

“เหลวไหลน่า เขาไม่เคยบอกฉันหรอก เขากลัวฉันเผลอบอกพ่อกับแม่ ตอนนี้พวกท่านอยากจะเก็บเงินไว้ให้พี่ดาวน์บ้านท่าเดียวเลย รอให้พี่เขาเรียนจบ แต่งงานสร้างครอบครัว สืบทายาทให้ครอบครัวเรา”

“พี่อวี่เจ๋อมีแฟนแล้วเหรอคะ” อวิ๋นตั่วรีบถลันมาอยู่ตรงหน้าของอวี่ซี จับมือของเธอไว้

“เธอจะตื่นเต้นไปทำไมกัน” อวี่ซีมองอวิ๋นตั่ว แล้วยิ้มออกมาอย่างมีเลศนัยทันที “อ๋อ เป็นอาการของผู้หญิงมีความรัก!”

“อย่าพูดเหลวไหลนะคะ หนูแค่สงสัยว่าถ้าพี่เขามีแฟนแล้วทำไมหนูไม่รู้เลย” อวิ๋นตั่วว่า

“แล้วเธอจะหน้าแดงทำไมล่ะ เธอจะสิบสามแล้วนะ มีความรักมันเป็นเรื่องปกติ สมัยก่อนนะ ผู้หญิงอายุเท่าเธอแต่งงานมีลูกกันไปแล้ว แถมเธอก็ใกล้ชิดกับพี่ชายของฉันทั้งวัน เกิดความรู้สึกอะไรขึ้นมาก็เป็นเรื่องธรรมดา”

“พี่กำลังพูดเหลวไหลนะคะ หนูไม่ยุ่งกับพี่แล้ว!” อวิ๋นตั่วย่ำเท้า

“ได้ๆ ไม่พูดก็ไม่พูด”

อวี่ซีสัญญาว่าเธอจะไม่พูดประเด็นของอวี่เจ๋ออีก แต่อวิ๋นตั่วกลับไม่ทำแบบนั้น เธอเดินเข้าไปหาอวี่ซีด้วยรอยยิ้มแล้วถามว่า “พี่อวี่เจ๋อมีแฟนแล้วจริงๆ เหรอคะ”

“ไหนบอกว่าไม่ให้พูดถึงแล้วไง?” อวี่ซีว่า

“ไม่พูดถึงหนู แต่พูดถึงพี่อวี่เจ๋อได้นี่นา”

“พูดถึงคนอื่นลับหลังมันจะไม่ดีหรือเปล่า”

“ก็เราไม่ได้พูดถึงเขาในทางไม่ดีนี่คะ ถ้าพี่เขามีแฟนแล้วจริงๆ นั่นก็ถือเป็นเรื่องดีไม่ใช่เหรอคะ” อวิ๋นตั่วว่า

อวี่ซีเคาะหน้าผากของเธอเบาๆ “ฉันแกล้งเธอเล่นน่า! ไม่มีหรอก!”

“ไม่มีเหรอคะ?” อวิ๋นตั่วไม่เชื่อ “ถ้าไม่มี แล้วทำไมคุณลุงหลิวถึงอยากซื้อบ้านล่ะ”

“ฮ่องเต้ไม่รีบแต่ขันทีรีบไงล่ะ” อวี่ซีตบปากตัวเองทีหนึ่ง ถ้าเปรียบเทียบพ่อตัวเองเป็นขันที แล้วเธอจะเป็นลูกใครกันล่ะ

เมื่ออวิ๋นตั่วเห็นท่าทางของเธอ ก็อดหัวเราะเยาะออกมาไม่ได้

อวี่ซีพูดต่อ “พี่ชายฉันไม่รีบร้อนหาแฟนเลยสักนิด ผู้ชายควรให้ความสำคัญกับเรื่องงานก่อน ตอนนี้เขาเปิดบริษัทกับพี่ชีซิง พี่เฉินอวี้แล้ว อยากจะโปรโมทซอฟแวร์นั่น จำเป็นต้องใช้เงินลงทุน แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาซื้อบ้านกันล่ะ”

“พี่เขาต้องใช้เงินเท่าไรคะ” อวิ๋นตั่วถาม

“ฉันเองก็ไม่แน่ใจนะ แต่ที่เขาออกไปข้างนอกแทบทุกวันนี่ ก็ออกไปเพื่อหาเเงินลงทุนทั้งนั้นแหละ”


--------------------​​​----------​​​​----------​​​​----------​​​​



ตอนที่ 53  การลงทุนมีความเสี่ยง

พออวิ๋นตั่วกลับมาบ้าน เธอก็รื้อข้าวรื้อของ ทุบกระปุกออมสินหมูน้อยของเธอ เสียงกระปุกออมสินที่แตกนั้น ทำให้ป้าหวงที่กำลังเก็บกวาดอยู่ข้างๆ ถึงกับตกใจ เธอรีบวิ่งเข้ามาดู จึงเห็นว่าอวิ๋นตั่วกำลังนั่งนับเงินอยู่บนพื้น

“อวิ๋นตั่ว หนูทุบกระปุกหมูไปทำไมกัน” ป้าหวงถาม

อวิ๋นตั่วหันกลับมา แล้วยิ้มให้แบบมีเลศนัย “ความลับค่ะ”

“เอ๋ มีความลับด้วยเหรอ” ป้าหวงเดินไปตรงหน้าของอวิ๋นตั่ว แล้วนั่งลงยองๆ “เงินเยอะขนาดนี้ พอๆ กับเงินเดือนป้าที่รวมกันหนึ่งปีเลยนะ”

อวิ๋นตั่วเงยหน้าขึ้น แล้วถามป้าหวงว่า “คุณแม่หนูให้เงินเดือนป้าเท่าไรคะ”

ป้าหวงตั้งใจพูดหยอกล้อเธอเล่น “ทำไมละคะ คุณหนูจะเพิ่มเงินเดือนให้ป้าเหรอ”

“ป้าอยากหาเงินได้มากกว่านี้หรือเปล่าคะ” อวิ๋นตั่วถาม

“หนูยังเด็กอยู่เลย จะพาป้าไปหาเงินได้เหรอคะ”

อวิ๋นตั่วพยักหน้า “หนูขอถามหน่อยนะคะ แม่บ้านหลิวทำกับข้าวอร่อยไหมคะ”

“ต้องอร่อยสิคะ ถ้าทำไม่อร่อย จะอยู่บ้านหนูมานานขนาดนี้เหรอ”

“คุณป้าลองคิดดูนะคะ สมมติอาหารที่เขาทำมีต้นทุน 20 หยวน ถ้านำไปขายในร้านอาหารจะขายเท่าไรคะ”

“อย่างต่ำก็ 40 หยวนค่ะ” ป้าหวงตอบ

อวิ๋นตั่วลองนับอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดว่า “40 หยวน กำไรสองเปอร์เซนต์ งั้นก็เป็น 8 เหมา แม้จะน้อยไปหน่อย แต่จะได้เงินเยอะ ถ้ามีคนมาก พี่อวี่ซีบอกว่า ซอฟแวร์นั้นของพี่อวี่เจ๋อ ที่มหาลัยพี่เขามีคนใช้กว่าพันคน ถ้าแต่ละคนได้ 8 เหมา วันหนึ่งก็ได้ 800 หยวน ทั้งประเทศมีมหาลัยเยอะขนาดนี้ คนก็เยอะด้วย ถ้าโปรโมทขึ้นมา วันหนึ่งก็ได้เงินอย่างต่ำแปดหมื่นหยวน ถ้าลดต้นทุนค่าดำเนินธุรกิจไป ยังไงก็ได้กำไรหลายหมื่นอยู่ล่ะมั้ง”

ป้าหวงฟังแล้วสับสน “อวิ๋นตั่วน้อย หนูกำลังคำนวณอะไรอยู่เหรอ”

“หนูกำลังคิดบัญชีค่ะ” อวิ๋นตั่วทำสีหน้าภาคภูมิใจ “หนูมีธุรกิจดีๆ อยู่อย่างหนึ่ง ที่ทำให้ป้าได้เงินโดยไม่ต้องทำงานค่ะ ป้าอยากทำไหมคะ”

“ในโลกนี้มีเรื่องดีๆ แบบนี้ด้วยเหรอคะ”  ป้าหวงแปลกใจ

“มีสิคะ ป้าไม่เคยได้ยินคุณพ่อพูดเรื่องการลงทุนเหรอ นำเงินไปลงทุนกับผู้ที่ทำกำไรได้ พอเขาได้กำไร เราก็คอยเก็บดอกเบี้ยยังไงคะ”

“ลงทุนกับใครล่ะจ๊ะ”

“คุณครูหลิวค่ะ” อวิ๋นตั่วตอบ

“คุณครูหลิวเหรอ? เขาไปทำธุรกิจตั้งแต่เมื่อไรกัน”

“เรื่องนั้นป้าไม่ต้องสนใจหรอกค่ะ คุณป้าแค่บอกมาว่าอยากทำไหม”

ป้าหวงคิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วก็ส่ายหน้าออกมา “ป้าไม่กล้าเสี่ยงกับเรื่องพวกนี้หรอกจ๊ะ ถ้าผิดพลาดขึ้นมาจะทำยังไงล่ะ”

“การลงทุนมีความเสี่ยงอยู่แล้ว แต่ถ้าลงทุนกับคุณครูหลิว ความเสี่ยงน้อยลงแน่นอนค่ะ เขาฉลาดซะขนาดนั้น มีเรื่องอะไรที่เขาทำไมสำเร็จบ้างล่ะคะ”

“พ่อของหนูพูดอยู่บ่อยๆ ว่าการทำธุรกิจนั้นอาศัยความฉลาดอย่างเดียวไม่ได้ ต้องอาศัยโชคด้วย มองไม่เห็น จับต้องไม่ได้ ไม่มีใครรู้หรอกว่าโชคจะเข้าข้างใคร”

“ไม่ลงทุนก็ไม่ลงทุนสิ ทำไมต้องแช่งครูหลิวด้วยละคะ” อวิ๋นตั่วกลอกตาใส่ป้าหวง เธอรู้สึกไม่พอใจมาก

ป้าหวงจึงรีบร้อนอธิบายว่า “ป้าไม่ได้แช่งคุณครูหลิวนะคะ ป้าก็แค่เปรียบเทียบ”

อวิ๋นตั่วหยิบเงินใส่กระเป๋า แล้วออกจากประตูไปอย่างรวดเร็ว

ป้าหวงจับแขนของอวิ๋นตั่วไว้ แล้วพูดเตือนว่า “อวิ๋นตั่ว หนูแน่ใจแล้วเหรอ ถ้าธุรกิจของครูหลิวไม่สำเร็จล่ะ เงินก้อนนี้หนูจะไม่ได้คืนนะ”

“หนูรู้ค่ะ” อวิ๋นตั่ววิ่งไปได้ไม่กี่ก้าวก็กลับมาอีก เธอบอกว่า “นี่เป็นความลับนะคะ ห้ามป้าไปบอกคนอื่น”

ป้าหวงหนักใจกับความลับนี้ เพราะเงินที่อวิ๋นตั่วหยิบออกไปเมื่อครู่นี้ อย่างต่ำก็ห้าหมื่นแล้ว เงินห้าหมื่นหยวนสำหรับครอบครัวอวิ๋นนั้นถือว่าไม่มาก แต่เมื่อเด็กคนหนึ่งบอกว่าจะนำเงินห้าหมื่นนี้ไปลงทุน ก็ดูจะกลายเป็นเรื่องใหญ่เสียแล้ว

แม่บ้านหลิวเห็นท่าทางใจลอยไร้สติของป้าหวง จึงซักไซ้ไต่ถาม เมื่อได้รู้เธอก็รู้สึกว่าตัวเองถูกหักหลัง แม่บ้านหลิวรู้สึกว่าปกติเธอกับอวิ๋นตั่วเข้ากันได้ดี แต่ตอนนี้อวิ๋นตั่วกับป้าหวงเกิดมีความลับต่อกันเสียแล้ว สิ่งนี้ทำให้แม่บ้านหลิวรับไม่ได้ เธอจึงนำความลับนี้ไปบอกกับชูยินโดยที่ไม่แม้แต่คิด อย่างนี้ ความลับระหว่างป้าหวงกับอวิ๋นตั่วก็จะไม่มีอีกต่อไปแล้ว


ตอนที่อวิ๋นตั่วกลับเข้าบ้านมา ชูยินก็อยู่ในห้องนอนของเธอแล้ว พอเห็นเธอเข้าก็ถามขึ้นทันทีว่า “อวิ๋นตั่ว กระปุกหมูน้อยของลูกล่ะ”

“หนูทุบแล้วค่ะ” อวิ๋นตั่วตอบ

“ทำไมถึงทุบเสียล่ะ”

อวิ๋นตั่วควักเงินออกมาจากกระเป๋านักเรียน แล้ววางลงบนเตียง “หนูจะเอาไปให้คุณครูหลิวลงทุน แต่เขาไม่ต้องการค่ะ”





แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น